"Complete your frame....

with a great Journey"

“Top Experiences in Georgia Autumn” 

Foto Journey ยินดีพาท่าน… เปิดประสบการณ์สู่ประเทศที่คุณจะหลงรัก หนึ่งในประเทศที่เป็นดั่งเพชรเม็ดงามในดินแดนคอเคซัส ซึ่งเต็มไปด้วยธรรมชาติที่สุดแสนอัศจรรย์และน่าค้นหาในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีสุดแสนโรแมนติกของประเทศ “จอร์เจีย” ประเทศอันเป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างทวีปยุโรปและเอเชีย ซึ่งเต็มไปด้วยปูมหลังเรื่องราวยาวนานมากกว่า 2,500 ปี และแม้ระยะเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเท่าใด กลิ่นอายของความรุ่งเรืองในอดีตยังคงหลงเหลือให้เราได้ค้นหา ด้วยอารามสงฆ์และวิหารชื่อดังต่างๆ อาทิเช่น วิหารนักบุญนีโน่ The Monastery of St.Nino and Bodbe, โบสถ์ Svetitskhoveli Cathedral, Dariali Monsastery,  Trinity of Gergeti, Javari Monastery เป็นต้น พาท่านเดินทางเยี่ยมชม Uplistsikhe ถ้ำหินเก่าแก่อายุมากกว่า 3000 ปี! 

จิบไวน์องุ่นเลิศรสด้วยกรรมวิธีหมักเฉพาะของชาวจอร์เจียที่ Numisi Museum ... เยือน Prometheus Cave ถ้ำที่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยและแสงสีที่สวยงาม, พาท่านชมสถานที่สำคัญตลอดแนวเทือกเขาคอร์เคซัส (Caucasus Mountain) และทิวทัศน์สุดอลังการของการเป็นดินแดนระหว่าง 2 ทวีป เล่าขานผ่านอารยธรรมของเมือง Tbilisi และรวมถึงสถานที่สำคัญต่างๆ ภายในเมือง ที่ทำให้ให้เกิดเป็นประเทศที่น่าค้นหาแห่งนี้ขึ้นมา ท่ามกลางใบไม้สีสันสดใสในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่คุณจะต้องประทับใจไม่รู้ลืม

และที่สำคัญเราจะพาทุกท่านไปถ่ายรูปในหลายประสบการณ์ หลากเทคนิค โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการภาพถ่าย (Photo Specialist) สอนถ่ายภาพตั้งแต่ระดับพื้นฐาน คอยแนะนำเทคนิค, มุมมอง, องค์ประกอบภาพ รวมถึงการให้คำปรึกษาวิเคราะห์ภาพที่ถ่ายอย่างเป็นกันเอง และ เข้มข้น
 

HIGHLIGHT:

o    มหาวิหารชื่อดังต่างๆ อาทิเช่น
     o    มหาวิหารของนักบุญนีโน่ (The Monastery of St.Nino and Bodbe) อารามนิกายจอร์เจียนออร์โธดอกซ์ สร้างขึ้นเพื่อเป็น                   อาราม  นางชีอุทิศให้แก่นักบุญนีโน่ ตั้งเด่นตระหว่านท่ามกลางต้นไซเปรส
     o    วิหารสเวติสเคอเวรี (Svetitskhoveli Cathedral) ว่ากันว่าเป็นวิหารเสาที่ยังมีชีวิต ศูนย์กลางทางศาสนาที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้ชาว                   จอร์เจียเปลี่ยนความเชื่อและหันมานับถือศาสนาคริสต์ สิ่งก่อสร้างยุคโบราณที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศจอร์เจีย
     o    โบสถ์เกอร์เกอตี้ ทรินิตี้ (Gergeti Trinity Church) โบสถ์เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากของประเทศจอร์เจีย หนึ่งในมุมโปรดของช่างภาพ             จากหลากหลายประเทศ
     o    วิหารจวารี (Javari Monastery) โบสถ์ที่มีชื่อเสียงมากของประเทศจอร์เจีย นอกจากความงดงามของตัวโบสถ์แล้ว ยังสามารถ               ชื่นชมกับวิวทิวทัศน์ของเมืองมิชเคทาที่มีแม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกัน
     o    อารามเกเลติ (Geleti Monastery) หนึ่งในอารามของจอร์เจียที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์กร Unesco นับว่าเป็นสถาปัตยกรรม             ชิ้นเอกของยุคทองของเศรษฐกิจและการเมือง

o    เมือง Sighnaghi เมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนหุบเขาซึ่งยังคงกลิ่นอายย้อนยุคแห่งอิตาลี ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสัญลักษณ์แห่ง                ความรัก โดดเด่นด้วยการสร้างถนนด้วยก้อนกรวด รวมถึงเรื่องราวของประวัติศาสตร์บ้านเมืองที่มีมาอย่างยาวนาน

o    เมืองทิบิลิซี (Tbilisi) เมืองหลวงของประเทศจอร์เจีย เสน่ห์ของการรักษาเอกลักษณ์ของเมืองเก่าที่ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่สมัยศตวรรษ            ที่ 5 ควบคู่ไปกับการพัฒนาบ้านเมืองให้ทันสมัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ

o    อานานูรีคอมเพลกซ์ (Ananuri Complex) สถานที่เก่าแก่ที่มีความสวยงามมากแห่งนึงของประเทศจอร์เจีย ประกอบไปด้วยปราสาท,            โบสถ์ และป้อมปราการที่มีความสวยงาม

o    เทือกเขาคอร์เคซัส (Caucasus) เทือกเขาที่ทำหน้าที่เป็นปราการธรรมชาติ แบ่งพรมแดนระหว่างทวีปยุโรปและทวีปเอเชีย จนทำให้               เกิดปรากฏการณ์กลุ่มประเทศสองทวีปขึ้นมาบนโลกใบนี้ภายใต้ร่มเงาของเทือกเขาแห่งนี้

o    หุบเขาดารีอลี (Dariali Gorge) หุบเขาที่ได้รับการขนานนามให้เป็นประตูสู่จอร์เจีย อันเป็นพรมแดนระหว่างรัสเซียและจอร์เจีย ลองเดินทางข้ามระหว่างหุบเขาสู่หมู่บ้าน TSDO เพื่อทอดสายตาชมความงามตามแนวภูเขาที่อยู่ตรงหน้าดูสักครั้ง

o    เมืองถ้ำอุซพลิลิเค่ (Uplistsikhe) หินถ้ำที่มีอายุมากกว่า 3000 ปี สร้างขึ้นในสมัยโบราณเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและการบ่มไวน์ รวมถึงที่พักอาศัยของเหล่าราชวงศ์อีกด้วย

o    ถ้ำโพรมิทิอุส (Prometheus Cave) หนึ่งในถ้ำอันน่าอัศจรรย์และมีขนาดใหญ่ที่สุดของชาวจอร์เจีย ด้วยความยาวและความสวยงามของหินงอกหินย้อยที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

o    นครถ้ำหวาร์ดเซีย (Vardzia Cave) ถ้ำที่สร้างขึ้นเพื่อใช้หลบหนีการรุกรานของพวกมองโกล รองรับผู้อาศัยมากกว่า 50,000 คน!

o    เที่ยวชมสถานที่สำคัญในเมือง เช่น
     o    ปราสาทเมติคี (Metakhi Plateau) ปราสาทที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พำนักของเหล่ากษัตริย์ ถือเป็นย่านที่มีความเก่าแก่ที่สุดของเมือง
     o    สะพานแห่งสันติภาพ (The Bridge of Peace) สะพานกระจกใสที่เชื่อมระหว่างตัวเมืองเก่าและเมืองใหม่ของทบิลิซีเข้าด้วยกัน
     o    ป้อมนาริกาลา (Narikala Fortress) ป้อมเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 13 สามารถมองเห็นเมืองทบิลิซีได้ทั้งเมือง
     o    โรงอาบน้ำ (Sulphur Bath) และ Abanotubani โรงอาบน้ำร้อนที่เปิดให้บริการแก่คนท้องถิ่นและมีบุคคลสำคัญระดับโลกมากมายเดิน             ทางมาเพื่อลองสัมผัสบรรยากาศอาบน้ำแบบยุคเก่า
     o    น้ำตก Leghvtakhevi Waterfall น้ำตกที่ตั้งอยู่กลางใจเมือง ถือเป็นจุดท่องเที่ยวพักผ่อนสำหรับผู้คนของเมืองนี้
     o    อนุสรณ์สถานแห่งจอร์เจีย (Chronicles of Georgia) อนุสรณ์สถานที่บ่งบอกความเป็นมาของจอร์เจียผ่านเสาที่มีขนาดใหญ่
     o    Mtatsminda Park สวนสาธารณะที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดอันเป็น Landmark ของเมืองทบิลิซี
     o    วิหารทรินิตี้ (Trinity Cathedral) โบสถ์ออร์โธด็อกซ์ที่มีความสวยงาม มีขนาดที่ใหญ่ที่สุด และสำคัญที่สุดของประเทศจอร์เจีย สร้างขึ้นเพื่อแสดงถึงความเท่าเทียมกันของคริสตจักร

กำหนดการเดินทาง : 10–18 ตุลาคม 2563 (9 วัน ลางาน 4 วัน) ตรงกับวันหยุด 1 วันคือ วันที่ 13 ตุลาคม วันคล้ายวันสวรรคต ร.9
จำนวนสมาชิก:
14 ท่าน
(สมาชิก 7: PS 1)
ผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพ (Photo Specialist, PS): 2 ท่าน  
ผู้นำทริปท้องถิ่น (Local Tour Leader):
1 ท่าน
ผู้ขับรถท้องถิ่น (Local Driver): 1 ท่าน 

