"Complete your frame....

with a great Journey"

“Holy Country in Caucasus Mountains…Armenia”

 

Foto Journey ยินดีพาท่าน… เดินทางสู่....ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกปิดตาย  “Armenia” 
ดินแดนล้ำค่า….ที่ถูกลืมเลือนกว่าพันปี !!!
ดินแดนแห่งแรกของโลก….ที่ได้ประกาศรับศาสนาคริสต์เป็นศาสนาประจำราชอาณาจักร
ดินแดนในตำนานเรือโนอาห์….ที่เชื่อกันว่าเป็นที่จอดของเรือโนอาห์ภายหลังการล้างโลกของพระเจ้า


อาร์เมเนีย ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเทือกเขาคอเคซัส (Caucasus Mountains) มีการค้นพบโบราณวัตถุที่ถือได้ว่าเก่าแก่ที่สุดในโลก เช่นมีการพบโรงงานผลิตไวน์ที่มีอายุมากกว่าหกพันปี และโบราณสถานต่างๆ รวมไปถึงอนุสาวรีย์ประวัติศาสตร์อีกนับพันแห่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ 

ท่านจะได้สัมผัสอารยธรรมรูปแบบโบราณ สถานที่ที่สวยงามราวต้องมนต์สะกดซึ่งน้อยคนนักจะได้เข้าถึง ผ่านสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงยุคกลาง 
เป็นประเทศที่อนุรักษ์โบราณสถานอันเก่าแก่และผสมผสานความทันสมัยระหว่างตะวันออกและตะวันตกไว้อย่างล
งตัว

และที่สำคัญเราจะพาทุกท่านไปถ่ายรูปในหลายประสบการณ์ หลากเทคนิค โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการภาพถ่าย (Photo Specialist) สอนถ่ายภาพตั้งแต่ระดับพื้นฐาน คอยแนะนำเทคนิค, มุมมอง, องค์ประกอบภาพ รวมถึงการให้คำปรึกษาวิเคราะห์ภาพที่ถ่ายอย่างเป็นกันเอง และ เข้มข้น

 

HIGHLIGHT
 

  • กรุงเยเรวาน (Yerevan) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของอาร์เมเนีย ซึ่งนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกพากันมาเยือนเพื่อขึ้นเคเบิลคาร์ที่ยาวที่สุดในโลกไปยังวิหารทาเทฟ เมืองนี้ตั้งอยู่ที่หุบเขาอารารัต คุณสามารถมองเห็นภูเขาอารารัตที่มีหิมะปกคลุมอยู่บนยอดเขาตลอดทั้งปี ด้วยความสูงถึง 5,000 เมตรตั้งตระหง่านอยู่ในประเทศตุรกี เรียกได้ว่าเป็นเมืองที่อนุรักษ์โบราณสถานอันเก่าแก่และผสมผสานความทันสมัยระหว่างตะวันออกและตะวันตกไว้อย่างลงตัว
     

  • ช่องเขาการ์นี่  (Garni Gorge) เป็นหุบที่มีหินลักษณะเป็นแท่งๆ ยื่นออกมาจากหน้าผาจำนวนมาก มีลักษณะคล้ายกับแท่งออร์เกนในโบสถ์ จนได้รับฉายาว่าเป็น Symphony of rock ความอัศจรรย์ที่ต้องไปสัมผ้ส
     

  • วิหารการ์นี (Garni Temple) สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบกรีก ซึ่งถึงแม้ว่าวิหารแห่งนี้จะถูกสร้างแบบกรีก แต่ลวดลายบนตัวอาคารกลับเป็นศิลปะแบบอาร์เมเนียน ที่ไม่สามารถเห็นได้ในวิหารกรีกทั่วไป
     

  • เมืองคอร์วิราพ (Khor Virap) เมืองคอร์วิราพ (Khor Virap) คือเมืองที่ชาวอาร์เมเนียทั่วโลกจะเดินทางมาทำพิธีจาริกแสวงบุญ เพราะตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้มีการบันทึกเหตุการณ์ในยุคโบราณว่า กษัตริย์ทิริเดทที่ 3 แห่งอาร์เมเนียได้จับนักบุญเกรกอรี ผู้เผยแผ่ศาสนา (ซึ่งต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นพระสังฆราชองค์แรกของอาร์เมเนีย) ขังไว้ในถ้ำในเมืองแห่งนี้นานถึง 13 ปี 
     

  • อารามคอร์วิราพ (Khor Virap Monastery) อนุสรณ์สถานสำหรับพิธีจาริกแสวงบุญ ซึ่งจากที่แห่งนี้สามารถมองเห็นภาพของภูเขาอารารัต (Mount Ararat) ที่ตามตำนานกล่าวว่าเป็นที่จอดของเรือโนอาห์สมัยน้ำท่วมโลกเมื่อ 7,000 ปีก่อนด้วย วิหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 5 เพื่อเป็นที่อยู่ของผู้นำทางคริสตศาสนาในอาร์เมเนีย จากที่นี่สามารถมองเห็นภูเขาไฟ Ararat ได้อย่างชัดเจน
     

  • มหาวิหารเอคมิอัดซิน (Echmiadzin Cathedral) ได้ชื่อว่าเป็น โบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของโลก ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ในปัจจุบันวิหารแห่งนี้ยังเป็นศูนย์กลางทางศาสนาของชาวอาร์เมเนียนและยังเป็นที่เก็บของ ปลายหอก ที่เชื่อกันว่า เป็นปลายหอกที่ใช้แทงพระเยซูในขณะที่ถูกตรึงกางเขน
     

  • อารามคอร์วิราพ (Khor Virap Monastery)  อนุสรณ์สถานสำหรับพิธีจาริกแสวงบุญ ซึ่งจากที่แห่งนี้สามารถมองเห็นภาพของภูเขาอารารัต (Mount Ararat) ที่ตามตำนานกล่าวว่าเป็นที่จอดของเรือโนอาห์สมัยน้ำท่วมโลกเมื่อ 7,000 ปีก่อนด้วย
     

  • หมู่บ้านอะเรนี (Areni Village) เป็นแหล่งผลิตไวน์แห่งแรกๆของโลก นอกจากนั้นตามพระคัมภีร์ไบเบิลยังได้กล่าวเมืองนี้ ว่าเรือโนอาห์ ที่ได้เก็บพันธุ์พืชทุกอย่างลงเรือ หลังจากที่ได้เกิดน้ำท่วมโลกเมื่อประมาณ 7,000 ปีก่อน และได้ลอยมาจอดตรงบริเวณเทือกเขาอารารัต (Mount Ararat) แห่งนี้

กำหนดการเดินทาง : 5 มิถุนายน – 10 มิถุนายน 2563 (6 วัน ลางาน 4)

จำนวนสมาชิก: 14 ท่าน (ออกเดินทางเมื่อมีสมาชิก 8 ท่านขึ้นไป)
ผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพ (Photo Specialist, PS): 2 ท่าน 
ผู้นำทริปท้องถิ่น (Local Tour Leader): 1 ท่าน
ผู้ขับรถท้องถิ่น (Local Driver): 1 ท่าน 

