"Complete your frame....

with a great Journey"

"Nature Lovers with Iceland Winter(2 ที่สุดท้าย)

Foto Journey ยินดีพาท่านชมปรากฏการณ์ธรรมชาติสุด Unseen ….แสงเหนือ (Arora)….ความงดงามของธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์ รวมทั้ง ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ น้ำตกขนาดมหึมา น้ำพุร้อน ภูเขาไฟ และทุ่งลาวาสีดำ 

ประเทศที่เป็นเกาะกลางทะเลในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ…..ไอซ์แลนด์….. แดนสวรรค์ ดินแดนที่รวมไว้ซึ่งความน่าตื่นตาตื่นใจ อากาศที่บริสุทธิ์ความงดงามของธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์นั้นคุ้มค่าแก่การมาเที่ยวชม จนบริษัทแนะนำการท่องเที่ยวของอังกฤษได้จัดอันดับให้ไอซ์แลนด์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คุ้มค่าเงินที่สุดของโลกอันดับ 1 อีกด้วย

ประเทศในฝันที่อยู่ในรายการของนักเดินทางทั่วโลกที่มองหาเส้นทางที่แปลกใหม่ ตื่นเต้นและน่าประทับใจ วันนี้เราได้รวบรวมที่เที่ยวสุดฮิต และ ไฮไลท์ของไอซ์แลนด์มาไว้ให้ในทริป " Nature Lovers with Iceland Winter " เรียบร้อยแล้ว

และที่สำคัญเราจะพาทุกท่านไปถ่ายรูปในหลายประสบการณ์ หลากเทคนิค โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการภาพถ่าย (Photo Specialist) สอนถ่ายภาพตั้งแต่ระดับพื้นฐาน คอยแนะนำเทคนิค, มุมมอง, องค์ประกอบภาพ รวมถึงการให้คำปรึกษาวิเคราะห์ภาพที่ถ่ายอย่างเป็นกันเอง และ เข้มข้น​

HIGHLIGHT:

o   “Arora”ปรากฏการณ์ธรรมชาติสุดUnseen ที่บอกเลยว่าครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปชมและสัมผัสให้ได้!.....“แสงออโรร่า” หรือที่หลายคนเรียกันว่า แสงเหนือ 

o   “Reynisfjara” 1 ใน10 ชายหาดสีดำที่สวยงามที่สุดในโลกเป็นหาดทรายที่เกิดจากหินภูเขาไฟจึงมีสีดำสนิท

o   Ice Cave (ถ้ำน้ำแข็ง) เป็นความงามที่น่าหลงใหลและไม่เหมือนใคร สิ่งที่ยิ่งกว่าคือพวกมันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นคุณจะได้สัมผัสมีความเป็นเอกลักษณ์อย่างสมบูรณ์ และคุณจะอยู่ในใจกลางธารน้ำแข็งที่ก่อตัวเมื่อหลายพันปีก่อน

o   “Vatnajökull”ธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปและมีความหนามากถึง 950 เมตร

o   “Jökulsárlón Glacier Lagoon”ทะเลสาบธารน้ำแข็ง ที่ลึกที่สุดในไอซ์แลนด์เต็มไปด้วยน้ำแข็งสีขาวอมเทาอายุกว่า 1,000 ปี 

o   “Blue Lagoon” แช่บ่อน้ำแร่ที่National Geographic ได้ยกให้เป็น 1 ใน25 สถานที่สุดอัศจรรย์ของโลกบ่อน้ำแร่ที่มีน้ำสีฟ้าใสสวยงาม อันเกิดจากเกลือแร่ (Minerals),แร่ซิลิกา (Silica) และสาหร่าย (Algae)มีเวลาให้พวกเราได้นอนแช่ในน้ำแร่ที่มีอุณหภูมิเฉลี่ย 50 องศาเซลเซียส ทามกลางอากาศรอบข้างที่ติดลบ ช่วยให้พวกเราผ่อนคลายและสดชื่นแบบสุด ๆ เรียกได้ว่าที่นี่เป็นสวรรค์ที่คนทั่วโลกต่างต้องการมาสัมผัสเลยทีเดียว

o   “Kirkjufell”ภูเขาที่ถูกถ่ายภาพมากที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ และเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำ หนังซีรี่ย์ยอดฮิต Game of Throne

o   Búðakirkja (Black Church of Budir) โบสถ์ดำขนาดเล็กนี้ได้กลายเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับช่างภาพ เนื่องจากเหตุผลที่ว่า…แตกต่าง…เล็ก …สวยงาม และเรียบง่ายวางอยู่ในธรรมชาติ…สีดำทำให้เกิดความแตกต่างที่สวยงามกับภูเขาที่มีเมฆปกคลุมอยู่ด้านหลัง

o   “Gullfoss” ไนแองการาแห่งไอซ์แลนด์น้ำตกกุลล์ฟอสส์ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ หรือมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "น้ำตกสีทอง"

  • Solheimasandur Plane Wreckเป็นจุดชมวิวและถ่ายภาพยอดนิยมมากๆอีกจุดหนึ่ง ซึ่งเป็นซากเครื่องบินของ USAที่ตก

กำหนดการเดินทาง: : 21 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2563 (10 วัน ลางาน 5 วัน)
จำนวนสมาชิก: 
12 ท่าน (ออกเดินทางเมื่อมีสมาชิก 6 ท่านขึ้นไป)
ผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพ (Photo Specialist, PS): 2 ท่าน 

 

รายละเอียดการบินระหว่างประเทศ: FINNAIR

ขาไป

เดินทาง วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 
Finnair: AY142 >>> Suvarnabhumi, Bangkok (BKK) –   Helsinki Airport, Finland (HEL) เวลา 09:05 – 15:00 น. (ระยะเวลาเดินทาง 10 ชม. 55 นาที, รอต่อเครื่อง 1 ชม. 10 นาที)
Finnair: AY993 >>> Helsinki Airport, Finland (HEL) – Keflavik Airport, Reykjavik, Iceland (KEF) เวลา 16:10 – 18:00 น. (ระยะเวลาเดินทาง 3 ชม. 50 นาที) รวมเวลาที่ใช้ในการเดินทาง 15 ชม. 55 นาที

ขากลับ

เดินทางวันเสาร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563
Finnair: AY6816 >>> Keflavik Airport, Reykjavik, Iceland (KEF) – Helsinki Airport, Finland (HEL) เวลา 07:30 – 13:00 น. (ระยะเวลาเดินทาง 3 ชม. 30 นาที, รอต่อเครื่อง 3 ชม. 50 นาที)
Finnair: AY141 >>> Helsinki Airport, Finland (HEL) – Suvarnabhumi, Bangkok (BBK) เวลา 16:50 – 07:25 น. +1 Day (ระยะเวลาเดินทาง 9 ชม. 35 นาที)
เดินทางถึงเมืองไทยช่วงเช้าของวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2563 ในเวลา 07:25 น. รวมเวลาที่ใช้ในการเดินทาง 16 ชม. 55 นาที

