"Complete your frame....

with a great Journey"

“Crazy Beauty Islands; Flores & Komodo” 

Foto Journey ยินดีพาท่าน… แหวกม่านมหาสมุทรตรงสู่โลกสีคราม ก่อนสิ้นสุดปลายทางแห่งดินแดนหมื่นเกาะ ... “อินโดนีเซีย” ประเทศที่ประกอบขึ้นมาจากเกาะเล็กเกาะน้อยมากมาย ที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนคุณก็จะได้เห็นมหาสมุทรสีครามห้อมลอมตัวแบบ 360 องศา สถานที่อนุรักษ์และบ้านหลังสุดท้ายของเหล่ามังกรโคโมโด กิ้งก่ายักษ์นักล่าเจ้าถิ่นจากยุคดึกดำบรรพ์ 

เพราะที่นี่คือดินแดนแห่งการผจญภัยที่ไม่รู้จบ ลองนั่งเรือเยี่ยมชมเกาะต่างๆ ที่เราได้คัดสรรมาให้นักทางเดินทางทุกท่านได้สัมผัสถึงความงามของธรรมชาติ โดยพาไปครบ 3 เกาะหลักของ อุทยานแห่งชาติโคโมโด (Komodo National Park) (1) เกาะโคโมโด (Komodo Island) 2) เกาะริงกา (Rinca Island) (3) เกาะปาดาร์ (Padar Island)


และไปที่เกาะ Flores เพื่อทักทายเจ้ามังกรโคโมโด กิ่งก่ายักษ์ ที่พิเศษ!! คือ เราไม่สามารถพบเจอได้ที่ประเทศอื่นๆ เพราะพวกมันอาศัยอาณาเขตของหมู่เกาะในทะเลซุนดาน้อยเท่านั้น! ฉะนั้นถ้าอยากเห็นมังกรโคโมโดด้วยตาตัวเองก็ต้องข้ามน้ำข้ามทะเลมาดูที่อินโดนีเซียเท่านั้น
หรือจะทอดตัวเอนกายบนชายหาดสีชมพู (Pink Beach) สุดแสนโรแมนติก และยกกล้องตัวโปรดขึ้นมาบันทึกภาพธรรมชาติท่ามกลางหุบเขาบนหมู่บ้านดังเดิม ด้วยเอกลักษณ์บ้านทรงกรวยคว่ำ Wae Rebo Village ดื่มด่ำกับบรรยากาศเย็นฉ่ำ นั่งมองริ้วเมฆไหลผ่านตัวไปอย่างช้าๆ... พร้อมกับแสงอาทิตย์ของวันที่ค่อยๆ จางหายไป 

และที่สำคัญเราจะพาทุกท่านไปถ่ายรูปในหลายประสบการณ์ หลากเทคนิค โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการภาพถ่าย (Photo Specialist) สอนถ่ายภาพตั้งแต่ระดับพื้นฐาน คอยแนะนำเทคนิค, มุมมอง, องค์ประกอบภาพ รวมถึงการให้คำปรึกษาวิเคราะห์ภาพที่ถ่ายอย่างเป็นกันเอง และ เข้มข้น
 

HIGHLIGHT:

o    พาไปครบ 3 เกาะหลักของ อุทยานแห่งชาติโคโมโด (Komodo National Park) 
(1) เกาะโคโมโด (Komodo Island)
(2) เกาะริงกา (Rinca Island)
(3) เกาะปาดาร์ (Padar Island)

o    เกาะโคโมโด (Komodo Island) มรดกโลกโดย UNESCO  และเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติแห่งใหม่ของโลกด้วย 

o    มังกรโคโมโด กิ่งก่ายักษ์ ที่พิเศษ!! คือ เราไม่สามารถพบเจอได้ที่ประเทศอื่นๆ เพราะพวกมันอาศัยอาณาเขตของหมู่เกาะในทะเลซุนดาน้อยเท่านั้น! ฉะนั้นถ้าอยากเห็นมังกรโคโมโดด้วยตาตัวเองก็ต้องข้ามน้ำข้ามทะเลมาดูที่อินโดนีเซียเท่านั้น

o    ชายหาดสีชมพู (Pink Beach) ชายหาดสีชมพูที่เกิดจากการสะสมของแพลงตอน ตัดกับสีฟ้าของน้ำทะเลและฟองคลื่นสีขาวอย่างลงตัว ชายหาดสุดแสนโรแมนติกและหาชมได้ที่นี่เท่านั้น

o    ทุ่งนารูปใยแมงมุม ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยภูเขาสีเขียวขจีตลอดทั้งปีซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ ณ เมืองรูเทง (Ruteng) เมืองเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในที่ราบสูงทางตะวันตกของเกาะฟลอเรส 

o    ทะเลสาบสามสี  ณ เกาะปาดาร์ (Padar Island) หนึ่งในหมู่เกาะที่มีเหล่ามังกรโคโมโดอาศัยอยู่ 

o    หมู่บ้านโบราณ กระท่อมทรงกรวยคว่ำ; Wae Rebo Village กระท่อมทรงกรวยคว่ำ ที่สร้างตามแบบฉบับ Mbaru Niang ดั้งเดิม มีรูปแบบทรงกรวยและใช้วัตถุดิบที่หาได้จากในท้องถิ่น สวยงามท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง

o    บูกิตซินตา (Bukit Cinta) จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่ได้รับการขนานนามว่าสวยที่สุดของบาหลี ทิวทัศน์อันน่าตื่นตาตื่นใจไปกับยอดเขาอากุงที่ถูกย้อมด้วยสีทองเมื่อสะท้อนกับแสงแดดยามเช้า 

o    ลาบวน บาโจ (Labuan Bajo) หมู่บ้านชาวประมงตามแนวชายฝั่งของเกาะฟลอเรส ศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่ได้รับการผลักดันจนทำให้ติดอันดับสถานที่ท่องเที่ยวที่จะพลาดไม่ได้

o    ถ้ำรังโกะ (Gua Rangko) ถ้ำอันเป็นความภาคภูมิใจของชาวอินโดนีเซีย โพรงหินที่เกิดเองตามธรรมชาติที่ภายในบรรจุน้ำเค็มสีฟ้าสดใสเอาไว้

o    เกาะรินคา (Rinca Island) เกาะที่เป็นเขตอนุรักษ์พันธ์สัตว์ นอกจากมังกรโคโมโดแล้ว เราจะยังได้เห็นสัตว์ประเภทอื่นอีกมากมาย

รายละเอียดการเดินทาง:

วันที่ 1 <เสาร์ที่ 22 มิถุนายน 2562 Bangkok ✈  France - La Sainte Chapelle - Cathedrale Notre Dame de Paris- Montparnasse>
ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 00.05 ด้วยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG930 ไปยังเมืองปารีส ประเทศ ฝรั่งเศส เครื่องลงเวลา 07.05 น. วันเดียวกัน
สถานที่แวะเที่ยวชมและเก็บภาพในวันนี้ ได้แก่ โบสถ์ La Sainte-Chapelle (เข้าชมด้านใน), โบสถ์ Cathedrale Notre Dame de Paris (เยี่ยมขมจากด้านนอก), ตึก Montparnasse (ขึ้นตึกเพื่อเก็บภาพเมืองปารีส)

โบสถ์ La Sainte-Chapelle
เรียนรู้การถ่ายภาพสถาปัตยกรรม แบบ Low Light ที่ โบสถ์แซงท์ ชาแปลล์ (Saint Chapelle) ซึ่งมีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบแรยอน็อง(Rayonnant)ที่สวยงามมากที่สุดในยุคโกธิค ภายในมีลวดลายกระจกที่มีความสวยงามอันตื่นตาตื่นใจ ตกแต่งด้วยสีสันอันโดดเด่น บรรยากาศสุดแสนสงบ เป็นผลงานเชิงศิลปะสุดแสนคลาสสิคที่หาชมได้ยาก

