"Complete your frame....

with a great Journey"

“Magic Island of Bromo, Indonesia "

Foto Journey ยินดีพาท่านไปชม……เกาะที่มีมนตร์ขลังแห่งอินโดนีเซีย เมืองสวย รวยศิลปะ งดงามด้วยธรรมชาติ สถานที่อันเต็มเปี่ยมไปด้วยวัฒธรรมที่แสนลึกลับมีเสน่ห์ ดินแดนที่มีแห่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติซึ่งสามารถตอบโจทย์ช่างภาพและผู้รักการท่องเที่ยว ทั้งทะเล ภูเขา วัฒนธรรม วิถีชีวิต และโบราณสถาน

 
การผจญภัยในดินแดนแห่ง “The Ring of Fire” โดยการไปเยือน ภูเขาไฟคาวาอิเจี้ยน (Kawah Ijen) 
บนเกาะชวาฝั่งตะวันออก (East Java) ของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นทริปในฝันของใครหลายๆ คน เพราะ เป็นการได้มาเห็นความเป็นที่สุดในโลกหลายอย่างรวมอยู่ในที่เดียวกันที่ภูเขาไฟคาวาอิเจี้ยน ไม่ว่าจะเป็น…… 
(1) พื้นที่เปลวไฟสีน้ำเงิน Blue Flame ที่ใหญ่ที่สุดในโลก 
(2) ทะเลสาบกรด Sulfur Lake ที่ใหญ่และสูงที่สุดในโลก และ 
(3) คาวาอิเจี้ยน Kawah Ijen ซึ่งเป็นหนึ่งในปากปล่องภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

Unseen น้ำตกที่สวยที่สุดและดีที่สุดในเกาะชวา ซึ่งคุณอาจเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ได้มาเก็บภาพที่น้ำตกแห่งนี้ เนื่องจากน้ำตกนี้ยังไม่ได้อยู่ในเส้นทาง Java Route ตามปกติ ทำให้ไม่ค่อยมีทริปไหนพามา; น้ำตกทับบาสซู (Tumpak Sewu Waterfall)

และที่สำคัญเราจะพาทุกท่านไปถ่ายรูปในหลายประสบการณ์ หลากเทคนิค โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการภาพถ่าย (Photo Specialist) สอนถ่ายภาพตั้งแต่ระดับพื้นฐาน คอยแนะนำเทคนิค, มุมมอง, องค์ประกอบภาพ รวมถึงการให้คำปรึกษาวิเคราะห์ภาพที่ถ่ายอย่างเป็นกันเอง และ เข้มข้น

HIGHLIGHT:


•    น้ำตกที่สวยที่สุดและดีที่สุดในเกาะชวา ซึ่งคุณอาจเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ได้มาเก็บภาพที่น้ำตกแห่งนี้ เนื่องจากน้ำตกนี้ยังไม่ได้อยู่ในเส้นทาง Java Route ตามปกติ ทำให้ไม่ค่อยมีทริปไหนพามา; น้ำตกทับบาสซู (Tumpak Sewu Waterfall)

•    พบความเป็นที่สุดในโลกหลายอย่างรวมอยู่ในที่เดียวกันที่ภูเขาไฟคาวาอิเจี้ยน ไม่ว่าจะเป็น (1) พื้นที่เปลวไฟสีน้ำเงิน Blue Flame ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (2) ทะเลสาบกรด Sulfur Lake ที่ใหญ่และสูงที่สุดในโลก และ (3) คาวาอิเจี้ยน Kawah Ijen ซึ่งเป็นหนึ่งในปากปล่องภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

•    วิหารทานาต์ลอด (Pura Tanah Lot) วัดที่มีชื่อเสียงที่นักท่องเที่ยวบาหลีอยากมาถ่ายรูปมากที่สุด เป็น 1 ใน 7 วัดที่ถูกสร้างริมชายฝั่งทะเลของเกาะบาหลี

•    น้ำตกมาดาคารีปูรา (Madakaripura Waterfall) ราชินีสายน้ำแห่งชวาตะวันออก เป็น 1 ใน 4 น้ำตกที่ถือได้ว่า มีความอลังการตระการตาที่สุดแห่งอาเซียน เชื่อว่าการว่ายน้ำใน น้ำตกมาดาคารีปูรา  ทำให้สุขภาพแข็งแรงและดูอ่อนเยาว์ขึ้น

•    วัดอูลันดานูบราตัน (Pura Ulun Dane Derata) เป็นวัดที่สวย 1 ใน 5 ของเกาะบาหลี เป็นโบราณสถานมีความเป็นเอกลักษณ์ จนทางรัฐบาลอินโดนีเซียได้นำรูปเจดีย์ของวัดอูลันดานูบราตัน ไปใช้ด้านหลังของธนบัตรใบละ 50,000 รูเปียห์

รายละเอียดการเดินทาง:

วันที่ 1 <เสาร์ที่ 22 มิถุนายน 2562 Bangkok ✈  France - La Sainte Chapelle - Cathedrale Notre Dame de Paris- Montparnasse>
ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 00.05 ด้วยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG930 ไปยังเมืองปารีส ประเทศ ฝรั่งเศส เครื่องลงเวลา 07.05 น. วันเดียวกัน
สถานที่แวะเที่ยวชมและเก็บภาพในวันนี้ ได้แก่ โบสถ์ La Sainte-Chapelle (เข้าชมด้านใน), โบสถ์ Cathedrale Notre Dame de Paris (เยี่ยมขมจากด้านนอก), ตึก Montparnasse (ขึ้นตึกเพื่อเก็บภาพเมืองปารีส)

โบสถ์ La Sainte-Chapelle
เรียนรู้การถ่ายภาพสถาปัตยกรรม แบบ Low Light ที่ โบสถ์แซงท์ ชาแปลล์ (Saint Chapelle) ซึ่งมีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบแรยอน็อง(Rayonnant)ที่สวยงามมากที่สุดในยุคโกธิค ภายในมีลวดลายกระจกที่มีความสวยงามอันตื่นตาตื่นใจ ตกแต่งด้วยสีสันอันโดดเด่น บรรยากาศสุดแสนสงบ เป็นผลงานเชิงศิลปะสุดแสนคลาสสิคที่หาชมได้ยาก

โบสถ์ Cathedrale Notre Dame de Paris 
มหาวิหารแห่งแรกที่สร้างในสไตล์โกธิค คำว่า Notre Dame แปลว่า พระแม่เจ้า (Our Lady) เป็นคำที่ชาวคาทอลิกใช้เรียก พระนางมารีย์พรหมจารี แต่เดิมโบสถ์แห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นตรงที่ของชาวโรมัน ซึ่งชาวโรมันสร้างวัดขึ้นมาเพื่อบูชาเทพจูปิเตอร์ จากนั้นเลยมาสร้างให้เป็นโบสถ์