รายละเอียดเส้นทางการบินระหว่างประเทศ: สายการบิน Emirates 
ขาไป
เดินทาง วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2563 ด้วยเที่ยวบินที่ EK377 และ EK2200
EK377 >>> Suvarnabhumi Airport, Bangkok (BKK) –  Dubai International Airport, UAE (DXB) เวลา 03:30 – 06:50 น. (ระยะเวลาเดินทาง 6 ชั่วโมง 20 นาที) รอต่อเครื่อง 4 ชั่วโมง 10 นาที
EK2200 >>> Dubai International Airport, UAE (DXB) - Tbilisi International Airport, Georgia (TBS) เวลา 11.00 – 14.30 น. (ระยะเวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง 30 นาที)
ถึงสนามบินทบิลิซิ ในช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2563 เวลาท้องถิ่น 14:30 น. (รวมเวลาเดินทางทั้งหมด 14 ชั่วโมง)
ขากลับ
เดินทาง วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2563 ด้วยเที่ยวบินที่ EK2201 และ EK374
EK2201 >>> Tbilisi International Airport, Georgia (TBS) –  Dubai International Airport, UAE (DXB) เวลา 15.30 – 18.45 น. (ระยะเวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง 15 นาที) รอต่อเครื่อง 3 ชั่วโมง 45 นาที
EK374 >>> Dubai International Airport, UAE (DXB) - Suvarnabhumi Airport, Bangkok (BKK) เวลา 22.30 – 08.00 น. ของเช้าวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2563 (ระยะเวลาเดินทาง 6 ชั่วโมง 30 นาที)
ถึงสนามบินสุวรรณภูมิในเช้าวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2563 เวลาท้องถิ่น 08.00 น. (ระยะเวลาเดินทางทั้งหมด 13 ชั่วโมง 30 นาที)

***ออกตั๋วหลังจากได้รับยืนยันการออกทริป จากทางบริษัทฯเท่านั้น***
***บริการจัดการจองตั๋วเครื่องบิน โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม… รายละเอียดสามารถดูในหัวข้อ “ข้อมูลและลักษณะของทริปที่สำคัญ” ด้านล่าง***

รายละเอียดการเดินทาง:


วันที่ 1: < วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2563 > Suvarnabhumi Airport, Bangkok  ✈ Dubai International Airport, UAE ✈ Tbilisi International Airport – Kakheti – Bodbe Monastery – Sigagi – Numisi Museum – Telavi – Gombori Pass – Tbilisi   
ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิด้วยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK377 และ EK383 เวลาเครื่องออก 03:30 น. ระยะเวลาเดินทาง 6 ชั่วโมง 20 นาที ถึงสนามบิน Dubai International Airport เวลาท้องถิ่น 06:50 น. ของเดียวกัน ระยะเวลารอต่อเครื่อง 4 ชั่วโมง 10 นาที

ออกเดินทางจากสนามบินนานาชาติดูไบ สหรัฐอาหรับอิมมิเรท ด้วยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK2200 (เที่ยวบินร่วม) ในเวลา 11.00 น. ระยะเวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง 30 นาที และถึงสนามบินทบิลิซิ ประเทศจอร์เจียในเวลา 14.30 น. ระยะเวลาเดินทางทั้งหมดรวม 14 ชั่วโมง  หลังจากรับกระเป๋าจากสายพานและผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว เราจะนำท่านเดินทางสู่ภูมิภาค Kakheti โดยที่นี่มีความโดดเด่นคือเป็นโรงงานผลิตไวน์สไตล์จอร์เจีย เราจะพาท่านสู่อาราม Bodbe อดีตที่พำนักของผู้นำศาสนา Nino ในศตวรรษที่ 4 โดยที่หลุมศพของเธอก็ยังคงตั้งอยู่ที่นี่ จากนั้นเที่ยวชมรอบๆ เมือง Sigagi เมืองเล็กๆ สไตล์อิตาลีที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเมืองแห่งความรัก จากนั้นพาท่านเปิดมุมมองสู่แนวเทือกเขา Caucasus ในช่วงบ่ายครับ

หลังจากบันทึกภาพกันอย่างจุใจแล้ว พาท่านสู่โรงกลั่นไวน์ชื่อดัง และพิพิธภัณฑ์ไวน์ Numisi ซึ่งที่นี่เป็นแหล่งเก็บไวน์ชั้นดีของจอร์เจีย เราจะร่วมรับประทานอาหารกันที่ Numisi จากนั้นพาท่านสู่เมือง Telavi เพื่อเที่ยวชมสถานที่สำคัญต่างๆ จากนั้นในช่วงเย็นพาท่านกลับสู่เมือง Tbilisi ผ่านทาง Gombori pass ในช่วงนี้จะเป็นฤดูกาลเก็บเกี่ยวองุ่น หากมีโอกาสเราจะได้เห็นพิธีการเก็บเกี่ยวไวน์ที่มีมานานกว่า 8000 ปี 

หลังจากบันทึกภาพอย่างจุใจแล้ว พาท่านรับประทานอาหารเย็นและเข้าสู่ที่พัก โดยวันนี้เราจะพักกันที่เมืองทิบิลิซี (Tbilisi)

มหาวิหารของนักบุญนีโน่ (The Monastery of St.Nino and Bodbe)
จุดหมายปลายทางของผู้แสวงบุญชาวจอร์เจียน เป็นอารามสงฆ์ในนิกายจอร์เจียนออร์โธดอกซ์ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 แต่ได้รับการบูรณะใหม่ทั้งหมดในศตวรรษที่ 17 ปัจจุบันเป็นอารามนางชี อุทิศให้นักบุญนีโน่ สตรีผู้ประกาศศาสนาคริสต์ในศตวรรษที่ 4 โดยหลุมศพของนักบุญนีโนก็ได้รับการบรรจุไว้ในอารามแห่งนี้เช่นกัน ความพิเศษของอารามแห่งนี้คือตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไซเปรส (Cypress) ที่เด่นตระหง่านอยู่บนเนินเขาสูงชัน ที่นี่สามารถมองเห็นหุบเขา Alazani ซึ่งทอดยาวไปถึงเทือกเขาคอร์เคซัสได้ อารามแห่งนี้ประกอบไปด้วยห้องโถงสำหรับประกอบพิธีทางศาสนาขนาดเล็ก ซี่งมีการตั้งแผงกั้นพระศพของนักบุญนีโน่เอาไว้ด้านในรวมเข้ากับหอระฆังขนาดใหญ่ที่สร้างขั้นในช่วงของการบูรณะนั่นเอง

เมือง Sighnaghi
เมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาความสูงกว่า 800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลในจังหวัด Kakheti เมืองนี้มีประชากรอยู่เพียง 2,000 คน เป็นเมืองที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก และด้วยการสนับสุนจากรัฐบาลของจอร์เจียซึ่งต้องการประชาสัมพันธ์ให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของประเทศ ด้วยทัศนียภาพทางธรรมชาติที่งดงามและเรื่องราวของประวัติศาสตร์บ้านเมืองที่มีมาอย่างยาวนาน โดยขึ้นชื่อเรื่องการผลิตไวน์ การทอพรม และอาหารท้องถิ่นเลิศรสที่รู้จักกันในชื่อ Mcvadi ความโดดเด่นของเมืองที่ถนนทั้งเมืองถูกปูด้วยหินกรวดรวมถึงตรอกซอกซอยต่างๆ ได้รับการบูรณะด้วยงานไม้แบบดั้งเดิม สร้างเสน่ห์ชวนหลงไหลเอาไว้มากมาย รายละเอียดของเมืองเต็มไปด้วยความโรแมนติกในแบบฉบับอิตาลี และเนื่องจากเมืองนี้ตั้งอยู่บนหุบเขา Alzani ทำให้เมือง Sighnaghi คงความน่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งของจอร์เจีย

พิพิธภัณฑ์ไวน์นิวมิซี (Numisi Museum)
พิพิธภัณฑ์ไวน์ที่เก่าแก่ที่สุดของจอร์เจีย สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน Velistsikhe เขต Kakheti ด้วยการออกแบบโดยสถาปัตยกรรมคลาสิคโบราณจากหินแม่น้ำและอิฐสีขาว เอกลักษณ์ของโรงบ่มไวน์แห่งนี้คือการใช้เครื่องรีดไวน์หินปูนเก่าแก่และหมักบ่มในเหยือกดิน (Qvevri) ซึ่งถูกฝังอยู่ในดิน เป็นเคล็ดลับและความมหัศจรรย์ที่คนที่นี่จะใช้ดินธรรมชาติในการบ่มไวน์ จึงทำให้ไวน์ที่ภูมิภาคนี้เป็นไวน์ที่มีรสชาติดีที่สุดในประเทศจอร์เจีย

เมืองทิบิลิซี (Tbilisi)
ทบิลิซีคือเมืองหลวงของประเทศจอร์เจีย เสน่ห์ของทบิลิซีคือการรักษาเอกลักษณ์ของเมืองเก่าที่ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 5 ควบคู่ไปกับการพัฒนาบ้านเมืองให้ทันสมัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตัวเมืองตั้งอยู่ในหุบเขาถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งโดยแม่น้ำมิกวาริ (Mtkvari) อาคารบ้านเรือนของที่นี่ตัวบ้านทาสีพาสเทลหลังคาโทนสีส้มสดใส เป็นลักษณะแบบเดียวกันทุกพื้นที่คล้ายกับประเทศฝั่งยุโรป ทบิลิซีมีเคเบิลคาร์จากสวนไรค์ (Rike Park) ให้ขึ้นไปชมวิวแบบพาโนรามาได้ที่ป้อมปราการนาริกาลา (Narikala) ด้านบน