 

***ออกตั๋วหลังจากได้รับยืนยันการออกทริป จากทางบริษัทฯเท่านั้น***

***บริการจัดการจองตั๋วเครื่องบิน โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม… รายละเอียดสามารถดูในหัวข้อ “ข้อมูลและลักษณะของทริปที่สำคัญ” ด้านล่าง***

รายละเอียดการเดินทาง:

 

วันที่ 1: <วันศุกร์ที่ 21กุมภาพันธ์ 2563> Bangkok ✈ Helsinki ✈ Reykjavík
ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 09.05 ด้วยสายการบินFinnair เที่ยวบินที่ AY142  ถึงท่าอากาศยานนานาชาติเฮลซิงกิ แวนต้า (HEL) เมืองเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ เวลาท้องถิ่น 15.00น. ระยะเวลาเดินทาง 10 ชม. 55 นาที รอต่อเครื่อง 1 ชม. 10นาที

และเดินทางต่อด้วยสายการบิน Finnair เที่ยวบินที่AY993 ออกเดินทางเวลา16:10 น. เฮลซิงกิ แวนต้า (HEL)  ไปยัง เรคยาวิก เคฟลาวิก (KEF) เมืองเรคยาวิก ประเทศไอซแลนด์ ถึงที่หมายตามเวลาท้องถิ่น 18.00 น. ระยะเวลาเดินทาง 3 ชม. 50 นาทีรวมเวลาที่ใช้ในการเดินทาง 15 ชม. 55 นาที
รับประทานอาหารเย็น, ซื้อของใช้ที่จำเป็น และ เข้าที่พัก เพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัย

Reykjavík 
เมืองที่สะอาดที่สุดเขียวและปลอดภัยที่สุดในโลก เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของไอซ์แลนด์ ประกอบด้วยอาคารที่มีสีสันแปลกสะดุดตา
ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์บนชายฝั่งทางใต้ของอ่าวแฟกซ์ มีประชากรประมาณ 123,300 เมืองนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2329ในฐานะเมืองการค้าอย่างเป็นทางการและเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายสิบปีต่อมา และได้กลายเป็นศูนย์กลางการค้า และกิจกรรมของรัฐบาลในระดับภูมิภาค เป็นหัวใจของไอซ์แลนด์ทางด้านวัฒนธรรมเศรษฐกิจ และเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยว

วันที่ 2: < วันเสาร์ที่ 22กุมภาพันธ์ 2563 > Reykjavík – Búðakirkja (Black Church of Budir) - Lóndrangar- Kirkjufell  
ตื่นเช้าเพื่อเดินทางจากตัวเมือง Reykjavík เพื่อพาท่านเยี่ยมชมและถ่ายภาพเราก็ออกเดินทางและแวะถ่ายรูปที่ Búðakirkja (Black Church of Budir)โบสถ์ดำขนาดเล็ก 1 ในสัญญาลักษณ์ของReykjavik และ Coast of Arnarstapiเป็นที่ตั้งของกลุ่มหินรูปร่างแปลกตา Lóndrangarและ  Kirkjufel
l ก่อนเข้าที่พัก โดยคืนนี้จะพักค้างคืนบริเวณ Kirkjufell ภูเขาที่ถูกถ่ายภาพมากที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ ^^

 

Búðakirkja (Black Church of Budir)

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาโบสถ์ดำขนาดเล็กนี้ได้กลายเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับช่างภาพ เนื่องจากเหตุผลที่ว่า โบสถ์คริสตจักร …แตกต่าง…เล็ก …สวยงามและเรียบง่ายวางอยู่ในธรรมชาติที่ไอซ์แลนด์…สีดำทำให้เกิดความแตกต่างที่สวยงามกับภูเขาที่มีเมฆปกคลุมอยู่ด้านหลัง

โบสถ์สีดำของ Budir ยังเป็นสถานที่ที่นิยมสำหรับการถ่ายภาพมินิมัลลิสต์ โดยใช้ หลุมฝังศพกำแพงหินสูงและสิ่งอื่น ๆ เป็นฉากหน้าในการจัดองค์ประกอบ หรือถ่ายภาพในลักษณะมุมกว้างได้สวยงามมากเช่นกัน

 

Lóndrangar

เป็นรูปแบบของ หินบะซอลต์ที่เกิดจากภูเขาไฟ ซึ่งถูกกัดเซาะโดยทะเลทำให้แยกออกมาจากหินที่อยู่รอบๆ มีความสูง 75 และ 61 ม. เป็นหินที่มีลักษณะเฉพาะตัวที่น่าประทับใจมาก โดยถูกโอบล้อมด้วยลาวาขรุขระที่ปกคลุมไปด้วยมอสสีเขียวอ่อนที่ดูเหมือนพรมสีเขียวในฤดูร้อน และ ถูกปกคลุมด้วยหิมะในหน้าหนาว


Kirkjufell
เป็นภูเขาทางฝั่งตะวันตกของไอซ์แลนด์ (West Iceland) เรียกได้ว่าเป็นสัญลักษณ์อีกหนึ่งสิ่งของประเทศไอซ์แลนด์ 
ภูเขาที่สูง 463 เมตร เป็นภูเขาที่ถูกถ่ายภาพมากที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ ล้อมรอบไปด้วยวิวทิวทัศน์สุดอัศจรรย์ทั้งหาดทรายชายทะเล และน้ำตก ไม่ว่าจะมาเที่ยวที่นี่ในช่วงไหนก็มีความงดงามตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในหน้าหนาวที่จะมองเห็นภูเขาKirkjufell ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาว ถ้าโชคดีก็จะได้เห็นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยแสงออโรร่าเป็นฉากอยู่เบื้องหลัง
Kirkjufell เป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำ หนังซีรี่ย์ยอดฮิต อย่างเช่น Game of Thrones 

วันที่ 3: < วันอาทิตย์ที่23 กุมภาพันธ์ 2563 > Kirkjufell - Oxararfoss - Thingvellir National Park  - Geysir Hot Springs - Gullfoss 

ตื่นมาถ่ายภาพบริเวณ Kirkjufell ในช่วงแสงเช้าอีกครั้งหากสภาพอากาศเป็นใจ หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว ออกเดินทางต่อไปเพื่อพาท่านเยี่ยมชมและถ่ายภาพที่อุทยานแห่งชาติ Oxararfoss ใน Thingvellir National Park อุทยานแห่งชาติที่เป็นมรดกโลก ตั้งแต่ปีพ. ศ. 2547 เป็นจุดกำเนิดทางด้านประวัติศาสตร์และทางด้านธรณีวิทยาเพราะเป็นจุดที่มีรอยเลื่อนของเปลือกโลกเป็นระยะทางหลายหมื่นกิโลเมตร และนำท่านสู่ Geysir Hot Springs  หนึ่งในน้ำพุร้อนจากภูเขาไฟกีย์เซอร์
หลังรับประทานอาหารกลางวัน ช่วงบ่ายเดินทางมาที่ Gullfossเพื่อเก็บภาพแสงเย็นที่น้ำตก Gullfoss Hot Springsไนล์แองการ่าแห่งไอซ์แลนด์รวมถึงรับประทานอาหารค่ำก่อนเข้าที่พัก ^^

