"Complete your frame....

with a great Journey"

“ Silk Road & Autumn in Pakistan "

Foto Journey ยินดีพาท่านไปชมปลายทางที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย เมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ “ปากีสถาน ใบไม้เปลี่ยนสี” ตั้งอยู่ทางทิศเหนือคือเทือกเขาหิมาลัยอันยิ่งใหญ่ 

Karakoram Highway (คาราโครัมไฮเวย์) ทางหลวงที่สูงที่สุดในโลก และเป็นอดีตเส้นทางค้าขายเก่าในอดีตกาลหรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Silky Road (เส้นทางสายไหม) ซึ่งเป็นหนึ่งในความสำเร็จด้านวิศวกรรม

ความงามตามธรรมชาติของ Hunza Valley (หุบเขาฮุนซ่า) สูงกว่าระดับน้ำทะเล 2,500 เมตร เป็นเมืองโบราณที่อยู่ในหุบเขาซึ่งห่างไกลจากมลพิษ  อุดมสมบูรณ์ได้ด้วยหุบเขาผลไม้ และแม่น้ำสีเทอควอยซ์ แวดล้อมด้วยเทือกเขาหิมาลัย ที่ปกคลุมด้วยหิมะ สัมผัสอากาศแสนจะบริสุทธิ์

มุ่งสู่ Fairy Meadows สถานที่ที่สวยงามราวกับฝัน จนขึ้นชื่อว่าเป็นทุ่งหญ้าในเทพนิยาย ที่ใครหลายคนใฝ่ฝันว่าสักครั้งต้องมาเยือนที่นี่ให้ได้ 

...ร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของบันทึกแห่งความยิ่งใหญ่ของ 3 เทือกเขาซึ่งมีจุดเชื่อมต่ออยู่ที่ Jaglot สถานที่ที่เราสามารถถ่ายภาพเทือกเขาหิมาลัย เทือกเขาคาราโครัม และเทือกเขาฮินดูกูช รวมเฟรมกันได้ในครั้งเดียว

ภูเขา Nanga Parba ยอดเขาที่สูงเป็นอันดับ 9 ของโลก และ สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชาวปากีสถาน; 1 ในประเทศที่ติดอันดับอารยธรรมเก่าแก่ของโลก

และที่สำคัญเราจะพาทุกท่านไปถ่ายรูปในหลายประสบการณ์ หลากเทคนิค โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการภาพถ่าย (Photo Specialist) สอนถ่ายภาพตั้งแต่ระดับพื้นฐาน คอยแนะนำเทคนิค, มุมมอง, องค์ประกอบภาพ รวมถึงการให้คำปรึกษาวิเคราะห์ภาพที่ถ่ายอย่างเป็นกันเอง และ เข้มข้น

HIGHLIGHT:

•    Fairy Meadows สถานที่ที่สวยงามราวกับฝัน จนขึ้นชื่อว่าเป็นทุ่งหญ้าในเทพนิยาย ที่ใครหลายคนใฝ่ฝันว่าสักครั้งต้องมาเยือนที่นี่ให้ได้ 

•    “คาราโครัมไฮเวย์" (Karakoram Highway) ทางหลวงที่สูงที่สุดในโลก และเป็นอดีตเส้นทางค้าขายเก่าในอดีตกาลหรือที่เรารู้จักกันในชื่อ เส้นทางสายไหม (Silky Road) ซึ่งเป็นหนึ่งในความสำเร็จด้านวิศวกรรม

•    “หุบเขาฮุนซ่า” (Hunza Valley) สูงกว่าระดับน้ำทะเล 2,500 เมตร เป็นเมืองโบราณที่อยู่ในหุบเขาซึ่งห่างไกลจากมลพิษ  อุดมสมบูรณ์ได้ด้วยหุบเขาผลไม้ และแม่น้ำสีเทอควอยซ์   แวดล้อมด้วยเทือกเขาหิมาลัย ที่ปกคลุมด้วยหิมะ สัมผัสอากาศแสนจะบริสุทธิ์ 

•    “สะพานแขวน ฮัซซานี่” (Hussaini Hanging Bridge) ถูกจัดอันดับให้เป็นสะพานที่อันตรายที่สุดในโลก และเป็นจุดแลนด์มาร์กที่สำคัญของประเทศปากีสถาน สะพานสุดเสียว และเร้าใจ แห่งนี้ ใช้ข้ามแม่น้ำ Hunza  อยู่ใกล้กับหมู่บ้าน Hussaini ทางตอนเหนือของปากีสถาน 

•    “พาสสุ กลาเซียร์” (Passu Glacier) ธารน้ำแข็งที่เกิดจากหิมะทับถมกับมาหลายร้อยปี มีความยาวกว่า 20 กิโลเมตร 

•    “นังกาปาร์บัต” (Nanga Parbat) ยอดเขาที่สูงเป็นอันดับ 9 ของโลก มีความสูงถึง 8,126 เมตร (26,660 ฟุต) สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชาวปากีสถาน 1 ในประเทศที่ติดอันดับอารยธรรมเก่าแก่ของโลก

•    “มัสยิด Faisal” (Faisal Mosque) มัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งแต่ปี 1986 จนถึงปี 1993 เป็นลักษณะสถาปัตยกรรมร่วมสมัยและมีอิทธิพลของสถาปัตยกรรมอิสลาม ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงของแผ่นดินกับฉากหลังอันงดงามของอุทยานแห่งชาติ
 

รายละเอียดการเดินทาง:

วันที่ 1 <เสาร์ที่ 22 มิถุนายน 2562 Bangkok ✈  France - La Sainte Chapelle - Cathedrale Notre Dame de Paris- Montparnasse>
ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 00.05 ด้วยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG930 ไปยังเมืองปารีส ประเทศ ฝรั่งเศส เครื่องลงเวลา 07.05 น. วันเดียวกัน
สถานที่แวะเที่ยวชมและเก็บภาพในวันนี้ ได้แก่ โบสถ์ La Sainte-Chapelle (เข้าชมด้านใน), โบสถ์ Cathedrale Notre Dame de Paris (เยี่ยมขมจากด้านนอก), ตึก Montparnasse (ขึ้นตึกเพื่อเก็บภาพเมืองปารีส)

โบสถ์ La Sainte-Chapelle
เรียนรู้การถ่ายภาพสถาปัตยกรรม แบบ Low Light ที่ โบสถ์แซงท์ ชาแปลล์ (Saint Chapelle) ซึ่งมีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบแรยอน็อง(Rayonnant)ที่สวยงามมากที่สุดในยุคโกธิค ภายในมีลวดลายกระจกที่มีความสวยงามอันตื่นตาตื่นใจ ตกแต่งด้วยสีสันอันโดดเด่น บรรยากาศสุดแสนสงบ เป็นผลงานเชิงศิลปะสุดแสนคลาสสิคที่หาชมได้ยาก