 

รายละเอียดเส้นทางการบินระหว่างประเทศ: สายการบิน Emirates 

ขาไป

เดินทางวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563 ด้วยเที่ยวบินที่ EK371 และ EK2206

EK371 >>> Suvarnabhumi Airport, Bangkok (BKK) –  Dubai International Airport, UAE (DXB) เวลา 02:25 – 05:35 น. (ระยะเวลาเดินทาง 6 ชั่วโมง 10 นาที) รอต่อเครื่อง 2 ชม. 25 นาที

EK2206 >>> Dubai International Airport, UAE (DXB) –  Zvartnots International Airport, Armenia (EVN) เวลา 08.00 – 11:10 น. (ระยะเวลาเดินทาง 3 ชม. 10 นาที) 

ถึงท่าอากาศยานนานาชาติซวาทนอทส์ ในช่วงสายของวันที่ 5 มิถุนายน 2563 เวลาท้องถิ่น 11:10 น. (รวมเวลาเดินทาง 11 ชม. 45 นาที)

ขากลับ

เดินทางวันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2563 ด้วยเที่ยวบินที่ EK2207 และ EK384

EK2207 >>> Zvartnots International Airport, Armenia (EVN) –  Dubai International Airport, UAE (DXB) เวลา 18.50 – 22.00 น. (ระยะเวลาเดินทาง 3 ชม. 10 นาที) รอต่อเครื่อง 4 ชม. 50 นาที

EK384 >>> Dubai International Airport, UAE (DXB) - Suvarnabhumi Airport, Bangkok (BKK) เวลา 02.50 – 12.30 น. ของวันรุ่งขึ้น (ระยะเวลาเดินทาง 6 ชม. 40 นาที)

ถึงสนามบินสุวรรณภูมิในเช้าวันพุธที่ 10 มิถุนายน 2563 เวลาท้องถิ่น 12.30 น.

***ออกตั๋วหลังจากได้รับยืนยันการออกทริป จากทางบริษัทฯเท่านั้น***

***บริการจัดการจองตั๋วเครื่องบิน โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม… รายละเอียดสามารถดูในหัวข้อ “ข้อมูลและลักษณะของทริปที่สำคัญ” ด้านล่าง***

รายละเอียดการเดินทาง:
 

วันที่ 1: <วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2563> Suvarnabhumi Airport, Bangkok ✈ Dubai International Airport, UAE ✈ Zvartnots International Airport, Armenia – Mother Armenia Monument - The Cascade - Northern Avenue - Republic Square - Ararat Brandy Factory – Vernissage - Yerevan 

ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิด้วยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK371 เวลาเครื่องออก 02:25 น. ระยะเวลาเดินทาง 6 ชม. 10 นาที และถึงสนามบิน Dubai International Airport, UAE เวลาท้องถิ่น 05:35 น. ของเดียวกัน ระยะเวลาต่อเครื่อง 2 ชั่วโมง 25 นาที

 

จากนั้นเดินทางกันต่อจากสนามบินนานาชาติดูไบ สหรัฐอาหรับอิมมิเรท ด้วยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK2206 (เที่ยวบินร่วม) ในเวลา 08.00 ระยะเวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง 10 นาที ถึงปลายทาง สนามบินนานาชาติซวาทนอทส์ กรุงเยเรวาน ประเทศอาร์เมเนีย ในเวลา 11.10 น. ของวันเดียวกัน รวมระยะเวลาเดินทาง 11 ชั่วโมง 45 นาที

 

หลังจากรับกระเป๋าจากสายพานและผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว เราจะนำท่านเดินทางสู่ตัวเมืองเยเรวาน (Yerevan) เพื่อเที่ยวชมสถานที่สำคัญในเมือง เช่น รูปปั้นพระแม่แห่งอาร์เมเนีย (Mother Armenia Monument) เดินเที่ยวชมรอบๆ  The Cascade สิ่งก่อสร้างอันเป็นแลนมาร์คของเมือง รวมถึงถนนทางตอนเหนือ (Northern Avenue) ที่เต็มไปด้วยอาคารที่พักสุดหรูหรา, จัตุรัสสาธารณะ (Republic Square) จากนั้นพาท่านไปต่อกันที่ โรงงานบรั่นดีอารารัต (Ararat Brandy Factory) เที่ยวชมตลาดอัญมนีกลางแจ้งแห่งเยเรวานที่ตลาดเวอร์นิสเซจ (Vernissage) ก่อนที่จะพาท่านรับประทานอาหารเย็นและเข้าสู่ที่พักเมือง เมืองเยเรวาน (Yerevan)


กรุงเยเรวาน (Yerevan) 

เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของอาร์เมเนีย ตั้งอยู่ที่หุบเขาอารารัต คุณสามารถมองเห็นภูเขาอารารัตที่มีหิมะปกคลุมอยู่บนยอดเขาตลอดทั้งปี ด้วยความสูงถึง 5,000 เมตรตั้งตระหง่านอยู่ในประเทศตุรกี ซึ่งในอดีตเป็นพื้นที่ของราชอาณาจักรอาร์เมเนียโบราณ (ซึ่งภูเขาอารารัตนี้ เชื่อกันว่าเป็นภูเขาที่เรือของโนอาห์มาติดค้างอยู่ หลังจากที่พระเจ้าบันดาลให้เกิดน้ำท่วมโลก ที่กล่าวไว้ในพระคัมภีร์ของคริสต์ศาสนา) จากเมืองหลวงแห่งนี้ นอกจากนี้คุณจะได้พบกับงานศิลปะมากมาย รวมไปถึงห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์หลากหลายแห่งซึ่งต่างก็ให้ข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์อันซับซ้อนของประเทศ ทางใต้ของเมืองหลวงคือช่องเขาของแม่น้ำโวโรแทน (Vorotan River Gorge) ซึ่งนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกพากันมาเยือนเพื่อขึ้นเคเบิลคาร์ที่ยาวที่สุดในโลกไปยังวิหารทาเทฟ โบสถ์อาร์เมเนียนที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อศตรวรรษที่เก้า
เรียกได้ว่าเป็นเมืองที่อนุรักษ์โบราณสถานอันเก่าแก่และผสมผสานความทันสมัยระหว่างตะวันออกและตะวันตกไว้อย่างลงตัว

 

รูปปั้นพระแม่แห่งอาร์เมเนีย (Mother Armenia Monument)

รูปปั้นพระแม่แห่งอาร์เมเนียสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานแห่งชัยชนะสำหรับสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วงสมัยสตาร์ลินของสหภาพโซเวียด โดยมีนาย Grigor Harutyunyan เลขาธิการคนแรกของคณะกรรมการกลางเป็นผู้เปิดรัวอนุสาวรีย์แห่งนี้ต่อประชาชนในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2493 โดยมีจิตรกรชื่อดังอย่าง Sergey Merkurov เป็นผู้ออกแบบและสร้างขึ้นมา โดยการออกแบบแท่นด้านล่างให้มีลักษณะคล้ายกับวิหาร 3 แห่งรวมกัน หากมองจากมุมเมืองเยเรวาน รูปปั้นพระแม่ฯ เปรียบดั่งผู้พิทักษ์ของเมือง ในทุกวันที่ 9 พฤษภาคมของทุกปี ชาวอาเมเนียหลายพันคนมักจะมาวางดอกไม้เพื่อรำลึกถึงผู้พลีชีพในสงครามโลกครั้งที่ 2