ตึก Montparnasse
ตึก มงต์ปาร์นาส (Montparnasse) เป็นตึกระฟ้าเพียงไม่กี่แห่งในปารีส ทำให้ทัศนียภาพจากหอสังเกตการณ์บนชั้น 56 ในวันที่อากาศปลอดโปร่ง เราสามารถมองได้ไกลถึง 40 กม. ในทุกทิศทาง เราจะเยี่ยมชมหอสังเกตการณ์ในยามค่ำ เพื่อชมเมืองและหอไอเฟลยามประดับด้วยแสงไฟ ผู้คนมักจะชอบตึกมงต์ปาร์นาสมากกว่าหอไอเฟล เพราะว่าเดินทางน้อยกว่าและมีวิวที่สวย

หอไอเฟล (Eiffel Tower)
หอไอเฟล (Eiffel Tower) เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญ ของประเทศฝรั่งเศส ในทริปนี้เราจะไปหามุมถ่ายภาพหอไอเฟสในหลายรูปแบบ หลากเทคนิค 
หอไอเฟลเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งชื่อตามกุสตาฟ ไอเฟลสถาปนิกและวิศวกรชั้นนำของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ออกแบบหอคอยนี้ หอไอเฟลสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ของงานแสดงสินค้าโลก ในปี ค.ศ. 1889 (Exposition universelle de Paris de 1889) เพื่อแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของประเทศฝรั่งเศส ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และความสวยทางศิลปะสถาปัตยกรรม หอคอยสูงงดงามแห่งนี้เป็นดาวเด่นที่สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงาน ซึ่งต่อมาได้รู้จักในนามหอไอเฟลและกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของกรุงปารีส และใน ค.ศ. 2006 นักท่องเที่ยวกว่า 6,719,200 คนได้เข้าเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ และกว่า 200,000,000 คนตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง ส่งผลให้หอไอเฟลเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีคนเข้าชมมากที่สุดต่อปีอีกด้วย หอไอเฟลสูง 324 เมตร (1,063 ฟุต) หรือสูงเท่ากับตึก 81 ชั้น

 


วันที่ 2 <วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 2562 Paris - Clearmont Ferran - Puy de Sancyn (Auvergne) - Clearmont Ferran>
วันนี้เป็นวันเดินทางลงทางตอนใต้ของฝรั่งเศศ สถานที่แวะเที่ยวชมและเก็บภาพในวันนี้ ได้แก่ เมือง Clearmont Ferran, หุบเขา Puy de Sancy

Clearmont Ferran (แคลร์มอง เฟอร์ครองด์)
แคลร์มอง เฟอร์ครองด์ เมืองอันเก่าแก่ และเป็นศูนย์กลางในฐานะเมืองหลวงแห่งแคว้นโอแวร์ญ โดยแต่เดิมเมืองแห่งนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 เมืองคือ 
แคลร์มอง และ เฟอร์ครองด์ ซึ่งเป็นเมืองที่เป็นอริกันมาอย่างยาวนาน จนกว่าจะมารวมเป็นหนึ่งในปี ค.ศ. 1630
บริษัทมิชลินเป็นบริษัทผลิตยางรถยนต์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาอย่างยาวนานนับ 100 ปี แต่น้อยคนนักที่จะรู้จักแหล่งต้นกำเนิด หรือที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทยางรถยนต์ชื่อดังแห่งนี้ ซึ่งแท้จริงแล้วบริษัทมิชลินมีต้นกำเนิดขึ้นครั้งแรกที่เมืองแคลร์มอง เฟอร์ครองด์ และได้มีการขยายสาขาไปทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน

หุบเขา Puy de Sancy
เป็น 1 ใน 10 ของวิวยอดภูเขาที่สวยที่สุด ในเขต Auvergne (แค้วนโอแวร์ญ), ประเทศฝรั่งเศส 
Puy de Sancy ("Mount of the Cross") เป็นเทือกเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาแม็กซิฟเซ็นทรัล เนินเขาทางตอนเหนือและทางใต้ใช้สำหรับเล่นสกี


วันที่ 3 < วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2562 Clearmont-Ferrand – Provence - Valensole - Provence>
เดินทางต่อไปยัง แคว้นโพรวองซ์ (Provence) เมือง Valensole เพื่อชื่นชมความงามของ ทุ่งดอกลาเวนเดอร์


โพรวองซ์ (Provence) ดินแดนทางตอนใต้ของฝรั่งเศสที่อยู่ติดกับอิตาลี สภาพภูมิประเทศที่สามารถแบ่งได้เป็น 3 ส่วนตามชื่อ เขตการปกครองอย่างเป็นทางการที่ว่า โพรวองซ์-แอลป์-โกตดาซูร์ (Provence-Alps-Côte d’Azur) นั่นคือ เขตโพรวองซ์ หรือกลุ่มเมืองบนเนินเขา ที่เชื่อมระหว่างเทือกเขาแอลป์เข้ากับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเข้าไว้ ด้วยกัน ชาวเมืองเหล่านี้มีอาชีพหลักคือการปลูกทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ปะปนไปกับการทำไร่องุ่นเพื่อผลิตไวน์ ซึ่งทิวทัศน์อันสวยงามที่ว่า ได้เคยดึงดูดศิลปินที่มีชื่อเสียงอย่างเซซานน์ (Cézanne) และแวน โก๊ะห์ (Van Gogh) ให้มาปักหลักใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาแล้ว ส่วนที่สองคือส่วนเทือกเขาแอลป์ ที่โดดเด่นเรื่องกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ นอกจากสกีรีสอร์ตกว่า 300 แห่ง แล้วเขตนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อย่างการขี่ม้าชมเขา ปีนเขา ขี่จักรยาน รวมไปถึงการเล่นเครื่องร่อน เขตสุดท้ายคือโกต-ดาซูร์ กลุ่มเมืองริมชายฝั่งทะเล (โกต ดาซูร์ ภาษาฝรั่งเศสแปลว่าชายฝั่งสีน้ำเงิน) หรือที่รู้จักกันในนาม “เฟรนช์ ริเวียร่า” (French Riviera) ที่มีเมืองชื่อคุ้นหูอย่างนีส (Nice) คานน์ (Cannes) และกราสส์ (Grasse)

ล็อกซิทาน (L’Occitane) 
ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องหอมที่มีชื่อเสียงที่รู้จักกันดีในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดเกิดจากวัตถุดิบที่หาได้ในเขตโพรวองช์ บริษัทนี้ตั้งโดย โอลิวิเย่ โปซอง (Olivier Baussan) ในปี พ.ศ. 2519 โอลิวิเย่โปซองเป็นชาวโพรวองช์ ก่อตั้งล็อกซิทานโดยที่ไม่มีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับเรื่องผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องหอมเลย 
เพราะโอลิวิเย่หลงรักในน้ำหอมและดอกไม้ นี่คือความสำเร็จของล็อกซิทาน เพราะเบื้องหลังของผลิตภัณฑ์มีเรื่องราวเป็นพื้นฐานเกี่ยวกับพันธุ์ไม้ต่างๆ และสืบทอดกันมาหลายรุ่น จนตอนนี้ล็อกซิทานจึงได้นำประเพณีเก่าๆ กลับมาใช้ 
     
