"Complete your frame....

with a great Journey"

"World Class Photograph in Dubai" (ต็มแล้วค่ะ) 

 

FOTO JOURNEY ยินดีพาท่านไป ชมความศิวิไลซ์เมืองเศรษฐีที่ติดอันดับต้น ๆ ของโลก ตึกสูงระฟ้า ศูนย์กลางความหรูหราฟู่ฟ่าและความมั่งคั่งในธุรกิจการค้าการท่องเที่ยว....ดูไบ.... เมืองแห่งความมหัศจรรย์ ที่พลิกผืนทรายแห้งแล้งให้กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก!!!

ประเทศที่รวมความที่สุดในโลก....ตึกเบิร์จคาลิฟา...ตึกสูง จุดชมวิว ลิฟต์ที่สูงและเร็วที่สุดในโลก .... โคมไฟและพรมทอมือผืนใหญ่ที่สวยสุดโลกมัสยิดหลวงชีคซาเญด.... ห้างขนาดมหึมา ตลาดขายทอง น้ำพุเต้นระบำและอควาเรียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก......ดูไบ มอลล์.... ผจญภัยตะลุยทะเลทรายอาหรับและสถานที่ที่ได้รับการกล่าวขานว่าสิ่งมหัศจรรย์ อันดับแปดของโลก...หมู่เกาะต้นปาล์ม

และที่สำคัญเราจะพาทุกท่านไปถ่ายรูปในหลายประสบการณ์ หลากเทคนิค โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการภาพถ่าย (Photo Specialist) สอนถ่ายภาพตั้งแต่ระดับพื้นฐาน คอยแนะนำเทคนิค, มุมมอง, องค์ประกอบภาพ รวมถึงการให้คำปรึกษาวิเคราะห์ภาพที่ถ่ายอย่างเป็นกันเอง และ เข้มข้น

 

HIGHLIGHT:

ชมและถ่ายภาพสถานที่ที่รวมความเป็นที่สุดในโลก

  • มัสยิดชีคซาเญด สุเหร่าขนาดใหญ่... โอ่อ่าอลังการ....สีขาวสะอาดตา...สถาปัตยกรรมที่ผสมผสานกับวัฒนธรรมของศาสนาอิสลามได้อย่างหลากหลายและลงตัว

  • โครงการเดอะปาล์มไอซ์แลนด์ เกาะสวรรค์แห่งอ่าวเปอร์เซียพื้นที่ที่เกิดจากการถมทะเลให้กลายเป็นเกาะรูปต้นปาล์ม

  • เมดิแนท จูไมร่า ซุค เวนิสแห่งดูไบ ตลาดพื้นเมืองโบราณสไตล์อาหรับ ที่มีบรรยากาศแสนโรแมนติก วิวตลาดที่เป็นไฮไลต์ให้เห็นตึก Burj Al-arab หรือตึกเรือใบอยู่ด้านหลัง

  • ตึกเบิร์จคาลิฟา...ตึกสูงตระหง่านเฉียดฟ้า สถาปัตยกรรมรูปทรงเลขาคณิต เป็นตึกที่ยิ่งใหญ่อลังการและเห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของเมืองมากๆ

  • ห้างสรรพสินค้าดูไบ มอลล์ ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ สวรรค์ของนักช้อปปิ้งและความหรูหราอลังการ 

  • ตะลุย ทะเลทรายอาหรับ ทะเลทรายที่ใหญ่เป็นอันดับ4 ของโลก

กำหนดการเดินทาง:17 – 21 มกราคม 2563 (5 วันลางาน 3 วัน)

จำนวนสมาชิก: 8 ท่าน (ออกเดินทางเมื่อมีสมาชิก 4 ท่านขึ้นไป)
ผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพ (Photo Specialist, PS): 2 ท่าน 
 

รายละเอียดการบินระหว่างประเทศ:
​เส้นทางระหว่างประเทศ สายการบิน Emirates Airline

โดยเดินทางพร้อมกันเป็นตั๋วกรุ๊ปโดยทาง Foto Journey ดำเนินการให้
 

ขาไป

เดินทาง วันศุกร์ที่ 17 มกราคม 2563 ด้วยเที่ยวบิน EK 377

EK 375 >>> Suvarnabhumi Airport, Bangkok (BKK) – Dubai International, United Arab(DXB) เวลา 03:30 – 07:15 น. (ระยะเวลาเดินทาง6 ชั่วโมง 45นาที)

ขากลับ

เดินทางวันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2563 ด้วยเที่ยวบินEK 374

EK 374 >>>Dubai International, United Arab(DXB) -Suvarnabhumi Airport, Bangkok (BKK)เวลา 22:35 – 07:35 น. (ระยะเวลาเดินทาง6 ชั่วโมง) 

เดินทางถึงเมืองไทยช่วงเช้าของวันอังคารที่ 21 มกราคม 2563 ในเวลา 07:35น.
 