เดอะคาสเคด (The Cascade หรือ Yerevan Cascade)

อุทยานทางศิลปะขนาดยักษ์ สร้างเป็นบันไดขนาดมหึมา 572 ขั้น สูงกว่า 500 เมตร ลาดขึ้นไปบนไหล่เขากลางใจเมือง โดยมีการปล่อยน้ำให้ตกลงมาคล้ายน้ำตกจำลอง ด้านล่างสุดเป็นสวนหย่อมพร้อมด้วยรูปประติมากรรมลอยตัวสุดแสนน่ารัก อัดแน่นด้วยไอเดียสร้างสรรค์ ส่วนด้านบนมีลิฟต์ บันไดเลื่อนและบันได ให้เราเดินขึ้นไปสู่จุดสูงสุดของยอดเขา แล้วมองกลับลงมาชมตัวเมืองเยเรวานจากมุมสูงได้กว้างไกล ที่สำคัญคือในวันที่ฟ้าใสไร้เมฆหมอก จะเห็นยอดเขาอารารัตในตำนานเรือโนอาห์ ยืนตระหง่านเป็นแบ็กกราวน์ของเมืองอย่างสุดอลังการ

 

ถนนทางตอนเหนือ (Northern Avenue)

รู้จักกันอีกชื่อคือถนนคนเดินแห่งเยเรวาน เริ่มต้นก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2545 เปิดใช้งานในปี พ.ศ. 2550 ถนนคนเดินแห่งนี้ตั้งอยู่เขตเคนโตร เชื่อมถนน Abovyan และ Fredom Square เข้าด้วยกัน มีความยาว 450 เมตร มีความกว้าง 27 เมตร สองข้างทางประกอบด้วยอาคารพักสุดแสนหรูหราและสำนักงานพาณิชย์ ร้านแกแฟ รวมถึงไนต์คลับต่างๆ ถนนคนเดินแห่งนี้ได้รับการอุทิศให้เป็นจัตุรัสยุโรปเพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 70 ปีของการก่อตั้งสภายุโรปเมื่อเดือนมีนาคม ป๊พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา

 

จัตุรัสสาธารณะ (Republic Square)

จัตุรัสสำคัญเป็นที่รวมของอาคารเก่าแก่มากมาย ขึ้นชื่อเรื่องงานสถาปัตยกรรมศิลปะรัสเซียดั้งเดิม ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือวงเวียนที่เป็นรูปทรงรีและส่วนที่เป็นสี่เหลี่ยมคางหมูซึ่งจะมีสระน้ำที่เป็นน้ำพุเสียงเพลง จัตรัสแห่งนี้ถูกล้อมรอบไปด้วยอาคารหลักจำนวน 5 หลังที่สร้างขึ้นด้วยอิฐบล็อกสีชมพูและสีเหลืองในสไตล์นีโอคลาสิค โดยใช้ลวดลายที่เป็นเอกลักษณะของอาร์เมเนีย ซึ่งอาคารทั้ง 5 หลังประกอบไปด้วย ทำเนียบรัฐบาล, พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์, หอศิลป์แห่งชาติ, โรงแรมอาเมเนียแมริออท และกระทรวงการต่างประเทศและการขนส่ง ในช่วงแรกของการก่อสร้างจัตุรัสแห่งนี้ถูกตั้งชื่อว่า Lenin Square และจะมีรูปปั้นของ Vladimir Lenin ตั้งอยู่ตรงจัตุรัส ภายหลังของการล่มสลายของสหภาพโซเวียตรูปปั้นดังกล่าวก็ถูกถอนออกไปและเปลี่ยนชื่อเป็น Public Square ในปัจจุบัน

 

โรงงานผลิตบรั่นดีแห่งเยเรวาน (Yerevan brandy Factory)

รู้จักกันอีกชื่อคือ โรงงานผลิตบรั่นดียี่อารารัต (Ararat Brandy Factory) ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงงานผลิตบรั่นดีระดับแนวหน้าของโลก เปิดกิจการมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1887 และเป็นที่ชื่นชอบของบุคคลสำคัญทั่วโลก โดยเฉพาะอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ท่านหนึ่งคือ ธีโอดอร์ รูสเวลท์ ที่เคยกล่าวชื่นชมไว้ว่า “ถ้าจะดื่มบรั่นดี ก็ต้องเป็นของอาร์เมเนียเท่านั้น”

 

ตลาดกลางแจ้งเวอนิสเซจ (Vernissage)

ตลาดแห่งนี้เป็นตลาดที่จัดขึ้นในทุกสุดสัปดาห์ ซึ่งเป็นตลาดกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของเยเรวาน ชื่อของตลาด Vernissage มาจากคำว่าระยิบระยับหรือเงางาม ตลาดแห่งนี้สร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1980 โดยช่วงแรกตั้งอยู่ใกล้กับสหภาพศิลปินของอาร์เมเนีย มีลักษณะเป็นสถานที่แสดงงานศิลปะและจำหน่ายสินค้าของเหล่าศิลปินท่านต่างๆ ซึ่งภายหลังเริ่มมีศิลปินมาแสดงผลงานกันอย่างแพร่หลายขึ้นเรื่อยๆ ภายหลังตลาดเวอนิสเซจถูกย้ายไปที่สวน Martiros Saryan ตั้งอยู่หน้าโรงละครโอเปร่า นานวันมีศิลปินมาแสดงผลงานมากขึ้น ตลาดจึงได้ขยายออกไปเรื่อยๆ และในที่สุดตลาดแห่งนี้ก็ได้ถูกย้ายอีกครั้งไปที่บริเวณถนน Aram และ Buzand โดยเริ่มต้นที่สถานีรถไฟใต้ดินสาธารณะและสิ้นสุดที่รูปปั้นVardan Mamikonyan รวมระยะทาง 350 เมตร

วันที่ 2: <วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2563> Yeravan – Geghard Monastery – Garni Pagan Temple – Garni Village - Garni Gorge - Teghenis - Tsaghkadzor

หลังจากรับประทานอาหารเช้ากันเรียบร้อยแล้วขอให้ท่านจัดเก็บสัมภาระและของใช้ส่วนตัว เราจะทำการเช็คเอาท์ออกจากโรงแรมและไปยัง วิหารเกกฮาร์ด (Geghard) ที่สร้างขึ้นจากการสกัดหินจากถ้ำ หลังจากนั้นเราจะพาท่านไปต่อกันที่ วิหารการ์นี (Garni Pagan Temple) ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่มีสภาพสมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่ง ในช่วงเที่ยงเรามีความยินดีพาท่านลองลิ้มรสอาหารท้องถิ่นและดูขั้นตอนการผลิตขนมปัง “Lavash” กันที่ หมู่บ้านการ์นี่ (Garni Village)