โบสถ์ Cathedrale Notre Dame de Paris 
มหาวิหารแห่งแรกที่สร้างในสไตล์โกธิค คำว่า Notre Dame แปลว่า พระแม่เจ้า (Our Lady) เป็นคำที่ชาวคาทอลิกใช้เรียก พระนางมารีย์พรหมจารี แต่เดิมโบสถ์แห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นตรงที่ของชาวโรมัน ซึ่งชาวโรมันสร้างวัดขึ้นมาเพื่อบูชาเทพจูปิเตอร์ จากนั้นเลยมาสร้างให้เป็นโบสถ์

ตึก Montparnasse
ตึก มงต์ปาร์นาส (Montparnasse) เป็นตึกระฟ้าเพียงไม่กี่แห่งในปารีส ทำให้ทัศนียภาพจากหอสังเกตการณ์บนชั้น 56 ในวันที่อากาศปลอดโปร่ง เราสามารถมองได้ไกลถึง 40 กม. ในทุกทิศทาง เราจะเยี่ยมชมหอสังเกตการณ์ในยามค่ำ เพื่อชมเมืองและหอไอเฟลยามประดับด้วยแสงไฟ ผู้คนมักจะชอบตึกมงต์ปาร์นาสมากกว่าหอไอเฟล เพราะว่าเดินทางน้อยกว่าและมีวิวที่สวย

หอไอเฟล (Eiffel Tower)
หอไอเฟล (Eiffel Tower) เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญ ของประเทศฝรั่งเศส ในทริปนี้เราจะไปหามุมถ่ายภาพหอไอเฟสในหลายรูปแบบ หลากเทคนิค 
หอไอเฟลเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งชื่อตามกุสตาฟ ไอเฟลสถาปนิกและวิศวกรชั้นนำของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ออกแบบหอคอยนี้ หอไอเฟลสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ของงานแสดงสินค้าโลก ในปี ค.ศ. 1889 (Exposition universelle de Paris de 1889) เพื่อแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของประเทศฝรั่งเศส ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และความสวยทางศิลปะสถาปัตยกรรม หอคอยสูงงดงามแห่งนี้เป็นดาวเด่นที่สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงาน ซึ่งต่อมาได้รู้จักในนามหอไอเฟลและกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของกรุงปารีส และใน ค.ศ. 2006 นักท่องเที่ยวกว่า 6,719,200 คนได้เข้าเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ และกว่า 200,000,000 คนตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง ส่งผลให้หอไอเฟลเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีคนเข้าชมมากที่สุดต่อปีอีกด้วย หอไอเฟลสูง 324 เมตร (1,063 ฟุต) หรือสูงเท่ากับตึก 81 ชั้น

 


วันที่ 2 <วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 2562 Paris - Clearmont Ferran - Puy de Sancyn (Auvergne) - Clearmont Ferran>
วันนี้เป็นวันเดินทางลงทางตอนใต้ของฝรั่งเศศ สถานที่แวะเที่ยวชมและเก็บภาพในวันนี้ ได้แก่ เมือง Clearmont Ferran, หุบเขา Puy de Sancy

Clearmont Ferran (แคลร์มอง เฟอร์ครองด์)
แคลร์มอง เฟอร์ครองด์ เมืองอันเก่าแก่ และเป็นศูนย์กลางในฐานะเมืองหลวงแห่งแคว้นโอแวร์ญ โดยแต่เดิมเมืองแห่งนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 เมืองคือ 
แคลร์มอง และ เฟอร์ครองด์ ซึ่งเป็นเมืองที่เป็นอริกันมาอย่างยาวนาน จนกว่าจะมารวมเป็นหนึ่งในปี ค.ศ. 1630
บริษัทมิชลินเป็นบริษัทผลิตยางรถยนต์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาอย่างยาวนานนับ 100 ปี แต่น้อยคนนักที่จะรู้จักแหล่งต้นกำเนิด หรือที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทยางรถยนต์ชื่อดังแห่งนี้ ซึ่งแท้จริงแล้วบริษัทมิชลินมีต้นกำเนิดขึ้นครั้งแรกที่เมืองแคลร์มอง เฟอร์ครองด์ และได้มีการขยายสาขาไปทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน

หุบเขา Puy de Sancy
เป็น 1 ใน 10 ของวิวยอดภูเขาที่สวยที่สุด ในเขต Auvergne (แค้วนโอแวร์ญ), ประเทศฝรั่งเศส 
Puy de Sancy ("Mount of the Cross") เป็นเทือกเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาแม็กซิฟเซ็นทรัล เนินเขาทางตอนเหนือและทางใต้ใช้สำหรับเล่นสกี


วันที่ 3 < วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2562 Clearmont-Ferrand – Provence - Valensole - Provence>
เดินทางต่อไปยัง แคว้นโพรวองซ์ (Provence) เมือง Valensole เพื่อชื่นชมความงามของ ทุ่งดอกลาเวนเดอร์


โพรวองซ์ (Provence) ดินแดนทางตอนใต้ของฝรั่งเศสที่อยู่ติดกับอิตาลี สภาพภูมิประเทศที่สามารถแบ่งได้เป็น 3 ส่วนตามชื่อ เขตการปกครองอย่างเป็นทางการที่ว่า โพรวองซ์-แอลป์-โกตดาซูร์ (Provence-Alps-Côte d’Azur) นั่นคือ เขตโพรวองซ์ หรือกลุ่มเมืองบนเนินเขา ที่เชื่อมระหว่างเทือกเขาแอลป์เข้ากับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเข้าไว้ ด้วยกัน ชาวเมืองเหล่านี้มีอาชีพหลักคือการปลูกทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ปะปนไปกับการทำไร่องุ่นเพื่อผลิตไวน์ ซึ่งทิวทัศน์อันสวยงามที่ว่า ได้เคยดึงดูดศิลปินที่มีชื่อเสียงอย่างเซซานน์ (Cézanne) และแวน โก๊ะห์ (Van Gogh) ให้มาปักหลักใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาแล้ว ส่วนที่สองคือส่วนเทือกเขาแอลป์ ที่โดดเด่นเรื่องกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ นอกจากสกีรีสอร์ตกว่า 300 แห่ง แล้วเขตนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อย่างการขี่ม้าชมเขา ปีนเขา ขี่จักรยาน รวมไปถึงการเล่นเครื่องร่อน เขตสุดท้ายคือโกต-ดาซูร์ กลุ่มเมืองริมชายฝั่งทะเล (โกต ดาซูร์ ภาษาฝรั่งเศสแปลว่าชายฝั่งสีน้ำเงิน) หรือที่รู้จักกันในนาม “เฟรนช์ ริเวียร่า” (French Riviera) ที่มีเมืองชื่อคุ้นหูอย่างนีส (Nice) คานน์ (Cannes) และกราสส์ (Grasse)

ล็อกซิทาน (L’Occitane) 
ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องหอมที่มีชื่อเสียงที่รู้จักกันดีในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดเกิดจากวัตถุดิบที่หาได้ในเขตโพรวองช์ บริษัทนี้ตั้งโดย โอลิวิเย่ โปซอง (Olivier Baussan) ในปี พ.ศ. 2519 โอลิวิเย่โปซองเป็นชาวโพรวองช์ ก่อตั้งล็อกซิทานโดยที่ไม่มีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับเรื่องผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องหอมเลย 
เพราะโอลิวิเย่หลงรักในน้ำหอมและดอกไม้ นี่คือความสำเร็จของล็อกซิทาน เพราะเบื้องหลังของผลิตภัณฑ์มีเรื่องราวเป็นพื้นฐานเกี่ยวกับพันธุ์ไม้ต่างๆ และสืบทอดกันมาหลายรุ่น จนตอนนี้ล็อกซิทานจึงได้นำประเพณีเก่าๆ กลับมาใช้ 
     