***ออกตั๋วหลังจากได้รับยืนยันการออกทริป จากทางบริษัทฯเท่านั้น***

***บริการจัดการจองตั๋วเครื่องบิน โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม… รายละเอียดสามารถดูในหัวข้อ “ข้อมูลและลักษณะของทริปที่สำคัญ” ด้านล่าง***

รายละเอียดการเดินทาง:

วันที่1: <วันศุกร์ที่17มกราคม 2563> Bangkok ✈ Dubai International Airport –Dubai Marina walk Emaar – Sheikh Zayed Grand Mosque

ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิด้วยสายการบิน Emirate เที่ยวบินที่  EK375 เวลาเครื่องออก 03.30 น. ระยะเวลาเดินทางที่ยาวนาน 6 ชม. 45 นาที ถึงสนามบิน Dubai International Airport ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เวลาท้องถิ่น 07:15 น. ของวันเดียวกัน โดยเวลาที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ช้ากว่าประเทศไทย 3 ชม.เมื่อรับกระเป๋าจากสายพานและผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว เดินทางไปยัง Dubai Marina walk Emaar รับประทานอาหารอาหารมื้อกลางวัน และออกเดินทางไปถ่ายแสงเย็นที่ Sheikh Zayed Grand Mosque หลังจากนั้นรับประทานอาหารเย็น และกลับสู่ที่พัก

 

ดูไบมาริน่า Dubai Marina walk Emaar

ดูไบมารีนา ตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของดูไบ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 20 กิโลเมตร หากเดินทางมาด้วยรถยนต์ก็สามารถมาได้ง่ายด้วยการขับมาตามถนน Sheikh Zayed หรือนั่งรถไฟใต้ดินสายสีแดงเพื่อเข้าเมืองก็ได้

ดูไบมารีนาได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองแห่งคลองที่เกิดจากจากการสร้างของมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แหล่งที่อยู่อาศัยสุดหรูสูงระฟ้า รวมถึงสถานตากอากาศที่ครอบคลุมพื้นที่เกือบ 3 กิโลเมตรตามแนวชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย การนั่งเรือโบราณของชาวอาหรับ มีบริการล่องเรือทั้งกลางวันและกลางคืน เขตริมน้ำและบริเวณท่าเทียบเรือทั้งหมดสร้างขึ้นมาโดยกาารขุดทะเลทรายและปล่อยน้ำจากอ่าวให้ไหลเข้าไปข้างใน

การพัฒนาทางน้ำที่ตั้งใจสร้างขึ้นเป็นแห่งแรก โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ดูไบกลายเป็นเมืองที่มีคลองที่สร้างโดยมนุษย์และเต็มไปด้วยอสังหาริมทรัพย์หรูหรา สวนสาธารณะ บริเวณเดินเล่นและห้างสรรพสินค้า

 

Sheikh Zayed Grand Mosque

ได้ถูกออกแบบและก่อสร้างจากช่างที่มีฝีมือทั่วโลกกว่า3,000คน และ 38 บริษัท โดยเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 1996และเสร็จในปี 2007 วัสดุที่ใช้ก็มีทั้งหินอ่อน เซรามิก คริสตัลและทองคำ เป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานกับวัฒนธรรมของศาสนาอิสลามได้อย่างหลากหลายและลงตัว เป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจของชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ทุกคน และยังเป็นสุสานหลวงฝังพระบรมศพของ Sheikh Zayed bin Sultan Al Nahyan อดีตประธานาธิบดีคนแรกแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเป็นผู้สร้างมัสยิดแห่งนี้ไว้ก่อนจะสวรรคตด้วย

ที่นี่สามารถรองรับผู้มาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้สูงถึง40,000คน ห้องโถงละหมาดหลักสามารถรองรับได้ประมาณ 7,000 คน และถูกจัดให้เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวมากที่สุดเป็นอันดับที่ 25ของโลก 