โบสถ์ Cathedrale Notre Dame de Paris 
มหาวิหารแห่งแรกที่สร้างในสไตล์โกธิค คำว่า Notre Dame แปลว่า พระแม่เจ้า (Our Lady) เป็นคำที่ชาวคาทอลิกใช้เรียก พระนางมารีย์พรหมจารี แต่เดิมโบสถ์แห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นตรงที่ของชาวโรมัน ซึ่งชาวโรมันสร้างวัดขึ้นมาเพื่อบูชาเทพจูปิเตอร์ จากนั้นเลยมาสร้างให้เป็นโบสถ์

ตึก Montparnasse
ตึก มงต์ปาร์นาส (Montparnasse) เป็นตึกระฟ้าเพียงไม่กี่แห่งในปารีส ทำให้ทัศนียภาพจากหอสังเกตการณ์บนชั้น 56 ในวันที่อากาศปลอดโปร่ง เราสามารถมองได้ไกลถึง 40 กม. ในทุกทิศทาง เราจะเยี่ยมชมหอสังเกตการณ์ในยามค่ำ เพื่อชมเมืองและหอไอเฟลยามประดับด้วยแสงไฟ ผู้คนมักจะชอบตึกมงต์ปาร์นาสมากกว่าหอไอเฟล เพราะว่าเดินทางน้อยกว่าและมีวิวที่สวย

หอไอเฟล (Eiffel Tower)
หอไอเฟล (Eiffel Tower) เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญ ของประเทศฝรั่งเศส ในทริปนี้เราจะไปหามุมถ่ายภาพหอไอเฟสในหลายรูปแบบ หลากเทคนิค 
หอไอเฟลเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งชื่อตามกุสตาฟ ไอเฟลสถาปนิกและวิศวกรชั้นนำของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ออกแบบหอคอยนี้ หอไอเฟลสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ของงานแสดงสินค้าโลก ในปี ค.ศ. 1889 (Exposition universelle de Paris de 1889) เพื่อแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของประเทศฝรั่งเศส ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และความสวยทางศิลปะสถาปัตยกรรม หอคอยสูงงดงามแห่งนี้เป็นดาวเด่นที่สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงาน ซึ่งต่อมาได้รู้จักในนามหอไอเฟลและกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของกรุงปารีส และใน ค.ศ. 2006 นักท่องเที่ยวกว่า 6,719,200 คนได้เข้าเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ และกว่า 200,000,000 คนตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง ส่งผลให้หอไอเฟลเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีคนเข้าชมมากที่สุดต่อปีอีกด้วย หอไอเฟลสูง 324 เมตร (1,063 ฟุต) หรือสูงเท่ากับตึก 81 ชั้น

 


วันที่ 2 <วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 2562 Paris - Clearmont Ferran - Puy de Sancyn (Auvergne) - Clearmont Ferran>
วันนี้เป็นวันเดินทางลงทางตอนใต้ของฝรั่งเศศ สถานที่แวะเที่ยวชมและเก็บภาพในวันนี้ ได้แก่ เมือง Clearmont Ferran, หุบเขา Puy de Sancy

Clearmont Ferran (แคลร์มอง เฟอร์ครองด์)
แคลร์มอง เฟอร์ครองด์ เมืองอันเก่าแก่ และเป็นศูนย์กลางในฐานะเมืองหลวงแห่งแคว้นโอแวร์ญ โดยแต่เดิมเมืองแห่งนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 เมืองคือ 
แคลร์มอง และ เฟอร์ครองด์ ซึ่งเป็นเมืองที่เป็นอริกันมาอย่างยาวนาน จนกว่าจะมารวมเป็นหนึ่งในปี ค.ศ. 1630
บริษัทมิชลินเป็นบริษัทผลิตยางรถยนต์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาอย่างยาวนานนับ 100 ปี แต่น้อยคนนักที่จะรู้จักแหล่งต้นกำเนิด หรือที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทยางรถยนต์ชื่อดังแห่งนี้ ซึ่งแท้จริงแล้วบริษัทมิชลินมีต้นกำเนิดขึ้นครั้งแรกที่เมืองแคลร์มอง เฟอร์ครองด์ และได้มีการขยายสาขาไปทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน

หุบเขา Puy de Sancy
เป็น 1 ใน 10 ของวิวยอดภูเขาที่สวยที่สุด ในเขต Auvergne (แค้วนโอแวร์ญ), ประเทศฝรั่งเศส 
Puy de Sancy ("Mount of the Cross") เป็นเทือกเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาแม็กซิฟเซ็นทรัล เนินเขาทางตอนเหนือและทางใต้ใช้สำหรับเล่นสกี


วันที่ 3 < วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2562 Clearmont-Ferrand – Provence - Valensole - Provence>
เดินทางต่อไปยัง แคว้นโพรวองซ์ (Provence) เมือง Valensole เพื่อชื่นชมความงามของ ทุ่งดอกลาเวนเดอร์


โพรวองซ์ (Provence) ดินแดนทางตอนใต้ของฝรั่งเศสที่อยู่ติดกับอิตาลี สภาพภูมิประเทศที่สามารถแบ่งได้เป็น 3 ส่วนตามชื่อ เขตการปกครองอย่างเป็นทางการที่ว่า โพรวองซ์-แอลป์-โกตดาซูร์ (Provence-Alps-Côte d’Azur) นั่นคือ เขตโพรวองซ์ หรือกลุ่มเมืองบนเนินเขา ที่เชื่อมระหว่างเทือกเขาแอลป์เข้ากับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเข้าไว้ ด้วยกัน ชาวเมืองเหล่านี้มีอาชีพหลักคือการปลูกทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ปะปนไปกับการทำไร่องุ่นเพื่อผลิตไวน์ ซึ่งทิวทัศน์อันสวยงามที่ว่า ได้เคยดึงดูดศิลปินที่มีชื่อเสียงอย่างเซซานน์ (Cézanne) และแวน โก๊ะห์ (Van Gogh) ให้มาปักหลักใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาแล้ว ส่วนที่สองคือส่วนเทือกเขาแอลป์ ที่โดดเด่นเรื่องกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ นอกจากสกีรีสอร์ตกว่า 300 แห่ง แล้วเขตนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อย่างการขี่ม้าชมเขา ปีนเขา ขี่จักรยาน รวมไปถึงการเล่นเครื่องร่อน เขตสุดท้ายคือโกต-ดาซูร์ กลุ่มเมืองริมชายฝั่งทะเล (โกต ดาซูร์ ภาษาฝรั่งเศสแปลว่าชายฝั่งสีน้ำเงิน) หรือที่รู้จักกันในนาม “เฟรนช์ ริเวียร่า” (French Riviera) ที่มีเมืองชื่อคุ้นหูอย่างนีส (Nice) คานน์ (Cannes) และกราสส์ (Grasse)