เส้นทางศึกษาธรรมชาติกอมโบริ (Gombori Pass)
เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาคอร์เคซัส ตั้งอยู่ในเขต Kakheti ทอดยาวไปตลอดแนวเทือกเขากว่า 107 กิโลเมตร มีจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,991 เมตร จากระดับน้ำทะเล เทือกเขา Gombori ทำหน้าที่เป็นเขตสันปันน้ำระหว่างหุบเขา Alazani และ Lori ทำให้เทือกเขาแห่งนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ภูมิภาค ประกอบไปด้วยส่วน Shida (เขตด้านใน) และ Gare (ส่วนด้านนอก) เขตสันปันน้ำแห่งนี้มีแม่น้ำขนาดเล็กหลายสายไหลผ่าน และแม่น้ำแห่งนี้ก็จะกัดเซาะฝั่งในทุกๆ พันปี จนทำให้เกิดเป็นหุบเขาขึ้นมา


วันที่ 2: < วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2563 > Tbilisi – Mtskheta – Svetitskhoveli Cathedral – Ananuri Complex – Jinvai Reservoir – Caucasus – Gergeti Trinity Church - Kazbegi
หลังถ่ายแสงเช้า และรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมเรียบร้อยแล้ว เราจะพร้อมเดินทางกันในเวลา 09.30 น. เดินทางผ่านเส้นทางการทหารของชาวจอร์เจียด้วยเส้นทาง Georgian Military เพื่อไปยังเมืองมิซเคทา (Mtskheta) เขตเมืองเก่าที่ถูกล้อมรอบด้วยเทือกเขาคอร์เคซัส โดดเด่นด้วยภูมิประเทศที่สวยงามและอาคารบ้านเรือนแบบยุคกลาง อายุมากกว่า 4000 ปี จากนั้นเยี่ยมชมโบสถ์ Svetiskhoveli โบสถ์ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 11 ซึ่งเก็บรักษาเชือกที่ใช้ทรมานพระเยซูเอาไว้ จากนั้นเราจะไปเยี่ยมชมสถานที่สำคัญต่างๆ Ananuri Complex, Jinvai Reservoir, เทือกเขา Caucasus, Trinity Church ให้ท่านได้บันทึกภาพอย่างจุใจ

หลังจากนั้นถ่ายแสงเย็นเรียนร้อย พาท่านเข้าสู่ที่พัก รับประทานอาหารเย็น รวมถึงดื่มดำไวน์รสเลิศกันที่เมืองคาซเบกิ (Kazbegi) ครับ

เมืองมิซเคทา (Mtskheta)
มิชเคทา คือเมืองหลวงเก่าของประเทศจอร์เจียก่อนเปลี่ยนเป็นเมืองทบิลิซี มิชเคทาล้อมรอบด้วยเทือกเขาคอเคซัสเป็นจุดตัดของแม่น้ำอักราวิ (Aragvi) และแม่น้ำมิกวาริ (Mtkvari) ความโดดเด่นของเมืองนี้คือภูมิประเทศที่สวยงามและอาคารบ้านเรือนที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมแบบยุคกลางไว้ได้เป็นอย่างดี

มิชเคทาเป็นสถานที่ตั้งของมรดกโลกถึง 2 ที่คือจวาริ (Jvari Church) โบสถ์สถาปัตยกรรมไบแซนไทน์บนเนินเขาและสเวทิชโคเวลิ (Svetitskhoveli Church) โบสถ์หลวงสถาปัตยกรรมยุคกลางที่เคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีราชาภิเษกและเป็นสุสานหลวงของราชวงศ์จอร์เจีย

วิหารสเวติสเคอเวรี (Svetitskhoveli Cathedral)
วิหารสเวติสเคอเวรี (Svetitkhoveli Cathedral) ซึ่งคำว่า sveti หมายถึง "เสา" และ tskhoveli หมายถึง "ชีวิต" เรียกง่ายๆรวมกันก็คือวิหารเสามีชีวิต สร้างราวศตวรรษที่ 11 โบสถ์แห่งนี้ถือเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของจอร์เจีย สร้างขึ้นโดยสถาปนิกชาวจอร์เจีย ชื่อ Arsukisdze มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่ทำให้ชาวจอร์เจียเปลี่ยนความเชื่อและหันมานับถือศาสนาคริสต์ และให้ศาสนาคริสต์มาเป็นศาสนาประจำชาติของจอร์เจียเมื่อปี ค.ศ.337 และถือเป็นสิ่งก่อสร้างยุคโบราณที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศจอร์เจีย ภายในมีภาพเขียนสีเฟรสโก้สวยงดงาม ในตำนานประวัติศาสตร์ของโบสถ์แห่งนี้ได้ถูกจาลึกไว้ว่า เป็นที่ฝังศพของนักบุญ St. Sidonia และเชือกที่มัดทรมาณพระเยซู หลังจากพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์แล้ว Elias เป็นผู้นำเชือกที่มัดพระองค์มาจากทหารโรมันมาที่นี่ แล้วพี่สาวของเขาที่ชื่อSidonia มาจับที่เชือกนี้ เธอขาดใจตายในทันทีและไม่สามารถแกะเชือกออกจากมือเธอได้ เธอจึงถูกฝังไปพร้อมเชือกหลังจากนั้นก็ได้เริ่มสร้างโบสถ์ที่บริเวณหลุมศพของเธอแต่มีต้นซีดาร์ขึ้นมากมาย จากนั้นนักบุญนีโน่จึงเลือกสถานที่ที่จะสร้างวิหารนี้โดยใช้เสาไม้ซีดาร์ 7 ต้นทำเป็นโค้งเสาของโบสถ์แต่มีเรื่องมหัศจรรย์เกิดขึ้นคือเสาต้นที่ 7 ลอยขึ้นไปในอากาศเรื่องนี้ก็ร้อนถึงนักบุญนีโน่ให้ท่านช่วยที ท่านจึงได้เดินทางมาสวดมนต์ภาวนาตลอดทั้งคืนที่เสาต้นดังกล่าว ในที่สุดเสาต้นที่ 7 ก็ลงมาสู่พื้นดิน ทำให้การก่อสร้างดำเนินต่อไปได้จนสำเร็จ จึงได้ชื่อว่าวิหารแห่งเสาที่มีชีวิต สถานที่แห่งนี้ยังได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย

อานานูรีคอมเพลกซ์ (Ananuri Complex)
เป็นสถานที่เก่าแก่ที่มีความสวยงามมากแห่งนึงของประเทศจอร์เจีย โดยสันนิษฐานว่า Ananuri Complex นั้น ได้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 13 ภายในสถานที่แห่งนี้ประกอบไปด้วยปราสาท, โบสถ์ และป้อมปราการที่มีความสวยงามมาก แต่ทั้งนี้เนื่องจากว่าสถานที่แห่งนี้มีอายุร่วม 800 ปีแล้ว อีกทั้งได้ผ่านการศึกสงครามมาหลายครั้ง จึงทำให้หลายๆ ส่วนของ Ananuri แตกหักพังทลายไปตามกาลเวลา แต่อย่างไรก็ตามด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของสถานที่แห่งนี้ อีกทั้งความสวยงามต่างๆ ที่ยังคงเหลืออยู่ โดยเฉพาะทำเลที่ตั้งของ Ananuri Complex ที่อยู่ติดกับแม่น้ำ Aragvi ซึ่งถือเป็นชัยภูมิที่มีความโดดเด่นมาก ก็เลยทำให้สถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในมรดกโลก (UNESCO World Heritage) ในปี ค.ศ. 2007 
 
เขื่อนจินวาลี (Jinvali Reservoir)
เรียกอีกชื่อว่า อ่างเก็บน้ำซินวาลี (Zhinvali Reservoir) เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่เป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภคในอดีต ตั้งอยู่บนแม่น้ำอารักวี (Aragvi) ซึ่งอยู่ในแนวเทือกเขาคอเคซัส (Caucasus) เป็นสถานที่สำคัญสำหรับนำน้ำที่เก็บไว้ส่งต่อไปยังเมืองหลวงและใช้ผลิตไฟฟ้า ซึ่งทำให้ชาวเมืองทบิลิซีมีน้ำไว้ดื่มไว้สำหรับบริโภค

เทือกเขาคอร์เคซัส (Caucasus)
เทือกเขาคอเคซัส (Caucasus Mountains) เป็นเทือกเขาสูงขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของทวีปยุโรป โดยมียอดเขาเอลบรูสที่มีความสูงกว่า 5,642 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป สูงกว่ายอดเขามองบลังค์แห่งเทือกเขาแอลป์ในประเทศฝรั่งเศส เทือกเขาคอเคซัสแห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นปราการธรรมชาติแบ่งพรมแดนระหว่างทวีปยุโรปและทวีปเอเชียให้ปรากฎเด่นชัดในสังคมโลก จนทำให้เกิดปรากฏการณ์กลุ่มประเทศสองทวีปขึ้นมาบนโลกใบนี้ภายใต้ร่มเงาของเทือกเขาคอเคซัส ได้แก่ ประเทศมหาอำนาจอย่างรัสเซีย จอร์เจีย อาร์เมเนีย และอาเซอร์ไบจาน อีกทั้งยังเป็นจุดยุทธศาสตร์หลักที่สำคัญเรื่อยมา นับตั้งแต่อดีตในยุคของการค้าที่คนทั่วโลกรู้จักกันดีในนามของ “เส้นทางสายไหม” (Silk Road)

เมืองคาซเบกิหรือ Stepantsminda (Kazbegi)
มีอีกชื่อว่า Kazbegi เมืองเล็ก ๆ ตั้งอยู่ห่างจากกรุงทบิลิซีประมาณ 157 กิโลเมตร ซึ่งบนเส้นทาง Georgian Military Highway ขึ้นสู่เทือกเขาคอเคซัส คุณจะได้พบกับทัศนียภาพอันสวยงามของภูเขาสูงตระหง่านระหว่างทาง โดยเมืองคาสเบกิถือเป็นศูนย์กลางทางการท่องเที่ยวบนเทือกเขาคอเคซัสของจอร์เจีย เพราะอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง มีเส้นทางเดินเขาและสกีรีสอร์ทอยู่หลายแห่ง ภูมิทัศน์โดยรอบเมืองเต็มไปด้วยภาพความสวยงามที่ยิ่งใหญ่อลังการของภูเขา รวมทั้งเป็นจุดชมวิว ยอดเขาคาสเบ็ค (Mount Kazbek) หนึ่งในยอดเขาที่สวยที่สุดของเทือกเขาคอเคซัส เจ้าของความสูง 5,047 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

