"Complete your frame....

with a great Journey"

Cool Nature & Great Rockies in Canada Workshop

FOTO JOURNEY ยินดีพาท่านไปสัมผัส… ประเทศที่สวยที่สุดในทวิปอเมริกาเหนือ “แคนาดา” 
ความสวยงามที่ถูกรังสรรค์จากธรรมชาติที่จะทำให้ท่านตกอยู่ในภวังค์แห่งความอลังการ มาพร้อมกับสถานที่ยอดฮิตของเหล่าช่างภาพที่ชื่นชอบการเดินทางท่ามกลางขุนเขา สัมผัสธรรมชาติร่วมกับการบันทึกภาพแห่งความประทับใจ ไม่เพียงแต่ …. แนวเทือกเขาร็อคกี้ ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก….  แต่ท่านจะได้พบกับ …..13 ทะเลสาบที่มีชื่อเสียง สายน้ำสีเขียวมรกต รวมไปถึง….แคนยอนอันเลื่องชื่อ ผ่านการกัดเซาะของน้ำนับพันๆปีจนกลายเป็นหน้าผาสูงชัน….ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ ในดินแดนแห่งธารน้ำแข็งที่กว้างที่สุดในแถบอาร์คติค….


ร่วมเดินทางและเปิดโลกทัศน์สู่มุมมองใหม่ๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปด้วยกันกับเรา ด้วยสถานที่สุดแสนพิเศษที่คุณจะต้องไม่พลาดที่คุณจะสามารถถ่ายภาพเทือกเขาสูงชันสะท้อนอยู่บนผิวน้ำอย่างสมบูรณ์แบบ บันทึกภาพทิวทัศน์ และภาพเมืองต่างๆในแคนนาดา ด้วยมุมมองแบบมืออาชีพ

และที่สำคัญเราจะพาทุกท่านไปถ่ายรูปในหลายประสบการณ์ หลากเทคนิค โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการภาพถ่าย (Photo Specialist) สอนถ่ายภาพตั้งแต่ระดับพื้นฐาน คอยแนะนำเทคนิค, มุมมอง, องค์ประกอบภาพ รวมถึงการให้คำปรึกษาวิเคราะห์ภาพที่ถ่ายอย่างเป็นกันเอง และ เข้มข้น
 

Highlight:

เทือกเขาร็อกกี้ (Rocky Mountains)

หนึ่งในภูเขาและภูมิประเทศที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เทือกเขาที่เกิดจากรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกเคลื่อนที่ชนกันและเกยกัน

 

ธารน้ำแข็งแอทาบาสก้า (Athabasca Glacier)

ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ ในดินแดนแห่งธารน้ำแข็งที่กว้างที่สุดในแถบอาร์คติค เที่ยวชมทิวทัศน์สวยงาม 360 องศา

 

สะพานสันติภาพ (Peace Bridge)

Landmark สำคัญ อันเป็นสัญลักษณ์ของเมือง Calgary และติดอันดับ 1 ใน 10 สุดยอดโครงการออกแบบสถาปัตยกรรมในปี 2012

 

2 แคนยอนอันเลื่องชื่อ ผ่านการกัดเซาะของน้ำนับพันๆปีจนกลายเป็นหน้าผาสูงชัน

Johnston Canyon  แคนยอนหินปูนสูงชัน ที่มีทางน้ำและน้ำตกไหลผ่านมาเป็นแอ่งน้ำสีเขียวมรกต

Maligne Canyon  แคนยอนที่มีความแปลกตาของก้อนหิน เป็นความตระการตาที่ธรรมชาติสรรค์สร้าง

 

2 น้ำตก ที่ขึ้นชื่อที่สุดในเทือกเขาร็อคกี้

Sunwapta Falls ประกอบไปด้วยน้ำตกสองแห่งที่ซ้อนอยู่ด้วยกัน

Athabasca Falls น้ำตกที่ไหลมาจากธารน้ำแข็งยักษ์ ปะทะกับหินควอร์ไซต์และไหลลงสู่เกาะแก่งขนาดเล็ก ลงสู่แม่น้ำ Athabasca จนทำให้เกิดเสียงดังอันทรงพลัง

 

13 ทะเลสาบไฮไลท์ของ แคนนาดา (Top 13 Highlight Lake of Canada)

Two Jack Lake ทะเลสาบเก่าแก่ซึ่งมีเทือกเขาร็อคกี้อยู่เบื้องหลัง

Vermillion Lakes ทะเลสาบขนาดใหญ่ที่ประกอบไปด้วย 3 ทะเลสาบย่อย และ 1 น้ำพุร้อน

Bow Lake แหล่งรวมความงามของเทือกเขา

Moriane Lake ทะเลสาบที่ถูกเลือกให้เป็นภาพอยู่ด้านหลังของธนบัตร 20 ดอลลาร์แคนาดา

Herbert lake เราจะได้เห็นแนวเทือกเขาและต้นสนนับหมื่นต้นสะท้อนอยู่บนผืนน้ำสีใสราวกับกระจก

Hector Lake ทะเลสาบที่เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็ง Bow Glacier

Peyto lake ทะเลสาบที่ปรากฎอยู่ในหนังสือและโปสการ์ดมากมาย ด้วยรูปทรงที่เหมือนสุนัขจิ้งจอก

Emerald Lake ทะเลสาบสีมรกต และ ใหญ่ที่สุดในอุทยานโยโฮ

Lake O'hara ทะเลสาบที่สวยงามและมีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร

Lake Louise  ทะเลสาบสีมรกต และมีท่าเรือสวยงามติดอับดับต้นๆ ของโลก

Pyramid Lake ทะเลสาบภายใต้ร่มเงาของภูเขาพีระมิด ที่มีหิมะปกคลุม สะท้อนลงบนผืนทะเลสาบอันแสนสงบ

Patricia Lake ทะเลสาบที่เคยถูกใช้เป็นที่ตั้งโครงการลับสุดยอดเมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2

Medicine Lake ทะเลสาบที่มี 2 บุคลิกต่างกันในช่วงฤดูร้อนและหนาว

กำหนดการเดินทาง : 18 – 28  กันยายน 2563 (11 วัน ลางาน 7 วัน)
จำนวนสมาชิก: 10 ท่าน
(ออกเดินทางเมื่อมีสมาชิก 5 ท่านขึ้นไป)
ผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพ (Photo Specialist, PS): 2 ท่าน (สมาชิก 5: PS 1)
 

รายละเอียดเส้นทางการบินระหว่างประเทศ : สายการบิน All Nippon Airways (ANA) และ Air Canada

ขาไป

เดินทาง วันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2563 ด้วยเที่ยวบิน NH806 และ CA10
NH806 >>> Suvarnabhumi Airport, Bangkok (BKK) –  Narita International Airport, Japan (NRT) เวลา 06.45-15.00 น. (ระยะเวลาเดินทาง 6 ชม. 15 นาที) รอต่อเครื่อง 1 ชม. 25 นาที

CA10 >>> Narita International Airport, Japan (NRT)  – Calgary International Airport, Canada (YYC) เวลา 16:25 – 11:05 น. (ระยะเวลาเดินทาง 9 ชม. 40 นาที)
รวมระยะเวลาเดินทางทั้งหมด 17 ชม. 20 นาที​

ขากลับ

เดินทางวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 ด้วยเที่ยวบิน AC9 และ NH807

AC9 >>>Calgary International Airport, Canada (YYC)  –  Narita International Airport, Japan (NRT) เวลา 12:45 – 14.35 น. +1 Day  (ระยะเวลาเดินทาง 10 ชม. 50 นาที) รอต่อเครื่อง 2 ชม. 25 นาที
NH807 >>> Narita International Airport, Japan (NRT)  – Suvarnabhumi Airport, Bangkok (BKK) เวลา 17:00 – 21:40 น. (ระยะเวลาเดินทาง 6 ชม. 40 นาที)
รวมเวลาเดินทางทั้งหมด 19 ชม. 55 นาที
ถึงกรุงเทพมหานครในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 เวลาท้องถิ่น 21:40 น.


***ออกตั๋วหลังจากได้รับยืนยันการออกทริป จากทางบริษัทฯเท่านั้น***

***บริการจัดการจองตั๋วเครื่องบิน โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม… รายละเอียดสามารถดูในหัวข้อ “ข้อมูลและลักษณะของทริปที่สำคัญ” ด้านล่าง***

รายละเอียดการเดินทาง :

วันที่ 1: < วันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2563 > Bangkok – Narita International Airport, Japan (NRT) – Calgary International Airport (YYC) - Banff

ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิด้วยสายการบิน All Nippon Airways (ANA) และ Air Canada ด้วยเที่ยวบิน NH806 และ CA10 เวลาเครื่องออก 06.45 น. ระยะเวลาเดินทางที่ยาวนาน 17 ชม. 20 นาที เนื่องจากประเทศแคนนาดามีระยะทางห่างจากประเทศไทยกว่า 11,000 กม. ประมาณได้เท่ากับ 1/4 ของเส้นรอบโลก  ถึงสนามบิน Calgary International Airport ประเทศแคนนาดา เวลาท้องถิ่น 11:05 น. ของวันเดียวกัน โดยเวลาที่ประเทศแคนนาดาช้ากว่าประเทศไทย 14 ชม.