วันที่ 4 <วันอังคารที่ 25 มิถุนายน 2562 Provence - Valensole - Provence>
ตื่นเช้าไปรับแสงแรกท่ามกลางทุ่งดอกลาเวนเดอร์ และไปเก็บแสงเช้า ช่วงสายเราจะพาท่านไปทานอาหาร และพักผ่อนตามอัธยาศัย 
ช่วงเย็นเราจะไปเก็บแสงเย็นที่ทุ่งลาเวนเดอร์อีกครั้งในมุมใหม่ และเดินทางกลับสู่ที่พัก


วาลองโซล (Valensole)
เมือง Valensole แหล่งปลูกลาเวนเดอร์ที่มากที่สุดและใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศส ถึงแม้ลาเวนเดอร์จะมีมากกว่า 30 สายพันธุ์แต่ที่มีในแคว้นโพรวองซ์ จะเป็นพันธุ์ True Lavender ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีคุณภาพดีมาก และปลอดภัย มีกลิ่นที่เรียกว่าหอมหวานที่สุดและเหมาะสำหรับใช้ในอโรมาเทอราพี สามารถใช้กับเด็กเล็กได้ หากแต่ราคาก็จะสูงด้วย ซึ่งพันธุ์นี้จะขยายพันธุ์และเจริญเติบโตในระดับความสูง 700 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล และชอบขึ้นในที่แห้ง แถมยังทนต่ออากาศหนาวได้ดีแม้อุณหภูมิ ติดลบถึง 15 องศาเซลเซียส แต่สำหรับผลิตภัณฑ์ที่นำมาสกัดทำสบู่ หรือเครื่องสำอางและที่ใช้ในครัวเรือนทั่วไปเห็นจะเป็นพันธุ์ Lavandin เป็นพืชพันธุ์ผสมระหว่าง True Lavender กับ Spike Lavender ให้ผลผลิตน้ำมันหอมระเหยได้มาราว ๆ สองเท่า ของ True Lavender น้ำมันที่ได้จาก Lavandin จึงราคาถูกกว่า ซึ่งพันธุ์นี้จะพบเห็นได้ทั่ว ในระดับความสูงกว่าน้ำทะเล ระหว่าง 400-600 เมตร และยังมีบางสายพันธุ์ที่ไม่ได้นำมาสกัด แต่ปลูกไว้เพื่อความสวยงามด้วย สำหรับเครื่องสำอางบางยี่ห้อที่มีชื่อเสียงในแคว้นนี้จะใช้ลาเวนเดอร์แท้ที่มีคุณภาพสูง พันธุ์ (Lavandula Angustifolia and Lavandula Stoechas) 

วันที่ 5 <วันพุธที่ 26 มิถุนายน 2562 Provence – Marseille ✈  Paris – Louvre>

นำท่านเดินทางไปสนามบิน Marseille เพื่อเดินทางไปยัง Paris และ เยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ Louvre (จากด้านนอก)

พิพิธภัณฑ์ Louvre
สิ่งที่ไม่ควรพลาดสำหรับช่างภาพ คือการถ่ายภาพพีระมิดแก้ว และ ตัวอาคารลูฟร์ อันเป็นพระราชวังเก่า มีความสวยงามอย่างหาตัวจับยาก ทำให้บางคนถึงกับขนานนามว่าลูฟร์ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่สวยที่สุดในโลก และในทริปนี้เราจะพาเข้าชมภายในพิพิธภัณฑ์ ที่ได้รวบรวม ภาพวาด โมนาลิซ่า อันโด่งดังของจิตรกรเอก ลีโอนาโด ดาวินชี่ รวมถึงประติมากรรมหินอ่อนแกะสลักรูปเทพีวีนัส หรือเทพีแห่งความรักของกรีกโบราณ คาดว่ามีอายุกว่า 2100 ปี แม้ว่าแขนทั้งสองข้างของรูปปั้นจะขาดไป ยังมีอีกหลายอย่างที่ไม่ควรพลาด


วันที่ 6 <วันพฤหัสที่ 27 มิถุนายน 2562 Paris - Etretat, Normandy - Mont Saint-Michel>
วันนี้เราจะออกเดินทางไปทางตอนเหนือของปารีส เมืองที่ติดริมทะเล และเป็นเมืองแห่งวัน D Day ของทหารพันธมิตรที่ยกพลขึ้นบกที่แคว้น Normandy เยี่ยมชมและถ่ายภาพ ผาโค้ง Etretat, Normamdy, วิหารกลางน้ำ Mont Saint-Michel

ผาโค้ง Etretat, Normamdy
ความพิเศษของผาโค้ง เอทเทรทาท์ ในนอร์มองดี คือความโดดเด่นของผาหินที่หากหามุมถ่ายภาพได้ดี จะได้ภาพผาเหมือนช้างตัวยักษ์กำลังเอางวงจุ่มลงน้ำ บางทีที่นี่ได้ ชื่อว่าผาช้าง นอกนั้นอาจจะมีโบนัสพิเศษหากวันและเวลาที่เราไปถึง น้ำลงมากๆ เราสามารถเดินลงไปชมสุสานหอยนางรมได้อีก ชายหาดจะไม่ยาวนักเพราะถูกขนาบด้วยหน้าผา วัดระยะได้เพียงประมาณ 400 เมตร และยังเป็นหาดหินไม่ใช่หาดทราย กับบรรยากาศอันแสนจะสงบมีมวลนกนางนวลบินผ่านเป็นระยะกลับทำให้ที่นี่มีเสน่ห์อย่างน่าทึ่ง

วิหารกลางน้ำ Mont Saint-Michel
Mont Saint-Michel แปลว่า “เนินเขาแห่งเซนต์ไมเคิล” เป็นวิหารคริสต์ที่สร้างอยู่บนเกาะกลางทะเลริมชายฝั่งแคว้นนอร์มังดี และเมื่อน้ำลดก็สามารถเดินจากชายฝั่งไปยังวิหารแห่งนี้ได้เลย มองแซงมิเชล ถูกยกให้เป็น “สิ่งมหัศจรรย์ของโลกตะวันตก” (Wonder of the Western World) และเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศฝรั่งเศส และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก 
เดิมทีเกาะแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า “มงตงบ์ (Mont Tombe)” ตามตำนานเล่าว่าวิหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นจากการเข้าฝันนักบุญโอแบร์ บิชอปโดยเทวดามีแชล ซึ่งนักบวชท่านนี้ไม่เชื่อในทีแรกจนการเข้าฝันในครั้งที่ 3 เทวดามิเชลได้ใช้นิ้วจิ้มที่หัวของโอแบร์ หลังตื่นขึ้นมาเค้าก็ต้องตกตะลึงว่ามีร่องรอยบนหัวของเค้าจริงๆ ทำให้เกิดความเชื่อทั้งยังเริ่มก่อสร้างวิหารในที่สุด  ภายหลังในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศสวิหารได้กลายมาเป็นที่คุมขังนักโทษทางการเมือง กระทั่งวิกตอร์ อูโกผู้มีบทบาทสำคัญในการรณรงค์ยกเลิกการเป็นสถานที่คุมขังและได้มีการบูรณะจนกลายมาเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในที่สุด ตัววิหารถูกก่อสร้างด้วยหินแกรนิตนับว่าเป็นปราการธรรมชาติในยุคกลางที่มีความสูงถึง 155 เมตร บนยอดของวิหารมีรูปปั้นทูตสวรรค์มิคาเอล สร้างโดยโดยประติมากรผู้มีชื่อเสียงโด่งดังนามว่า “เอมานูแอล เฟรมีเย (Emmanuel Frémiet)”