ที่นี่ไม่เก็บค่าเข้าชม เป็นมัสยิดแห่งเดียวในกรุงอาบูดาบีที่อนุญาติให้คนศาสนาอื่นเข้าชมได้แต่ต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย หากชุดใครไม่พร้อมที่นี่มีบริการให้ยืมชุดฟรีทั้งชายและหญิง โดยผู้ชายใส่ชุดสีขาวคลุมยาวแบบอาหรับ และผู้หญิงใส่ชุดอะบาญ่าคลุมยาวสีสุภาพพร้อมผ้าคลุมฮิญาบ โดยวันศุกร์จะไม่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมเนื่องจากเป็นวันละหมาดใหญ่

 

วันที่ 2: <วันเสาร์ที่ 18มกราคม 2563> Dubai  –  Arabian Desert– Tolerance Bridge

ตื่นนอนแต่เช้า ออกเดินทางไปถ่ายแสงเช้าที่ ทะเลทรายอาหรับหลังจากนั้นเดินทางไป Business Bay หามุมถ่ายรูปบริเวณรอบๆ รับประทานอาหารมื้อกลางวัน หลังจากนั้นเดินทางไปยัง Tolerance Brigde กลับเข้าสู่ที่พัก รอถ่ายแสงเย็นจนถึงทไวไลท์บนโรงแรม รับประทานอาหารเย็น ถ่ายภาพช่วงกลางคืน บริเวณใกล้ๆโรงแรม เดินทางกลับเข้าสู่ที่พัก 

 

ทะเลทรายอาหรับ(Arabian Desert) 

เป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นอันดับ4 (รองจาก1. Antarctic Desert / 2.Arctic Desert / 3. Sahara Desert) ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ของหลายประเทศในกลุ่มคาบสมุทรอาหรับเช่น จอร์แดนอิรักคูเวตกาตาร์โอมานเยเมนและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ2,300,000ตารางกิโลเมตรซึ่งถ้าเทียบกับประเทศไทยที่มีพื้นที่ประมาณ500,000ตารางกิโลเมตร

 

Tolerance Bridge

เป็นประตูเชื่อมต่อประวัติศาสตร์อันยาวนานของดูไบสู่อนาคต สะพานนี้แสดงถึงสังคมที่หลากหลายของดูไบทั่วทั้งภูมิภาค การทอดข้ามฝั่งธนาคารและชุมชนตามแนวคลองเข้าด้วยกัน

ท่านชีคโมฮัมเหม็ดบินราชิดอัลมักตุมรองประธานและนายกรัฐมนตรีของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และผู้ปกครองของดูไบได้เสนอการตั้งชื่อสะพานคนเดินที่สวยที่สุดเหนือคลองน้ำดูไบในฐานะสะพานแห่งความอดทน “ สะพานเชื่อมโยงผู้คนวัฒนธรรมและใจ” ซึ่งตรงกับในการเฉลิมฉลองวันสากลประจำปีและความอดทน

 

วันที่ 3: <วันอาทิตย์ที่ 19มกราคม 2563> The Palm Island Project – Madinat Jumeirah Souk

หลังจากรับประทานอาหารเช้า ออกเดินทางไปถ่ายแสงเช้าที่โครงการ The Palm Island หลังจากนั้นออกเดินทางไปที่ตลาด Madinat Jumeirah เดินเล่นช้อปปิ้งและถ่ายภาพ หลังจากนั้นรับประทานอาหารเย็น เดินเทางกลับเข้าสู่ที่พัก รอถ่ายช่วงทไวไลท์ที่โรงแรม และออกไปถ่ายภาพยามค่ำคืนที่สะพาน Dubai Water Canal Footbridge

 

หมู่เกาะต้นปาล์ม(The Palm Island)

หมู่เกาะต้นปาล์ม หรือ The Palm Islands นั้นเป็นโครงการก่อสร้างเกาะจำลองบริเวณอ่าวเปอร์เซีย เมืองดูไบ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้รับการขนานนามว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับแปดของโลก โดยแต่ละเกาะจะมีลักษณะรูปร่างเหมือนต้นปาล์ม และล้อมรอบด้วยเสี้ยววงกลม โดยพื้นที่จะมีการจัดเป็นที่อยู่อาศัย และรีสอร์ท การพัฒนานี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศดูไบ และในโครงการจะมีการสร้างทั้งหมด 3 เกาะ ได้แก่ ปาล์ม Jumeirah,ปาล์ม Deira และ ปาล์ม Jebel Ali 