เมื่อรับกระเป๋าจากสายพานและผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว ออกเดินทางไปเก็บภาพที่ The Three Sisters หลังจากเก็บภาพเรียบร้อยแล้ว รับประทานอาหารเย็น และเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัยที่เมือง Banff

The Three Sisters

The Three Sisters เป็นยอดเขา 3 ยอดซึ่งอยู่ใกล้เคียงกัน ตั้งอยู่ที่เมืองแบมฟ์ (Banff) รัฐแอลเบอร์ต้า โดยที่ภูเขาของพี่คนโตตั้งอยู่บนเนินทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ แทนความเชื่อที่ว่าเป็นผู้ให้ความศรัทธา (มีความสูง 2,936 เมตร) น้องคนกลางแทนความเมตตา (มีความสูง 2,769 เมตร) และน้องคนเล็กแทนความหวัง (มีความสูง 2,694 เมตร) ในช่วงระหว่างวันภูเขาจะถูกแสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาให้ทำให้เห็นรายละเอียดของผิวบริเวณภูเขาอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามนอกจากความสวยงามของภูเขาทั้ง 3 ลูกแล้ว ที่นี่ยังมีแคมป์ให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสธรรมชาติ กิจกรรมทางน้ำ และมีพื้นที่สำหรับปิกนิกมากมาย

 

Banff
แบมฟ์ เป็นเมืองที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติแบมฟ์ (Banff Nation Park) ตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง 1,300 เมตร เป็นศูนย์กลางของสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม โดยมีเอกลักษณ์ที่มีธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในทวิปอเมริกาเหนือ ประกอบไปด้วยทิวทัศน์ของเทือกเขาร็อกกี้และทะเลสาบสีฟ้าจึงทำให้อุทยานแห่งชาติแบมฟ์มีสมญานามว่า "อัญมณีแห่งเทือกเขาร็อกกี้" เมืองแบมฟ์หรืออุทยานแห่งชาติแบมฟ์ เป็นสถานที่ที่เก่าแก่ที่สุดของแคนาดา โดยได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี ค.ศ. 1885 อยู่ในเขตเทือกเขา Rocky Mountain ภายในอุทยานแห่งชาติมีทุ่งน้ำแข็ง เป็นอุทยานมีทิวทัศน์ที่สวยงาม โดยเฉพาะทะเลสาบ ธารน้ำแข็ง และน้ำพุร้อน มีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ และสัตว์ต่างๆ เช่น อินทรีย์สีทอง หมีกริซซ์ลี และ หมีดำ กวางมูส แพะภูเขา 

 

เมื่อต้นศตวรรษที่ 20 บริษัท Canadian Pacific Railway ได้ตัดทางรถไฟผ่านมายังเมืองนี้ กระทั่งมีส่วนให้เกิดการก่อสร้าง Banff Spring Hotel (ลักษณะคล้ายปราสาท) ตลอดจน Chateau lake Louise และเมื่อถนนสาย Tran Canadian’s Highway สร้างเสร็จแล้วจึงทำให้มีนักท่องเที่ยวมากมายหลั่งไหลมาเที่ยวที่นี่ พร้อมทั้งสถานที่อำนวยความสะดวกต่างๆ ก็เกิดตามมาหลังจากปี ค.ศ.1960... ถึงแม้ว่า“แบมฟ์” จะเป็นเพียงเมืองเล็กๆ แต่ก็พร้อมที่จะมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ลงตัวระหว่างหิมะละอองละเอียด อาหารชั้นดี และกิจกรรมยามค่ำคืนที่คึกคักจนคุณปฏิเสธไม่ลง ด้วยทิวทัศน์ตระการตาดั่งงานศิลป์และที่ตั้งอันใกล้ทะเลสาบหลุยส์และเขตคานานาสกีส์ยิ่งทำให้มนต์เสน่ห์ของเมืองนี้ทบทวียิ่งขึ้นอย่างมากจนพลาดไม่ได้เลยค่ะ

วันที่ 2: < วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 > Banff – Two Jack Lake – Banff Avenue – Banff Gondola - Banff

ออกจากที่พักเวลา 06:30 น. โปรแกรมการภาพของวันนี้ เริ่มตั้งแต่แสงเช้ารอบๆ Two Jack Lakeช่วงบ่ายจนถึงเย็น เพลิดเพลินกับธรรมชาติอันสวยงาน และเรียนรู้การถ่ายภาพในมุมมองของช่างภาพทั้งที่ Banff Avenue และ Banff Gondola

หลังจากเก็บภาพแสงเย็นเรียบร้อยแล้ว รับประทานอาหารเย็น และเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย โดยคืนนี้เราจะนอนกันที่เมือง Banff อีก 1 คืนนะครับ

 

Two Jack Lake
ทะเลสาบ Two Jack เป็นทะเลสาบเก่าแก่ซึ่งมีเทือกเขาร็อคกี้อยู่เบื้องหลังตามแนวต้นสนตลอดชายฝั่ง ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองแบมฟ์ (Banff) ที่นี่เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาปิกนิกและว่ายน้ำในหน้าร้อน เป็นหนึ่งในทะเลสาบที่จะพลาดไม่ได้ ทะเลสาบ Two Jack เป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำ Minnewanka ที่คุณจะสามารถถ่ายภาพสะท้อนของแนวเทือกเขาในผิวน้ำได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

Banff Avenue
แบมฟ์อะเวนิว ตั้งอยู่ที่รัฐอัลเบอร์ด้า เป็นถนนเส้นทางหลักของเมือง ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแบมฟ์ซึ่งถูกรายล้อมด้วยภูมิประเทศที่เป็นเทือกเขา เมืองนี้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมและมีสถานที่งดงามมากมาย ในส่วนของใจกลางเมืองอย่างโซน Avenue มีทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร ร้านค้าและพิพิธภัณฑ์อย่างมากมาย ตลอดสองฝั่งของถนนคุณจะได้พบกับสถาปัตยกรรมและสิ่งก่อสร้างที่ยังคงความดั้งเดิมและเป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้ ไฮไลท์ที่สุดคือภูเขาซัลเฟอร์ (Sulphur Mountain) เป็นฉากหลังของเมืองตั้งตระหง่านสุดแสนอลังการไม่ว่าจะมองที่มุมไหน คุณก็สามารถมองเห็นภูเขาลูกนี้ทุกมุมเมือง

 

Banff Gondola
หากต้องการขึ้นไปยังมุมสูงเพื่อเก็บภาพบรรยากาศและทิวทัศน์ของเทือกเขาร็อคกี้แล้วล่ะก็ ต้องไม่พลาดที่จะขึ้นมาบนยอดเขาซัลเฟอร์ (Sulphur Mountain) ด้วยรถกระเช้าจากแบมฟ์กอนโดล่า ซึ่งในช่วงระยะเวลา 8 นาทีที่คุณนั่งอยู่บนกระเช้าจะได้เห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาร็อคกี้ซึ่งปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาวในช่วงฤดูหนาวได้แบบ 360 องศาเลยทีเดียว หรือแม้กระทั่งฤดูร้อนที่คุณจะได้เห็นรับประกันได้ว่าจะเป็นภาพที่คุณประทับใจและไม่เคยเห็นที่ใดมาก่อน รถกระเช้าอยู่ห่างจากเมืองเพียง 5 นาที เปิดให้บริการตลอดปี ในรถกระเช้าจุคนได้ 4 คนจะพาคุณขึ้นไปสู่ซัมมิต คอมเพล็กซ์ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2,281 เมตร ซึ่งด้านบนมีบริการร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก จุดชมวิวหลายแห่งที่จะทำให้คุณได้มองเห็นทิวเขาต่างๆ ทั้งหกแนวของที่นี่ ตลอดจนหุบเขาที่ทอดยาวเรื่อยมายังที่เมืองแบมฟ์

 

วันที่ 3: < วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน 2563 > Banff - Vermilion Lakes - Johnston Canyon – Bow Lake - Lake Louise