วันที่ 4 <วันอังคารที่ 25 มิถุนายน 2562 Provence - Valensole - Provence>
ตื่นเช้าไปรับแสงแรกท่ามกลางทุ่งดอกลาเวนเดอร์ และไปเก็บแสงเช้า ช่วงสายเราจะพาท่านไปทานอาหาร และพักผ่อนตามอัธยาศัย 
ช่วงเย็นเราจะไปเก็บแสงเย็นที่ทุ่งลาเวนเดอร์อีกครั้งในมุมใหม่ และเดินทางกลับสู่ที่พัก


วาลองโซล (Valensole)
เมือง Valensole แหล่งปลูกลาเวนเดอร์ที่มากที่สุดและใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศส ถึงแม้ลาเวนเดอร์จะมีมากกว่า 30 สายพันธุ์แต่ที่มีในแคว้นโพรวองซ์ จะเป็นพันธุ์ True Lavender ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีคุณภาพดีมาก และปลอดภัย มีกลิ่นที่เรียกว่าหอมหวานที่สุดและเหมาะสำหรับใช้ในอโรมาเทอราพี สามารถใช้กับเด็กเล็กได้ หากแต่ราคาก็จะสูงด้วย ซึ่งพันธุ์นี้จะขยายพันธุ์และเจริญเติบโตในระดับความสูง 700 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล และชอบขึ้นในที่แห้ง แถมยังทนต่ออากาศหนาวได้ดีแม้อุณหภูมิ ติดลบถึง 15 องศาเซลเซียส แต่สำหรับผลิตภัณฑ์ที่นำมาสกัดทำสบู่ หรือเครื่องสำอางและที่ใช้ในครัวเรือนทั่วไปเห็นจะเป็นพันธุ์ Lavandin เป็นพืชพันธุ์ผสมระหว่าง True Lavender กับ Spike Lavender ให้ผลผลิตน้ำมันหอมระเหยได้มาราว ๆ สองเท่า ของ True Lavender น้ำมันที่ได้จาก Lavandin จึงราคาถูกกว่า ซึ่งพันธุ์นี้จะพบเห็นได้ทั่ว ในระดับความสูงกว่าน้ำทะเล ระหว่าง 400-600 เมตร และยังมีบางสายพันธุ์ที่ไม่ได้นำมาสกัด แต่ปลูกไว้เพื่อความสวยงามด้วย สำหรับเครื่องสำอางบางยี่ห้อที่มีชื่อเสียงในแคว้นนี้จะใช้ลาเวนเดอร์แท้ที่มีคุณภาพสูง พันธุ์ (Lavandula Angustifolia and Lavandula Stoechas) 

วันที่ 5 <วันพุธที่ 26 มิถุนายน 2562 Provence – Marseille ✈  Paris – Louvre>

นำท่านเดินทางไปสนามบิน Marseille เพื่อเดินทางไปยัง Paris และ เยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ Louvre (จากด้านนอก)

พิพิธภัณฑ์ Louvre
สิ่งที่ไม่ควรพลาดสำหรับช่างภาพ คือการถ่ายภาพพีระมิดแก้ว และ ตัวอาคารลูฟร์ อันเป็นพระราชวังเก่า มีความสวยงามอย่างหาตัวจับยาก ทำให้บางคนถึงกับขนานนามว่าลูฟร์ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่สวยที่สุดในโลก และในทริปนี้เราจะพาเข้าชมภายในพิพิธภัณฑ์ ที่ได้รวบรวม ภาพวาด โมนาลิซ่า อันโด่งดังของจิตรกรเอก ลีโอนาโด ดาวินชี่ รวมถึงประติมากรรมหินอ่อนแกะสลักรูปเทพีวีนัส หรือเทพีแห่งความรักของกรีกโบราณ คาดว่ามีอายุกว่า 2100 ปี แม้ว่าแขนทั้งสองข้างของรูปปั้นจะขาดไป ยังมีอีกหลายอย่างที่ไม่ควรพลาด


วันที่ 6 <วันพฤหัสที่ 27 มิถุนายน 2562 Paris - Etretat, Normandy - Mont Saint-Michel>
วันนี้เราจะออกเดินทางไปทางตอนเหนือของปารีส เมืองที่ติดริมทะเล และเป็นเมืองแห่งวัน D Day ของทหารพันธมิตรที่ยกพลขึ้นบกที่แคว้น Normandy เยี่ยมชมและถ่ายภาพ ผาโค้ง Etretat, Normamdy, วิหารกลางน้ำ Mont Saint-Michel

ผาโค้ง Etretat, Normamdy
ความพิเศษของผาโค้ง เอทเทรทาท์ ในนอร์มองดี คือความโดดเด่นของผาหินที่หากหามุมถ่ายภาพได้ดี จะได้ภาพผาเหมือนช้างตัวยักษ์กำลังเอางวงจุ่มลงน้ำ บางทีที่นี่ได้ ชื่อว่าผาช้าง นอกนั้นอาจจะมีโบนัสพิเศษหากวันและเวลาที่เราไปถึง น้ำลงมากๆ เราสามารถเดินลงไปชมสุสานหอยนางรมได้อีก ชายหาดจะไม่ยาวนักเพราะถูกขนาบด้วยหน้าผา วัดระยะได้เพียงประมาณ 400 เมตร และยังเป็นหาดหินไม่ใช่หาดทราย กับบรรยากาศอันแสนจะสงบมีมวลนกนางนวลบินผ่านเป็นระยะกลับทำให้ที่นี่มีเสน่ห์อย่างน่าทึ่ง

วิหารกลางน้ำ Mont Saint-Michel
Mont Saint-Michel แปลว่า “เนินเขาแห่งเซนต์ไมเคิล” เป็นวิหารคริสต์ที่สร้างอยู่บนเกาะกลางทะเลริมชายฝั่งแคว้นนอร์มังดี และเมื่อน้ำลดก็สามารถเดินจากชายฝั่งไปยังวิหารแห่งนี้ได้เลย มองแซงมิเชล ถูกยกให้เป็น “สิ่งมหัศจรรย์ของโลกตะวันตก” (Wonder of the Western World) และเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศฝรั่งเศส และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก 
เดิมทีเกาะแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า “มงตงบ์ (Mont Tombe)” ตามตำนานเล่าว่าวิหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นจากการเข้าฝันนักบุญโอแบร์ บิชอปโดยเทวดามีแชล ซึ่งนักบวชท่านนี้ไม่เชื่อในทีแรกจนการเข้าฝันในครั้งที่ 3 เทวดามิเชลได้ใช้นิ้วจิ้มที่หัวของโอแบร์ หลังตื่นขึ้นมาเค้าก็ต้องตกตะลึงว่ามีร่องรอยบนหัวของเค้าจริงๆ ทำให้เกิดความเชื่อทั้งยังเริ่มก่อสร้างวิหารในที่สุด  ภายหลังในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศสวิหารได้กลายมาเป็นที่คุมขังนักโทษทางการเมือง กระทั่งวิกตอร์ อูโกผู้มีบทบาทสำคัญในการรณรงค์ยกเลิกการเป็นสถานที่คุมขังและได้มีการบูรณะจนกลายมาเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในที่สุด ตัววิหารถูกก่อสร้างด้วยหินแกรนิตนับว่าเป็นปราการธรรมชาติในยุคกลางที่มีความสูงถึง 155 เมตร บนยอดของวิหารมีรูปปั้นทูตสวรรค์มิคาเอล สร้างโดยโดยประติมากรผู้มีชื่อเสียงโด่งดังนามว่า “เอมานูแอล เฟรมีเย (Emmanuel Frémiet)”