ล็อกซิทาน (L’Occitane) 
ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องหอมที่มีชื่อเสียงที่รู้จักกันดีในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดเกิดจากวัตถุดิบที่หาได้ในเขตโพรวองช์ บริษัทนี้ตั้งโดย โอลิวิเย่ โปซอง (Olivier Baussan) ในปี พ.ศ. 2519 โอลิวิเย่โปซองเป็นชาวโพรวองช์ ก่อตั้งล็อกซิทานโดยที่ไม่มีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับเรื่องผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องหอมเลย 
เพราะโอลิวิเย่หลงรักในน้ำหอมและดอกไม้ นี่คือความสำเร็จของล็อกซิทาน เพราะเบื้องหลังของผลิตภัณฑ์มีเรื่องราวเป็นพื้นฐานเกี่ยวกับพันธุ์ไม้ต่างๆ และสืบทอดกันมาหลายรุ่น จนตอนนี้ล็อกซิทานจึงได้นำประเพณีเก่าๆ กลับมาใช้ 
     
วันที่ 4 <วันอังคารที่ 25 มิถุนายน 2562 Provence - Valensole - Provence>
ตื่นเช้าไปรับแสงแรกท่ามกลางทุ่งดอกลาเวนเดอร์ และไปเก็บแสงเช้า ช่วงสายเราจะพาท่านไปทานอาหาร และพักผ่อนตามอัธยาศัย 
ช่วงเย็นเราจะไปเก็บแสงเย็นที่ทุ่งลาเวนเดอร์อีกครั้งในมุมใหม่ และเดินทางกลับสู่ที่พัก


วาลองโซล (Valensole)
เมือง Valensole แหล่งปลูกลาเวนเดอร์ที่มากที่สุดและใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศส ถึงแม้ลาเวนเดอร์จะมีมากกว่า 30 สายพันธุ์แต่ที่มีในแคว้นโพรวองซ์ จะเป็นพันธุ์ True Lavender ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีคุณภาพดีมาก และปลอดภัย มีกลิ่นที่เรียกว่าหอมหวานที่สุดและเหมาะสำหรับใช้ในอโรมาเทอราพี สามารถใช้กับเด็กเล็กได้ หากแต่ราคาก็จะสูงด้วย ซึ่งพันธุ์นี้จะขยายพันธุ์และเจริญเติบโตในระดับความสูง 700 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล และชอบขึ้นในที่แห้ง แถมยังทนต่ออากาศหนาวได้ดีแม้อุณหภูมิ ติดลบถึง 15 องศาเซลเซียส แต่สำหรับผลิตภัณฑ์ที่นำมาสกัดทำสบู่ หรือเครื่องสำอางและที่ใช้ในครัวเรือนทั่วไปเห็นจะเป็นพันธุ์ Lavandin เป็นพืชพันธุ์ผสมระหว่าง True Lavender กับ Spike Lavender ให้ผลผลิตน้ำมันหอมระเหยได้มาราว ๆ สองเท่า ของ True Lavender น้ำมันที่ได้จาก Lavandin จึงราคาถูกกว่า ซึ่งพันธุ์นี้จะพบเห็นได้ทั่ว ในระดับความสูงกว่าน้ำทะเล ระหว่าง 400-600 เมตร และยังมีบางสายพันธุ์ที่ไม่ได้นำมาสกัด แต่ปลูกไว้เพื่อความสวยงามด้วย สำหรับเครื่องสำอางบางยี่ห้อที่มีชื่อเสียงในแคว้นนี้จะใช้ลาเวนเดอร์แท้ที่มีคุณภาพสูง พันธุ์ (Lavandula Angustifolia and Lavandula Stoechas) 

วันที่ 5 <วันพุธที่ 26 มิถุนายน 2562 Provence – Marseille ✈  Paris – Louvre>

นำท่านเดินทางไปสนามบิน Marseille เพื่อเดินทางไปยัง Paris และ เยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ Louvre (จากด้านนอก)

พิพิธภัณฑ์ Louvre
สิ่งที่ไม่ควรพลาดสำหรับช่างภาพ คือการถ่ายภาพพีระมิดแก้ว และ ตัวอาคารลูฟร์ อันเป็นพระราชวังเก่า มีความสวยงามอย่างหาตัวจับยาก ทำให้บางคนถึงกับขนานนามว่าลูฟร์ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่สวยที่สุดในโลก และในทริปนี้เราจะพาเข้าชมภายในพิพิธภัณฑ์ ที่ได้รวบรวม ภาพวาด โมนาลิซ่า อันโด่งดังของจิตรกรเอก ลีโอนาโด ดาวินชี่ รวมถึงประติมากรรมหินอ่อนแกะสลักรูปเทพีวีนัส หรือเทพีแห่งความรักของกรีกโบราณ คาดว่ามีอายุกว่า 2100 ปี แม้ว่าแขนทั้งสองข้างของรูปปั้นจะขาดไป ยังมีอีกหลายอย่างที่ไม่ควรพลาด


วันที่ 6 <วันพฤหัสที่ 27 มิถุนายน 2562 Paris - Etretat, Normandy - Mont Saint-Michel>
วันนี้เราจะออกเดินทางไปทางตอนเหนือของปารีส เมืองที่ติดริมทะเล และเป็นเมืองแห่งวัน D Day ของทหารพันธมิตรที่ยกพลขึ้นบกที่แคว้น Normandy เยี่ยมชมและถ่ายภาพ ผาโค้ง Etretat, Normamdy, วิหารกลางน้ำ Mont Saint-Michel

ผาโค้ง Etretat, Normamdy
ความพิเศษของผาโค้ง เอทเทรทาท์ ในนอร์มองดี คือความโดดเด่นของผาหินที่หากหามุมถ่ายภาพได้ดี จะได้ภาพผาเหมือนช้างตัวยักษ์กำลังเอางวงจุ่มลงน้ำ บางทีที่นี่ได้ ชื่อว่าผาช้าง นอกนั้นอาจจะมีโบนัสพิเศษหากวันและเวลาที่เราไปถึง น้ำลงมากๆ เราสามารถเดินลงไปชมสุสานหอยนางรมได้อีก ชายหาดจะไม่ยาวนักเพราะถูกขนาบด้วยหน้าผา วัดระยะได้เพียงประมาณ 400 เมตร และยังเป็นหาดหินไม่ใช่หาดทราย กับบรรยากาศอันแสนจะสงบมีมวลนกนางนวลบินผ่านเป็นระยะกลับทำให้ที่นี่มีเสน่ห์อย่างน่าทึ่ง