ออกจากที่พักเวลา 06:30 น. วันนี้เราจะถ่ายภาพกันตั้งแต่แสงเช้า จนถึงแสงเย็น โดยมีไฮไลท์ของวันนี้ คือ Vermilion Lakes, Johnston Canyon และ Bow Lake
เนื่องจากวันนี้ช่วงบ่ายการเที่ยวชม Johnston Canyon จำเป็นต้องเดิน Trekking ไปกลับระยะทาง 5 กม. 
หลังจากเก็บภาพแสงเย็นเรียบร้อยแล้ว รับประทานอาหารเย็น และเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัยที่เมือง Lake Louise
**โดยประมาณ แนะนำให้ใส่รองเท้าที่พื้นแข็ง  มีคุณสมบัติยึดเกาะได้ดี หากมีรองเท้า Trekking อยู่แล้วแนะนำให้นำมาด้วย และหากมีไม้ค้ำสำหรับเดิน Trekking สามารถนำมาใช้ได้ด้วยเช่นกันครับ**

Vermillion Lakes
เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ซึ่งประกอบไปด้วยทะเลสาบย่อย 3 ทะเลสาบ ซึ่งมีแหล่งกำเนิดมาจากธารน้ำในเทือกเขา Bow ทะเลสาบแห่งนี้เป็นทะเลสาบที่อยู่ใกล้เมือง Banff ที่สุดเพียง 2.4 กิโลเมตร ด้วยทิวเขาอันงดงามของ Mount Rundle และภูเขาซัลเฟอร์ที่อยู่เบื้องหลัง สะท้อนอยู่ในผืนน้ำนิ่งให้คุณได้บันทึกภาพอย่างจุใจ เป็นเหมือนประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวที่กำลังเข้ามาเยือนที่แห่งนี้ ที่นี่เหมาะจะเป็นสถานที่สำหรับรับชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า สามารถพบสัตว์ท้องถิ่นตามแนวชายฝั่งได้ เช่น กวางมูสหรือหมีกริชลี ความพิเศษคือในทะเลสาบย่อยที่ 3 จะมีน้ำพุร้อนอยู่ด้วย ทะเลสาบแห่งนี้มีกิจกรรมกลางแจ้งมากมาย เช่น กิจกรรมพายเรือคายัก, เดินป่า, ปิกนิก ซึ่งทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ยอดนิยมเนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง

Johnston Canyon  
Johnston Canyon เกิดจากการกัดเซาะของน้ำเมื่อมันไหลผ่านหุบเขาหินปูน เกิดเป็นลำห้วยขนาดใหญ่ ซึ่งการกัดเซาะใช้เวลาหลายพันปีจนกลายเป็นผนังหุบเขาสูงชัน ที่มีทางน้ำและน้ำตกไหลผ่านมาเป็นแอ่งน้ำสีเขียวมรกต ลำธารใน Johnston Canyon มีต้นกำเนิดมาจากภูเขา Castle Mountain ในเทือกเขาน้ำแข็งทางตะวันตกเฉียงใต้ของ Badger Pass และเทือกเขาตอนใต้ของ Pulsatilla Pass ที่ระดับความสูง 2,500 เมตร (8,200 ฟุต) ลำธารไหลไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ระหว่างเฮเลน่าริดจ์ตามแนวเทือกเขา Sawbak จากนั้นไหลลงใต้ผ่านช่องเขา Johnston จนเกิดเป็น Johnston Canyon และน้ำจากลำธาร Johnston จะไหลลงสู่แม่น้ำโบว์ในทางตอนใต้ของภูเขา Castle Mountain ต่อไป 

สถานที่แห่งนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชอบธรรมชาติ เนื่องจากเส้นทางก่อนไปถึงแคนยอนนั้นต้องผ่านป่าไม้สนกว่า 1.5 กิโลเมตร และไปสิ้นสุดที่ลำธารกลาง Johnston Canyon ระหว่างทางเราจึงสามารถชมต้นสนและเก็บภาพทิวทิศน์ระหว่างได้อย่างไม่มีเบื่อเลยล่ะค่ะ

Bow Lake
เป็นทะเลสาบขนาดเล็กตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกในอัลเบอร์ต้า ในพื้นที่เทือกเขาแคนาเดียน ร็อกกี้ ที่ระดับความสูง 1,920 เมตรเหนือ เป็นหนึ่งในทะเลสาบตามแนวเส้นทาง Icefields Parkway ในอุทยานแห่งชาติแบมฟ์ซึ่งสามารถเดินทางเชื่อมต่อไปยังอุทยานแห่งชาติแจสเปอร์ได้ ระดับน้ำทะเล น้ำในทะเลสาบมาจากการละลายของธารน้ำแข็งโบว์ ตัวทะเลสาบมีความยาวประมาณ 3.2 กิโลเมตร และมีความกว้างประมาณ 1.2 กิโลเมตร ในทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมความงามของเทือกเขาที่ตั้งสูงตระหง่านอยู่เบื้องหลังของทะเลสาบใสอันแสนเงียบสงบ ไฮไลท์ของที่นี่คือโรงแรมซึ่งก่อสร้างด้วยไม้ทั้งหลังและมีหลังคาสีแดง ตัดกับแนวเทือกเทาสีเขียวชอุ่มในช่วงหน้าร้อน

วันที่ 4: < วันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2563 > Lake Louise - Moriane Lake - Herbert lake - Hector Lake  - Peyto lake - Lake Louise
ออกจากที่พักเวลา 6:00 น. เพื่อเก็บภาพแสงเช้าที่ Moriane Lake ช่วงบ่ายจนถึงแสงทไวไลท์ เราจะเก็บภาพที่งดงามของทะเลสาบต่างๆที่เป็นไฮไลท์ของประเทศแคนนาดาทั้งสิ้น Herbert lake, Hector Lake, Bow lake และ Peyto lake
หลังจากเก็บภาพแสงเย็นเรียบร้อยแล้ว รับประทานอาหารเย็น และเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย ที่เมือง Lake Louise 

 

Moriane Lake
ทะเลสาบ Moriane Lake ตั้งอยู่ในวัลลีย์ ออฟ เดอะ เท็น พีกส์ (Valley of the Ten Peaks) ทะเลสาบมอเรนถือว่าเป็นจุดที่มีทัศนียภาพเหมาะที่จะถ่ายรูปมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศแคนาดา ด้วยสมญานาม "ทัศนียภาพ 20 ดอลล่าร์" ได้มาจากภาพของทะเลสาบที่ปรากฎอยู่ด้านหลังของธนบัตร 20 ดอลลาร์แคนาดาและกลายเป็นชื่อเรียกเล่นๆ จนติดปากนั่นเอง ทะเลสายแห่งนี้อยู่ห่างจากเลค หลุยส์เพียง 8.7 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะใช้เวลาหลายชั่วโมงเพื่อดื่มด่ำทิวทัศน์แสนมหัศจรรย์รวมไปถึงการถ่ายภาพยอดเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและผืนน้ำใสสะอาด ล้อมรอบด้วยต้นสนกว่าหมื่นต้น จัดเป็นภาพที่สวยสมบูรณ์แบบ

 

ในช่วงฤดูหนาวทะเลสาบแห่งนี้จะจับตัวเป็นธารน้ำแข็งและมีสีน้ำเงินสะดุดตาจากแร่ธาตุต่างๆ ในน้ำที่ไหลลงมาจากภูเขาที่อยู่โดยรอบ อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรพลาดหากคุณได้มาที่ทะเลสาบแห่งนี้คือในช่วงกลางวันยามที่พระอาทิตย์ตั้งตรงเหนือศีรษะพอดี ทะเลสาบแห่งนี้จะเปล่งประกายระยิบระยับสวยงามจากแสงสะท้อนของพระอาทิตย์นับว่าเป็นภาพที่สวยสมบูรณ์แบบอย่างแน่นอน จึงไม่แปลกที่จะมีนักท่องเที่ยวต่างพากันมาเก็บภาพในช่วงเวลาดังกล่าวเยอะเป็นพิเศษ

Herbert Lake
Herbert Lake เป็นทะเลสาบขนาดเล็กซึ่งสามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ตามถนนเส้น Icefields Parkway ชายฝั่งของทะเลสาบแห่งนี้ประกอบไปด้วยแนวต้นสนและต้นป๊อบลาร์ ล้อมรอบด้วยแนวเทือกเขาร็อคกี้ในเขตอุทยานแห่งชาติแบมฟ์ รัฐแอลเบอร์ด้า Herbert Lake ที่นี่เป็นสวรรค์สำหรับนักตกปลาและผู้คนที่ต้องการความสงบที่จะมาสังสรรค์หรือปิกนิกกันในครอบครัว เนื่องจากเป็นทะเลสาบขนาดเล็กจึงไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่าน แต่อย่างไรก็ดี การได้เห็นแนวเทือกเขาและต้นสนนับหมื่นต้นสะท้อนอยู่บนผืนน้ำสีใสราวกับกระจกเป็นสิ่งที่จะพลาดไม่ได้หากคุณมาที่นี่