วัตถุประสงค์ก็เพื่อส่งเสริมธรรมชาติ ทั้งการสร้างแนวปะการังและแหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตในทะเล ถือเป็นการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไปในตัว เพราะท่านนายกรัฐมนตรีรู้ว่า น้ำมันนั้นจะไม่คงอยู่ตลอดไป จึงสร้างแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกขึ้นมา เพื่อที่จะสามารถอยู่รอดได้โดยไม่ต้องรอเงินจากการขายน้ำมันเพียงอย่างเดียว 

 

เมดิแนท จูไมร่า ซุค (Madinat Jumeirah Souk)

 ศูนย์การค้าสไตล์อาหรับโบราณ ตั้งอยู่ติดริมทะเล หรือเรียกว่า เวนิสแห่งดูไบ เป็นแหล่งช็อปปิ้งที่ผู้คนนิยมมาก เพราะบรรยากาศดี เป็นตลาดติดแอร์ที่ตั้งอยู่ในส่วนเดียวกับโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวMina Al Salam ของตระกูล Al Maktoum ออกแบบและตกแต่งเป็นศิลปะพื้นเมืองแบบอาหรับคลาสสิก ภายในมีสินค้าระดับ Premium มากมาย อาทิ ของที่ระลึก พวงกุญแจ ขวดทราย พรมอิหร่าน หัวน้ำหอม โคมไฟ ของประดับตกแต่งบ้าน ขนมหวาน และถั่วรสช็อกโกแลต เป็นต้น สามารถเดินได้ทั้งกลางวันกลางคืน ถ้าในตอนกลางคืนจะมีแสงไฟส่องฟ้าทอแสงละมุนละไมให้บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ และยังมีกิจกรรมความบันเทิงต่างๆ ทั้งการแสดงที่โรงละคร Madinat ทัวร์ของคลองน้ำที่สวยงาม และสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่น่าตื่นเต้น แสง สี เสียง ตื่นตาตื่นใจ พร้อมออกเสตปในยามราตรี โดยร้านค้าเปิดตั้งแต่ 10 โมง ถึง 5 ทุ่ม และ ร้านอาหารเปิด 8 โมง ถึง ตี 2 ของทุกวัน

 

วันที่ 4: <วันจันทร์ที่ 20มกราคม 2563> Dubai Creek Habour – Burj Khalifa – Dubai Mall

หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ออกเดินทางไปยัง Dubai Creek Harbour จากนั้นขึ้นไปยังตึก Burj Khalifa สามารถชมวิวทิวทรรศน์ทั่วนครดูไบได้ถึง360 องศา และออกเดินทางไปที่ Dubai Mall ประทานอาหารมื้อกลางวัน เดินเล่น ช้อปปิ้งซื้อของฝาก ถ่ายรูปบริเวณรอบๆห้างสรรพสินค้า และตอนเย็นรอบชมการแสดงน้ำพุ หลังจากนั้นเตรียมตัวเดินทางไปยังสนามบิน Dubai International Airport ด้วยสายการบิน Emirates Airline เที่ยวบิน EK 374 เวลาเครื่องออก 22.35น. ระยะเวลาในการเดินทาง 6 ชั่วโมง

 

Dubai Creek Harbour 

เป็นที่ตั้งของแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของโลก นั่นคือ Dubai Creek Tower และตั้งอยู่ริมเวิ้งทะเล Dubai Creek ซึ่งมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของมหานครดูไบได้อย่างเต็มตา รวมถึงวิวริมน้ำและเขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่าราสอัลคอร์

ผู้ออกแบบอาคารบอกว่าได้รับแรงบันดาลใจจากต้นลิลลี่และสุเหร่า ห้องชมวิวจำลองแบบมาจากหน่ออ่อนรูปไข่ ตัวหอคอยถูกยึดกับพื้นดินด้วยสายเคเบิลที่มั่นคงซึ่งเลียนแบบจากเส้นใบของต้นลิลลี่

นอกจากนี้ยังมีห้องยอดตึกและชั้นชมวิวสำหรับแขกวีไอพีที่ทำเป็นสวนสวยงดงามเหมือนกับสวยลอยแห่งบาบิโลนหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ

 