 

หลังจากอิ่มท้องกันแล้ว เราจะไปขยับร่างกายกันซักนิดด้วยการเปลี่ยนไปนั่งรถ 4WD พาท่านสู่ก้นบึ้งของแนว ช่องเขาการ์นี่ (Garni Gorge) ที่นี่ท่านจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับแนวหน้าผาของหินบะซอลท์ที่ถูกน้ำกัดเซาะมานับพันปี ทำให้เกิดแนวหินลักษณะเหมือนเสากรีกโบราณหรือวงดนตรีซิมโฟนี่ จึงได้รับการเรียกขานว่า “Symphony of the Stones” หลังจากนั้นเราจะพาท่านลัดเลาะตามแนวภูเขาเพื่อเข้าสู่เมืองซากาดซอร์(Tsaghkadzor) ขึ้นกระเช้าชมทิวทัศน์แบบ 360 องศากันที่ ภูเขาทิคเฮนิส (Teghenis)

 

หลังจากที่ทุกท่านได้เที่ยวชมสถานที่สำคัญอย่างจุใจแล้ว เราจะพาท่านร่วมรับประทานอาหารกันในช่วงเย็นและเข้าสู่ที่พัก โดยวันนี้เราจะพักกันที่ เมืองซากาดซอร์ (Tsaghkadzor)
 

วิหารเกกฮาร์ด (Geghard Monastery)

อารามแห่งนี้เป็นอารามในยุคกลาง สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 4 และสร้างเสร็จสิ้นในช่วงศตวรรษที่ 13 คำว่า Geghard มีความหมายว่า “หอก” ที่นี่มีตำนานเล่าว่าหอกที่ใช้แทงพระเยซูได้ถูกนำมาเก็บไว้ที่นี่ ตัวอารามบางส่วนจะถูกแกะสลักลงในเนื้อหินเพื่อบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ เอาไว้ ในช่วงแรกของการสร้าง อารามแห่งนี้ถูกเรียกกว่า Ayrivank หรืออารามในถ้ำ เนื่องจากอารามแห่งนี้ได้สร้างกินพื้นที่ในถ้ำเข้าไป และได้มีการสกัดนำหินออกมาเพื่อต่อเติมให้เสร็จสมบูรณ์ โดยมีวัตถุประสงค์การสร้างเพื่อแสดงออกถึงการยอมรับศาสนาคริสต์ในอาร์เมเนีย 

 

วิหารการ์นี (Garni Pagan Temple) 

อดีตพระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์อาร์เมเนีย สร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมแบบกรีก เคยถูกชาวอาหรับทำลาย และสร้างขึ้นใหม่ในศตวรรษที่ 10ต่อมาถูกทำลายอีกจากการรุกรานของชาวเติร์ก จากนั้นก็เกิดเหตุแผ่นดินไหวในปี 1679 และเพิ่งได้รับการบูรณะในยุคโซเวียตเมื่อปี 1974 นี้เอง โดยเราสามารถเห็นความแตกต่างระหว่างหินก้อนใหม่ที่ไม่มีการแกะสลักกับหินโบราณที่มีการแกะสลักไว้อย่างสวยงาม ซึ่งถึงแม้ว่าวิหารแห่งนี้จะถูกสร้างแบบกรีก แต่ลวดลายบนตัวอาคารกลับเป็นศิลปะแบบอาร์เมเนียน ที่ไม่สามารถเห็นได้ในวิหารกรีกทั่วไป

ช่องเขาการ์นี่  (Garni Gorge) 
เป็นช่องเชาในหมู่บ้านการ์นี่  เป็นหุบที่มีหินลักษณะเป็นแท่งๆ ยื่นออกมาจากหน้าผาจำนวนมาก เกิดจากการกัดเซาะของน้ำจนทำให้เกิดเป็นลำธาร ราวกับว่ามีคนนำหินเหล่านี้มาวางเรียงกันไว้ แต่สิ่งที่เห็นล้วนเกิดขึ้นจากธรรมชาติ ที่สร้างขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ หินทุกชิ้นเรียงตัวแทรกกันตลอดสองข้างทาง และมีลักษณ์ในการจัดเรียงที่แตกต่างกันออกไป บางจุดมีลักษณะคล้ายกับแท่งออร์เกนในโบสถ์ จนได้รับฉายาว่าเป็น Symphony of rock บวกกับภูมิประเทศที่สวยงามทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นที่ที่นักท่องเที่ยวหลายคนต้องการจะไปสัมผัสกับความอัศจรรย์แห่งนี้

 

ภูเขาทิคเฮนิส (Teghenis)

ตั้งอยู่ในพรมแดนระหว่างจังหวัด Aragatsotn และ Kotayk ภูเขาแห่งนี้เดิมเป็นภูเขาไฟที่ดับลงแล้ว ในเขตเทือกเขา Tsaghkunyats มีความยาวถึง 42 กิโลเมตร ทอดตัวอยู่ระหว่างเทือกเขา Pambak และแม่น้ำ Hrazdan มียอดเขาสูงที่สุดที่ 2,851 เมตร ด้านบนภูเขาทิคเฮนิสมีรีสอร์ทและสปามากมาย ซึ่งในฤดูหนาวรีสอร์ทแห่งนี้เป็นที่นิยมของหมู่คนที่นิยมเล่นสกีเป็นงานอดิเรก เนื่องจากมีลานสกีที่ลาดยาวเหมาะสมกับการเล่นกีฬาชนิดนี้ ส่วนด้านข้างของภูเขาประกอบไปด้วยทุ่งหญ้า ต้นโอ๊ก พุ่มไม้เตี้ยและดอกไม้นานาพรรณ 

 

เมืองซากาดซอร์ (Tsaghkadzor)

เมืองซากาดซอร์ขึ้นชื่อเรื่องการทำสปา ถือได้ว่าเป็นรีสอร์ทเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งในอาร์เมเนีย ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองเยเรวาน เขตจังหวัด Kotayk บนความสูง 1,841 เมตรจากระดับน้ำทะเล เมืองนี้มีประชากรประมาณ 900 คน (การสำรวจในปี ค.ศ. 2016) และคาดการณ์ว่าจะลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากความต้องการที่จะไปทำงานในสถานที่ใกล้กับความเจริญของผู้คนยุคใหม่ คำว่า Tsaghkadzorในภาษาอาร์เมเนียหมายถึง หุบเขาแห่งดอกไม้ในภาษาอาร์เมเนีย เนื่องจากหุบเขาแห่งนี้ประกอบด้วยทุ่งหญ้าแบบอัลไพน์ (ทุ่งหญ้าที่เกิดขึ้นบนที่สูงบริเวณที่มีอากาศหนาวเย็น) ซึ่งตั้งขึ้นมาให้ชื่อมีความสอดคล้องกับภูเขา Tsaghkunyats นั่นเอง

วันที่ 3: <วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2563> Tsaghkadzor – Sevanavank - Lake Sevan –  Selim Pass - Jermuk Waterfall - Jermuk  