Hector Lake
ทะเลสาบเฮกเตอร์เป็นทะเลสาบที่เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็ง Bow Glacier มีขนาดพื้นที่ 5.23 ตารางกิโลเมตร (ความยาวของทะเลสาบ 5.3 กิโลเมตร และมีความกว้าง 1.2 กิโลเมตร) ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแบมฟ์ ทางทิศตะวันตกของรัฐแอลเบอร์ต้า ล้อมรอบด้วยความงามของภูเขา Waputik ในเส้นทาง Icefields Parkway ทะเลสาบแห่งนี้ถูกตั้งชื่อตาม James Hector นักธรณีวิทยาและนักธรรมชาติวิทยาผู้ซึ่งบุกเบิกและค้นพบทะเลสาบนี้เป็นคนแรก

Peyto Lake
จุดไฮไลท์หนึ่งที่จะพลาดไม่ได้นั่นก็คือทะเลสาบเพย์โต (Peyto Lake) ด้วยรูปร่างของทะเลสาบที่เหมือนสุนัขจิ้งจอกจนทำให้ที่นี่มีนักท่องเที่ยวสนใจเข้ามาชมมากมาย ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแบมฟ์ มันถูกตั้งชื่อตามบิล เพย์โต ผู้บุกเบิกและนายพรานผู้ที่เคยอาศัยอยู่ในอุทยานมาในครั้งก่อน ทะเลสาบแห่งนี้ก่อตัวขึ้นในหุบเขา Waputik ระหว่างเขา Caldron และ Peyto ที่ระดับความสูง 1,860 เมตร ในช่วงฤดูร้อนจะมีเศษผงหินปูนจำนวนมากที่ไหลมาธารน้ำแข็งจะไหลลงสู่ทะเลสาบจึงทำให้ทะเลสาบมีสีฟ้าน้ำนมที่สวยงาม จึงไม่แปลกหากทะเลสาบแห่งนี้จะปรากฎอยู่ในหนังสือและโปสการ์ดมากมาย ทะเลสาบแห่งนี้เป็นที่รองรับน้ำจากธารน้ำแข็งเพย์โตที่ละลายแล้ว มีความกว้างของทะเลสาบ 0.8 กิโลเมตร ความยาว 2.8 กิโลเมตร พื้นที่รวม 5.3 ตารางกิโลเมตร ถูกล้อมรอบด้วยป่าสนและเทือกเขาร็อคกี้อยู่เบื้องหลังนับว่าเป็นสถานที่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเลยทีเดียว

วันที่ 5: < วันอังคารที่ 22 กันยายน 2563 > Lake Louise – Emerald Lake - Lake O'hara - Lake Louise
ออกจากที่พักเวลา 6:30 น. เพื่อเก็บภาพแสงเช้าที่ Emerald Lake หลังจากนั้นกลับมารับประทานอาหารเช้าที่ที่พัก และ ออกเดินทางไปยังจุดชมวิวของ เดินโดยมี Lake O'haraโดยการเดินจากจุดจอดรถระยะทางประมาณ 2 กม. เมื่อเก็บภาพได้จนจุใน เราจะออกเดินทางไปที่พักแห่งใหม่ในเวลาประมาณ 18:30 น.
รับประทานอาหารเย็น และเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัยที่เมือง Lake Louise

Emerald Lake
สัมผัสธรรมชาติอันน่าทึ่งและมีเสน่ห์ดึงดูดใจที่ทะเลสาบสีมรกต Emerald Lake ตั้งอยูในอุทยานแห่งชาติโยโฮเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่จะพลาดไม่ได้ ด้วยทิวทัศน์ที่ถูกโอบล้อมด้วยเทือกเขาร็อคกี้และแนวป่าสนที่สวยงาม ทะเลสาบเอมเมอร์เรดเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาทะเลสาบทั้งหมดในอุทยาน ซึ่งถูกโอบล้อมด้วยภูเขา Wapta และภูเขา Burgess เนื่องจากที่นี่มีฝนตกบ่อยในฤดูร้อน จึงทำให้มีพื้นพันธุ์ที่แตกต่างจากที่อื่นในแบบฉบับของป่าเขตร้อนชื้น เช่น ต้นซีดาร์แดง ต้นยู และต้นสนขาว ขึ้นสลับกันตามแนวเขตชายฝั่งของทะเลสาบ สีฟ้านมของทะเลสาบแห่งนี้เกิดจากฝุ่นลงที่ไหลมาจากธารน้ำแข็ง เมื่อละลายกลายเป็นน้ำในช่วงฤดูร้อนจึงสะท้อนแสงอาทิตย์และกลายเป็นสีฟ้ามรกตที่สวยงามตามชื่อของทะเลสาบ Emerale Lake


ทะเลสาบโอเฮเรอะ (Lake O'Hara) 
ตั้งอยู๋ในอุทยานแห่งชาติโยโฮบนความสูง 2,020 เมตร ในเขตพื้นที่เทือกเขาอัลไพน์ ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งชื่อตามพันเอก Robert O'Hara ชาวไอริชผู้ค้นพบและผู้บุกเบิก ที่ทะเลสาบนี้คุณจะได้พบกับภูเขา Odaray และภูเขา Huber อยู่เบื้องหลัง ทะเลสาบแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องของการปีนเขาและการเดินป่าเนื่องจากมีทิวเขาที่ไม่สูงชันมากและมีแนวเดินป่าที่เหมาะสมกับการพักผ่อนเพื่อชมธรรมชาติในวันหยุดสุดสัปดาห์เป็นที่สุด สำหรับช่างภาพแล้วทะเลสาบแห่งนี้มีแนวชายฝั่งยาวสูงขึ้นไปบนตีนเขาที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ Lake O’Hara เท่านั้น

วันที่ 6: < วันพุธที่ 23 กันยายน 2563 > Lake Louise - Lake Louise - Athabasca Glacier - Sunwapta Falls - Athabasca Falls - Pyramid Lake - Jasper
ออกจากที่พักเวลา 6:30 น. วันนี้เป็นอีกวันที่คิวถ่ายภาพแน่นมาก และคุ้มค่าสุดๆ แต่ละที่มีความงดงามตามธรรมชาติที่แตกต่างกัน เริ่มลุยกันตั้งแต่เช้ายันเย็น เริ่มกันตั้งแต่ Lake Louise, Athabasca Glacier, Sunwapta Falls, Athabasca Fallsปิดท้ายของวันด้วย Pyramid Lakeอันสวยงานกับแสงเย็น
หลังจากเก็บภาพแสงเย็นเรียบร้อยแล้ว รับประทานอาหารเย็น และเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัยที่เมือง Jasper

 

Lake Louise  
ทะเลสาบสีมรกต คือชื่อดั้งเดิมของทะเลสาบ เลค หลุยส์ ซึ่งเรียกตามความสวยงามตามสายตาของผู้พบเห็น ก่อนที่ภายหลังจะเปลี่ยนชื่อมาเป็น เลค หลุยส์ เพื่อถวายเป็นพระเกียรติแด่องค์ Princess Louise พระธิดาแห่ง Queen Victoria เลค หลุยส์เป็นทะเลสาบอันแสนโด่งดังของ รัฐอัลเบอร์ด้า ที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นมาให้งดงามเหนือกาลเวลา สวยสง่าท่ามกลางเทือกเขาสูงใหญ่อย่างสมบูรณ์แบบ 

 

ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติแบมฟ์ซึ่งรายล้อมไปด้วยแนวเทือกเขาร็อคกี้ (Rocky Mountains) โดยมีธานน้ำแข็งอยู๋ในบริเวณใกล้เคียง ทะเลสาบเลค หลุยส์มีความยาวประมาณ 2.5 กิโลเมตร และลึกประมาณ 90 เมตร เมื่อมองจากมุมด้านบนทางอากาศจะเห็นว่าทะเลสาบแห่งนี้มีสีฟ้าสวยงามโดดเด่นสมชื่อ "ทะเลสาบสีมรกต" ในส่วนบริเวณริมทะเลสาบมีหมู่บ้านขนาดเล็กตั้งอยู่ และยังเป็นที่ตั้งของสกีรีสอร์ทที่มีชื่อเสียง เลค หลุยส์เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีท่าเรือสวยงามติดอับดับต้นๆ ของโลก ด้วยทิวเขาสีขาวที่ตัดกับสีของทะเลฟ้าครามใสทำให้ที่นี่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนในแต่ละปีอย่างคับคั่ง

 

เอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่ทำให้คนทั่วโลกรูปจักทะเลสาบแห่งนี้คือทัศนียภาพที่สวยงามราวกับดินแดนในฝัน ทั้งผืนน้ำที่เป็นสีมรกตใสสะอาด บางจุดสามารถมองเห็นถึงก้นทะเลสาบได้อย่างชัดเจน สาเหตุที่ทำให้น้ำแห่งนี้ใสสะอาดก็เนื่องมากจากการไหลมาจากธารน้ำแข็งนั่นเอง