วันที่ 7 < วันศุกร์ 28 มิถุนายน  2562 Mont Saint - Michel - Paris>
เยี่ยมชมและถ่ายภาพ วิหารกลางน้ำ Mont Saint-Michel ทั้งจากทางด้านนอกและภายใน ก่อนเดินทางกลับปารีส


วันที่ 8 < วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2562 Paris - Bangkok>
เดินทางออกจากประเทศฝรั่งเศส ด้วยสายการบิน Thai Airways ด้วยเที่ยวบินที่ TG931 ออกเดินทางเวลา 13.40 น. Direct Flight


วันที่ 9 <วันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม 2562 Bangkok>
เดินทางถึงเมืองไทยช่วงเช้าในเวลา 05.55 โดยสวัสดิภาพ

 

รายละเอียดค่าบริการ และ การชำระเงิน

อัตราค่าบริการ: ราคาปกติ 58,000  พิเศษ!!! สำหรับสมาชิก ราคาเพียง 54,900 บาท 
(ราคานี้ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ, ค่าอาหารกลางวัน-เย็น, ค่าทำวีซ่า)

เงื่อนไขการจองและการชำระเงิน:

ณ วันที่จอง : ชำระมัดจำงวดแรก 15,000 บาท
ภายในวันที่ 5 เมษายน 2561 : ชำระมัดจำงวดที่สอง 25,000 บาท
ภายในวันที่ 5 พฤษภาคม 2561 : ชำระมัดส่วนที่เหลือทั้งหมด
***โดยบริษัทถือลำดับการชำระเงิน เป็นสำคัญ ในการยืนยันสิทธิ์การเดินทาง สำหรับลูกค้าที่เดินทางท่านเดียว ทางบริษัทจะจัดหารูมเมทให้โดยไม่จำเป็นต้องชำระค่าใช้จ่ายสำหรับพักเดี่ยวแต่อย่างใด***

 

ค่าบริการนี้รวม:

- ตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ
- ค่าที่พักตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่)
- ค่ายานพาหนะที่ใช้เดินทาง
- ค่าขึ้นตึก Montparnasse
- บริการถ่ายภาพและสอนการถ่ายภาพตลอดการเดินทาง
- ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุ วงเงินรวมสูงสุด 2,000,000 บาท เงื่อนไขตามรายละเอียดในกรมธรรม์

 

ค่าบริการนี้ไม่รวม:

- ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศไปกลับ BKK-Paris และ Paris-BKK
- ค่าอาหารตลอดการเดินทาง (ยกเว้นอาหารบางมื้อที่ทางบริษัทบริการจัดไว้ให้) (ประมาณค่าใช้จ่ายต่อวัน 1,000-1,500 บาท แล้วแต่อาหารที่เลือกรับประทาน)
- ค่าวีซ่าเข้าประเทศฝรั่งเศส 
- ค่าทิปพนักงานบริการ(ถ้ามี)
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ นอกเหนือรายการ เช่น ค่าเครื่องดื่ม มินิบาร์ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด เป็นต้น
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดการณ์
   *** ทางบริษัทบริการจัดการจองตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศให้ได้ โดยทางเราจะคิดค่าใช้จ่ายตามจริงไม่มีบวกค่าบริการใดๆ***

การชำระเงินค่าเดินทาง :
สามารถโอนเงินเข้าบัญชี
ธ.กสิกรไทย    เลขที่บัญชี 037-2-57628-6 หรือ

ธ.ไทยพาณิชย์  เลขที่บัญชี 408-825346-9 


ชื่อบัญชี บริษัท โฟโต้ เจอร์นี่ จำกัด
หลังจากโอนเงินแล้ว กรุณาส่งใบโอนเงินไปที่ 

Line@: @FotoJourney หรือ

คลิก! Line : https://line.me/R/ti/p/%40fotojourney หรือ 

Inbox Facebook: FotoJourneyTH 

กำหนดการเดินทาง : 26 สิงหาคม – 30 สิงหาคม 2563 (5 วัน ลางาน 3 วัน)
จำนวนสมาชิก: 15 ท่าน 
(สมาชิก 5: PS 1)
ผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพ (Photo Specialist, PS): 2 ท่าน 
ผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพท้องถิ่น (Local Photo Specialist, LPS):
1 ท่าน 
ผู้ขับรถท้องถิ่น (Local Driver): 3 ท่าน (สมาชิก 5 ท่าน/1 คัน)

รายละเอียดเส้นทางการบินระหว่างประเทศ: สายการบิน Thai AirAsia, Wings Air และ Thai Lion Air
ขาไป
เดินทางวันพุธที่ 26 สิงหาคม 2563 ด้วยเที่ยวบินที่ FD396 และ IW1898
FD396 >>> Don Mueang International Airport, Bangkok (DMK) – Denpasar Airport, Bali (DPS) เวลา 06.15 – 11:30 น. (ระยะเวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง 15 นาที) รอต่อเครื่อง 2 ชั่วโมง 25 นาที
WI1898 >>> Denpasar Airport, Bali (DPS) – Komodo Airport, Indonesia (LBJ) เวลา 13.55 – 15.15 น. (ระยะเวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 20 นาที)
ถึงท่าอากาศยานโคโมโด ประเทศอินโดนีเซีย ในช่วงบ่ายของวันที่ 26 สิงหาคม 2563 เวลาท้องถิ่น 15:15 น. (ระยะเวลาเดินทาง 8 ชั่วโมง)

ขากลับ
เดินทางวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2563 ด้วยเที่ยวบินที่ IW1899 และ SL259
IW1899 >>> Komodo Airport, Indonesia (LBJ) – Denpasar Airport, Bali (DPS) เวลา 16.00 – 17.20 น. (ระยะเวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง 20 นาที) รอต่อเครื่อง 2 ชั่วโมง 20 นาที
SL259 >>> Denpasar Airport, Bali (DPS) - Don Mueang International Airport, Bangkok (DMK) เวลา 19.40 – 23.05 น. (ระยะเวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง 25 นาที)
ถึงสนามบินดอนเมืองในช่วงดึกวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2563 เวลาท้องถิ่น 23.05 น. (ระยะเวลาเดินทางทั้งสิ้น 8 ชั่วโมง 5 นาที)

***ออกตั๋วหลังจากได้รับยืนยันการออกทริป จากทางบริษัทฯเท่านั้น***
***บริการจัดการจองตั๋วเครื่องบิน โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม… รายละเอียดสามารถดูในหัวข้อ “ข้อมูลและลักษณะของทริปที่สำคัญ” ด้านล่าง***

 

รายละเอียดการเดินทาง:


วันที่ 1: < วันพุธที่ 26 สิงหาคม 2563 > Don Mueang International Airport, Bangkok ✈ Denpasar, Bali ✈ Labuan Bajo (at Flores Island) – Bukit Cinta – Labuan Bajo (at Flores Island)
ออกเดินทางจากสนามบินดอนเมืองด้วยสายการบิน Thai AirAsia เที่ยวบินที่ FD396 เวลาเครื่องออก 06:15 น. และถึงสนามบิน Denpasar Airport, Bali ประเทศอินโดนีเซีย ในเวลา 11.30 น. ระยะเวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง 15 นาที จากนั้นรอต่อเครื่อง 2 ชั่วโมง 25 นาที เพื่อพักรับประทานอาหารเที่ยงกันในบริเวรณสนามบิน จากนั้นเราจะเดินทางกันต่อด้วยสายการบิน Wings Air เที่ยวบินที่ IW1898 เวลาเครื่องออก 13.55 น. ระยะเวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 20 นาที เพื่อไปถึงสนามบิน Komodo Airport เวลาท้องถิ่น 15:15 น. ของเดียวกัน ระยะเวลาเดินทางรวม 8 ชั่วโมง