โบสถ์เกอร์เกอตี้ ทรินิตี้ (Gergeti Trinity Church)
Gergeti Trinity Church (โบสถ์เกอร์เกอตี้ ทรินิตี้) เป็นโบสถ์เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากของประเทศจอร์เจีย และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของประเทศนี้ที่นักถ่ายภาพต้องมาเก็บภาพกันให้ได้ โดยโบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่บนเทือกเขาคัสเบกิ (Mount Kazbegi) ใกล้ๆ กับเมืองคัสเบกิ (Kazbegi) ทางขวามือของแม่น้ำ Chkheri และมีฉากหลังของโบสถ์เป็นเทือกเขาขนาดใหญ่ที่สวยงามมาก โบสถ์เกอร์เกอตี้ ทรินิตี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 14 พร้อมกับหอระฆังที่อยู่ด้านข้าง โดยเป็นโบสถ์โดมเพียงแห่งเดียวในเขต Khevi และเป็นโบสถ์ที่สามารถมองเห็นเมืองคัสเบกิที่สวยงามได้ด้วย ทั้งนี้ในอดีตโบสถ์แห่งนี้เคยถูกปิดไม่ให้ใช้งานในสมัยที่ประเทศจอร์เจียอยู่ภายใต้การปกครองของสหภาพโซเวียต

วันที่ 3: < วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม 2563 > Kazbegi - Dariali Gorge – Tsdo Village - Gveleti Lake – Gveleti Waterfall – Javari Monastery - Mtskheta
วันนี้เราจะตื่นเช้ากันสักเล็กน้อยครับ เพื่อถ่ายแสงเช้า และออกจากโรงแรมเวลา 07:30 น. วันนี้เราจะถ่ายภาพกันในหลายๆ สถานที่ ประกอบด้วย Dariaali Gorge ช่องแคบที่ถูกขนานนามว่าประตูสู่จอร์เจีย เยี่ยมชมวิหาร Dariali, ชมวิวแบบ 360 องศา ที่ Trinity of Gergeti จากนั้นไปเยี่ยมชมธรรมชาติอย่างทะเลสาบ Gvenleti และปีนเขาเพื่อออกกำลังกันเล็กน้อยที่น้ำตก Gveleti ปิดท้ายความประทับใจของวันนี้กันที่ วิหาร Jvari วิหารที่เรียกได้ว่าเป็นตัวแทนของประเทศจอร์เจียเลยทีเดียว

หลังจากเก็บภาพแสงเย็นเรียบร้อยแล้ว รับประทานอาหารเย็นและเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัยที่เมือง Mtskheta 

หุบเขาดารีอลี (Dariali Gorge)
ถนนบนหุบเขาที่ได้รับการขนานนามให้เป็นประตูสู่จอร์เจีย เนื่องจากเป็นพรมแดนระหว่างรัสเซียและจอร์เจีย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของภูเขา Kazbek ปัจจุบันหุบเขาถูกกัดเซาะโดยแม่น้ำเทเร็กซึ่งทำให้เกิดแนวลำธารยาวกว่า 13 กิโลเมตร ส่วนของภูเขาที่เป็นหินแกรนิตบางจุดมีความสูงชันมากกว่า 1800 เมตร Darial Gorge ตัดผ่านภูเขาคาซเบ็ค (Kazbek) ผ่านเชิงเขาอันเป็นที่ตั้งของวิหาร Gergeti และพาดลงทางตะวันตกเฉียงใต้ผ่านทางเขต Khevi ไปยัง Javari ถนนนี้ไต่เขาขึ้นไปถึงระดับความสูง 2379 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ไม่ไกลจากชายแดนมากนัก เป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์อันเป็นตัวแทนแห่งมิตรภาพระหว่างสองประเทศ

โครงสร้างคอนเกรีตขนาดยักษ์ที่สร้างอยู่บนหน้าผาสูงชันปกคลุมด้วยหิมะตลอดปี นี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1983 เพื่อเป็นอนุสรณ์ในวาระครบรอบ 200 ปีสนธิสัญญา Georgievsk ถนนเส้นนี้จะวิ่งลงใต้ต่อไปจนผ่านกำแพงยุคกลางของป้อมปราการอันนานูรี ผ่านเมืองหลวงเก่า Mtskheta และเข้าไปรวมกับถนนทางหลวงสาย E60 (สายตะวันตกตะวันออก) ซึ่งจะวิ่งข้างขวาของแม่น้ำคูรา (Mtkvari) จนไปถึงเมืองหลวงทบิลิซิ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจอร์เจีย

ภายในบริเวณหุบเขาดารีอลีจะมีหมู่บ้านเล็กๆ ชื่อว่าหมู่บ้าน TSDO ซึ่งสามารถมองเห็นแนวภูเขา Kuro และภูเขา Shino ได้จากอารามดารีดลีบนเนินเขาเล็ก และในยามสายที่แสงแดดจะพาดแสงลงบนพื้นผิวอันขรุขระ เผยให้เห็นยอดเขาสีทองเด่นตระหง่านท่ามกลางท้องฟ้าแสนสดใส

อารามดารีอลี (Dariali Monastery)
อารามแห่งใหม่ที่ตั้งอยู่ในหุบเขา Darili Gorge สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 2005 แล้วเสร็จในปี 2011 หลังจากนั้นพระสังฆราชนิกายคาทอลิคแห่งจอร์เจียได้ทำพิธีเปิดอารามแห่งใหม่และตั้งชื่อใหม่ตาม Archangels Michael และ Gabriel โดยอารามแห่งนี้อยู่ห่างจากชายแดนรัสเซียเพียง 5 นาที! สร้างขึ้นเพื่อแสดงความสัมพันธ์อันดีระหว่างจอร์เจียและรัสเซียจะดำเนินต่อไปโดยไม่มีการก่อสงครามในอนาคต

น้ำตกจีเวเลติ ZGveleti Waterfall)
น้ำตก Gveleti มีความหมายว่าเป็นน้ำตกของงู มีความสูงราวๆ 50 เมตร เป็นน้ำตกที่ส่วยงามที่สุดแห่งหนึ่งของจอร์เจีย ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน Gveleti เขต Kazbegi สามารถเดินเข้าไปชมความงามได้ง่ายเนื่องจากอยู่ไม่ห่างจากถนนเส้นหลัก โดยอาศัยการ Trekking ระยะทางแสนสั้นเดียง 800 เมตรเท่านั้น จากที่มุมนี้เรายังสามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่งดงามรอบๆ Kavkasioni ได้อีกด้วย

วิหารจวารี (Javari Monastery)
Jvari Monastery (วิหารจวารี) เป็นอีกหนึ่งวิหารหรือโบสถ์ที่มีชื่อเสียงมากของประเทศจอร์เจีย โดยวิหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 6 และมีทำเลที่ตั้งอยู่บนยอดเขาใกล้ๆ กับเมือง Mtskheta ทำให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมวิหารแห่งนี้นอกจากจะได้เห็นความงามของตัววิหารแล้ว ยังสามารถเห็นและชื่นชมกับวิวทิวทัศน์ของเมือง Mtskheta ที่มีแม่น้ำ Kura กับแม่น้ำ Aragvi ไหลมาบรรจบกัน โดยในช่วงเวลากลางวันคุณจะมีโอกาสได้เห็นสีของแม่น้ำสองสายที่มีความแตกต่างกันไหลมาบรรจบกันได้อย่างชัดเจน และในช่วงเวลาก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน คุณจะได้เห็นภาพที่สวยงามมากๆ นั่นก็คือภาพของแม่น้ำสองสายที่มีสีเหลืองอ่อนๆ จากแสงพระอาทิตย์ที่สาดส่องมากระทบก่อนที่จะลาลับขอบฟ้าไป

วันที่ 4: < วันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2563> Mtskheta -  Uplistsikhe – Kutaisi – Bagrati Cathedral - Geleti Monastery – Motsameta – Kutaisi 
หลังถ่ายแสงเช้า และรับประทานอาหารเช้า เพื่อออกเดินทางไปที่ Uplistsikhe บ้านเรือนในสมัยโบราณที่เกิดจากการสกัดหินผา มีอายุมากกว่า 3000 ปี จากนั้นในช่วงสายพาท่านเข้าสู่เมือง Kutaisi ที่นี่เราจะได้เห็นความงดงามของธรรมชาติในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่มีสีสันหลากหลาย เยี่ยมชมวิหาร Geleti และ Motsameta ก่อนที่เราจะจบวันนี้ด้วยแสงเย็นที่เมืองแห่งประวัติศาสตร์นี้

หลังจากถ่ายภาพอย่างจุใจแล้ว พาท่านรับประทานอาหารเย็นและเข้าสู่ที่พัก โดยวันนี้เราจะพักกันที่เมือง Kutaisi