วิหารกลางน้ำ Mont Saint-Michel
Mont Saint-Michel แปลว่า “เนินเขาแห่งเซนต์ไมเคิล” เป็นวิหารคริสต์ที่สร้างอยู่บนเกาะกลางทะเลริมชายฝั่งแคว้นนอร์มังดี และเมื่อน้ำลดก็สามารถเดินจากชายฝั่งไปยังวิหารแห่งนี้ได้เลย มองแซงมิเชล ถูกยกให้เป็น “สิ่งมหัศจรรย์ของโลกตะวันตก” (Wonder of the Western World) และเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศฝรั่งเศส และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก 
เดิมทีเกาะแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า “มงตงบ์ (Mont Tombe)” ตามตำนานเล่าว่าวิหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นจากการเข้าฝันนักบุญโอแบร์ บิชอปโดยเทวดามีแชล ซึ่งนักบวชท่านนี้ไม่เชื่อในทีแรกจนการเข้าฝันในครั้งที่ 3 เทวดามิเชลได้ใช้นิ้วจิ้มที่หัวของโอแบร์ หลังตื่นขึ้นมาเค้าก็ต้องตกตะลึงว่ามีร่องรอยบนหัวของเค้าจริงๆ ทำให้เกิดความเชื่อทั้งยังเริ่มก่อสร้างวิหารในที่สุด  ภายหลังในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศสวิหารได้กลายมาเป็นที่คุมขังนักโทษทางการเมือง กระทั่งวิกตอร์ อูโกผู้มีบทบาทสำคัญในการรณรงค์ยกเลิกการเป็นสถานที่คุมขังและได้มีการบูรณะจนกลายมาเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในที่สุด ตัววิหารถูกก่อสร้างด้วยหินแกรนิตนับว่าเป็นปราการธรรมชาติในยุคกลางที่มีความสูงถึง 155 เมตร บนยอดของวิหารมีรูปปั้นทูตสวรรค์มิคาเอล สร้างโดยโดยประติมากรผู้มีชื่อเสียงโด่งดังนามว่า “เอมานูแอล เฟรมีเย (Emmanuel Frémiet)”

วันที่ 7 < วันศุกร์ 28 มิถุนายน  2562 Mont Saint - Michel - Paris>
เยี่ยมชมและถ่ายภาพ วิหารกลางน้ำ Mont Saint-Michel ทั้งจากทางด้านนอกและภายใน ก่อนเดินทางกลับปารีส


วันที่ 8 < วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2562 Paris - Bangkok>
เดินทางออกจากประเทศฝรั่งเศส ด้วยสายการบิน Thai Airways ด้วยเที่ยวบินที่ TG931 ออกเดินทางเวลา 13.40 น. Direct Flight


วันที่ 9 <วันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม 2562 Bangkok>
เดินทางถึงเมืองไทยช่วงเช้าในเวลา 05.55 โดยสวัสดิภาพ

 

รายละเอียดค่าบริการ และ การชำระเงิน

อัตราค่าบริการ: ราคาปกติ 58,000  พิเศษ!!! สำหรับสมาชิก ราคาเพียง 54,900 บาท 
(ราคานี้ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ, ค่าอาหารกลางวัน-เย็น, ค่าทำวีซ่า)

เงื่อนไขการจองและการชำระเงิน:

ณ วันที่จอง : ชำระมัดจำงวดแรก 15,000 บาท
ภายในวันที่ 5 เมษายน 2561 : ชำระมัดจำงวดที่สอง 25,000 บาท
ภายในวันที่ 5 พฤษภาคม 2561 : ชำระมัดส่วนที่เหลือทั้งหมด
***โดยบริษัทถือลำดับการชำระเงิน เป็นสำคัญ ในการยืนยันสิทธิ์การเดินทาง สำหรับลูกค้าที่เดินทางท่านเดียว ทางบริษัทจะจัดหารูมเมทให้โดยไม่จำเป็นต้องชำระค่าใช้จ่ายสำหรับพักเดี่ยวแต่อย่างใด***

 

ค่าบริการนี้รวม:

- ตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ
- ค่าที่พักตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่)
- ค่ายานพาหนะที่ใช้เดินทาง
- ค่าขึ้นตึก Montparnasse
- บริการถ่ายภาพและสอนการถ่ายภาพตลอดการเดินทาง
- ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุ วงเงินรวมสูงสุด 2,000,000 บาท เงื่อนไขตามรายละเอียดในกรมธรรม์

 

ค่าบริการนี้ไม่รวม:

- ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศไปกลับ BKK-Paris และ Paris-BKK
- ค่าอาหารตลอดการเดินทาง (ยกเว้นอาหารบางมื้อที่ทางบริษัทบริการจัดไว้ให้) (ประมาณค่าใช้จ่ายต่อวัน 1,000-1,500 บาท แล้วแต่อาหารที่เลือกรับประทาน)
- ค่าวีซ่าเข้าประเทศฝรั่งเศส 
- ค่าทิปพนักงานบริการ(ถ้ามี)
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ นอกเหนือรายการ เช่น ค่าเครื่องดื่ม มินิบาร์ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด เป็นต้น
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดการณ์
   *** ทางบริษัทบริการจัดการจองตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศให้ได้ โดยทางเราจะคิดค่าใช้จ่ายตามจริงไม่มีบวกค่าบริการใดๆ***

การชำระเงินค่าเดินทาง :
สามารถโอนเงินเข้าบัญชี
ธ.กสิกรไทย    เลขที่บัญชี 037-2-57628-6 หรือ

ธ.ไทยพาณิชย์  เลขที่บัญชี 408-825346-9 


ชื่อบัญชี บริษัท โฟโต้ เจอร์นี่ จำกัด
หลังจากโอนเงินแล้ว กรุณาส่งใบโอนเงินไปที่ 

Line@: @FotoJourney หรือ

คลิก! Line : https://line.me/R/ti/p/%40fotojourney หรือ 

Inbox Facebook: FotoJourneyTH 

กำหนดการเดินทาง: 30 ตุลาคม – 8 พฤศจิกายน 2563 (10 วัน, ลางาน 5 วัน)

จำนวนสมาชิก: 14 ท่าน 
ผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพ (Photo Specialist, PS): 2 ท่าน  (สมาชิก 7: PS 1)​
ผู้นำทริปท้องถิ่น (Local Tour Leader): 1 ท่าน
ผู้ขับรถท้องถิ่น (Local Driver): 1 ท่าน

 