หลังจากรับกระเป๋าจากสายพานและผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว เราจะนำท่านนำสัมภาระไปเก็บที่โรงแรมกันก่อน จากนั้นในช่วงเย็นพาท่านสู่จุดชมวิวบูกิต ซินตา (Bukit Cinta) เพื่อถ่ายแสงเย็นของวันแรกที่อินโดนีเซีย หลังจากนั้นเราจะพาท่านร่วมรับประทานอาหารเย็นและเข้าสู่ที่พัก โดยวันนี้เราจะพักกันที่เมือง Labuan Bajo หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนเกาะฟลอเรส (Flores Island)กันครับ

อุทยานแห่งชาติโคโมโด (Komodo National Park) 
เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง ในประเทศอินโดนีเซีย ตั้งอยู่ใกล้หมู่เกาะซุนดาน้อย ระหว่างจังหวัด East Nusa Tenggara และ West Nusa Tenggara
อุทยานแห่งชาติโคโมโด เป็นอุทยานที่ประกอบด้วยเกาะใหญ่ 3 เกาะ คือ 
(1) เกาะโคโมโด (Komodo Island)
(2) เกาะริงกา (Rinca Island)
(3) เกาะปาดาร์ (Padar Island)
รวมทั้งยังมีเกาะเล็กๆอีกมากมาย ซึ่งเกาะเหล่านี้กำเนิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟ มีเนื้อที่รวมทั้งสิ้น 1,817 ตารางกิโลเมตร


เกาะโคโมโด (Komodo Island) 
Komodo Island เป็นอุทยานแห่งชาติ (Komodo Nation Park) ได้รับรองจากองค์การยูเนสโก  (UNESCO) ให้เป็นมรดกโลก และเมื่อปี 2011 ยังได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติแห่งใหม่ของโลกด้วย 
เกาะโคโมโด เป็นบ้านของมังกรโคโมโด กิ่งก่ายักษ์นักล่าเจ้าถิ่นของดินแดนแห่งนี้ ที่พิเศษ!! คือ เราไม่สามารถพบเจอได้ตามสวนสาธารณะหรือประเทศอื่นๆ เพราะพวกมันอาศัยอยู่ใน 4 เกาะของประเทศอินโดนีเซีย บริเวณอาณาเขตของหมู่เกาะในทะเลซุนดาน้อยเท่านั้น! ฉะนั้นถ้าอยากเห็นมังกรโคโมโดด้วยตาตัวเองก็ต้องข้ามน้ำข้ามทะเลมาดูที่อินโดนีเซียเท่านั้น

เกาะฟลอเรส (Flores Island) 
เกาะฟลอเรสหรือเกาะแห่งดอกไม้ ซึ่งได้รับชื่อมาจากชาวโปรตุเกส แต่เดิมเกาะนี้มีชื่อว่า “นูซานีปา” หรือเกาะงู การที่ชาวโปรตุเกสเรียกเกาะนี้ว่าฟลอเรสก็เป็นเพราะในบริเวณทางตะวันออกของเกาะมีต้นหางนกยูงฝรั่งออกดอกอย่างสะพรั่ง ถือเป็นจุดเด่นแห่งหนึ่งของเกาะฟลอเรสนี้ เกาะฟลอเรสตั้งอยู่ทางตะวันออกของเกาะโคโมโด ถือได้ว่าเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ มีประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากและการเดินทางของเราจะเริ่มกันที่นี่

บูกิตซินตา (Bukit Cinta)
จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่ได้รับการขนานนามว่าสวยที่สุดของบาหลีตะวันออก เพราะเมื่อพระอาทิตย์ยามเช้าโผล่จากขอบฟ้าขึ้น แสงอาทิตย์จะทอดยาวสะท้อนกับยอดเขาอากุง เผยให้เห็นพื้นผิวภูเขาขรุขระดูแปลกตาและกลายเป็นสีเหลืองทองเมื่อดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้ามาแล้ว ภูเขาอากุงนั้นคือภูเขาไฟที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ล้อมรอบด้วยภูมิทัศน์แนวเทือกเขาและทุ่งหญ้าสีเขียวอชุ่ม ตัดกับท้องฟ้าสีชมพูระเรื่อยามเช้าดูสวยงามและแปลกตาให้กับผู้ที่พบเห็น ภายหลังการประทุครั้งสุดท้ายของภูเขาอากุงในปี ค.ศง 1963 สถานที่แห่งนี้ยังคงมีนักเดินทางแวะเวียนมาชมความงามอย่างไม่ขาดสาย จุดชมวิวนี้ตั้งอยู่ในเขต Karangasem ทางตะวันออกของเกาะ ที่นี่เราจะได้สัมผัสธรรมชาติแบบฉบับบาหลีดั้งเดิมที่ยังคงวิถีชีวิตของชาวนาแบบพื้นฐาน แต่... อย่าเผลอไปเหยียบย่ำผืนนาของพวกเขาเชียว เพราะนั่นคือหัวใจและสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนในแถบนี้ ลองเดินชมวิวและบันทึกภาพบรรยากาศโดยรอบก่อนที่เราจะพาท่านไปยังจุดถัดไป

ลาบวน บาโจ (Labuan Bajo)
หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนเกาะฟลอเรส (Flores Island) ตามแนวชายฝั่งทางตะวันตกของเกาะฟลอเรส (Flores) ที่นี่ได้กลายเป็นศูนย์กลางทางการท่องเที่ยวโดยได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานรัฐบาลตามเขตภูมิภาค ผลักดันให้เกิดการพัฒนาเขตแนวชายฝั่ง สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับกิจกรรมเกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ที่นี่มีกิจกรรมมากมาย เช่น การดำน้ำชมปะการัง การพายเรือคายัก หรือแม้แต่ช่างภาพที่หลั่งไหลกันเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย เพื่อบันทึกภาพหมู่บ้านขนาดเล็กน่ารัก น้ำทะเลสีเขียวมรกตชวนหลงใหล รวมถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ อย่าตกใจไปหากว่าคุณจะได้เจอกับมังกรโคโมโดออกมาเพ่นพ่าน เพราะที่นี่คือแหล่งที่อยู่ 1 ใน 4 เกาะเท่านั้น Highlight สำคัญ... ลองเดินขึ้นสู่ที่สูงแล้วมองลงมายังเกาะดูสิ สิ่งที่น่าประทับใจอยู่ตรงหน้าของคุณแล้ว


วันที่ 2:  < วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2563 > Labuan Bajo (at Flores Island) – Bukit Cinta – Gua Rangko – Padar Island  (Komodo International Park)
ในวันนี้เราจะตื่นกันตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อไปถ่ายแสงเช้าที่บูกิต ซินตา (Bukit Cinta) จากนั้นกลับมารับประทานอาหารเช้ากันที่โรงแรมและขอให้ทุกท่านเก็บกระเป๋าสัมภาระ เราจะทำการเช็คเอาท์ออกจากโรงแรม เพื่อเดินทางไปยัง เกาะปาดาร์ (Padar Island) โดยทางเรือ 
ในระหว่างทางเราจะแวะกันที่ถ้ำ Gua Rangko เพื่อเก็บภาพโพรงถ้ำที่เต็มไปด้วยน้ำสีฟ้าเทอควอยส์สวยสะดุดตากันก่อน ซึ่งจะต้องออกแรงเดินกันซักเล็กน้อยครับ (ประมาณ 15 นาที) หลังจากนั้นพาท่านเดินทางไปที่เกาะปาดาร์ ซึ่งที่เกาะนี้เราจะร่วมกันถ่ายภาพความสวยงามของธรรมชาติที่ถูกล้อมรอบด้วยน้ำทะเล เราจะถ่ายภาพที่บริเวณเกาะจนถึงค่ำเพื่อเก็บภาพแสงเย็นกันที่ลาลับขอบฟ้าของวันนี้ 