หลังจากรับประทานอาหารช่วงเช้าเรียบร้อยแล้ว เราจะพร้อมเดินทางกันในเวลา 09.30 น. เพื่อไปเยี่ยมชมวิหารเซวานนาแว๊งค์ (Sevanavank) ตั้งอยู่บนแหลมที่ยื่นไปในทะเลสาบ อันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของอาร์เมเนีย หลังจากนั้นเราจะพาท่านเดินทางสู่เมืองเยอร์มุค (Jermuk) เมืองแห่งสปาซึ่งเต็มไปด้วยน้ำแร่ธรรมชาติและน้ำพุร้อนมากมาย ผ่านเส้นทาง เซลิมพาส (Selim Pass) เมื่อถึงเมืองเจอร์มุคแล้วต้องไม่พลาดที่จะเที่ยวชม น้ำตกเยอร์มุค (Jermuk Waterfall) แสนร่มรื่นตามตำนานเส้นผมของนางเงือก

 

หลังจากนั้นในช่วงเย็น พาท่านเข้าสู่ที่พัก รับประทานอาหารเย็น วันนี้เราจะพักกันที่เมืองเยอร์มุค (Jermuk) ครับ

 

อารามเซวาน (Sevan Monastery) หรือ เซวานาแว๊งค์ (Sevanavank)

ซึ่งคำว่า แว๊งค์ เป็นภาษาอาร์เมเนีย มีความหมายว่า โบสถ์วิหาร สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณแหลมที่อยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของฝั่งทะเบสาบเซวานถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 874 โดย เจ้าหญิงมาเรียม ซึ่งอยู่ในช่วงของการต่อสู้กับพวกอาหรับที่ปกครองดินแดนแห่งนี้

 

เมืองเยอร์มุค (Jermuk)

หนึ่งในเมืองที่เป็นจุดหมายปลายทางเชิงการแพทย์ เนื่องจากเป็นเมืองที่มีการทำสปาเพื่อสุขภาพ มีบ่อน้ำพุร้อนและบ่อน้ำแร่เป็นจำนวนมาก ความโดดเด่นคืออากาศที่บริสุทธิ์และน้ำตกที่สวยงาม รวมถึงเส้นทางสำรวจธรรมชาติรอบสระน้ำแร่ เมืองนี้ได้รับการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางทางการท่องเที่ยวและการบริการสุขภาพที่ทันสมัยของภูมิภาค ทั้งนี้เมืองเยอร์มุคยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสนามแข่งหมากรุกระดับนานาชาติอีกด้วย จากการสำรวจสำมะโนประชากรในปี พ.ศ. 2559 เมืองเยอร์มุคมีประชากรราว 3,400 คน คำว่า Jermuk หรือ Jermook มีความหมายว่า “น้ำพุร้อน” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเมืองนั่นเอง

 

เซลิมพาส (Selim Pass)

รู้จักกันในอีกชื่อว่า Verdenyats Pass เป็นเส้นทางผ่านภูเขาบนความสูง 2,410 เมตรจากระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่ในจังหวัด Vayots Dzor ซึ่งเส้นทางนี้จะพาท่านสู่ภูเขา Vardenis และทะเลสาบเซวานได้ (Saven Lake) ถนนแสนขี้อายเส้นนี้ซ่อนอยู่ในหุบเขาที่มีทิวทัศน์อันน่าทึ่ง คุณจะได้เห็นทางโค้งที่เลี้ยวลดไปตามแนวของภูเขาซึ่งมีความยาวหลายไมล์ บนเส้นทางนี้ค่อนข้างอันตรายเนื่องจากมีสภาพอากาศที่รุนแรงและแปรปรวนได้ง่ายตามฤดูกาล เช่น มีพายุหิมะในหน้าหนาว ลมแรงในช่วงมรสุม หมอกหนาและทัศนวิสัยแย่ในช่วงความกดอากาศต่ำ และมีน้ำแข็งในบางช่วง ผู้ที่ขับขี่ถนนเส้นนี้จำเป็นต้องมีประสบการณ์และความคุ้นชินพื้นที่ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

 

น้ำตกเยอร์มุค (Jermuk Waterfall)

น้ำตกที่มีลักษณะพิเศษแห่งนี้ตั้งอยู่ในกลางภูเขา ซึ่งมีความสูง 2,080 เมตรจากระดับน้ำทะเล ในจังหวัด Vayots Dzor ตัวน้ำตกเองมีความสูงประมาณ 72 เมตร ลักษณะของน้ำในน้ำตกเป็นเส้นสีขาวสลวยราวกับเส้นผมของนางเงือก ซึ่งมวลน้ำจะไหลลงไปสูงแม่น้ำ Arpa ซึ่งหล่อเลี้ยงคนในภูมิภาคนี้ น้ำตกแห่งนี้มีตำนานว่าด้านบนมีปราสาทของขุนนางชาวอาร์เมเนียตั้งอยู่ เขามีลูกสาวที่หน้าตาสะสวยเป็นที่ดึงดูดและมัดใจชายที่พบเห็น เธอปฏิเสธชายทุกคนที่ขอเธอแต่งงานเพราะจิตใจเธอนั้นได้ตกเป็นของลูกชายของคนเลี้ยงแกะนั่นเอง ทุกวันหลังเที่ยงคืนหญิงสาวจะโยนเชือกยาวออกจากหน้าต่างเพื่อให้คนรักของเธอปีนเข้ามาหา ขุนนางเมื่อทราบเรื่องจึงโกรธลูกสาวของตนมากจึงได้ทำการสาปแช่งลูกสาวว่า “หากลูกสาวของตนได้แอบนัดพบกับลูกชายคนเลี้ยงแกะอีก ขอให้เธอกลายเป็นนางเงือกและต้องอาศัยอยู่ในน้ำตกแห่งนี้ไปตลอดกาล” ทว่าลูกสาวไม่เกรงกลัวต่อคำสาบเธอได้โยนเส้นผมลงในน้ำตกแทนที่จะเป็นเชือกและสุดท้ายเธอจึงกลายเป็นเงือกตามคำสาบ จึงเป็นที่มาของการที่น้ำในน้ำตกไหลเป็นสายเหมือนเส้นผมนั่นเอง

วันที่ 4: <วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2563> Jermuk – Noravank Monastery Complex – Areni Village - Khor Virap Monastery - Shuka Market - Republic Square - Yerevan

หลังจากที่เรารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมเรียบร้อยแล้ว ขอให้ทุกท่านเก็บสัมภาระและกระเป๋าเดินทางของท่านให้เรียบร้อย เราจะพาท่านเดินทางสู่จังหวัดวายอทส์ซอร์ (Vayots Dzor) สถานที่ที่เป็นต้นกำเนิดการผลิตไวน์ โดยเริ่มต้นที่หมู่วิหารโนราแว๊งค์ (Noravank Monastery Complex), ลิ้มรสไวน์ขึ้นชื่อและหอมหวานที่หมู่บ้านอะเรนี่ (Areni Village) หลังจากนั้นเดินทางไปเยี่ยมชมวิหารคอร์วิราพ (Khor Virap Monastery) วิหารยุคโบราณที่มองเห็นภาพของภูเขาอารารัต (Mt. Ararat) อยู่เบื้องหลัง 