ในช่วงเวลากลางคืนหากสภาพอากาศเป็นใจ ทางคณะสามารถจะออกมารอเฝ้าชมแสงเหนือในบริเวณใกล้ๆ 
 

Öxarárfoss
เป็นน้ำตกในอุทยานแห่งชาติ Thingvellir National Park ไหลมาจากแม่น้ำ Öxará ที่ฐานของน้ำตกเต็มไปด้วยก้อนหินมีอากาศหนาวจัดในช่วงฤดูหนาว
น้ำตกเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวหลักของอุทยานแห่งชาติ Thingvellir National Park 

 

Thingvellir National Park 
หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Þingvellir เป็นอุทยานแห่งชาติในเขตเทศบาลเมืองBláskógabyggð ทางตะวันตกเฉียงใต้ไอซ์แลนด์ประมาณ 40 กิโลเมตรทางตะวันออกเฉียงเหนือของไอซ์แลนด์เมืองหลวง Reykjavík  
Þingvellir เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมและทางธรณีวิทยาและเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในไอซ์แลนด์ 
อุทยานแห่งชาตินี้ ก่อตั้งขึ้นในปี 2473 เป็นเครื่องหมายครบรอบ1000 ปี ของ Althing ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกในปีพ. ศ. 2547

Geysir 
บางครั้งถูกเรียกว่า Great Geysir เป็นน้ำพุร้อนในทิศตะวันตกเฉียงใต้ไอซ์แลนด์ ตั้งอยู่ในหุบเขา Haukadalur บนผาลาดของเขา Laugarfjallซึ่งเป็นที่ตั้งของ Strokkur geyser ประมาณ 50เมตร (160 ฟุต) ทางทิศใต้
เป็นน้ำพุร้อนที่สามารถพ่นน้ำเดือดได้สูงถึง 70 เมตร (230 ฟุต) 

 

Gullfoss (น้ำตกกุลล์ฟอสส์) "น้ำตกสีทอง"
หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวอันโด่งดังของไอซ์แลนด์ ชื่อของน้ำตก Gullfossต้องติดอยู่ในลำดับต้น ๆ แน่นอน เพราะที่นี่เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามไม่แพ้น้ำตกไนแองการา บริเวณรอยต่อของประเทศแคนาดาและสหรัฐอเมริกาเลยล่ะ น้ำตก Gullfoss ตั้งอยู่บนเส้นทางท่องเที่ยววงแหวนทองคำ อยู่ในแม่น้ำ Hvita ที่ไหลมาจากธารน้ำแข็ง Langjokull ทางตอนใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ เกิดจากระดับแผ่นดินในแม่น้ำลดต่ำลงเป็นชั้น ๆ ขนาดกว้างใหญ่ มีความลึกประมาณ 32เมตร เมื่อมวลน้ำมหาศาลในแม่น้ำไหลผ่านช่วงนี้ จึงกลายเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามจับตาสุด ๆ และที่นี่ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจอีกด้วย เพราะในช่วงก่อนศตวรรษที่ 20 บริษัทต่างชาติจะซื้อน้ำตกแห่งนี้จากชาวบ้านเพื่อสร้างเป็นที่ผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งจะทำลายความสวยงามของน้ำตก Gullfoss แต่ Sigriour Tomasdottir หญิงแกร่งที่เติบโตมากับน้ำตกแห่งนี้ ได้คัดค้านและต่อสู้จนกระทั่งไม่มีการสร้างสิ่งดังกล่าว และน้ำตก Gullfoss ก็ได้กลายมาเป็นสมบัติของประเทศไอซ์แลนด์ในที่สุด

 

วันที่ 4: <วันจันทร์ที่ 24กุมภาพันธ์ 2563 > Gullfoss - Dyrhólaey - Solheimasandur Plane Wreck - Vik

ถ่ายแสงเช้าที่น้ำตก Gullfoss เข้าที่พักเพื่อทานอาหารเช้าและเชคเอ้าท์ เดินทางไปที่จุดชมวิวริมผา Dyrhólaey จากนั้นเดินทางไปถ่ายแสงเย็นเดินทางสู่ จุดชมวิวเครื่องบินร้าง Solheimasandur Plane Wreck (โดยการเดินเท้า ไป-กลับ 2 ชั่วโมงระยะทางราวๆ 4 กิโลเมตร)  หลังจากเก็บภาพเป็นที่พอใจแล้ว คืนนี้เราจะขับรถไปพักกันที่ เมือง Vik (ระยะทางประมาณ 22.5 กิโลเมตร) Dyrhólaey ก่อนหน้านี้เคยเป็นเกาะแห่งภูเขาไฟซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อไอซ์แลนด์ Eyja และมีประภาคาร Dyrhólaey ตั้งอยู่ที่ด้านบนสุ หันหน้าไปทางทะเล เป็นหนึ่งในการก่อตัวทางธรรมชาติที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของชายฝั่งตอนใต้  เนื่องจากเป็นหน้าผาและโค้งหินทะเลขนาดใหญ่  ในช่วงฤดูร้อนจะสามารถพบเห็นนกพัฟฟินส์ จำนวนมากบริเวณหน้าผา Dyrhólaey นี้

 

Solheimasandur Plane Wreck
เป็นจุดชมวิวและถ่ายภาพยอดนิยมมากๆอีกจุดหนึ่ง ซึ่งเป็นซากเครื่องบินของUSA ที่ตกตั้งแต่ 23 พฤศจิกายน ค.ศ.1973ที่นี่อาจมีหลายๆ คนอยากไปแต่หาไม่เจอ เราสามารถถ่ายแสงเหนือโดยมีฉากหน้าเป็นซากเครื่องบินได้ที่นี่หากธรรมชาติเป็นใจ  (หลังจากขับรถมาถึงแล้วจะต้องเดินเท้าเข้าไปยังที่ซากเครื่องบินอีกราวๆ 4กิโลเมตร ใช้เวลาไปกลับประมาณ 2 ชั่วโมง ^^) 

 

วันที่ 5: <วันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 > Vik - Svínafellsjökull Glacier - Ice Cave – Jökulsárlón Glacier Lagoon -  Vatnajökull National Park  