ายละเอียดเส้นทางการบินระหว่างประเทศ: สายการบิน Thai Airways International

ขาไป
เดินทาง วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563 ด้วยเที่ยวบินที่ TG349
TG349 >>> Bangkok (BKK) –  Islamabad (ISB) เวลา 18:45 – 22:20 น. (ระยะเวลาการเดินทาง 5 ชม. 35 นาที)
ขากลับ
เดินทางวันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน 2563 ด้วยเที่ยวบินที่ TG350
TG350 >>> Islamabad (ISB) – Bangkok (BBK) เวลา 23:30 – 06:15 น. +1 Day (ระยะเวลาการเดินทาง 4 ชม. 45 นาที)
เดินทางถึงเมืองไทยช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน ในเวลา 06:15 น

***ออกตั๋วหลังจากได้รับยืนยันการออกทริป จากทางบริษัทฯเท่านั้น***
***บริการจัดการจองตั๋วเครื่องบิน โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม… รายละเอียดสามารถดูในหัวข้อ “ข้อมูลและลักษณะของทริปที่สำคัญ” ด้านล่าง***

รายละเอียดการเดินทาง:

วันที่ 1: <วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2563>  Bangkok – Islamabad - Mansehra
ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิด้วยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG349 (Direct Flight) เวลาเครื่องออก 18:45 น. ระยะเวลาเดินทาง 5 ชม. 35 นาที และถึงสนามบิน Islamabad ประเทศปากีสถาน เวลาท้องถิ่น 22:20 น. โดยเวลาที่ประเทศปากีสถานช้ากว่าประเทศไทย 2 ชม.
เมื่อรับกระเป๋าจากสายพานและผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว เดินทางเข้าที่พัก ณ เมืองแมนเซห์ระ (Mansehra) (มี Wifi)
 
วันที่ 2: <วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 2563> Mansehra – Naran – Babusar Top - Lulusar Lake  - Chilas
 วันนี้ตื่นเช้ากันหน่อยนะครับ เพราะ มีหลายที่ๆให้ได้เที่ยวและเก็บภาพ ซึ่งตั้งใจจะให้เก็บความประทับใจให้ได้มากที่สุด โดยเราจะเริ่มออกเดินทางเวลา 6:00 น. รับประทานอาหารเที่ยงที่ Naran และพักค้างคืนกันที่ Chilas
ตลอดการเดินทาง ผ่าน หมู่บ้านต่างๆ ท่ีมีวิวทิวทัศน์รวมถึงชมความเป็นอยู่ ของชาวบ้าน รวมถึงสัตว์เล้ียง เช่นแพะ แกะ ลา ท่ีเดินเล่นและ กินยอดหญ้า ตามไหล่เขา อันเขียวขจี
โดยช่วงบ่ายจะแวะเก็บภาพกันที่ Lulusar Lake ท่ีมีสีเขียวมรกต และ สวยระยิบ ระยับ เม่ือสะท้อนกับแสงอาทิตย์ท่ีสาดส่องลงมากระทบกับสายน้ำ, Babusar Pass, Babusar Top
หลังจากเก็บภาพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รับประทานอาหารเย็น และเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัยที่เมือง Chilas (มี Wifi)
 
Naran
นาราน เมืองขนาดเล็กตั้งอยู่ตอนบนของหุบเขา Kaghan ที่ระดับความสูง 2,409 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีอากาศแบบชื้น ซึ่งมีฝนตกหนักในฤดูร้อนและมีหิมะตกหนักในฤดูหนาว อย่างไรก็ตามสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีให้หลังซึ่งมีผลทำให้หิมะตกน้อยลง แต่ก่อนเมืองนี้ถูกจำกัดการเข้าชมเพียงแค่ในช่วงเดือนมิถุนายนเท่านั้น เนื่องจากปริมาณหิมะที่ตกหนักในช่วงฤดูหนาว แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจึงทำให้สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงปลายธันวาคม อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 10 องศาเซลเซียส ที่นี่เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สำคัญของหุบเขาคากันซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะใช้เวลาไปเพื่อกิจกรรมยามว่าง เช่น การล่องแก่ง การตกปลาเทราต์ และการเดิน Trekking ในป่าซึ่งอยู่รอบๆ เมือง
 
Lulusar Lake
ทะเลสาบลูลูอาร์ หรือ ทะเลสาบลูลูเมียร์ ตั้งอยู่บนความสูง 3,410 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำคุนฮาร์ ซึ่งไหลไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวเทือกเขา Kaghan ผ่านเมือง Jalkhand, Naran, Kaghan จนถึง Balakot และไหลไปบรรจบกับแม่น้ำเจลุม ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเมืองนารานประมาณ 48 กิโลเมตร ซึ่งคำว่า “sar” ในปากีสถานหมายถึง “จุดสูงสุด” หรือ “ยอด” ดังนั้นมันคือทะเลสาบลูลูอาร์ที่ตั้งอยู่บนยอดเขานั่นเอง ที่นี่คุณจะได้ตื่นตาตื่นใจกับน้ำในทะเลสาบที่เป็นสีเขียวมรกตอย่างแท้จริงซึ่งสวยงามระยิบระยับเป็นที่สุดเมื่อสะท้อนกับแสงแดด รายล้อมด้วยหุบเขาแบบ 360 องศา
 
Babusar Pass & Babusar Top
บาร์บูซาร์พาส หรือ บาร์บูซาร์ท็อป เป็นเส้นทางซึ่งผ่านภูเขาทางตอนเหนือของหุบเขา Kaghan เชื่อมต่อไปยัง Thak Nala กับเมือง Chilas บนทางหลวงคาราโครัม (KKH) ซึ่งเป็นถนนที่มีเชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลกเรื่องความคดเคี้ยว ซึ่งมีความสูง 4,173 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล อยู่ห่างจากนารานประมาณ 80 กิโลเมตร ด้วยความสูงขนาดนี้ทำให้มันมีหิมะปกคลุมตลอดช่วงฤดูหนาว ทำให้ที่นี่มีทิวทัศน์ที่สวยงามและแปลกตาแห่งหนึ่งของปากีสถาน
 