วันที่ 7 < วันศุกร์ 28 มิถุนายน  2562 Mont Saint - Michel - Paris>
เยี่ยมชมและถ่ายภาพ วิหารกลางน้ำ Mont Saint-Michel ทั้งจากทางด้านนอกและภายใน ก่อนเดินทางกลับปารีส


วันที่ 8 < วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2562 Paris - Bangkok>
เดินทางออกจากประเทศฝรั่งเศส ด้วยสายการบิน Thai Airways ด้วยเที่ยวบินที่ TG931 ออกเดินทางเวลา 13.40 น. Direct Flight


วันที่ 9 <วันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม 2562 Bangkok>
เดินทางถึงเมืองไทยช่วงเช้าในเวลา 05.55 โดยสวัสดิภาพ

 

รายละเอียดค่าบริการ และ การชำระเงิน

อัตราค่าบริการ: ราคาปกติ 58,000  พิเศษ!!! สำหรับสมาชิก ราคาเพียง 54,900 บาท 
(ราคานี้ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ, ค่าอาหารกลางวัน-เย็น, ค่าทำวีซ่า)

เงื่อนไขการจองและการชำระเงิน:

ณ วันที่จอง : ชำระมัดจำงวดแรก 15,000 บาท
ภายในวันที่ 5 เมษายน 2561 : ชำระมัดจำงวดที่สอง 25,000 บาท
ภายในวันที่ 5 พฤษภาคม 2561 : ชำระมัดส่วนที่เหลือทั้งหมด
***โดยบริษัทถือลำดับการชำระเงิน เป็นสำคัญ ในการยืนยันสิทธิ์การเดินทาง สำหรับลูกค้าที่เดินทางท่านเดียว ทางบริษัทจะจัดหารูมเมทให้โดยไม่จำเป็นต้องชำระค่าใช้จ่ายสำหรับพักเดี่ยวแต่อย่างใด***

 

ค่าบริการนี้รวม:

- ตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ
- ค่าที่พักตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่)
- ค่ายานพาหนะที่ใช้เดินทาง
- ค่าขึ้นตึก Montparnasse
- บริการถ่ายภาพและสอนการถ่ายภาพตลอดการเดินทาง
- ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุ วงเงินรวมสูงสุด 2,000,000 บาท เงื่อนไขตามรายละเอียดในกรมธรรม์

 

ค่าบริการนี้ไม่รวม:

- ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศไปกลับ BKK-Paris และ Paris-BKK
- ค่าอาหารตลอดการเดินทาง (ยกเว้นอาหารบางมื้อที่ทางบริษัทบริการจัดไว้ให้) (ประมาณค่าใช้จ่ายต่อวัน 1,000-1,500 บาท แล้วแต่อาหารที่เลือกรับประทาน)
- ค่าวีซ่าเข้าประเทศฝรั่งเศส 
- ค่าทิปพนักงานบริการ(ถ้ามี)
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ นอกเหนือรายการ เช่น ค่าเครื่องดื่ม มินิบาร์ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด เป็นต้น
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดการณ์
   *** ทางบริษัทบริการจัดการจองตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศให้ได้ โดยทางเราจะคิดค่าใช้จ่ายตามจริงไม่มีบวกค่าบริการใดๆ***

การชำระเงินค่าเดินทาง :
สามารถโอนเงินเข้าบัญชี
ธ.กสิกรไทย    เลขที่บัญชี 037-2-57628-6 หรือ

ธ.ไทยพาณิชย์  เลขที่บัญชี 408-825346-9 


ชื่อบัญชี บริษัท โฟโต้ เจอร์นี่ จำกัด
หลังจากโอนเงินแล้ว กรุณาส่งใบโอนเงินไปที่ 

Line@: @FotoJourney หรือ

คลิก! Line : https://line.me/R/ti/p/%40fotojourney หรือ 

Inbox Facebook: FotoJourneyTH 

กำหนดการเดินทาง: 24 - 29 กรกฏาคม 2563 (6 วัน ลางาน 3 วัน ตรงวันหยุด 1 วัน คือ วันที่ 28 ก.ค. 63, วันเฉลิมพระชนมพรรษา ร.10)

จำนวนสมาชิก: 14 ท่าน
ผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพ (Photo Specialist, PS): 2 ท่าน (สมาชิก 7: PS 1)
ผู้นำทริปท้องถิ่น (Local Tour Leader): 1 ท่าน
ผู้ขับรถท้องถิ่น (Local Driver): 1 ท่าน

 

รายละเอียดเส้นทางการบินระหว่างประเทศ:  สายการบิน Air Asia

ขาไป

เดินทาง วันศุกร์ที่ 24 กรกฏาคม 2563 ด้วยเที่ยวบินที่ FD396
FD396 >>> Don Mueang Airport, Bangkok (DMK) –  Ngurah Rai International Airport (DPS) เวลา 06:15 – 11:30 น. (ระยะเวลาเดินทาง 4 ชม. 15 นาที)

ขากลับ

เดินทางวันพุธที่ 29 กรกฏาคม 2563 ด้วยเที่ยวบินที่ QZ322 FD320 
(รวมระยะเวลาเดินทางทั้งหมด 6 ชม. 20 นาที)
QZ322 >>> Juanda International Airport, Surabaya (SUB) – Kuala Lumpur International Airport (KUL) เวลา 12:45 – 16:30 น.  (ระยะเวลาเดินทาง 2 ชม. 40 นาที) เวลาต่อเครื่อง 1 ชม. 30 นาที
FD320 >>> Kuala Lumpur International Airport (KUL) - Don Mueang Airport, Bangkok (DMK) เวลา 18:35 – 19:50 น.  (ระยะเวลาเดินทาง 2 ชม. 10 นาที)

 

***ออกตั๋วหลังจากได้รับยืนยันการออกทริป จากทางบริษัทฯเท่านั้น***

***บริการจัดการจองตั๋วเครื่องบิน โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม… รายละเอียดสามารถดูในหัวข้อ “ข้อมูลและลักษณะของทริปที่สำคัญ” ด้านล่าง***

 

รายละเอียดการเดินทาง:

 

วันที่ 1: <วันศุกร์ที่ 24 กรกฏาคม 2563 > Bangkok  ✈ Bali – Pura Tanah Lot – Pura Batu Bolong – Bali

ทีมงาน Foto Journey และ สมาชิกร่วมทริปทุกท่าน พร้อมกันที่สนามบินดอนเมือง เพื่อ Check In และออกเดินทางด้วยสายการบิน Air Asia ไฟล์ FD396 เวลา06.15 น. จากกรุงเทพบินตรงถึง ท่าอากาศยานนานาชาติงูระห์ไร บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เวลาท้องถิ่น 11.30 น. ระยะเวลาเดินทาง 4 ชม. 15 นาที