ถ่ายแสงเช้าที่หาดทรายดำกับแท่งหินริมผาที่ Reynisfjara Breach กลับไปทานอาหารเช้าที่โรงแรม และเช็คเอ้าท์ และพาทุกท่านไปถ่ายรูปที่ธารน้ำแข็ง Svínafellsjökull Glacier จากนั้นไปเยี่ยมชมถ้ำน้ำแข็ง Ice Cave (เดินทาง2ชั่วโมง) เพื่อเข้าชมถ้ำน้ำแข็ง(ใช้เวลาในถ้ำ 3 ชั่วโมง) แวะถ่ายแสงเย็นที่ Jökulsárlón Glacier Lagoon (ธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน) เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีว่าเป็น ทะเลสาบธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไอซ์แลนด์ ที่อยู่ในเขต Vatnajökull National Park  (อุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล) และเช็คอินเข้าที่พัก


Svínafellsjökull Glacier (ธารน้ำแข็ง สวีนาเฟลล์โจกุล)

ไอซ์แลนด์มีธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปและมีธารน้ำแข็งที่สวยงามหลายแห่ง หนึ่งในนั้นก็คือ ธารน้ำแข็ง Snaefellsjokull ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของไอซ์แลนด์ นักท่องเที่ยวนิยมที่จะเดินไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เพื่อขึ้นไปชมความยิ่งใหญ่ของธารน้ำแข็งแห่งนี้ ซึ่งมีระยะทางมากกว่า 100 กิโลเมตร ในวันที่ท้องฟ้าสดใส จะสามารถมองเห็นไปจนถึงฝั่งของกรีนแลนด์เลยทีเดียว

Ice Cave (ถ้ำน้ำแข็ง) ถ้ำน้ำแข็งแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในธารน้ำแข็งของไอซ์แลนด์ เต็มไปด้วยสีสันที่ และลวดลายของสีน้ำเงิน สีฟ้าคราม  สีขาวสีเทาและสีดำ เต็มไปด้วยโลกที่มีพื้นผิวแตกต่างกันแสงผ่านผนังเพื่อสร้างองค์ประกอบที่น่าสนใจ เป็นความงามที่น่าหลงใหลและไม่เหมือนใคร

สิ่งที่ทำให้ถ้ำน้ำแข็งมีค่ายิ่งกว่านี้คือพวกมันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา - พวกมันเปลี่ยนรูปร่างทุกวัน ดังนั้นสิ่งที่คุณจะได้สัมผัสจะมีความเป็นเอกลักษณ์อย่างสมบูรณ์และขึ้นอยู่กับธรรมชาติ

เป็นการผจญภัยที่น่าทึ่งที่ และเป็นประสบการณ์ที่คุณจะจดจำได้อย่างแน่นอนเป็นเวลานาน คุณจะอยู่ในใจกลางธารน้ำแข็งที่ก่อตัวเมื่อหลายพันปีก่อน

 

Jökulsárlón Glacier Lagoon (ธารน้ำแข็งโจกุลซาลอน) 
เป็นทะเลสาบธารน้ำแข็ง ที่ลึกที่สุดในไอซ์แลนด์ เต็มไปด้วยน้ำแข็งสีขาวอมเทาอายุกว่า 1,000 ปี 
 โดยมีความลึกที่ 248 เมตร (814 ฟุต)ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะ ภายในอุทยานแห่งชาติ Vatnajokullซึ่งเป็นอุทยานธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ความงดงามของทะเลสาบแห่งนี้อยู่ที่มีก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาที่หักออกจากธารน้ำแข็ง Breioamerkurjokullลอยอยู่กลางทะเลสาบมากมาย ซึ่งทะเลสาบไม่ได้กว้างมาก แต่ลึกลึกที่สุดในไอซ์แลนด์ และยังมีหาดทรายสีดำที่เต็มไปด้วยก้อนน้ำแข็งอันงดงามอีกด้วย 
ขนาดของทะเลสาบเองก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกปี เนื่องจากการละลายที่เพิ่มขึ้นของธารน้ำแข็ง โดยปัจจุบันมีขนาดมากกว่า 4 เท่าหากเทียบกับยุค 70 ถือว่าเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของไอซ์แลนด์ 

 

Vatnajökull National Park  (อุทยานแห่งชาติวัทนาโจกุล)
อุทยานแห่งชาติ Vatnajökull เป็นหนึ่งในสามอุทยานแห่งชาติในไอซ์แลนด์ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของธารน้ำแข็งVatnajökull และพื้นที่โดยรอบ เหล่านี้ประกอบด้วยอุทยานแห่งชาติที่ เช่น Skaftafell ทางตะวันตกเฉียงใต้และJökulsárgljúfur ทางตอนเหนือ
ลักษณะเฉพาะของอุทยานแห่งชาติ Vatnajökull เป็นลักษณะภูมิประเทศอันหลากหลายที่เกิดจากการรวมกันของแม่น้ำ,น้ำแข็ง, ธารน้ำแข็ง, และภูเขาไฟ
อุทยานแห่งชาติ Vatnajökull ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่7 มิถุนายน พ.ศ. 2551 ครอบคลุมพื้นที่ 12,000ตารางกิโลเมตร หลังจากนั้นได้ทำการรวมเอา Lakagígar, Langisjór, Krepputunga และ Jökulsárlón เข้าไว้ได้วยกัน ปัจจุบันมีพื้นที่ 14,141 ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ 14%ไอซ์แลนด์ ทำให้ อุทยานแห่งชาติ Vatnajökull ใหญ่เป็นอันดับสอง ในแง่ของพื้นที่ของยุโรป (อันดับ 1 เป็น Yugyd Va ในรัสเซีย)

 

วันที่ 6: <วันพุธที่ 26กุมภาพันธ์ 2563 > Diamond Beach - Fjaðrárgljúfur – Svartifoss(Black Falls) - Höfn - Vesturhorn

ตื่นแต่เช้าเพื่อเก็บภาพแสงเช้ากับก้อนน้ำแข็งเกยตื้นที่หาดทรายดำ Diamond Beach หาดทรายดำที่หาชมได้ยาก และเป็น 1 ใน 10 ชายหาดสีดำที่สวยงามที่สุดในโลก …อีกสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนประเทศ Iceland  กลับที่พักเพื่อทานข้าวเช้าและเช็คเอ้าท์ แวะถ่ายภาพที่ จุดชมวิวแม่น้ำแห่งหุบเขา Fjaðrárgljúfur และ Svartifoss น้ำตกที่ล้อมรอบไปด้วยหินบะซอลต์หกเหลี่ยม จากนั้นมุ่งหน้าไปที่ เมือง Höfn เก็บของเข้าที่พัก และถ่ายแสงเย็นที่ Vesturhorn 

 