Chilas
เมืองขนาดเล็ก แต่มีความสำคัญเป็นอย่างมากเป็นจุดที่เราจะต้องพักค้างคืนที่นี่ ก่อนเริ่มต้นการท่องเที่ยวในเส้นทางปากีสถานทางตอนเหนือในเขตกิลกิต-บัลติสถาน ตัวเมืองตั้งอยู่บนริมฝั่งซ้ายของแม่น้ำสินธุ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม ติดต่อกับเส้นทางคาราโครัมไฮเวย์ ซึ่งจะเชื่อมต่อไปยังเมืองหลวงอิสลามาบัด ซึ่งอยู่ทางตอนใต้โดยผ่านเมือง Dassu, Besham, Battagram, Mansehra, Abbottabad, Haripur,Hasan Abdal  ส่วนทางตอนเหนือ ติดกับประเทศจีนคือเมือง  Tashkurgan , Kashgar via โดยต้องเดินทางผ่านเมือง  Gilgit, Aliabad, Sust,  Khunjerab Pass.  เมืองชีลาสเคยมีการสร้างสนามบินแต่ไม่ได้เปิดใช้ ตัวเมืองชีลาสสูงเหนือระดับน้ำทะเล 914 เมตร เมืองชีลาสตั้งอยู่ตีนยอดเขานังกาปาบัด ชีลาสเป็นพื้นที่อากาศแห้ง แต่ในฤดูร้อนสามารถร้อนได้ถึง 52 องศา ส่วนในช่วงฤดูหนาว อุณภูมิอาจจะลดลงได้ถึง – 10 องศา  บริเวณรอบๆ เมืองชีลาสจะมีภาพวาดบนหิน ผนังหิน เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนาที่เคยเจริญรุ่งเรืองในเขตนี้ก่อนที่ศาสนาอิสลามจะเข้ามา มีภาพวาดกว่า 20,000 ภาพ ภาพวาดเหล่านี้วาดโดย พ่อค้า ผู้แสวงบุญ ผู้ที่เดินทางค้าขายในเส้นทางสายไหมที่เดินทางมาจากจีน อายุ 5,000 ถึง 1,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ตัวอย่างภาพวาดอาทิเช่น ภาพสัตว์ ภาพการล่าสัตว์  ภาพพระพุทธรูป  ภาพเจดีย์  ภาพคล้ายยันต์   เมืองชีลาสมีเขตแดนติดกับเมือง Darel (Tangir) เมืองกิลกิต และเมือง Astore  เมืองชีลาสใช้ภาษาพื้นเมืองที่มีชื่อว่า Shina
 
วันที่ 3: <วันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2563> Chilas – Raikot Bridge – Tattu Village - Fairy Meadows 
หลังรับประทานอาหารเช้า ออกเดินทางจาก Chilas เวลา 6:00 น. เพื่อเดินทางไป Raikot Bridge ซึ่งเป็นจุดท่ีต้องเปลี่ยนรถ เป็นนั่งรถจ๊ีปแทน พร้อมสัมภาระเป้เล็กๆ ท่ีมีน้ำหนัก ไม่เกิน 10 กก. สำหรับเตรียมขึ้นไปที่ Fairy Meadows สถานที่ที่สวยงามราวกับฝัน จนขึ้นชื่อว่าเป็นทุ่งหญ้าในเทพนิยาย ที่ใครหลายคนใฝ่ฝันว่าสักครั้งต้องมาเยือนที่นี่ให้ได้ ระหว่างทางจะพบหมู่บ้าน Tattu Village คืนนี้เราจะพักค้างคืนกันที่ Fairy Meadows (ไม่มี Wifi)
 
Raikot Bridge
สะพาน Raikot อยู่บนทางหลวง Karakoram ที่มีชื่อเสียง เป็นสะพานซึ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าพักที่เดินทางมายัง Fairymeadows, Nanga Parbat และนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยัง Gilgit, Hunza, Ghizer, Astore ผ่าน Deosai Plains ไปยัง Skardu  ถือว่าเป็นสะพานที่มีความสำคัญมากที่สุดสะพานหนึ่งบนเส้นทางสายไหม
 
Fairy Meadows
เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “นางฟ้าทุ่งหญ้า” หรือ "เทพนิยายทุ่งหญ้า" ทุ่งหญ้าที่ตั้งอยู่ในหุบเขา Raikhot ที่ปลายด้านหนึ่งของธารน้ำแข็ง Raikhot ซึ่งมีต้นกำเนิดจาก Nanga Parbat 
อยู่ในเขตดิเมอร์ร์ Gilgit - Baltistan ปากีสถาน ที่ระดับความสูงประมาณ 3,300 เมตร (10,800 ฟุต) เหนือระดับน้ำทะเล แหล่งท่องเที่ยวหลักของสถานที่แห่งนี้นอกเหนือจากทุ่งหญ้าคือทิวทัศน์ของ Mighty Nanga Parbat Mountain

วันที่ 4: <วันอังคารที่ 2 พฤศจิกายน 2563> Fairy Meadows – Tattu Village – Raikot Bridge – Point of 3 Mountain Ranges(Karakoram Rang,Himalaya Rang,Hindukush Rang) – Oil Silky Road – Rakaposhi viewpoint -  Gilgit – Hunza on Kokaram Hightway (KKH)
หลังรับประทานอาหารเช้าช่วง 7.00 เราจะออกเดินทางผ่าน Tattu Village และ Raikot Bridge อีกครั้งก่อนจะไปที่จุดตัดสุดแสนยิ่งใหญ่ที่ซึ่งทั้ง 3 เทือกเขาประกอบด้วย Karakoram Range & Himalaya Range & Hindukush Range มาบรรจบกันหรือเรียกกันว่า Junction Point of 3 Mountain ranges
เมื่อเก็บภาพเรียบร้อยแล้ว ออกเดินทางต่อไปยัง Gilgit  โดยเส้นทาง“คาราโครัมไฮเวย์" (Karakoram Highway, KKH) ทางหลวงที่สูงที่สุดในโลก และเป็นอดีตเส้นทางค้าขายเก่าในอดีตกาลหรือที่เรารู้จักกันในชื่อ เส้นทางสายไหม (Old Silky Road) ซึ่งเป็นหนึ่งในความสำเร็จด้านวิศวกรรม
และจุดหมายปลายทางของเราจะอยู่ที่จุดชมวิว ระหว่าง Gilgit และ Hunza Karakoram highway  
 
Point of 3 Mountain ranges
จุดตัดของ 3 เทือกเขา Karakoram Range & Himalaya Range & Hindukush Range; Junction point of 3 mountain ranges เป็นจุดตัดระหว่างสามภูเขา ได้แก่ ภูเขาคาราโครัม ภูเขาหิมาลัย และ ภูเขาฮินดูกูช โดยจุดนี้จะมีแม่น้ำสองแม่น้ำไหลมาบรรจบกันด้วยได้แแก่แม่น้ำกิลกิต (Gilgit River) และแม่น้ำสินธุ (Indus River) ก่อนจะกลายเป็นแม่น้ำสินธุเพียงเส้นเพียงที่ไหลต่อไปสู่เมืองชีลาส
 