 

เมื่อเที่ยวชมเรียบร้อยแล้วเราจะพาท่านกลับสู่กรุงเยเรวาน (Yerevan) เพื่อเดินเลือกซื้อสินค้าที่ตลาดกลาง (Shuka Market) ที่ได้รับการตกแต่งตามแบบศิลปะของอาร์เมเนียน ในช่วงค้ำเราจะพาท่านเยี่ยมชมจัตุรัสกลาง (Republic Square) และน้ำพุเสียงเพลง (Singing and Dancing Fountains Show) ที่น้ำพุจะถูกพ่นออกมาตามจังหวะของเสียงเพลง หลังจากถ่ายภาพอย่างจุใจแล้ว พาท่านรับประทานอาหารเย็นและเข้าสู่ที่พัก โดยวันนี้เราจะพักกันที่ เมืองเยเรวาน (Yerevan)

 

หมู่อารามโนราแวงค์ (Noravank Monastery Complex)

โนราแวงค์ (Noravank) ในภาษาอาร์เมเนียมีความหมายว่า “อารามแห่งใหม่” สร้างขึ้นโดยบิชอพฮอฟฮานส์ ราวศตวรรษที่ 13 โดยในบริเวณ หมู่อารามโนราแวงค์ (Noravank Monastery Complex) ประกอบด้วยโบสถ์นักบุญคาราเพ็ต ที่ฝังพระศพของเจ้าชายสมาบัต โบสถ์นักบุญกริกอร์ ที่มีห้องโถงโค้งอันสวยงาม และโบสถ์นักบุญอัสต์วาตซัตซิน (โบสถ์พระแม่มารี) ซึ่งเป็นโบสถ์ที่โด่งดัง เพราะเป็นโบสถ์สองชั้น ที่มีทางเดินขึ้นเป็นบันไดแคบๆ ยื่นออกมาด้านนอกอาคาร

 

หมู่บ้านอะเรนี (Areni Village)

ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของอาร์เมเนีย เป็นแหล่งผลิตไวน์แห่งแรกๆ ของโลก โดยมีการค้นพบเครื่องมือและเซลล์ของต้นพืชที่นำมาผลิตไวน์ถูกทิ้งเอาไว้ภายในถ้ำต่างๆ ที่อยู่ใกล้กับหมู่บ้านอะเรนี  นอกจากนั้นตามพระคัมภีร์ไบเบิลยังได้กล่าวถึงเรื่องของเรือโนอาห์ ที่ได้เก็บพันธุ์พืชทุกอย่างลงเรือ หลังจากที่ได้เกิดน้ำท่วมโลกเมื่อประมาณ 7,000 ปีก่อน และได้ลอยมาจอดตรงบริเวณเทือกเขาอารารัต และหลังจากน้ำได้แห้งลงก็ได้มีการนำเอาพันธุ์พืชต่างๆ ไปเลือกปลูกตามพื้นที่ที่เหมาะสม เช่น ที่หมู่บ้านอะเรนีแห่งนี้ ที่มีประวัติการทำเหล้าไวน์มานานกว่า 6,000 ปี

 

วิหารคอร์วิราพ (Khor Virap Monastery)

อนุสรณ์สถานสำหรับพิธีจาริกแสวงบุญ ซึ่งจากที่แห่งนี้สามารถมองเห็นภาพของภูเขาอารารัต (Mount Ararat) ที่ตามตำนานกล่าวว่าเป็นที่จอดของเรือโนอาห์สมัยน้ำท่วมโลกเมื่อ 7,000 ปีก่อนด้วย วิหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 5 เพื่อเป็นที่อยู่ของผู้นำทางคริสต์ศาสนาในอาร์เมเนีย จากที่นี่สามารถมองเห็นภูเขาไฟ Ararat ได้อย่างชัดเจน

 

ตลาดกลาง  (Shuka Market /Gumi Shuka)

ตลาดใต้หลังคาทรงโครงขนาดใหญ่ ที่นี่นอกจากจะเป็นตลาดสดจำพวกอาหารและของฝากแล้ว เรายังจะได้ยินเสียงดนตรีคลอเบาๆ ตลอดการเดินเลือกซื้อสินค้าอีกด้วย ราคาผลไม้ในตลาดนี้มีราคาที่ถูกมาก ช่วงฤดูร้อนของอาร์เมเนียมีผลไม้ออกมาให้ชิมหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นแอปริคอต แอปเปิล เชอร์รี ลูกแพร์ ลูกพลัม ลูกพีช ฯลฯ ทั้งสด ทั้งหอมและสดชื่น ทั้งสีสวย และผลมีขนาดใหญ่ ว่ากันว่าแอปริคอตของอาร์เมเนียอร่อยที่สุดในโลก สามารถเลือกซื้อได้จากตลาดแห่งนี้ครับ

วันที่ 5: <วันอังคารที่ 9 มิถุนายน 2563> Yerevan – Echmiadzin – Echmiadzin Cathedral – Zvartnots Temple -  Zvartnots International Airport, Armenia ✈ Dubai International Airport, UAE

สำหรับวันนี้เป็นวันที่เราต้องเตรียมตัวเดินทางกลับ ขอให้ทุกท่านเตรียมแพคกระเป๋าและจัดเตรียมสิ่งของให้เรียบร้อย ในช่วงเช้าเรามีความยินดีพาท่านสู่มัสยิด Yerevan Blue Mosque เพื่อบันทึกภาพมัสยิดเก่าแก่แห่งหนึ่งในศตวรรษที่ 18 จากนั้นในช่วงสายพาท่านสู่เมือง Echmiadzin อดีตเมืองที่เต็มไปด้วยความศรัทธาของชาวอาเมเนียน ชมความสวยงามของวิหารเอคมิแอดซิน (Echmiadzin Cathedral) และวิหารซวาทนอท (Zvartnots Temple) วิหารที่เคยสวยที่สุดในอดีต

หลังจากนั้นเราจะเดินทางไปที่สนามบิน Zvartnots International Airport เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย ด้วยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK2207 ออกเดินทางเวลา 18.50 น. ระยะเวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง 10 นาท เดินทางถึงท่าอากาศยาน Dubai International Airport ประเทศสหรัฐอาหรับอิมมิเรท ในเวลา 22.00 น. ระยะเวลาต่อเครื่อง 4 ชั่วโมง 50 นาที

 

มัสยิดสีน้ำเงินแห่งเยเรวาน (Yerevan Blue Mosque)