Diamond Beach
หาดทรายสีดำที่ติดอันดับ ในปี 2534 ว่าเป็น 1ใน 10 ชายหาดสีดำที่สวยงามที่สุดในโลก 
หาดทรายสีดำอันเลื่องชื่อของไอซ์แลนด์นี้ มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Reynisfjaraเป็นหาดทรายยาวจากหินภูเขาไฟ จึงมีสีดำสนิท บรรยากาศเงียบสงบ วิวทิวทัศน์สวยงาม โดยบริเวณหนึ่งที่เป็นแนวหน้าผาหินจะเห็นหินมีรูปร่างคล้ายกับแท่งหินห้าเหลี่ยมหกเหลี่ยมเรียงตัวลดหลั่นกันลงมาตามชายหาด ซึ่งเกิดจากการที่ลาวาอันร้อนระอุไหลมากระทบกับน้ำทะเลจนเย็นตัวลงนั่นเอง นอกจากความมหัศจรรย์ของธรรมชาติแล้ว เราก็ยังจะได้พบเห็นกับเจ้านกพัฟฟินสุดน่ารักมากมายในบริเวณนี้อีกด้วย

 

Fjaðrárgljúfur

หุบเขาอันงดงาม Fjaðrárgljúfur เป็นหุบเขาทางตะวันออกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์ มีแม่น้ำFjaðráไหลผ่าน

ทำใหกิดเป็นแคนยอนมีลักษณะเป็นเหมือนกำแพงสูงชันและร่องน้ำที่คดเคี้ยว มีความสูงถึง 100 ม. (330 ฟุต)  และยาวประมาณ 2 กิโลเมตร (1.2 ไมล์)

ต้นกำเนิดมีอายุย้อนไปถึงยุคน้ำแข็งในยุคน้ำแข็งเมื่อประมาณสองล้านปีก่อน หุบเขาถูกสร้างขึ้นโดย การไหลของน้ำจากธารน้ำแข็งผ่านหินและมากกว่าพันปี

 

Svartifoss (Black Falls)

เป็นน้ำตกใน Skaftafell ในอุทยานแห่งชาติ Vatnajökull ในไอซ์แลนด์และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในอุทยาน เอกลักษณ์ที่สำคัญคือน้ำตกแห่งนี้ถูกล้อมรอบด้วยเสาลาวาสีเข้มซึ่งมีลักษณะเหมือนกับที่ Giant's Causeway ใน Northern  Ireland, Devil’s Tower ใน Wyoming สหรัฐอเมริกาและบนเกาะ Staffa ใน Scotland นอกจากนี้ยังมีการก่อตัวที่คล้ายกันทั่วประเทศไอซ์แลนด์รวมถึงถ้ำเล็ก ๆ บนชายหาดของ Reynisdrangar

คอลัมน์หินบะซอลต์เหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับสถาปนิกชาวไอซ์แลนด์โดยส่วนใหญ่จะเห็นได้ชัดเจนกับการนำไปใช้ ในโบสถ์ Hallgrímskirkja ในReykjavík และโรงละครแห่งชาติ

 

Höfn 

ตั้งอยู่บนคาบสมุทรทางตะวันออกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์ ชื่อ Höfnหมายถึงท่าจอดเรือและเป็นท่าเรือประมงที่ล้อมรอบไปด้วยทะเลโดยมีหาดทรายยาวอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ แม่น้ำสันดอนและแม่น้ำโขงไหลผ่านบริเวณนี้มีแนวปะการังและแนวปะการังที่ขยับตัวมากมายHöfnล้อมรอบไปด้วยเกาะเล็ก ๆ หลายแห่งทางด้านตะวันออกของเมืองที่ใหญ่ที่สุดคือ Mikley ตามด้วยKrókaláturและ Hellir
ทางตอนเหนือของเมือง มีอุโมงค์ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองมีความยาว 1,300เมตรซึ่งมีชื่อว่าAlmannaskarðsgöng เปิดดำเนินการในปีพศ.2548

 

Vesturhorn (Vestrahorn หรือ Stokksnes)

เป็นภูเขาที่เก่าแก่ที่สุดในไอซ์แลนด์ อายุประมาณ 8 ล้านปี Vestrahorn เป็นสวรรค์ของช่างภาพ มาที่นี่เพื่อถ่ายภาพภูมิทัศน์ที่น่าทึ่งหรือเพียงแค่นั่งและเพลิดเพลินกับความงามอันกว้างใหญ่ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม ชายฝั่งมีเนินทรายลาวาที่สวยงามซึ่งถูกหล่อหลอมด้วยพลังแห่งน้ำและลมตามธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม สำหรับนักท่องเที่ยวและช่างภาพคนอื่น ๆ

 

วันที่ 7: < วันพฤหัสที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 > Vesturhorn - Lava Mossy Field (Eldraun Lava Field) - Skógafoss  Falls - Seljalandsfoss - Skogar
ตื่นแต่เช้าถ่ายดาวและแสงเช้าที่ Vesturhorn ทานข้าวเช้าและเช็คเอ้าท์โรงแรม  แวะถ่ายภาพระหว่างทางที่ ทุ่งมอสที่ขึ้นปลกคลุมบนพื้นลาวา Lava Mossy Field (Eldraun Lava Field),น้ำตก Skógafoss Falls เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงเเละเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมามากที่สุดอีกแห่งหนึ่ง และถ่ายแสงเย็นที่น้ำตก Seljalandsfoss คืนนี้เข้าที่พักที่เมือง Skogar

 

Lava Mossy Field(Eldraun Lava Field)

มอสเป็นพืชที่พบได้ทั่วไปในไอซ์แลนด์ เติบโตอย่างอุดมสมบูรณ์มีลักษณะพิเศษคือขึ้นในทุ่งลาวาของไอซ์แลนด์ เป็นลักษณะเหมือนผ้าห่มมอสที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งตั้งอยู่บนชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์เหนือทุ่งเอลลาวานลาวา

Eldraun Lava Field สร้างขึ้นในการปะทุครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ตลอดระยะเวลาแปดเดือนระหว่างปี ค.ศ. 1783 - ค.ศ. 1784 กว่าสามในสี่ของเกาะ ในช่วงปีนั้นไม่มีอะไรสามารถปลูกได้ และไม่สามารถพบปลาได้ในทะเล ความอดอยากที่เกิดขึ้นนั้นคร่าชีวิตประชากรราวหนึ่งในสี่ของเกาะ

วันนี้ทุ่ง Eldraun Lava ดูสงบและสงบมาก ตะไคร่น้ำสีเขียวหนาได้ช่วยให้ภูมิทัศน์ที่ขรุขระนุ่มนวลขึ้นซึ่งเกือบจะอำพรางความรุนแรงในอดีตของ Eldhraun

 