จากนั้นพาท่านรับประทานอาหารเย็นและเข้าสู่ที่พัก สำหรับวันนี้เราจะพักกันบนเรือบริเวณเกาะปาดาร์ (Padar Island) ครับ และเรือลำนี้จะพาเราแล่นไปยังเกาะ Rinca ในวันรุ่งขึ้น
**บนเรือมีเครื่องนอน ห้องน้ำ และของใช้จำเป็น ทางบริษัทฯ ได้จัดเตรียมยาแก้เมาเอาไว้จำนวนหนึ่ง ซึ่งติดต่อขอรับได้ที่ Photo Specialist ทุกท่านครับ**

ถ้ำรังโกะ (Gua Rangko)
หลีกหนีสายลมและแสงแดดเพื่อมาเที่ยวชมโพรงถ้ำกันที่ถ้ำรังโกะ (Gua Rangko) ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่พักผ่อนที่เงียบสงบแล้ว ที่นี่ยังเป็นความภูมิใจของชาวอินโดอีกด้วยเพราะเป็นสถานที่ที่สวยงาม มีชื่อเสียง นักท่องเที่ยวต่างมีเป้าหมายเดียวกันคือการเดินทางมาชมความงามของถ้ำแห่งนี้ซักครั้ง โพรงถ้ำที่เต็มไปด้วยน้ำเค็มสีฟ้าเทอควอยส์สามารถลงไปว่ายน้ำได้ รอบๆ ถ้ำจะมีหินงอกหินย้อยเรียงเป็นระเบียบตลอดระยะทาง การเดินทางมาถ้ำแห่งนี้อาจจะต้องใช้ความพยายามกันสักเล็กน้อย แต่รับประกันได้ว่าเมื่อมาถึงแล้วจะทำให้เราหายเหนื่อยได้อย่างแน่นอน

เกาะปาดาร์ (Padar Island)
ณ จุดที่สามารถเห็นทะเลสาบสามสี  เกาะเล็กๆ แห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่างเกาะโคโมโด (Komodo, Labuan Bajo) และเกาะรินคา (Rinca) ถือเป็นหนึ่งในหมู่เกาะที่มีเหล่ามังกรโคโมโดอาศัยอยู่ 
เกาะปาดาร์นั้นจะมีลักษณะเป็นพื้นผิวขรุขระเป็นส่วนใหญ่และประกอบไปด้วยแนวภูเขาที่สูงชันซึ่งอยู่ติดกับอ่าวลึกปาดาร์นั่นเอง เกาะแห่งนี้มีสภาพอากาศที่แห้ง มีพุ่มไม้เตี้ยๆ ซึ่งเป็นพันธุ์ไม้แบบเขตร้อน และเนื่องจากน่านน้ำในแถบนี้มีความลึกพอสมควรจึงเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำลึกเพื่อเที่ยวชมแนวปะการังนั่นเอง


วันที่ 3: < วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2563 > Rinca Island (Komodo International Park) – Pink Beach – Kenawa Island – Bakit Cinta - Lauan Bajo City (at Flores Island) 
วันนี้เราจะตื่นเช้ากันอีกวันนะครับเพื่อไปถ่ายแสงเช้าที่เกาะรินคา (Rinca Island) ซึ่งเป็นเกาะขนาดเล็กในบริเวณกลุ่มเกาะ Komodo นั่นเอง หลังจากนั้นพาท่านผ่อนคลายและบันทึกภาพชายหาดสีชมพู (Pink Beach) ที่คุณจะต้องแปลกใจด้วยแนวชายหาดสีชมพูนม เราจะบันทึกภาพที่ชายหาดสีชมพูนี้กันจนถึงช่วงสาย ขึ้นเรือและไปกันต่อกที่เกาะเคนาว่า (Kenawa Island) เกาะขนาดเล็กที่ถูกปกคลุมด้วยพุ่มหญ้าสีเขียวขจีทั่วทั้งเกาะ เราจะใช้เวลาที่นี่กันซักพักจากนั้นพาท่านกลับสู่เมือง Labuan Bajo ด้วยเรือ และร่วมถ่ายแสงเย็นกันที่ Bukit Cinta ก่อนเข้าสู่ที่พักเมืองลาบวนบาโจ (Lauan Bajo) ครับ

เกาะรินคา (Rinca Island)
เกาะรินคาแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับเกาะโคโมโดและเกาะฟลอเรส (Flores) และหลังจากที่เราได้เจอกับมังกรโคโมโดมาตลอด 2 เกาะที่ผ่านมาแล้ว เกาะแห่งนี้ยังมีหมูป่า ควาย นก และสัตว์ป่าอนุรักษ์อีกมากกว่า 25 ชนิดด้วยกัน เกาะรินคาแห่งนี้มีพื้นที่เพียง 198 ตารางกิโลเมตร และยังมีสภาพความเป็นอยู่ที่ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากอยู่ห่างไกลจากเกาะที่มีความเจริญนั่นเอง ที่นี่จึงได้กลายเป็นเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าหายากไปโดยปริยาย แม้ว่าที่นี่อาจจะห่างไกลความเจริญไปสักหน่อย แต่ว่าธรรมชาติที่สวยงามรอบตัวจะทำให้เราเพลิดเพลินและผ่อนคลายได้อย่างดีเลยทีเดียว

ชายหาดสีชมพู (Pink Beach)
หากจะบอกว่าที่นี่คือของดีเมืองอินโดฯ ก็ไม่แปลกนัก ชายหาดสีชมพูน่าดึงดูดที่หาชมไม่ได้ง่ายๆ ตัดกับสีฟ้าและฟองคลื่นสีขาวของน้ำทะเลอย่างลงตัว ด้วยเม็ดทรายสีแดงเล็กๆ ที่เกิดจากสัตว์น้ำเซลล์เดียวไม่มีกระดูกสันหลังประเภทแพลงตอน “ฟอร์แรมมินิเฟอรา” (foraminifera) นั่นเอง ซึ่งในเปลือกของแพลงตอนเหล่านี้จะมีแคลเซียมคาร์บอร์เนต เมื่อเหล่าแพลงตอนตายลงเปลือกของพวกมันก็จะถูกคลื่นพัดขึ้นฝั่งและมาปะปนกับเม็ดทรายละเอียดนั่นเอง จึงทำให้ชายหาดแห่งนี้เต็มไปด้วยสีชมพูดสวยงามน่ารัก และโรแมนติกแบบสุดๆ หากว่าเบื่อที่จะเดินเล่นริมหาด ที่นี่ก็ยังสามารถดำน้ำชมปะการังได้อีกด้วยนะ

เกาะเคนาว่า (Kenawa)
สวรรค์เล็กๆ อันงดงามสู่เกาะเคนาว่า เกาะขนาดเล็กจิ๋วแห่งนี้หากมองไกลๆ ก็ดูเหมือนเป็นหนามที่โผล่ขึ้นมาจากมหาสมุทร เนื่องจากมีรูปร่างเป็นเอกลักษณ์ที่คุณจะไม่สามารถพบเห็นได้จากเกาะอื่นๆ ด้วยลักษณะของเกาะที่เป็นทุ่งหญ้าและเนินเขา ลองเดินไปอีกนิดคุณจะพบกับท่าเรือที่สร้างขึ้นจากไม้ ทอดยาวตั้งแต่แนวทุ่งหญ้าลงสู่ทะเล ลองหันหลังกลับเราจะได้พบกับเนินเขาสีทองขนาดเล็กเฝ้ามองเราอยู่ และลองมองไปรอบๆ ตัวเราจะได้เห็นว่า นี่คือการยื่นอยู่ท่ามกลางมหาสมุทรอย่างแท้จริงซึ่งพบได้ที่เกาะเคนาว่าเท่านั้น ไม่ต้องห่วงครับ... เกาะนี้ไม่มีมังกรโคโมโดแต่อย่างไร จึงทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่ผู้คนนิยมมากางเต็นท์อีกแห่งทีเดียว