เมืองถ้ำอุซพลิลิเค่ (Uplistsikhe)
Uplistsikhe Cave (เมืองถ้ำหินอุซพลิลิเค่) ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความเก่าแก่สุดๆ ของประเทศจอร์เจีย เพราะถ้ำหินนี้มีอายุมากกว่า 3,000 ปีแล้ว โดยนักโบราณคดีได้สันนิษฐานว่านี่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศแห่งนี้
สำหรับลักษณะคร่าวๆ ของเมืองถ้ำหินนี้ก็คือ จะเป็นสถานที่ที่คนสมัยโบราณอาศัยอยู่ โดยเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่เกิดจากการสกัดหินผาและสลักเป็นช่องซอกหลืบรวมไปถึงห้องโถงต่างๆ  เช่น ห้องราชินี, โรงละคร, ห้องเก็บไวน์ (ที่ประเทศแห่งนี้มีประวัติศาสตร์การทำไวน์มากว่า 3,000 ปี)  เมืองถ้ำหินอุซพลิลิเค่นั้นมีเนื้อที่ทั้งหมดกว่า 50 ไร่ มีความสวยงามอลังการมาก และถึงแม้เมืองแห่งนี้จะเคยได้รับความเสียหายไปหลายครั้งจากเหตุกาณ์แผ่นดินไหว จนทำให้โครงสร้างหลายแห่งพังทลาย รวมไปถึงจุดสำคัญอย่างบริเวณที่เป็นโรงละครฝั่งอัฒจันทร์ของผู้ชมก็ได้พังทลายแทบทั้งหมด แต่จากโครงสร้างหลักที่ยังคงเหลืออยู่ก็ยังสามารถสร้างความตกตะลึงและอ้าปากค้างให้กับผู้ที่พบเห็นครั้งแรกได้เสมอๆ และยิ่งเมื่อรวมกับคุณค่าทางประวัติศาสตร์มากมายที่คนรุ่นหลังจะได้ศึกษาแล้ว นั่นก็เพียงพอที่จะให้ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ. 2007

โบสถ์บากราติ (Bagrati Cathedral)
โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 11 เป็นโบสถ์ประจำเมืองคูทายสิที่เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาถึงแล้ว จะต้องเยี่ยมชมสถานที่สุดแสนอลังการแห่งนี้ โบสถ์กบากราติเป็นผลงานชิ้นเอกของสถาปัตยกรรมจอร์เจียยุคกลาง เดิมทีโบสถ์แห่งนี้ได้รับความเสียหายอย่างหนักในช่วงสงครามของสหภาพโซเวียต แต่ภายหลังได้รับการบูรณะใหม่ในปี ค.ศ. 1950 ถึง 2012 จนมีสภาพสมบูรณ์อย่างที่เห็นในปัจจุบัน จากเนินเขา Ukimerioni ที่โบสถ์นี้ตั้งอยู่เราสามารถมองเห็นทิวทัศน์รอบเมืองคูทายสิได้อย่างอย่างทั่วถึงเลยทีเดียว

อารามมอทซาเมตา (Motsameta)
พระอารามศักดิ์สิทธิ์สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่นักบุญเดวิดและคอนสแตนติน สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 8 โบสถ์ ครั้งหนึ่งโบสถ์แห่งนี้ถูกเผาในระหว่างการโจมตีในช่วงสงครามอาหรับ หลังจากจบสงคราม 3 ศตวรรษ โบสถ์แห่งนี้จึงได้รับการบูรณะและมีการกล่าวขานให้เป็นหนึ่งในหลักฐานการรบชนะของชาวจอร์เจียโดยตั้งชื่อเรียกว่า Motsameta ซึ่งสามารถแปลได้ว่า "สักขีพยาน"
ตัวอาคารที่เห็นอยู่ในปัจจุบันถูกสร้างขึ้นใหม่ในศตวรรษที่ 14 อาราม Motsameta ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของ Kutaisi และในจอร์เจีย

อารามเกเลติ (Geleti Monastery)
โบสถ์เกอลาติ อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของจอร์เจียที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1106 ทางตะวันตกของประเทศจอร์เจีย นับว่าเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของยุคทองของเศรษฐกิจและการเมือง ในจอร์เจียช่วงยุคกลางระหว่างศตวรรษที่ 11 และ 13 ตัวโบสถ์โดดเด่นด้วยด้านหน้าของตัวอาคารที่ใช้อิฐบล็อกขนาดใหญ่ ช่องประตูและหน้าต่างโค้งได้สัดส่วนสวยงาม โบสถ์เกอลาติ เป็นหนึ่งในโบสถ์ยุคออร์โธด็อกซ์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของวิทยาศาสตร์และการศึกษา อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในจอร์เจียโบราณ ภายในโบสถ์มีจิตรกรรมฝาผนังบอกเล่าเรื่องราวของพระเยซูและนักบุญต่างๆ ของศาสนาคริสต์

เมืองคูทายสิ (Kutaisi)
เมืองคูทายสิ เป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศมีความสำคัญด้านเศรษฐกิจรองเป็นอันดับที่ 2 จากทบิลิซี ห่างจากเมืองทบิลิซิ 221 กิโลเมตร เมืองทูทายสิตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Rioni เรียกได้ว่าเป็นเมืองหลวงเมืองที่ 2 ในภูมิภาคตะวันตก อดีตเป็นเมืองหลวงของจอร์เจียในยุคกลาง  เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเลเฉลี่ย 300 เมตร จุดเด่นของเมืองนี้คือเป็นเมืองที่ถูกล้องรอบด้วยป่าผลัดใบ ซึ่งในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะเต็มไปด้วยใบไม้สีส้มแดงทั่วทั้งเมือง พื้นฐานทางเศรษฐกิจของเมืองคือการทำการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ ใจกลางเมืองเต็มไปด้วยสวนและต้นไม้สูงดูร่มรื่นในฤดูร้อนและให้ความโรแมนติกในช่วงฤดูใบไม้ร่วง บ้านเรือนถูกออกแบบในลักษณะยุโรปผสมผสาน ซึ่งยังคงกลิ่นอายความเป็นบ้านในสมัยยุคกลางได้เป็นอย่างดี


วันที่ 5: < วันพุธที่ 14 ตุลาคม 2563 > Kutaisi – Prometheus Cave – Gordi Canyon – Kinchkha Waterfall– Zekari Pass – Abastumani - Akhaltsikhe
หลังถ่ายแสงเช้า และรับประทานอาหารเช้ากันเรียบร้อยแล้ว พาท่านถ้ำ Prometheus ถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในจอร์เจีย เที่ยวชมหินงอกหินย้อยและแสงสีที่สวยงาม ต่อด้วย Gordi Canyon และน้ำตก Kinchkha สถานที่ที่สุดแสนน่าตื่นเต้นด้วยโตรกหินหลากหลายรูปทรงและสะพานแขวนวัดใจ พร้อมทิวทัศน์สุดแสนประทับใจ จากนั้นพาท่านสู่ Zakari Pass เส้นทางศึกษาธรรมชาติผ่านแนวเทือกเขาสูง จากที่นี่เราจะได้สัมผัสธรรมชาติของแนวเทือกเขาที่อยู่รายล้อมตัวเราแบบ 360 องศา และแวะชมวิวที่เมือง Abastumani เมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในหุบเขามิสเคทิคซึ่งเราจะเดินทางกันโดยรถ Jeep ครับ อาจจะมีการกระแทกกระทั้นสักเล็กน้อย แต่ขอให้ทุกท่านสนุกกับการเดินทางนะครับ ^^ 

จากนั้นในช่วงค่ำนำท่านประทานอาหารเย็นและเข้าสู่ที่พัก ในวันนี้เราจะค้างคืนกันที่เมือง Akhaltsikhe ครับ

ถ้ำโพรมิทิอุส (Prometheus Cave)
มีอีกชื่อคือ Kumistavi หนึ่งในถ้ำอันน่าอัศจรรย์และมีขนาดใหญ่ที่สุดของชาวจอร์เจีย ตั้งอยู่ในเขต Tsqaltubo ถูกค้นพบครั้งแรกปี ค.ศ.1984 และถูกปรับปรุงเมื่อปี ค.ศ. 2012 เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่มาเข้าชมมากมายในแต่ละปี ถ้ำแห่งนี้มีความยาวประมาณ 11 กิโลเมตร แต่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้เพียง 1 กิโลเมตรแรก ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยรูปทรงต่างๆ พร้อมแสงสีสวยงามมากมาย

โตรกเขากอร์ดิ (Gordi Canyon)
Gordi หรือ Okatse แคนยอนลักษณะหน้าผาชันที่น่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งถูกแม่น้ำกัดเซาะมาเป็นระยะเวลาหลายพันปีจนทำให้เกิดเป็นแนวโขดหินที่สวยงาม ด้านบนมีสะพานแขวนเพื่อเดินชมเป็นระยะทางกว่า 800 เมตร มีความสูงจากพื้นดิน 100 เมตร หากลองมองไปด้านล่างจะพบกับแม่น้ำสีเทอร์ควอยส์ตัดกับใบไม้สีแดงในช่วงใบไม้ร่วงครับ

น้ำตก Kinchkha Waterfall 
น้ำตำแห่งนี้มีอีกชื่อว่า Okatse หนึ่งในน้ำตกที่มีความสูงที่สุดของจอร์เจีย ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของน้ำในแม่น้ำบริเวณ Gordi Canyon ประกอบด้วยน้ำตกซ้อนกันทั้ง 3 ชั้น ส่วนด้านบนมีสะพานแขวนสำหรับให้นักท่องเที่ยวเดินชมโดยรอบน้ำตกได้ มีระยะทางประมาณ 800 เมตรและสูงจากพื้นดินประมาณ 88 เมตร

เส้นทางศึกษาธรรมชาติเซการิ (Zekari Pass)
เส้นทางสายนี้รู้จักกันอีกชื่อว่า Zagari Pass เป็นเส้นทางเรียบผ่านแนวภูเขาที่ระดับความสูง 2,620 เมตรจากระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่ในภูมิภาค Racha-Lechkhumi และ Svaneti ทางตอนเหนือของจอร์เจีย เนื่องจากเส้นทางนี้เป็นเส้นทางทีค่อนข้างอันตราย ซึ่งเต็มไปด้วยก้อนหิน หลุมบ่อน้ำขังขนาดใหญ่และด้านล่างมีลำธารซึ่งเกิดจากการละลายของธารน้ำแข็ง แต่ทว่าที่นี่เราจะได้อยู่ท่ามกลางหุบเขาคอร์เคซัสที่กว้างใหญ่ และจากมุมนี้เรายังสามารถบันทึกภาพธารน้ำแข็งสีขาวบนเทือกเขาได้อย่างชัดเจนอีกด้วย