มัสยิดแห่งกรุงเยเรวาน สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 18 ถูกยย่องให้เป็นสิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ของอาเมเนีย สร้างตามสถาปัตยกรรมของอิหร่านและถือเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในจำนวนมัสยิดทั้งสิ้น 8 แห่งภายในเมืองในช่วงศตวรรษที่ 19 ซึ่งในปัจจุบันกรุงเยเรวานหลงเหลือมัสยิดสีน้ำเงินแห่งนี้เพียงแห่งเดียว ภายหลังที่อาร์เมเนียได้รับเอกราชจากสหภาพโซเวียต รัฐบาลอิหร่านได้เข้ามาบูรณะและแแต่งตั้งให้มัสยิดกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งเยเรวานรวมถึงสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนามานานกว่า 50 ปี และยังมีการใช้งานอยู่ในปัจจุบัน

 

เมืองเอคมิอัดซิน  (Echmiadzin)

เมือง Echmiadzin มีอีกชื่อว่า Vagharshapat เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ในอาร์เมเนียเป็นชุมชนที่มีคนอาศัยมากที่สุดของจังหวัด Armavir ทางทิศเหนือของเมืองนี้ติดกับชายแดนของประเทศตุรกี เมืองนี้เป็นที่รู้จักในฐานะที่ตั้งของวิหาร Echmiadzin ซึ่งเป็นศูนย์กลางความเชื่อถือทางคริสตศาสตร์และการเผยแพร่คริสต์ศาสนาในอาร์เมเนีย ชาวอาร์เมเนียชื่อว่าเมืองนี้เป็นเมืองศักดิสิทธิ์ จนยกย่องเมืองนี้ว่า “Spiritual Capital” หรือเมืองแห่งจิตวิญญาณ

 

มหาวิหารซวาทนอท (Zvartnots Temple)

วิหารซวาทนอทหรือที่รู้จักอีกชื่อคือ Zvartnots Ruins วิหารโบราณสุดอัศจรรย์ เป็นซากวิหารนอกเมือง Yerevan เมืองหลวงของ Armenia ห่างจากตัวเมืองไปราว 20 กิโลเมตร ที่นี่เป็นโบราณสถานที่มีชื่อมากของอาร์เมเนีย มีอายุมากกว่า 1400 ปีมาแล้ว ปัจจุบันแม้จะคงเหลือสภาพเป็นซากบางส่วน แต่ก็ยังสวยงามและผุพังไปตามกาลเวลา แถมสถานที่ตั้งก็ยังพอดิบพอดีกับทิศที่มองไปทางเทิอกเขา ARARAT ด้วย ทำให้ถ่ายภาพออกมาน่าอัศจรรย์มาก หัวเสาต่างๆ ที่เห็นสมบูรณ์นั้นนั้นรับการบูรณะขึ้นมาใหม่ให้คล้ายกับของเดิมมากที่สุด ทั้งนี้ Zvartnots Ruins ได้รับการตีทะเบียนเป็นมรดกโลกของ UNESCO ในปี 2000

 

มหาวิหารเอคมิอัดซิน   (Echmiatsin Cathedral & Museum)

มหาวิหารเอคมิอัดซิน แต่เดิมนั้นเป็นที่รู้จักกันในนาม โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งพระแม่เจ้า (Holy Mother of God Church) สร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 4 และได้ชื่อว่าเป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของโลก โดยตั้งอยู่ในเมืองเอคมิอัดซิน (Echmiadzin) เมืองสำคัญทางด้านศาสนาของชาวอาร์เมเนียน และยังนับได้ว่าเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ สร้างขึ้นโดยนักบุญเกรกอรี่ในปี 303 ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของผู้นับถือศาสนาคริสต์นิกายอาร์เมเนียอโพสโตลิก (Apostolic Christian) จากทั่วโลก

วันที่ 6: <วันพุธที่ 10 มิถุนายน 2563> Dubai International Airport, UAE ✈ Suvarnabhumi Airport, Bangkok   

ออกเดินทางกันต่อด้วยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK384 เวลาเครื่องออก 02.50 น. ระยะเวลาเดินทาง 6 ชั่วโมง 40 นาที เดินทางถึงประเทศไทย ณ สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ เวลาท้องถิ่น 12.30 น. ในวันพฤหัสบดี ที่ 10 มิถุนายน 2563 รวมระยะเวลาเดินทางทั้งสิ้น 14 ชั่วโมง 40 นาที

รายละเอียดค่าบริการ และ การชำระเงิน

อัตราค่าบริการ: 39,000 บาท/ท่าน (สามารถแบ่งชำระได้ 3 งวด)
พิเศษ!!! สำหรับลูกค้าเก่า Foto Journey ราคาเพียง 35,900 บาท/ท่าน

***ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินเท่านั้น***

***ไม่ต้องทำวีซ่า***

 

เงื่อนไขการจองและการชำระเงิน:

ณ วันที่จอง : ชำระมัดจำงวดแรก 10,000 บาท

ภายในวันที่ 20 มีนาคม 2563 : ชำระมัดจำงวดที่สอง 20,000 บาท

ภายในวันที่ 20 เมษายน 2563 : ชำระมัดส่วนที่เหลือทั้งหมด

***โดยบริษัทถือลำดับการชำระเงิน เป็นสำคัญ ในการยืนยันสิทธิ์การเดินทาง สำหรับลูกค้าที่เดินทางท่านเดียว ทางบริษัทจะจัดหารูมเมทให้โดยไม่จำเป็นต้องชำระค่าใช้จ่ายสำหรับพักเดี่ยวแต่อย่างใด***

 

ค่าบริการนี้รวม:

- ค่าที่พักโรงแรม มาตราฐาน 4 และ 5 ดาวตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่)

- ค่าอาหารทุกมื้อ

- ค่าเข้าเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆที่ระบุไว้ในโปรแกรม
- ค่าตั๋ว Cable Car ที่ Tsakhkadzor
- บริการรถจี๊ป 4x4 ไปยัง Garni Gorge 
- ค่ายานพาหนะโดยรถบัส A/C, น้ำมัน, ที่จอดรถ, ทางด่วนและอื่นๆ ที่ใช้ในการเดินทาง

- บริการถ่ายภาพและสอนการถ่ายภาพตลอดการเดินทาง

- ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุ วงเงินรวมสูงสุด 2,000,000 บาท เงื่อนไขตามรายละเอียดในกรมธรรม์

ค่าบริการนี้ไม่รวม:

- ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ
- ค่าทิป คนขับรถท้องถิ่น (Local Driver) และ ผู้นำทริปท้องถิ่น (Local Tour Leader)
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ นอกเหนือรายการ เช่น ค่าเครื่องดื่ม มินิบาร์ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด เป็นต้น

- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดการณ์

การชำระเงินค่าเดินทาง :
สามารถโอนเงินเข้าบัญชี
ธ.กสิกรไทย    เลขที่บัญชี 037-2-57628-6 หรือ

ธ.ไทยพาณิชย์  เลขที่บัญชี 408-825346-9 


ชื่อบัญชี บริษัท โฟโต้ เจอร์นี่ จำกัด
หลังจากโอนเงินแล้ว กรุณาส่งใบโอนเงินไปที่ 

Line@: @FotoJourney หรือ

คลิก! Line : https://line.me/R/ti/p/%40fotojourney หรือ 

Inbox Facebook: FotoJourneyTH 

 