Creek Dubai

"Creek" เป็นแม่น้ำสายหลักของดูไบสัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของเมืองดูไบ สามารถล่องเรือAbra ชมคลองได้แบบชิวๆ ซึ่งคลองนี้เป็นคลองที่เก่าและสวยงามที่สุดของดูไบ คลองดูไบแห่งนี้เป็นแหล่งชมวิวริมน้ำสวยงามและกิจกรรมยอดฮิตที่ห้ามพลาดก็คือ การนั่งเรืออะบรา (Abra) ชมวิวยามเย็นริมสองฝั่งคลองที่แบ่งเมืองนี้เป็น2 เขต คือ เขตเดียรา (Deira) และเบอร์ดูไบ (Bur Dubai) ในอดีตนั้นสองฟากคลองนี้เป็นแหล่งหมู่บ้านชาวประมงดั้งเดิมที่ว่ากันว่ามีการตั้งรกรากไปกว่า4,000 ปีก่อน

การเดินทางข้ามฝั่งครีก ทำได้โดยการนั่งเรือข้ามฟาก ซึ่งมีทั้งเรือโดยสารของกรมขนส่งดูไบ (RTA Water Bus) กับเรือแบบคลาสสิก หรือเรียกว่า Water Taxi คล้าย ๆ เรือหางยาว เรือทั้งสองแบบราคาไม่แพง โดย Water Taxi จะมีราคาถูกกว่า สามารถเห็นวิวของสองฝั่งแม่น้ำได้ชัดเจน 

 

ตึก Burj Khalifa 

ตึกเบิร์จ ดูไบ (Burj Dubai) ที่ตั้งสูงตระหง่านเฉียดฟ้าอยู่กลางเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กันค่า เป็นตึกที่ยิ่งใหญ่อลังการและเห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของเมืองมากๆ สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 2010 ใช้เวลาถึง 6 ปี ออกแบบโดย เอเดรียน สมิธ เป็นทีมจากสำนักงานสถาปนิก เอสโอเอ็ม ( SOM = Skidmore, Owings & Merrill ) โดยได้แรงบันดาลใจมาจากดอกไม้ทะเลทรายในตระกูลHymenocallis เป็นสถาปัตยกรรมรูปทรงเรขาคณิต ที่มีฐานเป็นรูปตัว Y ทำให้โครงสร้างอาคารมีความมั่นคงนั่นเอง และยังได้มีการปลูกต้นไม้ที่สามารถทนต่อสภาพอากาศร้อนในดูไบได้ไว้บนตึกอีกด้วย

เจ้าของตึกก็คือ นายกรัฐมนตรี หรือเจ้าผู้ครองนครดูไบ Mohammed bin Rashid Al Maktoum  (มุฮัมมัด บิน รอชิด อัลมักตูม) ลงทุนกว่า 1,500ล้านดอลล่าร์ หรือเท่ากับ 52.5 พันล้านบาท และในปี 2010 ได้เปลี่ยนชื่อจากเบิร์จดูไบเป็นเบิร์จคาลิฟา  เพื่อเป็นเกียรติแก่เคาะลีฟะฮ์ บิน ซายิด บิน สุลฏอน อัลนะฮ์ยาน (Khalifa bin Zayed Al Nahyan) ประธานาธิบดีคนที่สองแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเป็นเจ้าผู้ครองนครอาบูดาบี เนื่องจากพระองค์ได้ช่วยเหลือทางการเงินครั้งใหญ่ให้กับดูไบรวมถึงตึกนี้

ตึกเบิร์จคาลิฟามีทั้งหมด163ชั้น ความสูง 828 เมตร สูงกว่าหอไอเฟลกว่า 3เท่า ภายในตึกมีทั้ง สำนักงาน, ภัตตาคาร,คอนโด, สระว่ายน้ำแบบเอาท์ดอร์, สุเหร่า, หอดูดาวกลางแจ้ง

และไม่ได้มีชื่อเสียงแค่เป็นตึกที่สูงที่สุดในโลกเท่านั้น ยังมีจุดชมวิวสูงที่สุดในโลก และ มีลิฟต์สูงที่สุดในโลกอีกด้วย โดยลิฟต์มีความเร็ว10เมตรต่อวินาที ดาดฟ้ากว้างนี้สามารถมองเห็นวิวได้แบบ 360 องศา ไกลกว่า 95 กิโลเมตร

 