เมืองอาบาสทูมานิ (Abastumani)
Abastumani หรือ Abbas-Tuman เมืองขนาดเล็กที่ถูกล้อมรอบด้วยเทือกเขา Meskheti มีแม่น้ำสายเล็กๆ อย่าง Otskhe หล่อเลี้ยงชีวิตคนในภูมิภาคนี้ ที่นี่มีประชากรเพียง 900 กว่าคน (ผลการสำรวจในปี พ.ศ. 2557) เมืองนี้ตั้งชื่อตามป้อมปราการที่ยังคงสภาพสมบูรณ์อยู่ในปัจจุบัน ในช่วงศตวรรษที่ 16 เมืองนี้เคยอยู่ภายใต้การปกครองของจักรวรรดิออตโตมัน และถูกทิ้งร้างไร้ความสนใจจากผู้คน แต่ที่นี่ยังมีน้ำพุร้อนซึ่งได้ดึงดูดผู้คนให้มาเที่ยวชม ภายหลังได้รับการประกาศเอกราชและตกอยู่ในการดูแลของอุปราชแห่งเทือกเขาคอร์เคซัส มิคาอิล จึงได้รับการตั้งเป็นที่อยู่อาศัยขึ้นมาใหม่ภายใต้ชื่อ Abbas-Tuman ภายหลังได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการแช่น้ำพุร้อนและกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมหลังจากการปรับปรุงเมืองในช่วงกลางปี ค.ศ. 2000

เมืองอัคเฮติเค่ (Akhaltsikhe)
เคยเป็นศูนย์กลางของจักวรรดิออตโตมัน สร้างขึ้นในยุคกลาง ชื่อเมืองมีความหมายว่า “ป้อมปราการใหม่” มีจุดที่น่าสนใจหลายจุด ทั้งสุเหร่าอัคเมดิเย (Akhmediye Mosque) โบสถ์ออร์โธดอกซ์ โรงละครกลางแจ้ง และป้อมปราการชั้นใน และมีปราสาทราบาติ (Rabati Castle) เป็นแลนด์มาร์กสำคัญ โดยตั้งอยู่ชั้นบนของเมืองเคยเป็นที่ประทับของราชวงค์จาเคลิ (Jakeli Dynasty) ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ประจำภูมิภาคแซมซเค-จาวาเคติ (Samtskhe-Javakheti)


วันที่ 6: < วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2563 > Kutaisi – Rabati Castle – Vardzia Cave – Lake Paravani - Tbilisi
หลังถ่ายแสงเช้า และรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว พาท่านเยี่ยมชมปราสาท Rabati รวมถึงแนวปราการโบราณอันยิ่งใหญ่ของจอร์เจีย จากนั้นไปกันต่อที่ถ้ำ Vardzia โพรงถ้ำที่ถูกเจาะขึ้นเพื่อเป็นที่ซ่อนจากการรุกรานของกองทัพมองโกล, ทะเลสาบ Paravani ทะเลสาบที่เกิดขึ้นจากการประทุตัวของภูเขาไฟ

ในช่วงค่ำมีความยินดีพาท่านรับประทานอาหารและเข้าสู่ที่พักกันที่เมือง Tbilisi 

ปราสาทราบาติ (Rabati Castle)
ป้อมปราการและปราสาทสุดอลังการแห่งเมือง Akhaitsikhe เดิมมีชื่อว่า Lomisa เมืองเล็กๆ ในเขต Samtskhe-Javakheti ทางตอนใต้ของจอร์เจียร์ติดกับพรมแดนประเทศตุรกี ปราสาทถูกสร้างขึ้นมาในช่วงศตวรรษที่ 13 ประกอบด้วยด้วยอาคารหลายส่วน ล้อมรอบอาณาเขตด้วยแนวกำแพงหินที่ใช้ป้องกันข้าศึก เดิมเป็นที่ประทับของเจ้าชาย Jakhely และครอบครัวจนถึงช่วงศตวรรษที่ 16 หลังจากตกอยู่ใต้อำนาจของอาณาจักรออตโตมันและรัสเซีย ปราสาทดังกล่าวถูกละเลยจนอยู่ในสภาพทรุดโทรมก่อนที่จะได้รับการบูรณะอีกครั้งเมื่อปี ค.ศ. 2012 ด้านในอาณาเขตมีพื้นที่ 7 หมื่นตารางเมตรประกอบไปด้วยโบสถ์ มัสยิด และศาสนสถานของชาวยิว

นครถ้ำหวาร์ดเซีย (Vardzia Cave)
ตั้งอยู่ตอนใต้สุดของจอร์เจีย ห่างจากชายแดนตุรกีเพียง 13 กิโลเมตร ชมหมู่ถ้ำโบราณในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 11 แบ่งออกเป็นส่วนที่อยู่อาศัยและส่วนอารามสงฆ์ โดยถ้ำเหล่านี้ถูกขุดเจาะเป็นโพรงทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำ เพื่อหลบหลีกการคุกคามของกองทัพมองโกล ลดหลั่นกันลงไปถึง 13 ขั้น โดยในยุครุ่งเรือง มีถ้ำกว่า 6,000 คูหา และมีคนอาศัยอยู่ถึง 50,000 คน! นอกจากนั้น นครถ้ำแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ โบสถ์แม่พระแห่งพระบุตรเสด็จสู่สวรรคาลัย (The Church of Dormition) หนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลต์ของจอร์เจียด้วย

ทะเลสาบปาราวานิ (Lake Paravani)
ทะเลสาบที่เกิดขึ้นรอบภูเขาไฟ ตั้งอยู่ในที่ราบสูง Javakheti ซึ่งอยู่ระหว่าง Abul-Samsari และแนวเทือกเขา Javakheti ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่บนความสูง 2,073 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล กินพื้นที่ทั้งหมด 37.5 ตารางกิโลเมตร มีความลึกเฉลี่ย 3.3 เมตร สามารถรองรับได้มากถึง 91 ล้านลูกบาศก์ฟุต ในช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนระดับน้ำจะมีความต่ำที่สุด (ความลึกเฉลี่ย 2.2 เมตร) และจะกลับมาสูงขึ้นอีกครั้งในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน ในช่วงหน้าหนาวทะเลสาบแห่งนี้จะถูกทำให้กลายเป็นน้ำแข็งซึ่งมีความหนามากถึง 19 – 29 นิ้วเลยทีเดียว 


วันที่ 7: < วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2563 > Tbilisi Tour – Dinner with folk show 
วันนี้เราจะพาท่านเที่ยวชมในตัวเมือง Tbilisi เพื่อบันทึกภาพมุมต่างๆ ที่น่าสนใจของเมือง รวมถึงส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองในศตวรรษที่ 5 รวมถึงน้ำตกและโรงอาบน้ำต่างๆ, อนุสาวรีย์ Chronics of Georgia ที่สร้างขึ้นเพื่อุทิศให้แก่กษัตริย์แห่งจอร์เจียเพื่อเป็นหลักฐานความสำคัญของประวติศาสตร์แห่งจอร์เจีย 

จากนั้นพาท่านเข้าสู่ที่พักเพื่อรับประทานอาหาร ชมการแสดงเต้นรำพื้นและและพักผ่อนออมแรงสำหรับวันนี้ครับ

ปราสาทเมติคี (Metakhi Plateau)
ปราสาท Metakhi แห่งนี้ตั้งอยู่ย่านประวัติศาสตร์ของเมืองทบิลิซี บนหน้าผาสูงของแม่น้ำ Mtkvari ซึ่งประกอบไปด้วยกำแพงสูง ป้อมสังเกตการณ์และรูปปั้นนักรบขี่ม้า ย่านนี้ถือว่าเป็นย่านที่มีความเก่าแก่ที่สุดของเมือง ซึ่งในอดีตตามประเพณีของเหล่ากษัตริย์ที่ต้องมีการสร้างโบสถ์ สร้างป้อมปราการไว้สำหรับเป็นที่พักผ่อนและที่สังเกตการณ์ยามสงคราม ปราสาทแห่งนี้ก็เช่นกัน เพราะฉะนั้นชื่อปราสาทเมติคีจึงมีความหมายหว่า “พระราชวังสังเกตการณ์” และที่นี่ยังถือว่าเป็นสถานที่ฝังศพของนักบุญหญิง St.Shushanik ในช่วงศตวรรษที่ 5 

สะพานแห่งสันติภาพ (The Bridge of Peace)
สะพานสันติภาพหรือ The Bridge of Peace เป็นสะพานที่มีความยาวถึง 150 เมตร และเป็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำคูราเพื่อเชื่อมระหว่างตัวเมืองเก่าและตัวเมืองใหม่ทบิลิซี โครงสร้างหลักของสะพานแห่งนี้ทำมาจากเหล็กและกระจกใส มีการเปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2010 และจัดว่าเป็นงานสถาปัตยกรรมยุคใหม่ที่มีความสวยงามชิ้นหนึ่งของประเทศจอร์เจีย โดยใครที่ไปเยือนสะพานนี้ในช่วงเวลากลางคืนถึงเช้ามืดก็จะได้เห็นแสงสีที่สวยงามของสะพานแห่งนี้