หลังตรวจเอกสาร ตม. และรับกระเป๋าสัมภาระเรียบร้อยแล้ว แวะรับประทานอาหารกลางวัน และเดินทางเพื่อไปชม พร้อมถ่ายภาพที่ วิหารทานาต์ลอด (Pura Tanah Lot) และ วัดบาตูโบรอง (Pura Batu Bolong) โดยจะเก็บภาพทั้ง 2 ที่นี้จนพระอาทิตย์ตก
รับประทานอาหารเย็น Check In เข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย 

เกาะบาหลี (Bali Island)
ตั้งอยู่ที่ ประเทศอินโดนีเซีย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเอเชีย จัดได้ว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ เมืองสวย รวยศิลปะ งดงามด้วยวัฒนธรรม เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั่วมุมโลก แล ด้วยเอกลักษณ์ในหลายๆด้าน

วิหารทานาต์ลอด (Pura Tanah Lot)
วัดที่มีชื่อเสียงในบาหลีที่นักท่องเที่ยว อยากมาถ่ายรูปมากที่สุด และเป็น 1 ใน 7 วัดที่ถูกสร้างริมชายฝั่งทะเลของเกาะบาหลี
Tanah Lot หมายถึง "ที่ดิน [ใน] ทะเล" ในภาษาบาหลี ตั้งอยู่ใน Tabanan ประมาณ 20 กิโลเมตร (12 ไมล์) จาก Denpasar 
โดย Tanah Lot เป็นงานของ Dang Hyang Nirartha ในศตวรรษที่ 16 สร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่เทพเจ้าและปีศาจแห่งท้องทะเล เป็นวิหารที่ตั้งอยู่บนผาหินนอกชายฝั่ง ที่เกิดจากการกัดเซาะของเกลียวคลื่น โดยในช่วงน้ำขึ้นวัดจะถูกโอบล้อมไปด้วยน้ำเหมือนเกาะเล็กๆ ริมชายฝั่ง พอน้ำลดจะพบกับเนินหินและลานหินยื่นออกไปในทะเล สามารถเดินเท้าไปยังวัดได้อย่างสบายๆ เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมาก
เทพหลักของวัดคือเดวา Baruna หรือ Bhatara Segara ซึ่งเป็นทะเลพระเจ้าหรืออำนาจทะเล นอกจากตำนานบาหลีแล้ววัดยังมีอิทธิพลอย่างมากจากศาสนาฮินดู
ที่ฐานของเกาะหินมีงูทะเลพิษเชื่อว่าจะปกป้องวัดจากวิญญาณชั่วร้ายและผู้บุกรุก วัดนี้ได้รับการคุ้มครองโดยงูยักษ์ซึ่งถูกสร้างขึ้นจากซิริงบังของ Nirartha เมื่อสร้างเกาะขึ้น


วัดบาตูโบรอง (Pura Batu Bolong) 
Pura Batu Bolong ตั้งอยู่บนปลายแหลมเหนือมหาสมุทรอินเดียไหลลงสู่ทะเลอันดามัน เป็นศาลขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ห่างจากวิหาร Tanah Lot ที่มีชื่อเสียงเพียงไม่กี่ก้าว
Pura Batu Bolong เป็นวัดฮินดูที่สวยงาม มาพร้อมกับทิวทัศน์ของพระอาทิตย์ตกดินอันน่าทึ่งเป็นฉากหลัง
ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นสถานที่สักการะบูชาของ Ida Batara Segara และเป็นหนึ่งในวัด Jagat of Heaven ในบาหลี ชุมชนชาวฮินดูในบาหลีมักจะมาที่วัดนี้ทุกวันเพื่อดำเนินการสวดมนต์

 

วันที่ 2: <วันเสาร์ที่ 25 กรกฏาคม 2563 >  Bali – Pura Ulun Dane Derata – Handara Golf Resort – Kawah Ijen

ตื่นแต่เช้า เริ่มออกเดินทางเวลา 5:00 น. นำอาหารเช้าไปทานระหว่างทาง (Breakfast Box) และเดินทางไปเก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้นที่ วัดอูลันดานูบราตัน (Pura Ulun Dane Derata)  หนึ่งในวัดที่สวยที่สุดในเกาะบาหลี รวมถึงแวะถ่ายภาพ Profile เลิศๆกันที่ Handara Golf Resort ก่อนเดินทางโดยเรื่อเฟอร์รี่ มุ่งตรงไปยัง Kawah Ijen 
พักผ่อนตามอัธยาศัย หลังรับประทานอาหารเย็น 
** แนะนำให้พักผ่อนตั้งแต่หัวค่ำ เนื่องจากวันรุ่งขึ้นต้องออกเดินทางกันต้องแต่เที่ยงคืนครึ่ง **

 

วัดอูลันดานูบราตัน (Pura Ulun Dane Derata)
ชื่อมีความหมายว่า "พลังอำนาจแห่งท้องทะเลสาบ หรือ เทพีแห่งสายน้ำ" 
เป็นวัดที่สวย 1 ใน 5 ของเกาะบาหลี เป็นโบราณสถานมีความเป็นเอกลักษณ์ จนทางรัฐบาลอินโดนีเซียได้นำรูปเจดีย์ของวัดอูลันดานูบราตัน ไปใช้ด้านหลังของธนบัตรใบละ 50,000 รูเปียห์
วัดนี้ตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลสาบบราตัน ทำให้ไม่สามารถเดินข้ามไปยังวัดได้ และถูกโอบล้อมไปด้วยขุนเขาน้อยใหญ่ มีภูเขาไฟสูงที่เป็นฉากหลังถูกปกคลุมไปด้วยไอหมอกที่ลอยละอยู่ปรายยอด มองดูคล้ายภาพในความฝันมากกว่าจะเป็นจริง โดดเด่นตรงศาลาหลังคาทรงสูง มุงด้วยฟางซ้อนกัน 11 ชั้น เป็นสถานที่ที่สวยงามมากควรไปเยือน
ถูกสร้างตั้งเเต่สมัยศตวรรษที่ 17 เพื่อใช้ทำพิธีทางศาสนาพุทธเเละฮินดู รวมทั้งอุทิศเเด่เทวี ดานู (Dewi Danu) ซึ่งเป็นเทพีประจำทะเลสาบและถือเป็น เทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ และเนื่องจากเป็นวัดทางศาสนาพุทธ-ฮินดู ด้านในมีเทวลัยที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในศิลปะบาหลี
ทะเลสาบ Bratan เป็นที่รู้จักกันในชื่อ Lake of Holy Mountain เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่นี้ ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 เมตรมีภูมิอากาศแบบเขตร้อนชื้น ในช่วงแรกทะเลสาบ Beratan เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในบาหลีจนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขึ้นแบ่งทะเลสาบออกเป็นสามส่วนคือ Beratan, Buyan และ Tamblingan

Handara Golf Resort
เป็นสนามกอล์ฟและรีสอร์ทบนภูเขา โรงแรมแห่งนี้มีสนามกอล์ฟระดับโลกในทำเลที่สวยงาม ทิวทัศน์ของเทือกเขาอันตระการตา 

 

วันที่ 3: <วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฏาคม 2563 >  Kawah Ijen – Bromo