Dubai Mall

เดอะ ดูไบ มอลล์ คือห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ที่นอกจากจะเต็มไปด้วยร้านค้าแบรนด์ดังจากทั่วโลก อาทิ Waitrose และ Hamleys ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกในตะวันออกกลางแล้ว ซึ่งเป็นที่รวมของร้านค้ามากกว่า 1,200 ร้าน ร้านอาหารและร้านกาแฟมากกว่า 200 แห่ง ที่นี่ยังมีจุดน่าสนใจอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งตลาดซื้อขายทองคำในร่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก ลานสเก็ตน้ำแข็งที่ได้มาตรฐานโอลิมปิก ไปจนถึงศูนย์รวมแฟชั่น นอกจากนั้นยังประกอบด้วยอควาเรียมที่ได้รับการบันทึกในระดับโลกว่าเป็นตู้กระจกอะคริลิกขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วยและโรงภาพยนตร์ 22 จอ สถานที่อันดึงดูดใจเหล่านี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่มากกว่า 5.9 ล้านตารางฟุต (550,000 ตารางเมตร) บนอาคารสี่ชั้น

น้ำพุเต้นระบำ

น้ำพุแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ด้านล่างของตึก Burj Khalifa และห้างสรรพสินค้าดูไบซึ่งเป็นสถานที่เที่ยวดูไบที่เป็นห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดของโลกถ้ามาช่วงเย็นจะได้เห็นแสงสีเสียงตระการตาจากการโชว์แสงไฟ น้ำพุดูไบเปิดให้ชมทุกวัน โดยประกอบไปด้วยวงน้ำพุทั้งหมด 5 วง โดยในแต่ละวันจะมีการเปิดเพลงประกอบการแสดงน้ำพุ 35 เพลง

 

วันที่ 5: <วันอังคารที่ 21มกราคม 2563> Dubai International Airport  ✈ Suvarnabhumi Airport, Bangkok

เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพ เวลา 07.35 น. ตามเวลาท้องถิ่น
 

อัตราค่าบริการ: 46,000 บาท/ท่าน (สามารถแบ่งชำระได้ 3 งวด)
พิเศษ!!! สำหรับลูกค้าเก่า Foto Journey ราคาเพียง 42,900 บาท/ท่าน 
(ราคานี้ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน, ค่าดำเนินการทำวีซ่า, ค่าอาหารกลางวันและเย็น)

เงื่อนไขการจองและการชำระเงิน:

ณ วันที่จอง: ชำระมัดจำงวดแรก 12,000 บาท
ภายในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562: ชำระมัดจำงวดที่สอง 20,000 บาท
ภายในวันที่5 ธันวาคม 2562: ชำระมัดส่วนที่เหลือทั้งหมด
***โดยบริษัทถือลำดับการชำระเงิน เป็นสำคัญ ในการยืนยันสิทธิ์การเดินทาง***
 ***สำหรับลูกค้าที่เดินทางท่านเดียว ทางบริษัทจะจัดหารูมเมทให้โดยไม่จำเป็นต้องชำระค่าใช้จ่ายสำหรับพักเดี่ยวแต่อย่างใด***

 

ค่าบริการนี้รวม:

- ค่าที่พักตลอดการเดินทาง 
- ค่าอาหารเช้า
- ค่าเข้าเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆที่ระบุไว้ในโปรแกรม
- ค่ายานพาหนะ, น้ำมัน,ที่จอดรถ, ทางด่วนและอื่นๆ ที่ใช้ในการเดินทาง
- บริการถ่ายภาพและสอนการถ่ายภาพตลอดการเดินทาง
- ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุ วงเงินรวมสูงสุด 2,000,000 บาท เงื่อนไขตามรายละเอียดในกรมธรรม

ค่าบริการนี้ไม่รวม:

- ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ
- ค่าดำเนินการทำวีซ่า
- ค่าอาหารกลางวันและเย็น
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ นอกเหนือรายการ เช่น ค่าSIM ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าเครื่องดื่ม มินิบาร์ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด เป็นต้น
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดการณ์

 

การชำระเงินค่าเดินทาง :
สามารถโอนเงินเข้าบัญชี
ธ.กสิกรไทย    เลขที่บัญชี 037-2-57628-6 หรือ

ธ.ไทยพาณิชย์  เลขที่บัญชี 408-825346-9 


ชื่อบัญชี บริษัท โฟโต้ เจอร์นี่ จำกัด
หลังจากโอนเงินแล้ว กรุณาส่งใบโอนเงินไปที่ 

Line@: @FotoJourney หรือ

คลิก! Line : https://line.me/R/ti/p/%40fotojourney หรือ 

Inbox Facebook: FotoJourneyTH 

ข้อมูลและลักษณะของทริปที่สำคัญ

ทริปนี้มีลักษณะเป็น Photo Trip จะเน้นถ่ายรูปแสงเช้า แสงเย็น เป็นหลัก ดังนั้น แผนเดินทางอาจจะมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อให้ทุกท่านได้ถ่ายภาพตามให้มากที่สุด