Athabasca Glacier
ตั้งอยู่ในบริเวณแคนาเดียน ร็อคกี้ ประเทศแคนาดา ถือเป็นหนึ่งในทุ่งน้ำแข็ง Columbia Icefield ครอบคลุมพื้นที่ราว 6 ตารางกิโลเมตร เป็นธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ในอุทยานแห่งชาติแบนฟ์ (Banff National Park)  ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในแคนาดา เนื่องจากเป็นธารน้ำแข็งที่สามารถเดินทางไปเข้าชมได้ง่าย ที่นี่เราจะได้ชมทิวทัศน์สวยงามที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 300 ตารางกิโลเมตร นับว่าเป็นดินแดนแห่งธารน้ำแข็งที่กว้างที่สุดในแถบอาร์คติค และสามารถมีหิมะสูงได้ถึง 2,700 ฟุตเลยทีเดียว แต่ปัจจุบันตัวธารน้ำแข็งนั้นได้ละลายลดลงไปประมาณ 5 เมตรต่อปี ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าธารน้ำแข็งแห่งนี้จะเริ่มละลายลงอย่างรวดเร็ว ในอนาคตหากนักท่องเที่ยวเดินทางไปอาจจะไม่ได้เห็นความงดงามแบบตอนนี้

Sunwapta Falls
เป็นน้ำตกที่ขึ้นชื่อที่สุดในเทือกเขาร็อคกี้ของแคนาดา น้ำตก Sunwapta ประกอบไปด้วยน้ำตกสองแห่งที่ซ้อนอยู่ด้วยกัน น้ำตกทั้งสองสายนี้ไหลเซาะหินปูนเป็นร่องลึกจนทำให้เกิดเป็นน้ำที่ไหลแรงจากระดับความสูงถึง 18 เมตร และ 9 เมตร ต้นทางของน้ำตกนี้มาจากธารน้ำแข็ง Althabasca ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง และหากว่าโชคดีเราจะได้พบกับกวางมูสและหมีกริชลีที่จะมาเดินอวดโฉมให้แก่นักท่องเที่ยวได้บันทึกภาพความประทับใจ น้ำตกแห่งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางเดินป่าที่มีความยาวกว่า 25 กิโลเมตร ทอดยาวไปถึง Fortress Lake และ Hamber Provincial Park เดิมที่นี่แห่งนี้เคยเกิดไฟป่าเมื่อปี 1976 แต่ยิ่งทำให้ป่าคืนสภาพได้ดีและสวยมากขึ้นกว่าเดิม จากนั้นมาป่าที่นี่จึงได้ชื่อว่าเป็นป่าที่มีประชากรกวางมูสและหมีกรีชลีอาศัยอยู่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

Athabasca Falls
น้ำตก Athabasca เป็นน้ำตกที่ไหลมาจากธารน้ำแข็งยักษ์ใหญ่ใน Columbia Icefield ปะทะกับหินควอร์ไซต์และไหลลงสู่เกาะแก่งขนาดเล็ก สิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาที่นี่ไม่มีเพียงแค่ความสูง แต่เป็นเพราะน้ำที่หลั่งไหลมาอย่างทันทีสู่แม่น้ำ Athabasca จนทำให้เกิดเสียงดังอันทรงพลัง ทำให้ท่องเที่ยวอยากได้ยินเสียงประหลาดนี้จนต้องมาสัมผัสด้วยหูและตาของตัวเอง การเที่ยวชมน้ำตกAthabasca ทำได้ไม่ยาก เพียงเดินตามเส้นทางที่จัดเตรียมไว้ให้ซึ่งก็เพียงพอแล้วที่เราจะได้สัมผัสน้ำตกแบบใกล้ชิด เนื่องจากพื้นบริเวณที่ละอองน้ำกระเด็นจะมีความลื่นมาก ต้องใช้ความระมัดระวังกันด้วยนะคะ ที่นี่คุณจะได้สัมผัสป่าสนและพืชผักมาอวดโฉม เช่น เห็ดป่าและเบอร์รี่ ในบางช่วงของทางเดินคุณจะได้พบกับจุดชมวิวที่งดงามที่อยู่เบื้องหลังน้ำตก ไฮไลท์ของที่นี่คือการถ่ายรูปสะพานคอนกรีตข้ามแม่น้ำ Athabasca ซึ่งสีของแม่น้ำจะเปลี่ยนไปตามช่วงฤดูกาล บางช่วงจะเป็นสีฟ้า บางช่วงเป็นสีเทา หรือขาว เป็นต้น

Pyramid Lake
พีระมิดเลคตั้งอยู่ทางตะวันตกของแม่น้ำ Athabasca ใจกลางอุทยานแห่งชาติ Jasper ซึ่งใช้เวลาขับรถมาเพียง 10 นาที ทะเลสาบที่สวยงามแห่งนี้ตั้งอยู่ภายใต้ร่มเงาของภูเขาพีระมิดที่สูงตระหง่านอยู่เบื้องหลัง และเป็นไฮไลท์หนึ่งของอุทยานแห่งชาติแจสเปอร์ บรรยากาศที่สงบของทะเลสาบพีระมิดได้รับความนิยมในหมู่ครอบครัวและคนรักธรรมชาติซึ่งมีผู้คนมานั่งปิกนิกชมบรรยากาศกันตลอดปี ทะเลสาบแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 750 ไร่ มีรูปทรงคล้ายไต เมื่อมองที่ยอดเขาไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งมีภูเขาพีระมิด เมาท์คินรอสและแคร์นกอร์มอยู่เบื้องหลัง จะได้พบกับป่าไม้เขียวขจีและทิวเขาที่มีหิมะปกคลุมอย่างสวยงามแปลกตา สะท้อนลงบนผืนทะเลสาบอันแสนสงบ ผืนป่าที่นี่ส่วนใหญ่พบว่าเป็นต้นเฟอร์ดักลาสซึ่งขึ้นอยู่ทั่วอุทยาน ลำต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร หากโชคดีเราจะได้พบกับกวางเอลก์ กวางมูส หมีดำ รวมไปถึงหมีกริชลี มาอวดโฉมให้เราได้บันทึกภาพความประทับใจจากที่นี่อีกด้วย


วันที่ 7: < วันพฤหัสที่ 24 กันยายน 2563 > Jasper - Pyramid Lake - Patricia Lake - Maligne Canyon - Patricia Lake - Jasper
ออกจากที่พักเวลา 6:30 น. ด้วยมนต์เสน่ห์ของทั้งทะเลสาบ และ แคนยอนที่นี้ทำให้ยากที่จะต้านทานให้เราใช้เวลาอีก 1 วันสำหรับการถ่ายทั้งแสงเช้า แสงเย็นที่ Pyramid Lake, Patricia Lake และ Maligne Canyonขอให้เตรียมแบตตารี่และเมมโมรี่ให้พร้อมนะครับทุกท่าน
หลังจากเก็บภาพแสงเย็นเรียบร้อยแล้ว รับประทานอาหารเย็น และเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัยที่เมือง Jasper 

Patricia Lake
ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแจสเปอร์ รัฐแอลเบอร์ต้า มีความลึกเฉลี่ยอยู่ที่ 30 เมตร ในช่วงหน้าหนาวทะเลสาบแห่งนี้จะถูกเยือกแข็งและกลายเป็นลานสเกซชั่วคราว ซึ่งได้รับความนิยมจากนักสกีเป็นอย่างมาก ในส่วนทางตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลสาบ Patricia Lake เป็นที่ตั้งของทะเลสาบ Pyramid Lake ใช้เวลาเดินระหว่าง 2 ทะเลสาบนี้เพียง 30 นาที (ประมาณ 5 กิโลเมตร) 

 

ทะเลสาบแห่งนี้มีประวัติที่น่าสนใจ ด้วยทำเลที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมือง ทะเลสาบนี้จึงมีบทบาทสำคัญในสงครามโลกครั้งที่สองในฐานะที่เป็นที่ตั้งโครงการลับสุดยอด Habbakuk กองทัพฝ่ายพันธมิตรพยายามสร้างยานพาหนะขนส่งเครื่องบินที่จมไม่ลงโดยใช้วัสดุพิเศษที่มีเนื้อไม้และน้ำทะเล “Pykekrete” ซึ่งตามแผนการ ยานพาหนะนี้ควรจะมีลักษณะเป็นของแข็งเพื่อให้ลอยน้ำได้ แต่การทดลองนี้ล้มเหลวและซากของเรือรุ่นแรกถูกปล่อยให้จมอยู่ในทะเลสาบ ในหน้าร้อน คุณสามารถดำน้ำสกูบาเพื่อลงไปดูซากเรือที่จมได้ 