Skógafoss  Falls (น้ำตกสโคคาร์ฟอสส์)
เป็นอีกน้ำตกที่มีความงดงามอลังการมาก ตั้งอยู่บนแม่น้ำ Skógáทางตอนใต้ของไอซ์แลนด์ บนเส้นทาง Southern Ring Road ที่หน้าผาของชายฝั่งทะเล เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศที่มีความกว้าง 15 เมตร (49 ฟุต) และสูง 60 เมตร (200 ฟุต) เนื่องจากปริมาณละอองน้ำที่เกิดจากน้ำตก มักจะทำให้เกิดสายรุ้งเดี่ยวหรือคู่ทอดผ่านน้ำตกได้บ่อยๆในวันแดดออก มวลน้ำมหาศาลจะไหลลงสู่พื้นด้านล่างซึ่งเป็นทรายภูเขาไฟสีดำ รอบด้านจะเต็มไปด้วยทุ่งหญ้าสีเขียวและดอกไม้ป่าสีสันสดใส ในช่วงหน้าหนาวบริเวณโดยรอบน้ำตกจะเต็มไปด้วยหิมะ น้ำตกบางส่วนกลายเป็นน้ำแข็ง มีสายน้ำบาง ๆ ไหลผ่านลงมาจากหน้าผาสูงชัน เป็นความสวยงามอีกรูปแบบที่ต้องไปสัมผัสกันสักครั้ง
น้ำตกนี้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ เรื่อง Thor: The Dark World และ The Secret Life of Walter Mitty 
นอกจากนี้ยังถูกใช้เป็นหนึ่งในสถานที่ของเพลง Gerua ในภาพยนตร์บอลลีวูด Dilwale ปี 2015 
รวมถึง วิดีโอเพลงอย่างเป็นทางการของ "I'll Show You" แสดงให้เห็นถึงทะเลสาบน้ำแข็งและแม่น้ำในไอซ์แลนด์ใต้รวมถึงน้ำตกSkógafoss แห่งนี้อีกด้วย

Seljalandsfoss  (น้ำตกเซลยาลันส์ฟอส)
Seljalandsfoss เป็นน้ำตกตั้งอยู่ในภาคใต้ในประเทศไอซ์แลนด์  เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของประเทศไอซ์แลนด์ ตั้งอยู่ภายในฟาร์ม Seljalandบนเส้นทาง Southern Ring Road ทางตอนใต้ของประเทศไอซ์แลนด์ เป็นน้ำตกที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เพราะทั้งยิ่งใหญ่และมีบรรยากาศโดยรอบที่น่าประทับใจสุด ๆ น้ำมากมายจะไหลผ่านหน้าผาสูงกว่า 60 เมตร ลงสู่พื้นด้านล่างอย่างสม่ำเสมอ มีทางเดินเล็ก ๆ ให้นักท่องเที่ยวเดินลัดเลาะเข้าไปที่หลังน้ำตก ซึ่งจะเห็นวิวของสายน้ำที่ไหลลงมากระทบพื้น พร้อมกับมีทุ่งหญ้ากว้างใหญ่สีเขียวอยู่เบื้องหลัง เป็นภาพที่งดงามจนกลายไปเป็นภาพวอลเปเปอร์และอยู่บนปฏิทินหลายฉบับ

 

Skógar

เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ของไอซ์แลนด์ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของธารน้ำแข็ง Eyjafjallaj ökull ในเขตเทศบาลของ Rangárþing eystra

บริเวณนี้เป็นที่รู้จักกันในนามของน้ำตก Skógafoss บนแม่น้ำ Skógá

ไม่ไกลจากSkógarคือน้ำตก Kvernufoss นอกจากนี้ต้นน้ำบนแม่น้ำ Skógá ยังมีน้ำตกที่งดงามอื่น ๆ อีกมากมาย

เมืองนี้ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการระเบิดของภูเขาไฟ Eyjafjalla ในปี 2010

วันที่ 8: <วันศุกร์ที่ 28กุมภาพันธ์ 2563 > Skogar – Skógafoss Falls - Reykjavik - Blue Lagoon - Sun Voyager – Harpa Concert Hall 
ตื่นแต่เช้าถ่ายดาวและแสงเช้าที่ Skógafoss Falls กลับไปทานข้าวเช้าและ เช็คเอ้าท์จากโรงแรม เดินทางกลับเข้า เมืองเรยาวิก(Reykjavik) แช่น้ำร้อนที่ Blue Lagoon 1 ใน 25 สถานที่สุดอัศจรรย์ของโลก โดย National Geographic แช่น้ำร้อนเพื่อผ่อนคลาย รับประทานอาหารกลางวันกันที่นั้น ถ่ายแสงเย็นที่ Sun Voyager และ เก็บภาพสวยที่ Harpa Concert Hall ในตัวเมือง Reykjavik ก่อนเดินทางไปพักโรงแรมใกล้สนามบิน เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับในเช้าวันรุ่งขึ้น

 

Blue Lagoon
National Geographic ได้ยกให้บลูลากูน (Blue Lagoon) เป็น 1 ใน 25 สถานที่สุดอัศจรรย์ของโลก ด้วยบลูลากูนเป็นบ่อน้ำแร่ที่มีน้ำสีฟ้าใสสวยงาม อันเกิดจากเกลือแร่ (Minerals),แร่ซิลิกา (Silica) และสาหร่าย (Algae)โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาวที่นี่จะมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนคึกคักมาก ๆ แม้ว่าอากาศโดยรอบจะติดลบก็ตาม แต่การที่พวกเขาได้นอนแช่ในน้ำแร่ที่มีอุณหภูมิเฉลี่ย50 องศาเซลเซียสนั้น ทำให้พวกเขาผ่อนคลายและสดชื่นแบบสุด ๆ เรียกได้ว่าที่นี่เป็นสวรรค์ที่คนทั่วโลกต่างต้องการมาสัมผัสเลยทีเดียว

 

The Sun Voyager

เป็นรูปปั้นสร้างโดย Jón Gunnar Árnason ตั้งอยู่ใน Reykjavík ประเทศไอซ์แลนด์ ศิลปินตั้งใจที่จะสื่อความหมายถึงดินแดนที่ยังไม่ถูกค้นพบความฝันแห่งความหวังความก้าวหน้าและเสรีภาพ

ในปีพ. ศ. 2529 สมาคมอำเภอทางตะวันตกของเมืองให้การสนับสนุนการแข่งขันประติมากรรมกลางแจ้งใหม่เพื่อฉลองครบรอบ 200 ปีเมืองเรคยาวิก นักเดินทางรอบโลก Jón Gunnar ชนะการแข่งขันและรุ่นอลูมิเนียม (42.5 ซม. × 88 ซม. × 36 ซม., 16.7 × 34.6 ใน× 14.2 นิ้ว) ในที่สุด Sun Voyager ก็ได้ถูกเปิดเผยในSæbrautในวันเกิดของเมืองเรคยาวิกในวันที่ 18 สิงหาคม 1990

งานนี้ทำจากสแตนเลสคุณภาพและตั้งอยู่บนแผ่นหินแกรนิต

 

Harpa Concert Hall

ในปี 2013 อาคารแห่งนี้ ได้รับรางวัล Mies van der Rohe ของสหภาพยุโรปสำหรับสถาปัตยกรรมร่วมสมัย