กิลกิต (Gilgit)
กิลกิตเป็นเมืองหลวงของภูมิภาค Gilgit – Baltistan เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของปากีสถาน ห่างจากเมืองอิสลามบัดประมาณ 527 กิโลเมตร เป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่งบนเส้นทางสายไหมในอดีตที่พุทธศาสนาเผยแผ่มาจากเอเชียใต้และเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางคาราโครัมไฮเวย์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางที่หลากหลาย เช่น การเดินทางสู่หุบเขาฮุนซ่า (Hunza Valley), Fairy Meadows และเส้นทางสู่ชายแดนปากีสถาน – ประเทศจีน เมืองกิลกิตนี้มีสนามบินภายในประเทศ ซึ่งบินจากอิสลามาบัดมายังกิลกิต นับว่าเป็นภูมิภาคหนึ่งที่มีความเจริญไม่แพ้อิสลามาบัดเลยทีเดียว

คาราโครัมไฮเวย์" (Karakoram Highway) หรือ เส้นทางสายไหม (Old Silky Road)
สำหรับในปากีสถานเส้นทางสายไหมจะเริ่มที่ Lahore ตามเส้นทางคาราโครัมไฮเวย์ เป็นเส้นทางที่อยู่สูงที่สุดในโลกซึ่งถือเป็นอดีตเส้นทางค้าขายเก่าในอดีต
ถนนสายนี้เป็นชุดเส้นทางการส่งการค้าและวัฒนธรรมซึ่งเป็นศูนย์กลางที่ส่งเสริมทางวัฒนธรรมผ่านภูมิภาคของทวีปเอเชียที่เชื่อมตะวันตกและตะวันออกโดยการโยงพ่อค้าพาณิชย์ ผู้แสวงบุญ นักบวช ทหาร ชนเร่ร่อนและผู้อาศัยในเมืองจากจีนและอินเดียไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียนระหว่างเวลาหลายสมัย
 
เส้นทางสายไหมมีความยาว 6,437 กิโลเมตร (4,000 ไมล์) ได้ชื่อมาจากการค้าผ้าไหมจีนที่มีกำไรมากตลอดเส้นทาง เริ่มตั้งแต่ราชวงศ์ฮั่น (206 ปีก่อน ค.ศ. – ค.ศ. 220) ราชวงศ์ฮั่นขยายเส้นทางการค้าส่วนเอเชียกลางราว 114 ปีก่อน ค.ศ. ส่วนใหญ่ผ่านคณะทูตและการสำรวจของผู้แทนทางการทูตจักรวรรดิจีน จางเชียน (Zhang Qian) ชาวจีนสนใจมากกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์การค้าของพวกตนและขยายกำแพงเมืองจีนเพื่อประกันการคุ้มครองเส้นทางการค้านี้

วันที่ 5: <วันพุธที่ 3 พฤศจิกายน 2563> Hunza – Altit Fort – Altit Village – Baltit Fort – Naga Road with Hunza &Naga River – Lady Finger – Duikar Village – Diran , Spantik(Golden Peak), Peak1, Ultar Peak2 - Hunza Valley  
หลังรับประทานอาหารเช้า ออกเดินทางไปยังจุดหมายแรกของวันท่ีป้อมปราการ Altit Fort  ที่ป้อมปราการอันงดงามที่มองออกไปเห็นหมู่บ้าน  Altit  และมุ่งหน้าไปต่อชม ป้อมปราการโบราณ  Baltil Fort  ซ่ึงเป็นป้อมปราการท่ีสร้างภายหลัง ท่ีมีอายุกว่า 800 ปี และได้ลงบันทึกไว้ ใน UNESCO

 

ช่วงบ่าย  เดินทางชมวิวทิทัศน์อันงดงามของ Duikar Village ทุกท่านจะได้เห็น ยอดเขาสูงทั้ง 7 ยอด ล้วนแล้วความสูง ไม่ต่ำกว่า 7,000 เมตร ซ่ึงได้แก่ ยอด (1) Rakaposhi, (2) Lady Finger, (3) Diran, (4) Spantik Peak (Golden Peak), (5) Ultar Peak 1 , (6) Ultar Peak 2 , (7) Hunza Valley  
หลังจากเก็บภาพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รับประทานอาหารเย็น และเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัยที่ Hunza Valley

Altit Fort
ป้อมปราการอันงดงามที่มองออกไปเห็นหมู่บ้าน Altit ข้างแม่น้ำ Hunza ได้รับการบูรณะและฟื้นฟูอย่างมากก่อนที่จะเปิดให้บริการแก่สาธารณชน เนื่องจากหมู่บ้านบริเวณนี้มีอายุกว่า 1000 ปี ทุกท่านสามารถเดินชมรอบ ๆ หมู่บ้านที่มีเสน่ห์ในแบบท้องถิ่น ป้อม Altit เป็นป้อมโบราณที่เมือง Altit ในหุบเขา Hunza ใน Gilgit Baltistan ประเทศปากีสถาน เดิมทีเป็นบ้านของผู้ปกครองตามรัฐธรรมนูญของรัฐ Hunza ที่มีชื่อเมียร์ ต่อมาอีกสามศตวรรษผู้ปกครอง ได้ย้ายไปอยู่ที่ป้อม Baltit อย่างไรก็ตาม Altit Fort และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหอคอย Shikari ที่มีอายุประมาณ 1,100 ปี ถือว่าเป็นอนุสาวรีย์ที่ เก่าแก่ที่สุดใน Gilgit-Baltistan บริเวณโดยรอบของป้อมปราการนี้เป็นที่อยู่อาศัยของชาว Burusho ตามตำนานชื่อแรกของหมู่บ้าน Altit คือ Hunukushal หมายถึงหมู่บ้าน Huns ชาวฮั่นมาจากหุบเขาหวงโฮในประเทศจีน

ป้อมปราการโบราณ Baltit Fort
Baltit fort เป็นป้อมปราการโบราณในหุบเขา Hunza ใน Gilgit Baltistan-ปากีสถาน ป้อม Baltit สามารถมองเห็นเมืองคาริมาบัด และรากฐานของป้อมสร้างมาเมื่อกว่า 700 ปีก่อน ป้อม Baltit มีการสร้างใหม่และการเปลี่ยนแปลงตลอดหลายศตวรรษ ในศตวรรษที่ 16 เจ้าชายท้องถิ่นแต่งงานกับเจ้าหญิงจาก Baltistan ที่นำนายช่างฝีมือบัลติในการบูรณะอาคารที่เป็นส่วนหนึ่งของสินสอดทองหมั้นของเธอ รูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนจากอิทธิพลของพุทธศาสนาในทิเบต Baltistan กระทั่งในปี 1945 มีการย้ายถิ่นที่อยู่ไปยังพระราชวังใหม่จนทำให้ป้อมร้างและเริ่มมีการพังและสลายตัวจนตกอยู่ในลักษณะซากปรักหักพัง ภายหลังจึงได้มีการสำรวจ โดย Royal Geographical Society จากลอนดอน และได้รับการสนับสนุนจาก the Aga Khan Trust for Culture Historic Cities Support Programme การบูรณะเสร็จสมบูรณ์ในปี 1996 และป้อมปราการที่ปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์