วันที่ 4:  < วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม 2563 > Rice Field (Ruteng) – Denge Village – Wae Rebo Village 
สำหรับวันนี้เราจะพาท่านถ่ายภาพกันที่ทุ่งข้าวที่เมืองรูเทง (Reteng) กันครับ ที่นี่โดดเด่นด้วยทุ่งข้าวที่มีรูปทรงเหมือนใยแมงมุม ล้อมรอบด้วยภูเขาสีเขียวขจี จนถึงช่วงบ่ายพาท่านสู่หมู่บ้าน Denge Village เพื่อเตรียมตัวเดินเท้าสู่ Wae Rebo Village หมู่บ้านที่มีลักษณะพิเศษด้วยการออกแบบทรงบ้านให้เป็นรูปกรวยด้วยวัสดุจากธรรมชาติ ดูกลมกลืนกับแนวเทือกเขาเป็นที่สุด และเราจะพักผ่อนกันที่หมู่บ้าน Wae Rebo Village เพื่อมองดูธรรมชาติและผ่อนคลายความเหนื่อยล้ากันในคืนนี้ครับ

เมืองรูเทง (Ruteng)
ทุ่งนารูปใยแมงมุมซึ่งถูกล้อมรอบด้วยภูเขาสีเขียวขจีตลอดทั้งปีซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่
เมืองรูเทง เมืองเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในที่ราบสูงทางตะวันตกของเกาะฟลอเรส แม้ว่าที่นี่จะมีผู้คนอาศัยอยู่เป็นจำนวนไม่มากแต่พวกเขาได้รับการฝึกฝนด้านการท่องเที่ยวเป็นอย่างดี การสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนที่นี่ 

Wae Rebo Village
หมู่บ้านที่ยังคงเอกลักษณ์โครงสร้างแบบดั้งเดิม สร้างขึ้นโดยมีรูปแบบเหมือนกรวยคว่ำใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ อันประกอบไปด้วยหญ้าและฟาง กระท่อมทรงกลมบ่งบอกถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับของคนในหมู่บ้าน หมู่บ้านแห่งนี้ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมระดับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิคในปี พ.ศ. 2555 ด้วยการสร้างตามแบบฉบับ Mbaru Niang ดั้งเดิม หมู่บ้าน Wae Rebo นั้นอยู่ห่างจากเทคโนโลยีและความเจริญค่อนข้างมาก เพราะความต้องการนั้นเองจึงทำให้ที่นี่มีความพิเศษกว่าที่อื่น Wae Rebo ถูกล้อมร้อบไปด้วยภูเขาและป่าดงดิบที่หนาทึบ ทว่าอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณไม้ตามแนวป่าไม้เขตร้อน ลองเอียงหูฟังเสียงจากธรรมชาติดูสิ... เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วนั้นช่างไพเราะมาก วางมือถือของคุณลงซะเพราะที่นี่ไม่มีสัญญาณใดๆ เข้ามาถึง อย่าลืมพกเสื้อแจ็คเก็ตไปด้วยเพราะแม้ว่าในหน้าร้อน หมู่บ้านแห่งนี้ก็ยังหนาวเย็นอยู่ดี

วันที่ 5: <วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2563> Wae Rebo Village – Labuan Cermin (Gua Batu Cermin) - Labuan Bajo (at Flores Island) ✈ Denpasar, Bali  ✈ Don Mueang International Airport, Bangkok 
วันนี้เป็นวันที่เราต้องเดินทางกลับกันแล้ว ในช่วงเช้าเราจะถ่ายแสงเช้ากันที่หมู่บ้าน Wae Rebo Village จากนั้นพาท่านกลับมารับประทานอาหารกันบริเวณที่พัก และเก็บสัมภาระของท่านให้เรียบร้อย เราจะพาท่านเดินทางกลับสู่เมือง Labuan Bajo กันในช่วงสาย (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) 

เดินทางถึงสนามบินในช่วงเวลา 15.00 น. โดยประมาณ เพื่อออกเดินทางจากสนามบิน Komodo ด้วยสายการบิน Wings Air เที่ยวบินที่ IW1899 เวลาเครื่องออก 16:00 น. และถึงสนามบิน Denpasar Airport, Bali ในเวลา 17.20 น. ระยะเวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 20 นาที จากนั้นรอต่อเครื่อง 2 ชั่วโมง 20 นาที  จากนั้นเราจะเดินทางกันต่อด้วยสายการบิน Thai Lion Air เที่ยวบินที่ SL259 เวลาเครื่องออก 19.40 น. ระยะเวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง 25 นาที เดินทางถึงสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ เวลาท้องถิ่น 23.05 น. ระยะเวลาเดินทางทั้งสิ้น 8 ชั่วโมง 5 นาที

รายละเอียดค่าบริการ และ การชำระเงิน
อัตราค่าบริการ:
33,000 บาท/ท่าน
(สามารถแบ่งชำระได้ 2 งวด)
พิเศษ!!! สำหรับลูกค้าเก่า Foto Journey ราคาเพียง 29,900 บาท/ท่าน
***ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินเท่านั้น***

เงื่อนไขการจองและการชำระเงิน:
ณ วันที่จอง : ชำระมัดจำงวดแรก 15,000 บาท
ภายในวันที่ 10 กรกฎาคม 2563 : ชำระมัดส่วนที่เหลือทั้งหมด
***โดยบริษัทถือลำดับการชำระเงิน เป็นสำคัญ ในการยืนยันสิทธิ์การเดินทาง สำหรับลูกค้าที่เดินทางท่านเดียว ทางบริษัทจะจัดหารูมเมทให้โดยไม่จำเป็นต้องชำระค่าใช้จ่ายสำหรับพักเดี่ยวแต่อย่างใด***

ค่าบริการนี้รวม:
- ค่าที่พัก (พักห้องคู่)
- ค่าอาหารทุกมื้อ
- ค่าเข้าเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆที่ระบุไว้ในโปรแกรม
- ค่ายานพาหนะโดยรถบัส A/C, น้ำมัน, ที่จอดรถ, ทางด่วนและอื่นๆ ที่ใช้ในการเดินทาง
- ค่าโดยสารทางเรือ เพื่อไปเกาะ Flores, Komodo, Rinca, Padar
- บริการถ่ายภาพและสอนการถ่ายภาพตลอดการเดินทาง
- ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุ วงเงินรวมสูงสุด 2,000,000 บาท เงื่อนไขตามรายละเอียดในกรมธรรม์

ค่าบริการนี้ไม่รวม:
- ตั๋วเครื่องบิน
- ค่าทิป คนขับรถท้องถิ่น (Local Driver) และ ผู้นำทริปท้องถิ่น (Local Tour Leader)
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ นอกเหนือรายการ เช่น ค่าinternet ค่าเครื่องดื่ม มินิบาร์ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด เป็นต้น
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดการณ์

 

การชำระเงินค่าเดินทาง :
สามารถโอนเงินเข้าบัญชี
ธ.กสิกรไทย    เลขที่บัญชี 037-2-57628-6 หรือ