Maligne Canyon
ที่นี่เรียกได้ว่าเป็นหน้าเป็นตาให้แก่อุทยานแห่งชาติแจสเปอร์ก็ว่าได้ เนื่องจากความงามและความแปลกตาของก้อนหิน ซึ่งถูกกัดเซาะโดยน้ำตกจนทำให้เกิดร่องน้ำที่มีน้ำตกไหลผ่านภาพที่คุณจะได้เห็นนับว่าเป็นความตระการตาที่ธรรมชาติสรรค์สร้างเลยทีเดียว สามารถเที่ยวชมด้วยการเดินลัดเลาะไปตามสะพานที่แม้ว่าแคนยอนที่นี่จะลาดชัดแต่ก็ยังแฝงไปด้วยความอ่อนนุ่ม เรียบเนียน สร้างความแปลกตาให้แก่ผู้ที่มาเยือน แคนยอนนี้เกิดจากแม่น้ำ Maligne ที่ไหลมาตลอดปีจนกัดกินส่วนที่เป็นหุบเขาหินปูนเกิดเป็นทางน้ำผ่านจากทะเลสาบ Maligne มายังทะเลสาบ Medicine ที่อยู่ปลายน้ำ แต่บางครั้งก็ไม่มีน้ำจากทะเลสาบ Maligne มายังทะเลสาบ Medicine ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังเป็นความประหลาดที่ยังหาคำตอบไม่ได้

สามารถเที่ยวชมด้วยการเดินลัดเลาะไปตามสะพานที่ถูกจัดเตรียมไว้ทั้งหมด 5 โซน ซึ่งพาคุณเที่ยวชมแคนยอนตลอดทางตลอดจนเดินข้ามแม่น้ำ เนื่องจากที่นี่มีการกัดกร่อนจากน้ำอยู่ตลอดเวลาจึงทำให้เห็นต้นได้โผล่ออกมาจากเขาหินปูนได้โดยรอบ ไฮไลท์ที่สะพานโซนที่ 3 ที่เราจะได้ถ่ายภาพน้ำตกและแคนยอนจากมุมสูงที่สามารถมองเห็นได้ถึงชั้นล่างของเขา และไปจบที่สะพานโซนที่ 5 ซึ่งเป็นโซนสุดท้าย (จากสะพาน 1 ถึง 5 มีระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร) ซึ่งเป็นสะพานแขวนให้คุณได้ชมแม่น้ำก่อนจะลาที่นี่ไป


วันที่ 8: < วันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2563 > Jasper – Medicine Lake – Jasper – Spirit Island - Jasper
ออกจากที่พักเวลา 6:30 น. วันนี้นอกจากจะมีโอกาสถ่ายแสงเช้าที่ Medicine Lake ช่วงบ่ายเรายังมีโอกาสเดินเล่นในเมือง Jasperเพื่อชมบ้านเมือง ดูชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนในเมืองแห่งนี้ พร้อมทั้งหากซื้อของฝากเล็กๆน้อยๆติดมือกลับเมืองไทย ก่อนเดินทางโดยทางเรือไปเที่ยวกันที่ Spirit Island
หลังจากเก็บภาพเรียบร้อยแล้ว รับประทานอาหารเย็น และเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัยที่เมือง Jasper อีก 1 คืนครับ

Medicine Lake
ทะเลสาบแห่งนี้เดิมชื่อ “เมจิกเลค” ตั้งอยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติแจสเปอร์ มีความยาวราว 7 กิโลเมตร หากไปเยือนในช่วงฤดูร้อนนักท่องเที่ยวจะได้เห็นภาพทะเลสาบที่สวยงามซึ่งยังคงมีน้ำอยู่เต็มทะเลสาบ แต่ถ้าไปเยือนในช่วงฤดูหนาวภาพที่เห็นจะต่างออกไป เพราะน้ำทั้งหมดในทะเลสาบจะอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย

นั่นเป็นเพราะความจริงแล้วเมดิซีนเลคไม่ได้เป็นทะเลสาบจริงๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่รับน้ำ มาลีน วัลเลย์ (Maligne Valley) ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างแม่น้ำมาลีน ทะเลสาบมาลีน และระบบไหลเวียนน้ำตามธรรมชาติผ่านถ้ำหินปูนใต้ดิน ในช่วงฤดูร้อนของทุกปีธารน้ำแข็งที่ปกคลุมบนภูเขาในแถบนี้จะละลายลงสู่แม่น้ำมาลีนโดยน้ำส่วนหนึ่งจะไหลบ่าลงมายังบริเวณนี้อย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นทะเลสาบที่สวยงามก่อนเริ่มลดระดับลงในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและหายไปจนเกือบหมดในช่วงฤดูหนาว

แล้วน้ำปริมาณมหาศาลหายไปไหนหมดภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ทั้งๆ ที่ไม่มีทางให้น้ำไหลออก คำตอบก็คือน้ำทั้งหมดซึมลงใต้ดิน ผ่านระบบระบายน้ำธรรมชาติซึ่งเชื่อมต่อกับถ้ำหินปูนและแม่น้ำขนาดใหญ่ยักษ์ที่อยู่ใต้ดิน เพียงแต่ในช่วงฤดูร้อนมีปริมาณน้ำจำนวนมหาศาลไหลทะลักลงมาเติมพื้นที่บริเวณดังกล่าวอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ขณะที่ช่องทางระบายน้ำลงสู่ใต้ดินมีขนาดเล็กจึงระบายได้ล่าช้า พอน้ำแข็งละลายจนหมดและเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว สายน้ำที่เคยถาโถมเข้ามาก็เริ่มอ่อนแรงอีกทั้งน้ำในแม่น้ำมาลีนยังกลายเป็นน้ำแข็ง เมื่อไม่มีน้ำจากแม่น้ำไหลมาเติม น้ำในทะเลสาบเมดิซีนจึงถูกระบายลงสู่ใต้ดินจนหมดและจะกลับมาเป็นทะเลสาบที่สวยงามครั้งหลังน้ำแข็งละลายในช่วงฤดูร้อนของปี ถัดไป

Jasper
เมือง Jasper ตั้งอยู่ใจกลางอุทยานแห่งชาติ Jasper National Park ในแอลเบอร์ตา แคนาดา เมืองริมภูเขาอันมีเสน่ห์แห่งนี้เหมาะจะเป็นที่พักสำหรับผู้ที่ต้องการทำกิจกรรมกลางแจ้ง และเป็นที่พักเงียบสงบสำหรับการมาเยี่ยมชมเทือกเขาร็อคกี้ ซึ่งที่เมืองนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย อาทิเช่น น้ำตก Athabasca ทะเลสาบ Medicine ทะเลสาบ Patricia ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวนิยมไปทริป ซึ่งสามารถไปได้แบบเช้าไปเย็นกลับหรือเข้าไปพักผ่อนเอนกายท่ามกลางธรรมชาติ ซึ่งในแต่ละทะเลสาบจะมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวเลือกอย่างจุใจ ในช่วงฤดูหนาวที่นี่จะมีหิมะตกหนา บางสถานที่จะไม่สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้แต่สิ่งที่เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งในฤดูหนาวคือการออกไปเที่ยวชมทิวเขาที่ปกคลุมไปด้วยสีขาวของหิมะ ตามเส้นทางสู่เมืองแบมฟ์ (Banff) 

ในช่วงฤดูของการท่องเที่ยวประชากรในเมืองแจสเปอร์จะเพิ่มจากไม่ถึง 5,000 คนเป็น 30,000 คนซึ่งประกอบด้วยนักท่องเที่ยวและผู้ที่มาทำงานตามฤดูกาล ฤดูร้อนเป็นช่วงที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยเฉพาะตั้งแต่เดือนเมษายนถึงกันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่เที่ยวได้สนุกที่สุดเนื่องจากสถานที่สำคัญต่างๆ จะเปิดให้บริการแทบทั้งหมด (ซึ่งโดยปกติบางแห่งจะปิดทำการในช่วงฤดูหนาวเนื่องจากเหตุผลทางด้านความปลอดภัย) และจะได้เห็นความงามของธรรมชาติอย่างคุ้มค่าที่สุดค่ะ

Spirit Island
Spirit Island เป็นเกาะขนาดเล็ก ที่อยู่ในทะเลสาบที่เชื่อมติดกับทะเลสาบมาลีน มีเรื่องเล่าว่าที่เกาะนี้มีชื่อแบบนี้ก็เพราะมีคู่รักมาแอบนัดพบกันที่นี่แต่พอพ่อฝ่ายหญิงรู้จึงกีดกันไม่ให้ไปที่เกาะนี้อีก แต่ฝ่ายชายก็เพียรพยายามมาที่เกาะเพียงเพื่อหวังจะพบคนรักอีกครั้ง จนในที่สุดเขาก็เสียชีวิตลงที่เกาะแห่งนี้ เกาะ Spirit Island นับว่าเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพที่มีีชื่อเสียงและได้รับความนิยมสูงสุดในเทือกเขาร็อกกี้