เดินทางออกจากโรงแรมตั้งแต่เวลา เที่ยงคืนครึ่ง โดยนำอาหารเช้าไปทานระหว่างทาง (Breakfast Box) ใช้เวลาเดินทางโดยรถประมาณ 1 ชั่งโมง จึงเริ่มเดินเท้าขึ้นเขา ระยะทางโดยประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 2-3 ชั่วโมง โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ ภูเขาไฟคาวาอิเจี้ยน (Kawah Ijen) 

** สำหรับท่านที่ไม่ประสงค์เดินขึ้น ทางเราสามารถจัดหารถลากให้ท่านได้ โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ +/- 2,000 บาท/ท่าน (ราคาอาจมีการปรับเปลี่ยนโดยไม่ได้มีการแจ้งล่วงหน้า ขึ้นอยู่กับราคาหน้างาน **
** แนะนำให้นำ หน้ากากป้องกันแก๊สไปด้วยนะคะ กลิ่นกัมมะถันที่ปากปล่องภูเขาไฟแรงมากจะทำให้หายใจไม่สะดวก  และ การมองเห็นต่ำลงค่ะ**

เมื่อเดินลงจาก ภูเขาไฟคาวาอิเจี้ยน (Kawah Ijen) เราจะเดินทางไป High Light อีกสถานที่นึ่งของทริปนี้; ภูเขาไฟโบรโม่ (Bromo) โดยใช้เวลาเดินทางนานสักหน่อย ประมาณ 6.30 ชั่วโมง โดยแวะรับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง
เย็นนี้ทาง Photo Specialist จะพาทุกท่านไปถ่ายแสงเย็นจนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ที่จุดชมวิว Bromo

หลังจากทานอาหารเย็น ไปเก็บภาพถ่ายทางช้างเผือก และช่วงหัวค่ำ รอบๆ ภูเขาไฟ Bromo

ภูเขาไฟคาวาอิเจี้ยน (Kawah Ijen) 

1 ในการผจญภัยในดินแดนแห่ง “The Ring of Fire” ที่ภูเขาไฟคาวาอิเจี้ยน (Kawah Ijen) บนเกาะชวาฝั่งตะวันออก (East Java) ของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นทริปในฝันของใครหลายๆ คน เพราะ เป็นการได้มาเห็นความเป็นที่สุดในโลกหลายอย่างรวมอยู่ในที่เดียวกันที่ภูเขาไฟคาวาอิเจี้ยน ไม่ว่าจะเป็น (1) พื้นที่เปลวไฟสีน้ำเงิน Blue Flame ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (2) ทะเลสาบกรด Sulfur Lake ที่ใหญ่และสูงที่สุดในโลก และ (3) คาวาอิเจี้ยน Kawah Ijen ซึ่งเป็นหนึ่งในปากปล่องภูเขาไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย
ความงดงามของภูเขาไฟที่ยังปะทุ มีควันพวยพุ่งออกมาอยู่ตลอดเวลา และกลุ่มภูเขาไฟรอบๆ กับทะเลหมอกสีขาวที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็ดูสวยไปหมด ความสูงเกือบ 10,000 ฟุต
 “The Ring of Fire” คือบริเวณในมหาสมุทรแปซิฟิกที่เกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดบ่อยครั้ง มีลักษณะเป็นเส้นเกือกม้า ความยาวรวมประมาณ 40,000 กม. และวางตัวตามแนวร่องลึกก้นสมุทร แนวภูเขาไฟและบริเวณขอบแผ่นเปลือกโลก โดยมีภูเขาไฟที่ตั้งอยู่ภายในวงแหวนแห่งไฟทั้งหมด 452 ลูก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีภูเขาไฟมีพลัง (Active Volcano) อยู่กว่าร้อยละ 75 ของภูเขาไฟมีพลังทั้งโลก….และภูเขาไฟโบรโม่ กับคาวาอีเจี้ยน ก็เป็นส่วนหนึ่งในวงแหวนแห่งไฟนี้

 

วันที่ 4: < วันจันทร์ที่ 27 กรกฏาคม 2563 > Bromo – King Kong Hill – Mount Bromo  - Madakaripura Waterfall

วันนี้จะเป็นอีกวันที่ยาวนานที่สุดของทริปนี้ โดยเริ่มตื่นตั้งแต่ตี 3 ถ่ายภาพที่จุดชมวิว เนินคิงคอง (King Kong Hill) จุดที่ดีที่สุดในการชมทิวทัศน์และเก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้นจากอุทยานแห่งชาติ Bromo Tengger Semeru  ก่อนเดินขึ้นไปถ่ายภาพที่ปากปล่องภูเขาไฟโบรโม่ (Bromo Volcanic Crater)
** สำหรับท่านที่ไม่ประสงค์เดินขึ้น ทางเราสามารถจัดหาม้าให้ท่านได้ โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณ +/- 500 บาท/ท่าน (ราคาอาจมีการปรับเปลี่ยนโดยไม่ได้มีการแจ้งล่วงหน้า ขึ้นอยู่กับราคาหน้างาน**

แวะรับประทานอาหารกลางวันระหว่างทาง โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ น้ำตกมาดาคารีปูรา (Madakaripura Waterfall) โดยตลอดช่วงบ่ายนี้เราจะใช้เวลาอยู่ที่น้ำตกนี้
** แนะนำให้นำเสื้อกันฝน และ อุปกรณ์กันกล้องเปียกมาด้วยนะคะ **

จุดชมวิว เนินคิงคอง (King Kong Hill)

จุดที่ดีที่สุดในการชมทิวทัศน์และเก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้นจากอุทยานแห่งชาติ Bromo Tengger Semeru 
เนินคิงคอง (King Kong Hill) เป็นจุดชมวิวที่สามารถ ถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นและทิวทัศน์ของเทือกเขา Bromo และ Batok" 
ที่มาของชื่อ คิงคอง เนื่องจากมีหน้าผาที่โผล่ขึ้นมาในเทือกเขานี้คล้ายกับหน้าคิงคอง ซึ่งเป็นหน้าผาที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
เนินเขา King Kong อยู่ที่ระดับ 2,600 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

ภูเขาไฟโบรโม่ (Mount Bromo)

ภูเขาไฟโบรโม่…..ได้ฉายาว่า….ลมหายใจเทพเจ้า (Breath of God) หรือ ลมหายใจแห่งขุนเขา ถือได้ว่า เป็นอัญมณีบนมงกุฎของหมู่เกาะชะวาตะวันออก
Mount Bromo เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติ Bromo Tengger Semeru ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 800 ตารางกิโลเมตร ความสูง 2392 เมตร มีทัศนียภาพที่งดงาม….ทิวทัศน์ที่น่าทึ่ง สามารถชมความมหัศจรรย์สุดแสนอลังการของธรรมชาติ


ภูเขาไฟโบรโม่ (Mount Bromo) คือภูเขาไฟที่ยังมีการประทุอยู่เป็นระยะๆ (Active Volcano) ที่ได้รับการตั้งชื่อจาก Brahma เทพเจ้าผู้สร้างแห่งศาสนาฮินดู ในสมัยก่อน ชาวอินโดนีเซียในจังหวัด East Java ได้เคยใช้ปากปล่องภูเขาไฟแห่งนี้ในการบูชายัญสัตว์ อาหาร สิ่งของ รวมถึงชีวิตมนุษย์เพื่อขอพรกับเทพเจ้าที่พวกเขาเคารพ
 