ธ.ไทยพาณิชย์  เลขที่บัญชี 408-825346-9 


ชื่อบัญชี บริษัท โฟโต้ เจอร์นี่ จำกัด
หลังจากโอนเงินแล้ว กรุณาส่งใบโอนเงินไปที่ 

Line@: @FotoJourney หรือ

คลิก! Line : https://lin.ee/62Sr8ZV หรือ 

Inbox Facebook: FotoJourneyTH 

ข้อมูลและลักษณะของทริปที่สำคัญ
- ทริปนี้มีลักษณะเป็น Photo Trip จะเน้นถ่ายรูปแสงเช้า แสงเย็น เป็นหลัก ดังนั้น แผนเดินทางอาจจะมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อให้ทุกท่านได้ถ่ายภาพตามให้มากที่สุด
- ยานพาหนะ มีข้อจำกัดเรื่องต้องเก็บสัมภาระพร้อมการเดินทาง จึงขอความกรุณานำกระเป๋าขนาดใหญ่ไม่เกิน 26 นิ้วต่อ 1 ท่าน และ กระเป๋าหิ้วน้ำหนักไม่เกิน 7 กก ต่อ 1 ท่าน
- บริการจัดการจองตั๋วเครื่องบิน
กรณีให้ Foto Journey (FJ) ออกบัตรโดยสาร จะเป็นการจองที่นั่งบัตรโดยสารผ่านระบบ GDS ( Global Distribution System ) มีระยะเวลาในการออกบัตรโดยสาร (โอนเงินค่าตั๋วฯ) ภายใน 48-72 ชั่วโมง 
ซึ่งต่างจากราคาบนหน้าเว็ปไซด์ ที่เป็น Real Time Rate ที่ขึ้น-ลง ตามสายการบิน 
โดยรับบริการจองตั๋วเครื่องบิน ตั้งแต่วันที่ทริปนั้นยืนยันการออกเดินทาง จนถึง 30 วันก่อนกำหนดวันเดินทางในทริปนั้นๆ

ข้อมูลที่จำเป็น ในการสำรองที่นั่ง ผ่านระบบ GDS  
1.ชื่อ - นามสกุล ตามหน้าหนังสือเดินทาง
2.Frequent Flyer Number หรือบัตรสะสมไมล์ 
3.ระบุที่ั่นั่งที่ต้องการ เช่น ริมทางเดิน ริมหน้าต่าง อาจมีค่าใช่จ่ายเพิ่มขึ้นตามเงื่อนไขของสายการบิน 
4.หลังจากสำรองที่นั่งแล้ว ทาง Foto Journey (FJ) จะแจ้งราคาบัตรโดยสารที่ไม่มีธรรมเนียมค่าบริการ 
5.สมาชิกโอนเพื่อออกบัตรโดยสารภายในวันเวลาที่กำหนด เพื่อป้องกัน ฺBooking จะ Auto Cut 
6.กรณีโอนเงินไม่ทันตามกำหนด และมีการสำรองที่นั่งใหม่ อาจมีราคาที่เท่าเดิม หรือ สูงขึ้นกว่าเดิม ขึ้นอยู่กับสถานะของที่นั่งในช่วงเวลานั้น ๆ 

เงื่อนไขการยกเลิกทริป
กรณีที่ลูกค้าไม่สะดวกเดินทางและมีความจำเป็นต้องยกเลิกการเดินทาง และมีการยกเลิกการเดินทาง
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 90 วัน หัก 15,000 บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 45-90 วัน หัก 21,000บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 15-45 วัน หัก 27,000 บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 15 วัน ไม่สามารถคืนเงินได้ยกเว้นเงินรีฟันด์ตั๋วเครื่องบินให้ลูกค้าตามเงื่อนไขของสายการบินนั้นๆ
หมายเหตุ : ในกรณีที่ค่าทริปรวมตั๋วเครื่องบิน บริษัทจะทำการคืนเงินรีฟันด์ตั๋วเครื่องบินให้ลูกค้าตามเงื่อนไขของสายการบินนั้นๆ
ในกรณีที่ประเทศที่ไปต้องมีการของวีซ่า การยกเลิกทริปเนื่องจากลูกค้ายื่นวีซ่าไม่ผ่านหลังจากชำระมัดจำทริปแล้ว ให้ใช้เงื่อนไขเดียวกับการยกเลิกทริปโดยลูกค้า แนะนำให้ลูกค้าหลังจากจองทริปไปแล้วควรไปขอวีซ่าแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะเมื่อเกิดปัญหาเรื่องวีซ่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ง่ายกว่าการขอวีซ่าแบบกระชั้นชิด

กรณีที่บริษัทฯ ยืนยันการออกเดินทางแล้ว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายตามที่ระบุไว้

กรณีที่ท่านยกเลิกการเดินทาง และ มีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯกำหนด เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อบริษัทฯ และ ผู้เดินทางท่านอื่นๆที่เดินทางในคณะเดียวกัน บริษัทฯต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่างๆที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน

ความรับผิดชอบ และ เงื่อนไขอื่นๆ
ในกรณีที่ทริปต้องถูกยกเลิกการเดินทาง ด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ เช่น เกิดการก่อการร้าย เกิดความไม่สงบ เกิดการประท้วง เกิดจากภัยธรรมชาติทำให้ไม่สามารถเดินทางได้ หรือเหตุอื่นๆที่ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย โดยถือว่าการตัดสินใจยกเลิกการเดินทางเป็นสิทธิ์ขาดของทางบริษัท ทางบริษัทยินดีที่จะคืนค่าทริปที่ลูกค้าจ่ายมาทั้งหมด ยกเว้นค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก หรืออื่นๆที่มีการดำเนินการชำระเงินไปแล้ว
บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ที่เกิดจากความล่าช้าของสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง การปฏิเสธการเข้าเมือง การโดนกักตัว หรือถูกส่งตัวกลับ ความเสียหายหรือสูญหายของกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าใบเล็ก หรือของมีค่าส่วนตัวของท่านระหว่างการเดินทาง โดยสิทธิประโยชน์ของท่านจะได้รับตามกรมธรรม์ประกันการเดินทางที่ระบุความรับผิดชอบไว้เท่านั้น ทั้งนี้ บริษัทฯ จะยืดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสําคัญ แต่ไม่สามารถคืนเงินค่าทริปให้ท่านได้
และหากเกิดเหตุสุดวิสัยดังต่อไปนี้ ทางบริษัทไม่อาจรับผิดชอบต่อความเสียหายต่างๆ ที่อยู่เหนือการควบคุมของเจ้าหน้าที่บริษัทฯ อาทิ
o การนัดหยุดงาน การจลาจล เปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาในตารางบิน ภัยธรรมชาติ ฯลฯ หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้น ทั้งทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ฯลฯ
o การตอบปฏิเสธการเข้าและออกเมืองของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าหรือออกเมือง อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฏหมาย หรือเอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง หรือการถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ
o  การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากสายการบินเช่น การยกเลิกเที่ยวบิน / เครื่องดีเลย์ / กระเป๋าสัมภาระมาไม่ครบ / การขึ้นราคาค่าตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น
o บริษัทฯ มีสิทธ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
o หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวจะสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์และจะไม่รับผิดชอบค่าบริการที่ ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
o บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการห้ามออกนอกประเทศ หรือ ห้ามเข้าประเทศ อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่น
o กรณีเกิดความผิดพลาดจากตัวแทน หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนมีการยกเลิก ล่าช้า เปลี่ยนแปลง การบริการจาก สายการบิน บริษัทขนส่ง หรือ หน่วยงานที่ให้บริการ บริษัทฯ จะดำเนินโดยสุดความสามารถที่จะจัดบริการทัวร์อื่น ทดแทนให้ แต่จะไม่คืนเงินให้ สำหรับค่าบริการนั้นๆ
o มัคคุเทศก์ พนักงาน และตัวแทนของบริษัท ฯ ไม่มีสิทธิ์ในการให้คำสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นแทนบริษัทฯ นอกจากมีเอกสาร ลงนามโดยผู้มีอำนาจของ
บริษัทฯ กำกับเท่านั้น

 

  • White Facebook Icon
  • White Instagram Icon
  • White YouTube Icon

Foto Journey Co., Ltd

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/09199