ป้อมนาริกาลา (Narikala Fortress)
ป้อมปราการโบราณในสมัยศตวรรษที่ 13 ถูกสร้างขึ้นแทนที่โบสถ์ที่ถูกทำลายลงไปด้วยไฟในช่วงสงคราม ป้อมแห่งนี้สามารถมองเห็นเมืองทบิลิซีได้ทั้งเมือง ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Mtkvari ป้อมแห่งนี้ประกอบด้วย 2 ส่วนคือส่วนที่เป็นกำแพงล้อมรอบบนเนินเขาสูงระหว่างอ่างอาบน้ำ Surphur Bath และสวนพฤกษศาสตร์ของทบิลิซี ด้านล่างของป้อมจะมีโบสถ์เซนต์นิโคลัสที่ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ในปี ค.ศ. 1996 – 1997 แทนโบสถ์เดิมที่ถูกทำลายลงไป โดยมีลักษณะแบบร่วมสมัยคือมีกางเขนปรากฏอยู่และมีประตูเข้าออก 3 ด้าน และด้านในของโบสถ์ยังมีการตกแต่งและภาพวาดในฉากของพระคัมภีร์ไบเบิลรวมถึงประวัติศาสตร์จอเจียอีกด้วย

โรงอาบน้ำ (Sulphur Bath) หรือ Abanotubani
ด้วยความที่เมืองทบิลิซีนั้นมีบ่อน้ำพุร้อนเป็นจำนวนมาก ดังนั้นภายในเมืองแห่งนี้จึงมีโรงอาบน้ำร้อนให้บริการหลายแห่ง โดยโรงอาบน้ำร้อนเหล่านี้ได้เปิดให้บริการมาเป็นระยะเวลานานมากแล้ว และในปัจจุบันนี้ก็ยังคงเปิดบริการอยู่ ทั้งนี้โรงอาบน้ำนี้มีอีกชื่อนึงที่คนท้องถิ่นเรียกกันนั่นก็คือ อะบาโนตูบานี (Abanotubani) โดยที่นี่ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศจอร์เจียและมีบุคคลสำคัญระดับโลกเดินทางมากันมากมายเพื่อที่จะได้ลองและสัมผัสกับบรรยากาศการอาบน้ำเมื่อหลายร้อยปีก่อน โดยโรงอาบน้ำที่เก่าแก่ที่สุดนั้นคือ โรงอาบน้ำหมายเลข 5 (Bathhouse #5) ส่วนโรงอาบน้ำที่อยู่ติดกันนั่นก็คือโรงอาบน้ำของราชวงศ์ (Royal Bath : Bathhouse #4) ที่เคยใช้เป็นโรงอาบน้ำของกษัตริย์ในอดีต

น้ำตก Leghvtakhevi Waterfall
หนึ่งในความมหัศจรรย์และความน่าสนใจของนครทบิลิซีนั้นก็คือที่กลางเมืองแห่งนี้มีน้ำตกอยู่นั่นเอง โดยน้ำตกนี้มีชื่อว่าน้ำตกเลกทากิวี (Leghvtakhevi Waterfall) เป็นน้ำตกที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนักแต่ก็มีน้ำตลอดทั้งปี ใช้เวลาเดินจากโรงอาบน้ำต่างๆ มาไม่ไกลนัก ตลอดเส้นทางการเดินก็ยังมีสถาปัตยกรรมต่างๆ ที่สวยงาม มีการแสดงที่น่าสนใจของคนจอร์เจียให้เราดูเป็นระยะๆ และที่พิเศษสุดๆ ก็คือจะมี Golden Bridge หรือสะพานข้ามลำธารที่มีกุญแจสีทองคล้องกันจนเต็มสะพาน

อนุสรณ์สถานแห่งจอร์เจีย (Chronicles of Georgia)
อนุสรณ์สถานแห่งจอร์เจีย เป็นอนุสาวรีย์ที่ตั้งอยู่ใกล้กับทะเล Tbilisi สร้างขึ้นโดย Zurab Tsereteli ในปี ค.ศ.1985 แต่ทว่ายังไม่ได้รับสร้างให้เสร็จโดยสมบูรณ์ The Chronicle of Georgia นั้นเป็นอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์ของประเทศจอร์เจียที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงนอกเมืองและเล่าถึงเรื่องราวต่างๆ ของประเทศจอร์เจียผ่านเสาหินขนาดใหญ่จำนวน 16 ต้น โดยเสาหินแต่ละต้นนั้นนอกจากจะมีขนาดใหญ่มากกว่า 10 คนโอบ ยังมีความสูงถึง 35 เมตรเลยทีเดียว และด้วยโครงสร้างอันมหึมาของมันนั่นก็เลยทำให้ The Chronicle of Georgia กลายเป็นอนุสรณ์สถานขนาดใหญ่ที่เราสามารถมองเห็นได้จากระยะไกล รวมทั้งสามารถสร้างความตื่นตะลึงอลังการให้เราเป็นอย่างมาก

สวนสาธารณะ Mtatsminda Park
สวนสาธารณะที่มีชื่อเสียงของจอร์เจียซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขา Mtatsminda จากบนมุมนี้เราสามารถมองเห็นเมืองหลวงทบิลิซีได้ทั้งเมือง อีกทั้งในสวนสาธารณะแห่งนี้ยังประกอบไปด้วยม้าหมุน รถไฟเหาะ รถกระเช้า และชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์ สำหรับผู้ที่อยากผ่อนคลายได้อีกด้วย สวนแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาซึ่งมีความสูงกว่า 770 เมตร ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1930 เป็นหนึ่งในสถานที่ที่เคยมีผู้เข้าชมมากที่สุดในช่วงสหภาพโซเวียต ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองทบิลิซีอย่างแท้จริง ทั้งในเรื่องของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ผันแปรไปตามวันเวลาของธรรมชาติ อย่างไรก็ตามแม้วันเวลาจะผ่านไปสถานที่แห่งนี้ยังเหมาะเป็นที่พบปะสังสรรค์อยู่เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันครับ

รูปปั้นพระมารดาแห่งจอร์เจีย (Mother of a Georgian)
Mother of a Georgian หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Kartlis Deda เป็นรูปปั้นหญิงสาวสูง 20 เมตรบนยอดเขาโซโลลากิ (Solo Laki Hill) ในนครทบิลิซี โดยรูปปั้นนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1958 เพื่อฉลองนครทบิลิซีอายุครบ 1,500 ปี และเป็นรูปปั้นที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณและนิสัยของคนจอร์เจียได้เป็นอย่างดี มือข้างหนึ่งของรูปปั้นจะถือดาบ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งจะถือแก้วไวน์ ซึ่งมีความหมายว่าหากใครที่มาเยือนจอร์เจียแบบศัตรูเธอจะใช้ดาบในมือขวาฟาดฟันให้แดดิ้น แต่หากใครที่มาเยือนอย่างมิตรไมตรี เธอจะต้อนรับด้วยไวน์ในมือซ้ายอย่างอบอุ่นและอิ่มหนำสำราญ

 

วันที่ 8: < วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2563 > Tbilisi – Trinity Cathedral – Shopping - Tbilisi International Airport, Georgia ✈ Dubai International Airport, UAE
สำหรับวันนี้เราจะพาท่านบันทึกภาพมุมต่างๆ และสถานที่สำคัญของเมือง Tbilisi กันอีกหนึ่งวัน โดยเริ่มที่โบสถ์ Trinity Cathedral รวมถึงบรรยากาศสวยๆ ภายในเมือง และพาท่านช็อปปิ้งจนถึงช่วงบ่าย 

จากนั้นเราจะเดินทางไปยังสนามบิน Tbilisi International Airport เพื่อเดินทางกลับประเทศไทยด้วยสายการบิน Emirates เที่ยวบินที่ EK2201 และ EK374 เวลาเครื่องออก 15.30 น. และเดินทางถึงสนามบิน Dubai International Airport ประเทศสหรัฐอาหรับอิมมิเรทในเวลา 18.45 น. (ระยะเวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง 15 นาที) รอต่อเครื่อง 3 ชั่วโมง 45 นาที และขึ้นเครื่องอีกครั้งในเวลา 22.30 น. เพื่อเดินทางสู่ประเทศไทยด้วยสายการบิน Emirates ระยะเวลาเดินทาง 6 ชั่วโมง 30 นาที 

วิหารทรินิตี้ (Trinity Cathedral)
Holy Trinity Cathedral of Tbilisi หรืออีกชื่อหนึ่งคือ มหาวิหารซาเมบา (Sameba) สร้างขึ้นระหว่างปี 1995 – 2004 เพื่อรำลึกถึง Autocephaly (การเท่าเทียมกันของคริสตจักร) เป็นโบสถ์ออร์โธด็อกซ์ที่มีความสวยงาม มีขนาดที่ใหญ่ที่สุด และสำคัญที่สุดของประเทศจอร์เจียครับ รวมทั้งโบสถ์แห่งนี้ยังเป็นโบสถ์อีสเทิร์นออร์โธด็อกซ์ (Eastern Orthodox) ที่สูงเป็นอันดับ 3 ของโลกอีกด้วย และด้วยขนาดที่ใหญ่มากๆ ของโบสถ์แห่งนี้ก็เลยทำให้เราสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากระยะไกล
หมายเหตุ : ไม่อนุญาตให้ใช้แฟลชในการถ่ายภาพ

วันที่ 9: < วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2563 > Suvarnabhumi Airport, Bangkok  
เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ เวลาท้องถิ่น 08.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2563 ขอให้ทุกท่านมีความสุข เติมเต็มประสบการณ์และความประทับใจไปกับการเดินทางในครั้งนี้ครับ

 

รายละเอียดค่าบริการ และ การชำระเงิน

อัตราค่าบริการ: 49,000 บาท/ท่าน (สามารถแบ่งชำระได้ 3 งวด)
พิเศษ!!! สำหรับลูกค้าเก่า Foto Journey เพียง 45,900 บาท/ท่านเท่านั้น
***ไม่รวม ตั๋วเครื่องบินเท่านั้น***