อาคารแห่งนี้มีลักษณะด้านหน้าเป็นกระจกสีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภูมิทัศน์หินบะซอลต์ของไอซ์แลนด์ ได้รับการออกแบบโดย บริษัท เดนมาร์ก Henning Larsen Architects ในความร่วมมือกับOlafur Eliasson ศิลปินชาวเดนมาร์ก - ไอซ์แลนด์ โครงสร้างประกอบด้วยโครงเหล็กหุ้มด้วยแผงกระจกรูปทรงเรขาคณิตที่มีสีแตกต่างกัน ถูกขนานนามว่าเป็น เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ของ Reykjavík

อาคารแห่งนี้ได้รับชื่อในวันไอซ์แลนด์มิวสิคเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2552 อาคารแห่งนี้เป็นสถานที่จัดแสดงคอนเสิร์ตครั้งแรกในเรคยาวิกและ เป็นที่ตั้งของไอซ์แลนด์ซิมโฟนีออร์เคสตร้าและสำนักงานของไอซ์แลนด์โอเปร่า

 

วันที่ 9: <วันเสาร์ที่ 29กุมภาพันธ์ 2563 > Reykjavík ✈ Helsinki
เดินทางด้วยสายการบิน Finnair จาก สนามบินนานาชาติ เรคยาวิก เคฟลาวิก (KEF) เที่ยวบินที่ AY6816 เวลา 7:30 น. ถึงท่าอากาศยานนานาชาติเฮลซิงกิ แวนต้า (HEL) 13:00 น. ใช้เวลาในการเดินทาง 3 ชม. 30 นาที แวะพักเพื่อรอการเปลี่ยนเครื่อง 3 ชม. 50 นาที
และเดินทางต่อด้วยสายการบิน Finnair เที่ยวบินที่AY141 ออกเดินทางเวลา 16:50 น. ใช้เวลาในการเดินทาง 9 ชม. 35 นาที รวมเวลาที่ใช้ในการเดินทาง 16 ชม. 55 นาที

 

วันที่ 10: <วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2563 > Helsinki ✈ Bangkok
เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ ในเช้าของวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2563 เวลา 07.25 น. 

อัตราค่าบริการ: 76,000 บาท/ท่าน (สามารถแบ่งชำระได้ 3 งวด)

พิเศษ!!! สำหรับลูกค้าเก่า Foto Journey ราคาเพียง 72,900 บาท/ท่าน

(ราคานี้ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน, ค่าทำวีซ่า, ค่าอาหารกลางวัน และอาหารเย็น)

เงื่อนไขการจองและการชำระเงิน:

ณ วันที่จอง: ชำระมัดจำงวดแรก 20,000 บาท
ภายในวันที่ 5 ธันวาคม 2562: ชำระมัดจำงวดที่สอง 35,000 บาท
ภายในวันที่ 5 มกราคม 2563: ชำระส่วนที่เหลือทั้งหมด
***โดยบริษัทถือลำดับการชำระเงิน เป็นสำคัญ ในการยืนยันสิทธิ์การเดินทาง*** 

***สำหรับลูกค้าที่เดินทางท่านเดียว ทางบริษัทจะจัดหารูมเมทให้โดยไม่จำเป็นต้องชำระค่าใช้จ่ายสำหรับพักเดี่ยวแต่อย่างใด***

 

ค่าบริการนี้รวม:

- ค่าที่พัก ตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่) พร้อมอาหารเช้า
- ค่าเข้า Ice Cavel
- ค่าเข้า Blue Lagoon 
- ค่ายานพาหนะ, น้ำมัน, ที่จอดรถ, ทางด่วนและอื่นๆ ที่ใช้ในการเดินทาง
- บริการถ่ายภาพและสอนการถ่ายภาพตลอดการเดินทาง

ค่าบริการนี้ไม่รวม:

- ค่าตั๋วเครื่องบิน 
- ค่าดำเนินการทำวีซ่า
- ค่าประกันการเดินทางสำหรับวีซ่าเชงเก้น 
- ค่าอาหารกลางวัน และอาหารเย็น
- ค่าทิปพนักงานบริการ (ถ้ามี) 
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ นอกเหนือรายการ เช่น ค่าSIM ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าเครื่องดื่ม มินิบาร์ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด เป็นต้น
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดการณ์
   *** ทางบริษัทบริการจัดการจองตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศให้ได้ โดยทางเราจะคิดค่าใช้จ่ายตามจริงไม่มีบวกค่าบริการใดๆ***

การชำระเงินค่าเดินทาง :
สามารถโอนเงินเข้าบัญชี
ธ.กสิกรไทย    เลขที่บัญชี 037-2-57628-6 หรือ

ธ.ไทยพาณิชย์  เลขที่บัญชี 408-825346-9 


ชื่อบัญชี บริษัท โฟโต้ เจอร์นี่ จำกัด
หลังจากโอนเงินแล้ว กรุณาส่งใบโอนเงินไปที่ 

Line@: @FotoJourney หรือ

คลิก! Line : https://line.me/R/ti/p/%40fotojourney หรือ 

Inbox Facebook: FotoJourneyTH 

 

ข้อมูลและลักษณะของทริปที่สำคัญ

ทริปนี้มีลักษณะเป็น Photo Trip จะเน้นถ่ายรูปแสงเช้า แสงเย็น เป็นหลัก ดังนั้น แผนเดินทางอาจจะมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อให้ทุกท่านได้ถ่ายภาพตามให้มากที่สุด

- การพบเห็นปรากฏการณ์แสงเหนือ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติไม่สามารถกำหนดหรือทราบล่วงหน้าได้ โอกาสที่จะได้เห็นขึ้นอยู่กับสภาพอากาศเป็นสำคัญ และโปรแกรมอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม

 - ยานพาหนะ มีข้อจำกัดเรื่องต้องเก็บสัมภาระพร้อมการเดินทาง จึงขอความกรุณานำกระเป๋าขนาดใหญ่ไม่เกิน 26 นิ้วต่อ 1 ท่าน และ กระเป๋าหิ้วน้ำหนักไม่เกิน 7 กก ต่อ 1

- ทริปนี้ค่าใช้จ่ายไม่ได้รวมค่าอาหารไว้ (ยกเว้นอาหารมื้อเช้าที่ทางบริษัทบริการจัดไว้ให้)  และเนื่องจากการเดินทางเป็นแบบ Photo Trip ในส่วนของลักษณะการรับประทานอาหารจะเป็นแบบ รับประทานที่ร้านอาหาร, การซื้อมาจาก Supermarket, รวมถึง Fast Food 

การทำวีซ่าต้องยื่นผ่านตัวแทน    โดยเราจะช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องเอกสารใบสมัครและแผนการเดินทาง เพื่อประกอบการยื่นขอวีซ่า ซึ่งจะนัดหมายกันอีกครั้ง ประมาณ 2 - 3 เดือนก่อนวันเดินทาง