น้ำตกมาดาคารีปูรา (Madakaripura Waterfall)

ราชินีสายน้ำแห่งชวาตะวันออก เป็น 1 ใน 4 น้ำตกที่ถือได้ว่า มีความอลังการตระการตาที่สุดแห่งอาเซียน เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของอินโดนีเซีย อยู่ในเขตพื้นที่หมู่บ้านซาปิห์ (Sapih village) ไม่ไกลจากภูเขาไฟโบรโม่มากนัก มีความสูงประมาณ 200 เมตร หรือราว ๆ 660 ฟุต น้ำตกซ่อนอยู่ในตอนท้ายของหุบเขาลึก มีแหล่งต้นน้ำจากผืนป่าที่อยู่เหนือน้ำตกขึ้นไป แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติอันอุดมและสวยงาม
มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "ที่อยู่สุดท้ายของ Gadjah Mada" เชื่อว่าการว่ายน้ำใน น้ำตกมาดาคารีปูรา  ทำให้สุขภาพแข็งแรงและดูอ่อนเยาว์ขึ้น

 

วันที่ 5: <วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม 2563> Tumpak Sewu Waterfall - Bromo

หลังรับประทานอาหารเช้า เดินทางไปที่น้ำตก Tumpak Sewu Waterfall น้ำตกที่สวยที่สุดและดีที่สุดในอินโดนีเซีย ใช้เวลาเดินทาง 2-3 ชั่งโมง รับประทานอาหารกลางวันบริเวณน้ำตก และเดินเท้าประมาณ 40 นาที เพื่อไปที่ด้านล่างของน้ำตก เพื่อใช้เวลาเก็บภาพและอยู่กับธรรมชาติ
หลังจากเดินทางกลับจากน้ำตกเพื่อรับประทานอาหารเย็นและกลับเข้าที่พัก

 

น้ำตกทับบาสซู (Tumpak Sewu Waterfall)
น้ำตกทับบาสซูเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดและดีที่สุดในเกาะชวา และยังอยู่ในรายชื่อของหนึ่งในน้ำตกที่สูงที่สุดในประเทศอินโดนีเซียอีกด้วย
เนื่องจากน้ำตกแห่งนี้ ยังไม่ได้อยู่ในเส้นทาง Java Route ตามปกติ ดังนั้นคุณอาจเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ได้มาเก็บภาพที่น้ำตกแห่งนี้ 
ด้านบนสุดของน้ำตกสามารถมองเห็นได้จากมุมมองแบบพาโนรามา


Tumpak Sewu หมายถึง “น้ำตกพันแห่ง” (Thousand Waterfalls) ในภาษาชวา มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า Coban Sewu เป็นน้ำตกที่มีความสูง 120 เมตรตั้งอยู่ในหมู่บ้าน Sidomulyo เขต Pronojiwo เขตปกครอง Lumajang เขตอีสท์ชวาประเทศอินโดนีเซีย

วันที่ 6: <วันพุธที่ 29 กรกฏาคม 2563>  Bromo  ✈  Bangkok

หลังรับประทานอาหารเช้า ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพื่อไปท่าอากาศยานนานาชาติจูอันดา สุราบายา Juanda International Airport, Surabaya (SUB) เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย (ถึงสนามบินนานาชาติดอนเมือง ประเทศไทย เวลาประมาณ 19.50 น. ) 

รายละเอียดค่าบริการ และ การชำระเงิน
อัตราค่าบริการ: 29,000 บาท/ท่าน 
(สามารถแบ่งชำระได้ 2 งวด)
พิเศษ!!! สำหรับลูกค้าเก่า Foto Journey ราคาเพียง 25,900 บาท 
(ราคานี้ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินเท่านั้น)

เงื่อนไขการจองและการชำระเงิน:
ณ วันที่จอง : ชำระมัดจำงวดแรก 14,000 บาท
ภายในวันที่ 5 มิถุนายน 2563 : ชำระส่วนที่เหลือทั้งหมด

***โดยบริษัทถือลำดับการชำระเงิน เป็นสำคัญ ในการยืนยันสิทธิ์การเดินทาง สำหรับลูกค้าที่เดินทางท่านเดียว ทางบริษัทจะจัดหารูมเมทให้โดยไม่จำเป็นต้องชำระค่าใช้จ่ายสำหรับพักเดี่ยวแต่อย่างใด***

ค่าบริการนี้รวม:
- ค่าที่พักตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่)
- ค่าอาหารทุกมื้อ
- ค่าเข้าเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆที่ระบุไว้ในโปรแกรม
- ค่ายานพาหนะ, น้ำมัน, ที่จอดรถ, ทางด่วนและอื่นๆ ที่ใช้ในการเดินทาง
- บริการถ่ายภาพและสอนการถ่ายภาพตลอดการเดินทาง
- ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุ วงเงินรวมสูงสุด 2,000,000 บาท เงื่อนไขตามรายละเอียดในกรมธรรม
 
ค่าบริการนี้ไม่รวม:
- ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ นอกเหนือรายการ เช่น ค่าเครื่องดื่ม มินิบาร์ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด เป็นต้น
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดการณ์
- ค่ารถลากเฉพาะท่านที่ไม่ประสงค์เดินขึ้นภูเขาไฟคาวาอิเจี้ยน ในวันที่ 3   
- ค่าขี่ม้าเฉพาะท่านที่ไม่ประสงค์เดินขึ้นปากปล่องโบรโม่ ในวันที่ 4
- ค่าทิปไกด์ท้องถิ่น, พนักงานขับรถ รวมถึงพนักงานบริการ วันละประมาณ 5 USD/วัน/ท่าน รวม 30 USD/ท่าน
*** ทางบริษัทบริการจัดการจองตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศให้ได้ โดยทางเราจะคิดค่าใช้จ่ายตามจริงไม่มีบวกค่าบริการใดๆ***

การชำระเงินค่าเดินทาง :
สามารถโอนเงินเข้าบัญชี
ธ.กสิกรไทย    เลขที่บัญชี 037-2-57628-6 หรือ

ธ.ไทยพาณิชย์  เลขที่บัญชี 408-825346-9 


ชื่อบัญชี บริษัท โฟโต้ เจอร์นี่ จำกัด
หลังจากโอนเงินแล้ว กรุณาส่งใบโอนเงินไปที่ 

Line@: @FotoJourney หรือ

คลิก! Line : https://lin.ee/62Sr8ZV หรือ 

Inbox Facebook: FotoJourneyTH 

ข้อมูลและลักษณะของทริปที่สำคัญ
- ทริปนี้มีลักษณะเป็น Photo Trip จะเน้นถ่ายรูปแสงเช้า แสงเย็น เป็นหลัก ดังนั้น แผนเดินทางอาจจะมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อให้ทุกท่านได้ถ่ายภาพตามให้มากที่สุด
- ยานพาหนะ มีข้อจำกัดเรื่องต้องเก็บสัมภาระพร้อมการเดินทาง จึงขอความกรุณานำกระเป๋าขนาดใหญ่ไม่เกิน 26 นิ้วต่อ 1 ท่าน และ กระเป๋าหิ้วน้ำหนักไม่เกิน 7 กก ต่อ 1 ท่าน
- บริการจัดการจองตั๋วเครื่องบิน
กรณีให้ Foto Journey (FJ) ออกบัตรโดยสาร จะเป็นการจองที่นั่งบัตรโดยสารผ่านระบบ GDS ( Global Distribution System ) มีระยะเวลาในการออกบัตรโดยสาร (โอนเงินค่าตั๋วฯ) ภายใน 48-72 ชั่วโมง