เงื่อนไขการจองและการชำระเงิน:
ณ วันที่จอง: ชำระมัดจำงวดแรก 15,000 บาท
ภายในวันที่ 25 กรกฎาคม 2563: ชำระมัดจำงวดที่สอง 20,000 บาท
ภายในวันที่ 25 สิงหาคม 2563: ชำระมัดส่วนที่เหลือทั้งหมด
**โดยบริษัทถือลำดับการชำระเงิน เป็นสำคัญ ในการยืนยันสิทธิ์การเดินทาง**
***สำหรับลูกค้าที่เดินทางท่านเดียว ทางบริษัทจะจัดหารูมเมทให้โดยไม่จำเป็นต้องชำระค่าใช้จ่ายสำหรับพักเดี่ยวแต่อย่างใด***

ค่าบริการนี้รวม:
- ค่าที่พักตลอดการเดินทาง โรงแรม 4 ดาว 5 คืน และเกสท์เฮ้าส์ 2 คืน (พักห้องคู่)
- ค่าอาหารเช้า-กลางวัน-เย็น ทุกมื้อ ตลอดการเดินทาง
- ค่าเข้าเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆที่ระบุไว้ในโปรแกรม
- ค่ายานพาหนะ, น้ำมัน, ที่จอดรถ, ทางด่วนและอื่นๆ ที่ใช้ในการเดินทาง
- ค่ามัคคุเทศก์ท้องถิ่นให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ (บรรยายภาษาอังกฤษ)
- บริการถ่ายภาพและสอนการถ่ายภาพตลอดการเดินทาง
- ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุ วงเงินรวมสูงสุด 2,000,000 บาท เงื่อนไขตามรายละเอียดในกรมธรรม์

ค่าบริการนี้ไม่รวม:
- ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ
- ค่าทิปมัคคุเทศก์ และ คนขับรถ
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ นอกเหนือรายการ เช่น ค่าSIM ค่าเครื่องดื่ม มินิบาร์ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด เป็นต้น
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดการณ์

 

การชำระเงินค่าเดินทาง :
สามารถโอนเงินเข้าบัญชี
ธ.กสิกรไทย    เลขที่บัญชี 037-2-57628-6 หรือ

ธ.ไทยพาณิชย์  เลขที่บัญชี 408-825346-9 


ชื่อบัญชี บริษัท โฟโต้ เจอร์นี่ จำกัด
หลังจากโอนเงินแล้ว กรุณาส่งใบโอนเงินไปที่ 

Line@: @FotoJourney หรือ

คลิก! Line : https://lin.ee/62Sr8ZV หรือ 

Inbox Facebook: FotoJourneyTH 

ข้อมูลและลักษณะของทริปที่สำคัญ

- ทริปนี้มีลักษณะเป็น Photo Trip จะเน้นถ่ายรูปแสงเช้า แสงเย็น เป็นหลัก ดังนั้น แผนเดินทางอาจจะมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อให้ทุกท่านได้ถ่ายภาพตามให้มากที่สุด
- บริการจัดการจองตั๋วเครื่องบิน
กรณีให้ Foto Journey (FJ) ออกบัตรโดยสาร จะเป็นการจองที่นั่งบัตรโดยสารผ่านระบบ GDS ( Global Distribution System ) มีระยะเวลาในการออกบัตรโดยสาร (โอนเงินค่าตั๋วฯ) ภายใน 48-72 ชั่วโมง 
ซึ่งต่างจากราคาบนหน้าเว็ปไซด์ ที่เป็น Real Time Rate ที่ขึ้น-ลง ตามสายการบิน 
โดยรับบริการจองตั๋วเครื่องบิน ตั้งแต่วันที่ทริปนั้นยืนยันการออกเดินทาง จนถึง 30 วันก่อนกำหนดวันเดินทางในทริปนั้นๆ

ข้อมูลที่จำเป็น ในการสำรองที่นั่ง ผ่านระบบ GDS  
1.ชื่อ - นามสกุล ตามหน้าหนังสือเดินทาง
2.Frequent Flyer Number หรือบัตรสะสมไมล์ 
3.ระบุที่ั่นั่งที่ต้องการ เช่น ริมทางเดิน ริมหน้าต่าง อาจมีค่าใช่จ่ายเพิ่มขึ้นตามเงื่อนไขของสายการบิน 
4.หลังจากสำรองที่นั่งแล้ว ทาง Foto Journey (FJ) จะแจ้งราคาบัตรโดยสารที่ไม่มีธรรมเนียมค่าบริการ 
5.สมาชิกโอนเพื่อออกบัตรโดยสารภายในวันเวลาที่กำหนด เพื่อป้องกัน ฺBooking จะ Auto Cut 
6.กรณีโอนเงินไม่ทันตามกำหนด และมีการสำรองที่นั่งใหม่ อาจมีราคาที่เท่าเดิม หรือ สูงขึ้นกว่าเดิม ขึ้นอยู่กับสถานะของที่นั่งในช่วงเวลานั้น ๆ 

เงื่อนไขการยกเลิกทริป
กรณีที่ลูกค้าไม่สะดวกเดินทางและมีความจำเป็นต้องยกเลิกการเดินทาง และมีการยกเลิกการเดินทาง
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 90 วัน หัก 20,000 บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 45-90 วัน หัก 30,000บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 15-45 วัน หัก 40,000 บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 15 วัน ไม่สามารถคืนเงินได้ยกเว้นเงินรีฟันด์ตั๋วเครื่องบินให้ลูกค้าตามเงื่อนไขของสายการบินนั้นๆ
หมายเหตุ : ในกรณีที่ค่าทริปรวมตั๋วเครื่องบิน บริษัทจะทำการคืนเงินรีฟันด์ตั๋วเครื่องบินให้ลูกค้าตามเงื่อนไขของสายการบินนั้นๆ
ในกรณีที่ประเทศที่ไปต้องมีการของวีซ่า การยกเลิกทริปเนื่องจากลูกค้ายื่นวีซ่าไม่ผ่านหลังจากชำระมัดจำทริปแล้ว ให้ใช้เงื่อนไขเดียวกับการยกเลิกทริปโดยลูกค้า แนะนำให้ลูกค้าหลังจากจองทริปไปแล้วควรไปขอวีซ่าแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะเมื่อเกิดปัญหาเรื่องวีซ่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ง่ายกว่าการขอวีซ่าแบบกระชั้นชิด

กรณีที่บริษัทฯ ยืนยันการออกเดินทางแล้ว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายตามที่ระบุไว้

กรณีที่ท่านยกเลิกการเดินทาง และ มีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯกำหนด เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อบริษัทฯ และ ผู้เดินทางท่านอื่นๆที่เดินทางในคณะเดียวกัน บริษัทฯต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่างๆที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน

ความรับผิดชอบ และ เงื่อนไขอื่นๆ
ในกรณีที่ทริปต้องถูกยกเลิกการเดินทาง ด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ เช่น เกิดการก่อการร้าย เกิดความไม่สงบ เกิดการประท้วง เกิดจากภัยธรรมชาติทำให้ไม่สามารถเดินทางได้ หรือเหตุอื่นๆที่ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย โดยถือว่าการตัดสินใจยกเลิกการเดินทางเป็นสิทธิ์ขาดของทางบริษัท ทางบริษัทยินดีที่จะคืนค่าทริปที่ลูกค้าจ่ายมาทั้งหมด ยกเว้นค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก หรืออื่นๆที่มีการดำเนินการชำระเงินไปแล้ว
บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ที่เกิดจากความล่าช้าของสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง การปฏิเสธการเข้าเมือง การโดนกักตัว หรือถูกส่งตัวกลับ ความเสียหายหรือสูญหายของกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าใบเล็ก หรือของมีค่าส่วนตัวของท่านระหว่างการเดินทาง โดยสิทธิประโยชน์ของท่านจะได้รับตามกรมธรรม์ประกันการเดินทางที่ระบุความรับผิดชอบไว้เท่านั้น ทั้งนี้ บริษัทฯ จะยืดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสําคัญ แต่ไม่สามารถคืนเงินค่าทริปให้ท่านได้
และหากเกิดเหตุสุดวิสัยดังต่อไปนี้ ทางบริษัทไม่อาจรับผิดชอบต่อความเสียหายต่างๆ ที่อยู่เหนือการควบคุมของเจ้าหน้าที่บริษัทฯ อาทิ
o การนัดหยุดงาน การจลาจล เปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาในตารางบิน ภัยธรรมชาติ ฯลฯ หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้น ทั้งทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ฯลฯ
o การตอบปฏิเสธการเข้าและออกเมืองของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าหรือออกเมือง อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฏหมาย หรือเอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง หรือการถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ
o  การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากสายการบินเช่น การยกเลิกเที่ยวบิน / เครื่องดีเลย์ / กระเป๋าสัมภาระมาไม่ครบ / การขึ้นราคาค่าตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น
o บริษัทฯ มีสิทธ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
o หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวจะสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์และจะไม่รับผิดชอบค่าบริการที่ ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
o บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการห้ามออกนอกประเทศ หรือ ห้ามเข้าประเทศ อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่น
o กรณีเกิดความผิดพลาดจากตัวแทน หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนมีการยกเลิก ล่าช้า เปลี่ยนแปลง การบริการจาก สายการบิน บริษัทขนส่ง หรือ หน่วยงานที่ให้บริการ บริษัทฯ จะดำเนินโดยสุดความสามารถที่จะจัดบริการทัวร์อื่น ทดแทนให้ แต่จะไม่คืนเงินให้ สำหรับค่าบริการนั้นๆ
o มัคคุเทศก์ พนักงาน และตัวแทนของบริษัท ฯ ไม่มีสิทธิ์ในการให้คำสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นแทนบริษัทฯ นอกจากมีเอกสาร ลงนามโดยผู้มีอำนาจของ
บริษัทฯ กำกับเท่านั้น

  • White Facebook Icon
  • White Instagram Icon
  • White YouTube Icon

Foto Journey Co., Ltd

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/09199