- Photo Specialist จะเป็นผู้ขับรถตลอดทั้งทริป และช่วงเวลาที่ระบุในทริปเป็นช่วงที่พระอาทิตย์ตก 4 ทุ่มของทุกวัน ดังนั้นอาจจะมีการปรับเปลี่ยนโปรแกรมตามความเหมาะสมเพื่อให้ทั้ง Photo Specialist และ ผู้ร่วมทริปมีเวลาพักผ่อนเพียงพอ และคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก
บริการจัดการจองตั๋วเครื่องบิน

กรณีให้ Foto Journey (FJ) ออกบัตรโดยสาร จะเป็นการจองที่นั่งบัตรโดยสารผ่านระบบ GDS ( Global Distribution System ) มีระยะเวลาในการออกบัตรโดยสาร (โอนเงินค่าตั๋วฯ) ภายใน 48-72 ชั่วโมง 

ซึ่งต่างจากราคาบนหน้าเว็ปไซด์ ที่เป็น Real Time Rate ที่ขึ้น-ลง ตามสายการบิน 

โดยรับบริการจองตั๋วเครื่องบิน ตั้งแต่วันที่ทริปนั้นยืนยันการออกเดินทาง จนถึง 30 วันก่อนกำหนดวันเดินทางในทริปนั้นๆ

ข้อมูลที่จำเป็น ในการสำรองที่นั่ง ผ่านระบบ GDS  

1.ชื่อ - นามสกุล ตามหน้าหนังสือเดินทาง

2.Frequent Flyer Number หรือบัตรสะสมไมล์ 

3.ระบุที่ั่นั่งที่ต้องการ เช่น ริมทางเดิน ริมหน้าต่าง อาจมีค่าใช่จ่ายเพิ่มขึ้นตามเงื่อนไขของสายการบิน 

4.หลังจากสำรองที่นั่งแล้ว ทาง Foto Journey (FJ) จะแจ้งราคาบัตรโดยสารที่ไม่มีธรรมเนียมค่าบริการ

5.สมาชิกโอนเพื่อออกบัตรโดยสารภายในวันเวลาที่กำหนด เพื่อป้องกัน ฺBooking จะ Auto Cut 

6.กรณีโอนเงินไม่ทันตามกำหนด และมีการสำรองที่นั่งใหม่ อาจมีราคาที่เท่าเดิม หรือ สูงขึ้นกว่าเดิม ขึ้นอยู่กับสถานะของที่นั่งในช่วงเวลานั้น ๆ

เงื่อนไขการยกเลิกทริป

กรณีที่ลูกค้าไม่สะดวกเดินทางและมีความจำเป็นต้องยกเลิกการเดินทาง และมีการยกเลิกการเดินทาง
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 90 วัน หัก 32,000 บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 45-90 วัน หัก 48,000บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 15-45 วัน หัก 58,000 บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 15 วัน ไม่สามารถคืนเงินได้ยกเว้นเงินรีฟันด์ตั๋วเครื่องบินให้ลูกค้าตามเงื่อนไขของสายการบินนั้นๆ
หมายเหตุ : ในกรณีที่ค่าทริปรวมตั๋วเครื่องบิน บริษัทจะทำการคืนเงินรีฟันด์ตั๋วเครื่องบินให้ลูกค้าตามเงื่อนไขของสายการบินนั้นๆ
การยกเลิกทริปเนื่องจากลูกค้ายื่นวีซ่าไม่ผ่านหลังจากชำระมัดจำทริปแล้ว
ให้ใช้เงื่อนไขเดียวกับการยกเลิกทริปโดยลูกค้า แนะนำให้ลูกค้าหลังจากจองทริปไปแล้วควรไปขอวีซ่าแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะเมื่อเกิดปัญหาเรื่องวีซ่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ง่ายกว่าการขอวีซ่าแบบกระชั้นชิด

ความรับผิดชอบ และ เงื่อนไขอื่นๆ

ในกรณีที่ทริปต้องถูกยกเลิกการเดินทาง ด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ เช่น เกิดการก่อการร้าย เกิดความไม่สงบ เกิดการประท้วง เกิดจากภัยธรรมชาติทำให้ไม่สามารถเดินทางได้ หรือเหตุอื่นๆที่ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย โดยถือว่าการตัดสินใจยกเลิกการเดินทางเป็นสิทธิ์ขาดของทางบริษัท ทางบริษัทยินดีที่จะคืนค่าทริปที่ลูกค้าจ่ายมาทั้งหมด ยกเว้นค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก หรืออื่นๆที่มีการดำเนินการชำระเงินไปแล้ว
บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ที่เกิดจากความล่าช้าของสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง การปฏิเสธการเข้าเมือง การโดนกักตัว หรือถูกส่งตัวกลับ ความเสียหายหรือสูญหายของกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าใบเล็ก หรือของมีค่าส่วนตัวของท่านระหว่างการเดินทาง โดยสิทธิประโยชน์ของท่านจะได้รับตามกรมธรรม์ประกันการเดินทางที่ระบุความรับผิดชอบไว้เท่านั้น ทั้งนี้ บริษัทฯ จะยืดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสําคัญ แต่ไม่สามารถคืนเงินค่าทริปให้ท่านได้
และหากเกิดเหตุสุดวิสัยดังต่อไปนี้ ทางบริษัทไม่อาจรับผิดชอบต่อความเสียหายต่างๆ ที่อยู่เหนือการควบคุมของเจ้าหน้าที่บริษัทฯ อาทิ
o การนัดหยุดงาน การจลาจล เปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาในตารางบิน ภัยธรรมชาติ ฯลฯ หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้น ทั้งทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ฯลฯ
o การตอบปฏิเสธการเข้าและออกเมืองของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าหรือออกเมือง อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฏหมาย หรือเอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง หรือการถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ
o  การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากสายการบินเช่น การยกเลิกเที่ยวบิน / เครื่องดีเลย์ / กระเป๋าสัมภาระมาไม่ครบ / การขึ้นราคาค่าตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น
o บริษัทฯ มีสิทธ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
o หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวจะสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์และจะไม่รับผิดชอบค่าบริการที่ ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
o บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการห้ามออกนอกประเทศ หรือ ห้ามเข้าประเทศ อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่น
o กรณีเกิดความผิดพลาดจากตัวแทน หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนมีการยกเลิก ล่าช้า เปลี่ยนแปลง การบริการจาก สายการบิน บริษัทขนส่ง หรือ หน่วยงานที่ให้บริการ บริษัทฯ จะดำเนินโดยสุดความสามารถที่จะจัดบริการทัวร์อื่น ทดแทนให้ แต่จะไม่คืนเงินให้ สำหรับค่าบริการนั้นๆ
o มัคคุเทศก์ พนักงาน และตัวแทนของบริษัท ฯ ไม่มีสิทธิ์ในการให้คำสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นแทนบริษัทฯ นอกจากมีเอกสาร ลงนามโดยผู้มีอำนาจของ
บริษัทฯ กำกับเท่านั้น

  • White Facebook Icon
  • White Instagram Icon
  • White YouTube Icon

Foto Journey Co., Ltd

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/09199