 - ยานพาหนะ มีข้อจำกัดเรื่องต้องเก็บสัมภาระพร้อมการเดินทาง จึงขอความกรุณานำกระเป๋าขนาดใหญ่ไม่เกิน 26 นิ้วต่อ 1 ท่าน และ กระเป๋าหิ้วน้ำหนักไม่เกิน 7 กก ต่อ 1

- ทริปนี้ค่าใช้จ่ายไม่ได้รวมค่าอาหารไว้ (ยกเว้นอาหารมื้อเช้าที่ทางบริษัทบริการจัดไว้ให้)  และเนื่องจากการเดินทางเป็นแบบ Photo Trip ในส่วนของลักษณะการรับประทานอาหารจะเป็นแบบ รับประทานที่ร้านอาหาร, การซื้อมาจาก Supermarket, รวมถึง Fast Food 

การทำวีซ่าต้องยื่นผ่านตัวแทน    โดยเราจะช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องเอกสารใบสมัครและแผนการเดินทาง เพื่อประกอบการยื่นขอวีซ่า ซึ่งจะนัดหมายกันอีกครั้ง ประมาณ 2 - 3 เดือนก่อนวันเดินทาง

- Photo Specialist จะเป็นผู้ขับรถตลอดทั้งทริป และช่วงเวลาที่ระบุในทริปเป็นช่วงที่พระอาทิตย์ตก 4 ทุ่มของทุกวัน ดังนั้นอาจจะมีการปรับเปลี่ยนโปรแกรมตามความเหมาะสมเพื่อให้ทั้ง Photo Specialist และ ผู้ร่วมทริปมีเวลาพักผ่อนเพียงพอ และคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก
บริการจัดการจองตั๋วเครื่องบิน

กรณีให้ Foto Journey (FJ) ออกบัตรโดยสาร จะเป็นการจองที่นั่งบัตรโดยสารผ่านระบบ GDS ( Global Distribution System ) มีระยะเวลาในการออกบัตรโดยสาร (โอนเงินค่าตั๋วฯ) ภายใน 48-72 ชั่วโมง 

ซึ่งต่างจากราคาบนหน้าเว็ปไซด์ ที่เป็น Real Time Rate ที่ขึ้น-ลง ตามสายการบิน 

โดยรับบริการจองตั๋วเครื่องบิน ตั้งแต่วันที่ทริปนั้นยืนยันการออกเดินทาง จนถึง 30 วันก่อนกำหนดวันเดินทางในทริปนั้นๆ

ข้อมูลที่จำเป็น ในการสำรองที่นั่ง ผ่านระบบ GDS  

1.ชื่อ - นามสกุล ตามหน้าหนังสือเดินทาง

2.Frequent Flyer Number หรือบัตรสะสมไมล์ 

3.ระบุที่ั่นั่งที่ต้องการ เช่น ริมทางเดิน ริมหน้าต่าง อาจมีค่าใช่จ่ายเพิ่มขึ้นตามเงื่อนไขของสายการบิน 

4.หลังจากสำรองที่นั่งแล้ว ทาง Foto Journey (FJ) จะแจ้งราคาบัตรโดยสารที่ไม่มีธรรมเนียมค่าบริการ

5.สมาชิกโอนเพื่อออกบัตรโดยสารภายในวันเวลาที่กำหนด เพื่อป้องกัน ฺBooking จะ Auto Cut 

6.กรณีโอนเงินไม่ทันตามกำหนด และมีการสำรองที่นั่งใหม่ อาจมีราคาที่เท่าเดิม หรือ สูงขึ้นกว่าเดิม ขึ้นอยู่กับสถานะของที่นั่งในช่วงเวลานั้น ๆ

 