 ซึ่งต่างจากราคาบนหน้าเว็ปไซด์ ที่เป็น Real Time Rate ที่ขึ้น-ลง ตามสายการบิน 
โดยรับบริการจองตั๋วเครื่องบิน ตั้งแต่วันที่ทริปนั้นยืนยันการออกเดินทาง จนถึง 30 วันก่อนกำหนดวันเดินทางในทริปนั้นๆ

ข้อมูลที่จำเป็น ในการสำรองที่นั่ง ผ่านระบบ GDS  
1.ชื่อ - นามสกุล ตามหน้าหนังสือเดินทาง
2.Frequent Flyer Number หรือบัตรสะสมไมล์ 
3.ระบุที่ั่นั่งที่ต้องการ เช่น ริมทางเดิน ริมหน้าต่าง อาจมีค่าใช่จ่ายเพิ่มขึ้นตามเงื่อนไขของสายการบิน 
4.หลังจากสำรองที่นั่งแล้ว ทาง Foto Journey (FJ) จะแจ้งราคาบัตรโดยสารที่ไม่มีธรรมเนียมค่าบริการ 
5.สมาชิกโอนเพื่อออกบัตรโดยสารภายในวันเวลาที่กำหนด เพื่อป้องกัน ฺBooking จะ Auto Cut 
6.กรณีโอนเงินไม่ทันตามกำหนด และมีการสำรองที่นั่งใหม่ อาจมีราคาที่เท่าเดิม หรือ สูงขึ้นกว่าเดิม ขึ้นอยู่กับสถานะของที่นั่งในช่วงเวลานั้น ๆ

 

เงื่อนไขการยกเลิกทริป
กรณีที่ลูกค้าไม่สะดวกเดินทางและมีความจำเป็นต้องยกเลิกการเดินทาง และมีการยกเลิกการเดินทาง
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 90 วัน หัก 12,000 บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 45-90 วัน หัก 18,000บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 15-45 วัน หัก 21,000 บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 15 วัน ไม่สามารถคืนเงินได้ยกเว้นเงินรีฟันด์ตั๋วเครื่องบินให้ลูกค้าตามเงื่อนไขของสายการบินนั้นๆ
หมายเหตุ : ในกรณีที่ค่าทริปรวมตั๋วเครื่องบิน บริษัทจะทำการคืนเงินรีฟันด์ตั๋วเครื่องบินให้ลูกค้าตามเงื่อนไขของสายการบินนั้นๆ
การยกเลิกทริปเนื่องจากลูกค้ายื่นวีซ่าไม่ผ่านหลังจากชำระมัดจำทริปแล้วให้ใช้เงื่อนไขเดียวกับการยกเลิกทริปโดยลูกค้า แนะนำให้ลูกค้าหลังจากจองทริปไปแล้วควรไปขอวีซ่าแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะเมื่อเกิดปัญหาเรื่องวีซ่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ง่ายกว่าการขอวีซ่าแบบกระชั้นชิด

กรณีที่บริษัทฯ ยืนยันการออกเดินทางแล้ว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายตามที่ระบุไว้

กรณีที่ท่านยกเลิกการเดินทาง และ มีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯกำหนด เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อบริษัทฯ และ ผู้เดินทางท่านอื่นๆที่เดินทางในคณะเดียวกัน บริษัทฯต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่างๆที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน


ความรับผิดชอบ และ เงื่อนไขอื่นๆ
ในกรณีที่ทริปต้องถูกยกเลิกการเดินทาง ด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ เช่น เกิดการก่อการร้าย เกิดความไม่สงบ เกิดการประท้วง เกิดจากภัยธรรมชาติทำให้ไม่สามารถเดินทางได้ หรือเหตุอื่นๆที่ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย โดยถือว่าการตัดสินใจยกเลิกการเดินทางเป็นสิทธิ์ขาดของทางบริษัท ทางบริษัทยินดีที่จะคืนค่าทริปที่ลูกค้าจ่ายมาทั้งหมด ยกเว้นค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก หรืออื่นๆที่มีการดำเนินการชำระเงินไปแล้ว
บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ที่เกิดจากความล่าช้าของสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง การปฏิเสธการเข้าเมือง การโดนกักตัว หรือถูกส่งตัวกลับ ความเสียหายหรือสูญหายของกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าใบเล็ก หรือของมีค่าส่วนตัวของท่านระหว่างการเดินทาง โดยสิทธิประโยชน์ของท่านจะได้รับตามกรมธรรม์ประกันการเดินทางที่ระบุความรับผิดชอบไว้เท่านั้น ทั้งนี้ บริษัทฯ จะยืดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสําคัญ แต่ไม่สามารถคืนเงินค่าทริปให้ท่านได้
และหากเกิดเหตุสุดวิสัยดังต่อไปนี้ ทางบริษัทไม่อาจรับผิดชอบต่อความเสียหายต่างๆ ที่อยู่เหนือการควบคุมของเจ้าหน้าที่บริษัทฯ อาทิ
o การนัดหยุดงาน การจลาจล เปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาในตารางบิน ภัยธรรมชาติ ฯลฯ หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้น ทั้งทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ฯลฯ
o การตอบปฏิเสธการเข้าและออกเมืองของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าหรือออกเมือง อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฏหมาย หรือเอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง หรือการถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ
o  การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากสายการบินเช่น การยกเลิกเที่ยวบิน / เครื่องดีเลย์ / กระเป๋าสัมภาระมาไม่ครบ / การขึ้นราคาค่าตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น
o บริษัทฯ มีสิทธ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
o หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวจะสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์และจะไม่รับผิดชอบค่าบริการที่ ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
o บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการห้ามออกนอกประเทศ หรือ ห้ามเข้าประเทศ อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่น
o กรณีเกิดความผิดพลาดจากตัวแทน หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนมีการยกเลิก ล่าช้า เปลี่ยนแปลง การบริการจาก สายการบิน บริษัทขนส่ง หรือ หน่วยงานที่ให้บริการ บริษัทฯ จะดำเนินโดยสุดความสามารถที่จะจัดบริการทัวร์อื่น ทดแทนให้ แต่จะไม่คืนเงินให้ สำหรับค่าบริการนั้นๆ
o มัคคุเทศก์ พนักงาน และตัวแทนของบริษัท ฯ ไม่มีสิทธิ์ในการให้คำสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นแทนบริษัทฯ นอกจากมีเอกสาร ลงนามโดยผู้มีอำนาจของ
บริษัทฯ กำกับเท่านั้น

  • White Facebook Icon
  • White Instagram Icon
  • White YouTube Icon

Foto Journey Co., Ltd

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/09199