วันที่ 9: < วันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2563 > Jasper – Lake Louise – Peace Bridge – Calgary

เข้าสู่วันสุดท้ายของการถ่ายภาพ วันนี้เราจะออกจากที่พักเวลา 9:00 น. เพื่อเดินทางไป Lake Louiseใช้เวลาในการเดินทางประมาณ3 ชม. และเมื่อรับประทานอาหารกลางวันเรียบร้อยแล้วไปเที่ยวและถ่ายภาพกันที่ Peace bridge
หลังจากเก็บภาพเรียบร้อยแล้ว รับประทานอาหารเย็น และเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัยที่เมือง Calgary

Peace Bridge
สะพานรูปร่างแปลกตาเหมือนแคปซูลเดินทางในโลกอนาคต ใช้ข้ามแม่น้ำโบว์ด้วยความยาวเพียง 130 เมตรเท่านั้น โครงสร้างทำจากเหล็กและกระจกใส ในเวลากลางคืนมีการเปิดไฟอย่างสวยงาม  Peace Bridge เป็นสะพานที่รองรับผู้คนที่ต้องการเดินและผู้ที่ขี่จักรยานผ่านแม่น้ำโบว์เท่านั้น สะพานออกแบบโดย Santiago Calatrava สถาปนิกชาวสเปน เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการวันที่ 24 มีนาคม 2012 สะพานแห่งนี้มีชื่อเรียกเล่นๆ ว่า "Finger Trap Bridge" เนื่องจากตัวสะพานมีรูปทรงคล้ายคลึงกับมายากลกับดักนิ้ว สะพานแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมต่อทางเดินระหว่าง Bow River ทางตอนใต้และ Downtown Calgary ตอนเหนือ รองรับผู้ใช้งานของเมืองมากกว่า 6,000 คนต่อวัน สะพานแห่งนี้ติดอันดับ 1 ใน 10 สุดยอดโครงการออกแบบสถาปัตยกรรมในปี 2012 อีกด้วย

Calgary
เป็นเมืองในรัฐแอลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ บนฝั่งแม่น้ำโบว์ ในปี ค.ศ. 2006 เมืองมีประชากร 988,193 คน ทำให้เป็นนครที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศและใหญ่ที่สุดในรัฐแอลเบอร์ตา เมืองแคลกะรีเป็นศูนย์กลางผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ กสิกรรม และการท่องเที่ยว ในปี ค.ศ. 1988 เป็นเมืองแรกในแคนาดาที่เป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิกฤดูหนาวถือเป็นความภาคภูมิใจของชาวแคลกะรีในขณะนั้น Calgary นับว่าเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้ารูปทรงทันสมัย อันสะท้อนสัญลักษณ์อันรุ่งเรืองของธุรกิจน้ำมันในประเทศแคนาดา นอกจากนี้มันยังเป็นเมืองที่มีกลิ่นอายแบบคันทรี่จนได้ชื่อว่าเป็น Cowtown ในตัวเมืองมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย 
- Calgary Tower ถ้าอยากได้วิวเมืองแบบสวยสะกดใจ ต้องขึ้นไปดูที่ Calgary Tower เท่านั้น ตึกขนาด 62 ชั้นแห่งนี้ สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,228 เมตร คุณจึงสามารถเห็นวิวเมืองโดยรอบแบบ 360 องศา พร้อมนั่งจิบเครื่องดื่มและของว่างแกล้มที่ Observation Deck โดยไม่ต้องไปเบียดเสียดแย่งกันชมวิวเหมือนที่อื่นๆ
- Heritage Park Historical Village เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลระดับนานาชาติมาแล้วมากมาย และยังเป็นที่รักของชาวเมือง ถือเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในแคนาดา จัดแสดงผลงานกว่า 200 นิทรรศการ ในเนื้อที่กว่า 127 เอเคอร์ ประกอบไปด้วยนิทรรศการการก่อตั้งองค์การสหประชาชาติครั้งแรกเมื่อทศวรรษที่ 1880 และนิทรรศการชีวิตและที่อยู่อาศัยของผู้คนในยุคก่อนสร้างทางรถไฟ เป็นต้น
- Art Safari  ที่เมือง Calgary นี้ยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองศิลปะวัฒนธรรมอีกด้วย หลังจากได้รับรางวัลเมืองยอดเยี่ยมด้านศิลปะวัฒนธรรมในปี 2012 ก็มีงานศิลปะแบบจัดวาง ตั้งอยู่ทั่วทั้งเมือง โดยศิลปินท้องถิ่นที่ทดลองกับเทคนิคต่างๆ เพื่อให้งานออกมามีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง เช่นที่ 8th Avenue S.W, ย่าน Stephen Avenue Walk หรือแถบ East Village จนเป็นเสมือน Art Safari ของประเทศ
- Calaway Park  สำหรับใครที่ชอบสวนสนุกและสวนน้ำ ต้องห้ามพลาด Calaway Park อย่างเด็ดขาด ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นสวนสนุกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในแถบตะวันตกของประเทศแคนาดา ประกอบด้วยเครื่องเล่นกว่า 32 ชนิด เกมต่างๆ โรงภาพยนตร์ 3D และร้านค้ามากมาย พร้อมทิวทัศน์ของ Rocky Mountains อยู่เบื้องหลัง... แค่คิดก็อลังการแล้วล่ะค่ะ

 

วันที่ 10: < วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 > Calgary International Airport - Narita International Airport, Japan (NRT)

ออกเดินทางจากที่พักเวลา  เพื่อเดินทางไปที่สนามบิน Calgary International เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย ด้วยสายการบิน All Nippon Airways (ANA) และ Air Canada เที่ยวบินที่ AC9 และ NH807 เวลาเครื่องออก 12:45 น. รวมเวลาเดินทางทั้งหมด 19 ชม.55 นาที

วันที่ 11: < วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 > Narita International Airport, Japan (NRT) - Suvarnabhumi Airport, Bangkok

ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพโดยสวัสดิภาพ เวลาท้องถิ่น 21:40 น. ในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563

รายละเอียดค่าบริการ และ การชำระเงิน

อัตราค่าบริการ: 88,000 บาท/ท่าน (สามารถแบ่งชำระได้ 3 งวด)
พิเศษ!!! สำหรับลูกค้าเก่า Foto Journey ราคาเพียง 84,900 บาท 
(ราคานี้ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน, ค่าวีซ่า, ค่าอาหาร)

เงื่อนไขการจองและการชำระเงิน:

ณ วันที่จอง : ชำระมัดจำงวดแรก 25,000 บาท
ภายในวันที่ 5 กรกฎาคม 2563 : ชำระมัดจำงวดที่สอง 35,000 บาท
ภายในวันที่ 5 สิงหาคม 2563 : ชำระมัดส่วนที่เหลือทั้งหมด
***โดยบริษัทถือลำดับการชำระเงิน เป็นสำคัญ ในการยืนยันสิทธิ์การเดินทาง***
 ***สำหรับลูกค้าที่เดินทางท่านเดียว ทางบริษัทจะจัดหารูมเมทให้โดยไม่จำเป็นต้องชำระค่าใช้จ่ายสำหรับพักเดี่ยวแต่อย่างใด***

 

ค่าบริการนี้รวม:

- ค่าที่พักตลอดการเดินทาง 
- ค่าเข้าเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆที่ระบุไว้ในโปรแกรม
- ค่ายานพาหนะ, น้ำมัน, ที่จอดรถ, ทางด่วนและอื่นๆ ที่ใช้ในการเดินทาง
- บริการถ่ายภาพและสอนการถ่ายภาพตลอดการเดินทาง
- ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุ วงเงินรวมสูงสุด 2,000,000 บาท เงื่อนไขตามรายละเอียดในกรมธรรม

ค่าบริการนี้ไม่รวม:

- ตั๋วเครื่องบิน
- ค่าวีซ่า
- ค่าอาหาร
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ นอกเหนือรายการ เช่น ค่าเครื่องดื่ม มินิบาร์ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด เป็นต้น
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดการณ์

การชำระเงินค่าเดินทาง :
สามารถโอนเงินเข้าบัญชี
ธ.กสิกรไทย    เลขที่บัญชี 037-2-57628-6 หรือ