เงื่อนไขการยกเลิกทริป

กรณีที่ลูกค้าไม่สะดวกเดินทางและมีความจำเป็นต้องยกเลิกการเดินทาง และมีการยกเลิกการเดินทาง
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 90 วัน หัก 18,000 บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 45-90 วัน หัก 28,000บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 15-45 วัน หัก 32,000 บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 15 วัน ไม่สามารถคืนเงินได้ยกเว้นเงินรีฟันด์ตั๋วเครื่องบินให้ลูกค้าตามเงื่อนไขของสายการบินนั้นๆ
หมายเหตุ : ในกรณีที่ค่าทริปรวมตั๋วเครื่องบิน บริษัทจะทำการคืนเงินรีฟันด์ตั๋วเครื่องบินให้ลูกค้าตามเงื่อนไขของสายการบินนั้นๆ
ในกรณีที่ประเทศที่ไปต้องมีการของวีซ่า การยกเลิกทริปเนื่องจากลูกค้ายื่นวีซ่าไม่ผ่านหลังจากชำระมัดจำทริปแล้ว ให้ใช้เงื่อนไขเดียวกับการยกเลิกทริปโดยลูกค้า แนะนำให้ลูกค้าหลังจากจองทริปไปแล้วควรไปขอวีซ่าแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะเมื่อเกิดปัญหาเรื่องวีซ่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ง่ายกว่าการขอวีซ่าแบบกระชั้นชิ

 

ความรับผิดชอบ และ เงื่อนไขอื่นๆ

ในกรณีที่ทริปต้องถูกยกเลิกการเดินทาง ด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ เช่น เกิดการก่อการร้าย เกิดความไม่สงบ เกิดการประท้วง เกิดจากภัยธรรมชาติทำให้ไม่สามารถเดินทางได้ หรือเหตุอื่นๆที่ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย โดยถือว่าการตัดสินใจยกเลิกการเดินทางเป็นสิทธิ์ขาดของทางบริษัท ทางบริษัทยินดีที่จะคืนค่าทริปที่ลูกค้าจ่ายมาทั้งหมด ยกเว้นค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก หรืออื่นๆที่มีการดำเนินการชำระเงินไปแล้ว
บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ที่เกิดจากความล่าช้าของสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง การปฏิเสธการเข้าเมือง การโดนกักตัว หรือถูกส่งตัวกลับ ความเสียหายหรือสูญหายของกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าใบเล็ก หรือของมีค่าส่วนตัวของท่านระหว่างการเดินทาง โดยสิทธิประโยชน์ของท่านจะได้รับตามกรมธรรม์ประกันการเดินทางที่ระบุความรับผิดชอบไว้เท่านั้น ทั้งนี้ บริษัทฯ จะยืดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสําคัญ แต่ไม่สามารถคืนเงินค่าทริปให้ท่านได้
และหากเกิดเหตุสุดวิสัยดังต่อไปนี้ ทางบริษัทไม่อาจรับผิดชอบต่อความเสียหายต่างๆ ที่อยู่เหนือการควบคุมของเจ้าหน้าที่บริษัทฯ อาทิ
o การนัดหยุดงาน การจลาจล เปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาในตารางบิน ภัยธรรมชาติ ฯลฯ หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้น ทั้งทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ฯลฯ
o การตอบปฏิเสธการเข้าและออกเมืองของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าหรือออกเมือง อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฏหมาย หรือเอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง หรือการถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ
o  การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากสายการบินเช่น การยกเลิกเที่ยวบิน / เครื่องดีเลย์ / กระเป๋าสัมภาระมาไม่ครบ / การขึ้นราคาค่าตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น
o บริษัทฯ มีสิทธ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
o หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวจะสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์และจะไม่รับผิดชอบค่าบริการที่ ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
o บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการห้ามออกนอกประเทศ หรือ ห้ามเข้าประเทศ อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่น
o กรณีเกิดความผิดพลาดจากตัวแทน หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนมีการยกเลิก ล่าช้า เปลี่ยนแปลง การบริการจาก สายการบิน บริษัทขนส่ง หรือ หน่วยงานที่ให้บริการ บริษัทฯ จะดำเนินโดยสุดความสามารถที่จะจัดบริการทัวร์อื่น ทดแทนให้ แต่จะไม่คืนเงินให้ สำหรับค่าบริการนั้นๆ
o มัคคุเทศก์ พนักงาน และตัวแทนของบริษัท ฯ ไม่มีสิทธิ์ในการให้คำสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นแทนบริษัทฯ นอกจากมีเอกสาร ลงนามโดยผู้มีอำนาจของ
บริษัทฯ กำกับเท่านั้น

  • White Facebook Icon
  • White Instagram Icon
  • White YouTube Icon

Foto Journey Co., Ltd

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/09199