ข้อมูลและลักษณะของทริปที่สำคัญ

ทริปนี้มีลักษณะเป็น Photo Trip จะเน้นถ่ายรูปแสงเช้า แสงเย็น เป็นหลัก ดังนั้น แผนเดินทางอาจจะมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อให้ทุกท่านได้ถ่ายภาพตามให้มากที่สุด
บริการจัดการจองตั๋วเครื่องบิน

กรณีให้ Foto Journey (FJ) ออกบัตรโดยสาร จะเป็นการจองที่นั่งบัตรโดยสารผ่านระบบ GDS ( Global Distribution System ) มีระยะเวลาในการออกบัตรโดยสาร (โอนเงินค่าตั๋วฯ) ภายใน 48-72 ชั่วโมง 

ซึ่งต่างจากราคาบนหน้าเว็ปไซด์ ที่เป็น Real Time Rate ที่ขึ้น-ลง ตามสายการบิน 

โดยรับบริการจองตั๋วเครื่องบิน ตั้งแต่วันที่ทริปนั้นยืนยันการออกเดินทาง จนถึง 30 วันก่อนกำหนดวันเดินทางในทริปนั้นๆ

ข้อมูลที่จำเป็น ในการสำรองที่นั่ง ผ่านระบบ GDS  

1.ชื่อ - นามสกุล ตามหน้าหนังสือเดินทาง

2.Frequent Flyer Number หรือบัตรสะสมไมล์ 

3.ระบุที่ั่นั่งที่ต้องการ เช่น ริมทางเดิน ริมหน้าต่าง อาจมีค่าใช่จ่ายเพิ่มขึ้นตามเงื่อนไขของสายการบิน 

4.หลังจากสำรองที่นั่งแล้ว ทาง Foto Journey (FJ) จะแจ้งราคาบัตรโดยสารที่ไม่มีธรรมเนียมค่าบริการ

5.สมาชิกโอนเพื่อออกบัตรโดยสารภายในวันเวลาที่กำหนด เพื่อป้องกัน ฺBooking จะ Auto Cut 

6.กรณีโอนเงินไม่ทันตามกำหนด และมีการสำรองที่นั่งใหม่ อาจมีราคาที่เท่าเดิม หรือ สูงขึ้นกว่าเดิม ขึ้นอยู่กับสถานะของที่นั่งในช่วงเวลานั้น ๆ

 

เงื่อนไขการยกเลิกทริป

กรณีที่ลูกค้าไม่สะดวกเดินทางและมีความจำเป็นต้องยกเลิกการเดินทาง และมีการยกเลิกการเดินทาง

ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 90 วัน หัก 18,000 บาท

ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 45-90 วัน หัก 25,000บาท

ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 15-45 วัน หัก 30,000 บาท

ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 15วัน ไม่สามารถคืนเงินได้ยกเว้นเงินรีฟันด์ตั๋วเครื่องบินให้ลูกค้าตามเงื่อนไขของสายการบินนั้นๆ

หมายเหตุ : ในกรณีที่ค่าทริปรวมตั๋วเครื่องบิน บริษัทจะทำการคืนเงินรีฟันด์ตั๋วเครื่องบินให้ลูกค้าตามเงื่อนไขของสายการบินนั้นๆ

การยกเลิกทริปเนื่องจากลูกค้ายื่นวีซ่าไม่ผ่านหลังจากชำระมัดจำทริปแล้ว

ให้ใช้เงื่อนไขเดียวกับการยกเลิกทริปโดยลูกค้า แนะนำให้ลูกค้าหลังจากจองทริปไปแล้วควรไปขอวีซ่าแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะเมื่อเกิดปัญหาเรื่องวีซ่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ง่ายกว่าการขอวีซ่าแบบกระชั้นชิด

 

ความรับผิดชอบ และ เงื่อนไขอื่นๆ

ในกรณีที่ทริปต้องถูกยกเลิกการเดินทาง ด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ เช่น เกิดการก่อการร้าย เกิดความไม่สงบ เกิดการประท้วง เกิดจากภัยธรรมชาติทำให้ไม่สามารถเดินทางได้ หรือเหตุอื่นๆที่ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย โดยถือว่าการตัดสินใจยกเลิกการเดินทางเป็นสิทธิ์ขาดของทางบริษัท ทางบริษัทยินดีที่จะคืนค่าทริปที่ลูกค้าจ่ายมาทั้งหมด ยกเว้นค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก หรืออื่นๆที่มีการดำเนินการชำระเงินไปแล้ว

บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ที่เกิดจากความล่าช้าของสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง การปฏิเสธการเข้าเมือง การโดนกักตัว หรือถูกส่งตัวกลับ ความเสียหายหรือสูญหายของกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าใบเล็ก หรือของมีค่าส่วนตัวของท่านระหว่างการเดินทาง โดยสิทธิประโยชน์ของท่านจะได้รับตามกรมธรรม์ประกันการเดินทางที่ระบุความรับผิดชอบไว้เท่านั้น ทั้งนี้ บริษัทฯ จะยืดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสําคัญ แต่ไม่สามารถคืนเงินค่าทริปให้ท่านได้

และหากเกิดเหตุสุดวิสัยดังต่อไปนี้ ทางบริษัทไม่อาจรับผิดชอบต่อความเสียหายต่างๆ ที่อยู่เหนือการควบคุมของเจ้าหน้าที่บริษัทฯ อาทิ

o การนัดหยุดงาน การจลาจล เปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาในตารางบิน ภัยธรรมชาติ ฯลฯ หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้น ทั้งทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ฯลฯ

o การตอบปฏิเสธการเข้าและออกเมืองของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าหรือออกเมือง อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฏหมาย หรือเอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง หรือการถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ

o  การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากสายการบินเช่น การยกเลิกเที่ยวบิน / เครื่องดีเลย์ / กระเป๋าสัมภาระมาไม่ครบ / การขึ้นราคาค่าตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น

o บริษัทฯ มีสิทธ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้

o หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวจะสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์และจะไม่รับผิดชอบค่าบริการที่ ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น

o บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการห้ามออกนอกประเทศ หรือ ห้ามเข้าประเทศ อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่น

o กรณีเกิดความผิดพลาดจากตัวแทน หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนมีการยกเลิก ล่าช้า เปลี่ยนแปลง การบริการจาก สายการบิน บริษัทขนส่ง หรือ หน่วยงานที่ให้บริการ บริษัทฯ จะดำเนินโดยสุดความสามารถที่จะจัดบริการทัวร์อื่น ทดแทนให้ แต่จะไม่คืนเงินให้ สำหรับค่าบริการนั้นๆ

o มัคคุเทศก์ พนักงาน และตัวแทนของบริษัท ฯ ไม่มีสิทธิ์ในการให้คำสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นแทนบริษัทฯ นอกจากมีเอกสาร ลงนามโดยผู้มีอำนาจของ

บริษัทฯ กำกับเท่านั้น

  • White Facebook Icon
  • White Instagram Icon
  • White YouTube Icon

Foto Journey Co., Ltd

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/09199