ธ.ไทยพาณิชย์  เลขที่บัญชี 408-825346-9 


ชื่อบัญชี บริษัท โฟโต้ เจอร์นี่ จำกัด
หลังจากโอนเงินแล้ว กรุณาส่งใบโอนเงินไปที่ 

Line@: @FotoJourney หรือ

คลิก! Line : https://line.me/R/ti/p/%40fotojourney หรือ 

Inbox Facebook: FotoJourneyTH 

ข้อมูลและลักษณะของทริปที่สำคัญ

- ทริปนี้มีลักษณะเป็น Photo Trip จะเน้นถ่ายรูปแสงเช้า แสงเย็น เป็นหลัก ดังนั้น แผนเดินทางอาจจะมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อให้ทุกท่านได้ถ่ายภาพตามให้มากที่สุด

- ยานพาหนะ มีข้อจำกัดเรื่องต้องเก็บสัมภาระพร้อมการเดินทาง จึงขอความกรุณานำกระเป๋าขนาดใหญ่ไม่เกิน 26 นิ้วต่อ 1 ท่าน และ กระเป๋าหิ้วน้ำหนักไม่เกิน 7 กก ต่อ 1

- ทริปนี้ค่าใช้จ่ายไม่ได้รวมค่าอาหารไว้ (ยกเว้นอาหารเช้าที่ทางบริษัทบริการจัดไว้ให้) ในส่วนของลักษณะการรับประทานอาหารมื้อกลางวัน และ เย็น จะเป็นแบบ รับประทานที่ร้านอาหาร หรือ การซื้อมาจาก Supermarket, รวมถึง Fast Food 

- การทำวีซ่าต้องยื่นผ่านตัวแทน    โดยเราจะช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องเอกสารใบสมัครและแผนการเดินทาง เพื่อประกอบการยื่นขอวีซ่า ซึ่งจะนัดหมายกันอีกครั้ง ประมาณ 2 - 3 เดือนก่อนวันเดินทาง

- Photo Specialist จะเป็นผู้ขับรถตลอดทั้งทริป ดังนั้นอาจจะมีการปรับเปลี่ยนโปรแกรมตามความเหมาะสมเพื่อให้ทั้ง Photo Specialist และ ผู้ร่วมทริปมีเวลาพักผ่อนเพียงพอ และคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก
- บริการจัดการจองตั๋วเครื่องบิน

กรณีให้ Foto Journey (FJ) ออกบัตรโดยสาร จะเป็นการจองที่นั่งบัตรโดยสารผ่านระบบ GDS ( Global Distribution System ) มีระยะเวลาในการออกบัตรโดยสาร (โอนเงินค่าตั๋วฯ) ภายใน 48-72 ชั่วโมง 

ซึ่งต่างจากราคาบนหน้าเว็ปไซด์ ที่เป็น Real Time Rate ที่ขึ้น-ลง ตามสายการบิน 

โดยรับบริการจองตั๋วเครื่องบิน ตั้งแต่วันที่ทริปนั้นยืนยันการออกเดินทาง จนถึง 30 วันก่อนกำหนดวันเดินทางในทริปนั้นๆ

 

ข้อมูลที่จำเป็น ในการสำรองที่นั่ง ผ่านระบบ GDS  

1.ชื่อ - นามสกุล ตามหน้าหนังสือเดินทาง

2.Frequent Flyer Number หรือบัตรสะสมไมล์ 

3.ระบุที่ั่นั่งที่ต้องการ เช่น ริมทางเดิน ริมหน้าต่าง อาจมีค่าใช่จ่ายเพิ่มขึ้นตามเงื่อนไขของสายการบิน 

4.หลังจากสำรองที่นั่งแล้ว ทาง Foto Journey (FJ) จะแจ้งราคาบัตรโดยสารที่ไม่มีธรรมเนียมค่าบริการ

5.สมาชิกโอนเพื่อออกบัตรโดยสารภายในวันเวลาที่กำหนด เพื่อป้องกัน ฺBooking จะ Auto Cut 

6.กรณีโอนเงินไม่ทันตามกำหนด และมีการสำรองที่นั่งใหม่ อาจมีราคาที่เท่าเดิม หรือ สูงขึ้นกว่าเดิม ขึ้นอยู่กับสถานะของที่นั่งในช่วงเวลานั้น ๆ 

 

เงื่อนไขการยกเลิกทริป

กรณีที่ลูกค้าไม่สะดวกเดินทางและมีความจำเป็นต้องยกเลิกการเดินทาง และมีการยกเลิกการเดินทาง
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 90 วัน หัก 40,000 บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 45-90 วัน หัก 55,000บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 15-45 วัน หัก 65,000 บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 15 วัน ไม่สามารถคืนเงินได้ยกเว้นเงินรีฟันด์ตั๋วเครื่องบินให้ลูกค้าตามเงื่อนไขของสายการบินนั้นๆ
หมายเหตุ : ในกรณีที่ค่าทริปรวมตั๋วเครื่องบิน บริษัทจะทำการคืนเงินรีฟันด์ตั๋วเครื่องบินให้ลูกค้าตามเงื่อนไขของสายการบินนั้นๆ
ในกรณีที่ประเทศที่ไปต้องมีการของวีซ่า การยกเลิกทริปเนื่องจากลูกค้ายื่นวีซ่าไม่ผ่านหลังจากชำระมัดจำทริปแล้ว ให้ใช้เงื่อนไขเดียวกับการยกเลิกทริปโดยลูกค้า แนะนำให้ลูกค้าหลังจากจองทริปไปแล้วควรไปขอวีซ่าแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะเมื่อเกิดปัญหาเรื่องวีซ่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ง่ายกว่าการขอวีซ่าแบบกระชั้นชิ

 

ความรับผิดชอบ และ เงื่อนไขอื่นๆ

 

ในกรณีที่ทริปต้องถูกยกเลิกการเดินทาง ด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ เช่น เกิดการก่อการร้าย เกิดความไม่สงบ เกิดการประท้วง เกิดจากภัยธรรมชาติทำให้ไม่สามารถเดินทางได้ หรือเหตุอื่นๆที่ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย โดยถือว่าการตัดสินใจยกเลิกการเดินทางเป็นสิทธิ์ขาดของทางบริษัท ทางบริษัทยินดีที่จะคืนค่าทริปที่ลูกค้าจ่ายมาทั้งหมด ยกเว้นค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก หรืออื่นๆที่มีการดำเนินการชำระเงินไปแล้ว
บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ที่เกิดจากความล่าช้าของสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง การปฏิเสธการเข้าเมือง การโดนกักตัว หรือถูกส่งตัวกลับ ความเสียหายหรือสูญหายของกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าใบเล็ก หรือของมีค่าส่วนตัวของท่านระหว่างการเดินทาง โดยสิทธิประโยชน์ของท่านจะได้รับตามกรมธรรม์ประกันการเดินทางที่ระบุความรับผิดชอบไว้เท่านั้น ทั้งนี้ บริษัทฯ จะยืดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสําคัญ แต่ไม่สามารถคืนเงินค่าทริปให้ท่านได้
และหากเกิดเหตุสุดวิสัยดังต่อไปนี้ ทางบริษัทไม่อาจรับผิดชอบต่อความเสียหายต่างๆ ที่อยู่เหนือการควบคุมของเจ้าหน้าที่บริษัทฯ อาทิ
o การนัดหยุดงาน การจลาจล เปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาในตารางบิน ภัยธรรมชาติ ฯลฯ หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้น ทั้งทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ฯลฯ
o การตอบปฏิเสธการเข้าและออกเมืองของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าหรือออกเมือง อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฏหมาย หรือเอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง หรือการถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ
o  การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากสายการบินเช่น การยกเลิกเที่ยวบิน / เครื่องดีเลย์ / กระเป๋าสัมภาระมาไม่ครบ / การขึ้นราคาค่าตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น
o บริษัทฯ มีสิทธ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
o หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวจะสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์และจะไม่รับผิดชอบค่าบริการที่ ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
o บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการห้ามออกนอกประเทศ หรือ ห้ามเข้าประเทศ อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่น
o กรณีเกิดความผิดพลาดจากตัวแทน หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนมีการยกเลิก ล่าช้า เปลี่ยนแปลง การบริการจาก สายการบิน บริษัทขนส่ง หรือ หน่วยงานที่ให้บริการ บริษัทฯ จะดำเนินโดยสุดความสามารถที่จะจัดบริการทัวร์อื่น ทดแทนให้ แต่จะไม่คืนเงินให้ สำหรับค่าบริการนั้นๆ
o มัคคุเทศก์ พนักงาน และตัวแทนของบริษัท ฯ ไม่มีสิทธิ์ในการให้คำสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นแทนบริษัทฯ นอกจากมีเอกสาร ลงนามโดยผู้มีอำนาจของ
บริษัทฯ กำกับเท่านั้น

  • White Facebook Icon
  • White Instagram Icon
  • White YouTube Icon

Foto Journey Co., Ltd

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/09199