Rakaposhi
เป็นภูเขาซึ่งอยู่ในเทือกเขาคาราโครัม มีความสูงเป็นอันดับที่ 27 ของโลก ซึ่งมีความสูงอยู่ที่ 7,788 เมตรซึ่งเรียกได้ว่าสูงที่สุดในภูมิภาค ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองกิลกิต คำว่า Rakaposhi แปลว่า "Snow Covered" หมายถึงสถานที่ที่ถูกหิมะปกคลุม โดยเราจะสามารถมองแนวทิวเขาสีขาวโพลนได้จากที่ไกลๆ ซึ่งคนท้องถิ่นจะรู้จักกันในชื่อ Dumani ซึ่งหมายถึง มารดาแห่งหมอกเมฆ คนของ Nagar ได้อุทิศพื้นที่ภูเขาใน Rakaposhi เป็นอุทยานชุมชน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพื้นที่ภาคเหนือได้เปิดอุทยานฯ เทือกเขา Rakaposhi ให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ เช่น แกะมาร์โคโปโล, เสือดาวหิมะ, หมีสีน้ำตาล, หมาป่า และสัตว์อื่นๆ อีกมากมาย เขา Rakaposhi ถูกพิชิตยอดเมื่อปี ค.ศ. 1958 โดย Mike Banks และ Tom Patey
 
Lady Finger
ยอดเขา Lady Finger เป็นยอดหินแหลมที่โดดเด่นซึ่งเป็นหนึ่งในภูเขา Batura Muztagh อยู่ทางตะวันตกของเทือกเขาคาราโครัม ตั้งตระหง่านอยู่ในหุบเขาฮุนซ่า ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 6,000 เมตร โดดเด่นด้วยปลายแหลมที่ดูแปลกตาท่ามกลางยอดเขาอื่นๆ ที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะโดยรอบ จนเป็นที่มาของชื่อยอดเขา Lady Finger เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาท้าทายการปีนหน้าผารวมถึงเป็นจุดที่มีผู้ขับเครื่องร่อนโดยมีเขาแหลมแห่งนี้เป็นหนึ่งในความท้าทายในการเล่นเครื่องร่อนเหล่านี้

Diran
ภูเขารูปทรงพีระมิดตั้งอยู่ในเทือกเขาคาราโครัม มีความสูงเป็นอันดับที่ 92 ของโลก ด้วยความสูง 7,266 เมตร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเขา Rakaposhi ภูเขา Diran เป็นภูเขาที่อันตรายเป็นอย่างมาก จนมันได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสามนักฆ่าแห่งปากีสถาน เนื่องจากพื้นผิวที่เต็มไปด้วยหิมะและมีหิมะถล่มอย่างบ่อยครั้ง จนคร่าชีวิตนักปีนเขาที่หวังพิชิตยอดGoeschi, Rudolph Pischinger และ Hanns Schell
 
Spantik Peak (Golden Peak)
โกลเด้นท์พีคหรือยอดเขาทองคำ เป็นภูเขาในเทือกเขาคาราโครัม อยู่ทางทิศตะวันออกของภูเขา Diran หนึ่งในภูเขาที่พิชิตได้ยากอีกลูกหนึ่ง Golden Peak มีความสูง 7,027 เมตร แม้จะมีความสูงถึงระดับนี้แต่เขาลูกนี้เป็นเส้นทางที่นิยมใช้สำหรับทำการพาณิชย์ เนื่องจากมีเป็นเส้นทางข้ามภูมิภาคที่สั้นที่สุด ใช้เวลาเดินทางเพียง 3 วัน
 
Ultar Peak 1 & Ultar Peak 2
เป็นจุดที่สูงที่สุดทางตะวันออกเฉียงใต้ของภูเขา Batura Muztagh ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ Karimagad ห่างไปประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ตามแนวเทือกเขาฮุนซ่า ประกอบไปด้วยยอดเขา 2 แห่งด้วยกัน โดยที่ Ultar Peak 1 มีความสูง 7,329 เมตร และ Ultar Peak 2 มีความสูง 7,388 เมตร (สูงเป็นอันดับที่ 70 ของโลก)

หุบเขาฮุนซ่า (Hunza Valley)
สูงกว่าระดับน้ำทะเล 2,500 เมตร เป็นเมืองโบราณที่อยู่ในหุบเขาซึ่งห่างไกลจากมลพิษ  อุดมสมบูรณ์ได้ด้วยหุบเขาผลไม้ และแม่น้ำสีเทอควอยซ์   แวดล้อมด้วยเทือกเขาหิมาลัย ที่ปกคลุมด้วยหิมะ สัมผัสอากาศแสนจะบริสุทธิ์ 

วันที่ 6: <วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน 2563> Hunza – Boating Attabad Lake  – Ghulmet Village – Shishkat bridge – Hunssani Village – Hussaini Suspension Bridge
หลังรับประทานอาหารเช้า  ออกเดินทางสู่เมือง Passau หลังจากนั้นเดินทางต่อไปยัง ทะเลสาบอัตตาบัต (Attabad Lake) ล่องเรือชมธรรมชาติและบันทึกภาพจากภายในเรือ  ทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่ใน Gojai ท่ามกลางหุบเขา Gojal Hunza เป็นทะเลสาบสีฟ้าเทอควอยส์ มีความกว้าง 21 เมตร และลึก 103 เมตร และต่อด้วย Ghulmet Village และ Hussaini Suspension Bridge สะพานที่อันตรายและน่าหวาดเสียวที่สุดในโลก ซึ่งใช้สัญจรข้ามแม่น้ำ Hunza River และ Naga River เพื่อเก็บภาพพระอาทิตย์ตกอันแสนโรแมนติก คืนนี้เราจะพักกันที่ Passu

ทะเลสาบอัตตาบัต (Attabad Lake)
ทะเลสาบที่เกิดจากการถล่มของภูเขาและหน้าผาภายหลังการเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปากีสถานในปี ค.ศ. 2009 กระทั่งเกิดฝนตกและน้ำเริ่มขังจนกลายเป็นทะเลสาบแห่งนี้ ทะเลสาบอัตตาบัตตั้งอยู่ใน Gojai ท่ามกลางหุบเขา Gojal Hunza เป็นทะเลสาบสีฟ้าเทอควอยส์ มีความกว้าง 21 เมตร และลึก 103 เมตร หากสังเกตส่วนที่เป็นสีขาวๆ บนเนินเขา คือส่วนที่เป็นดินถล่มลงมาปิดกั้นถนน จนทำให้เกิดเป็นสันกั้นทะเลสาบขึ้นมา ที่นี่เราจะได้มองเห็นวิวทิวทัศน์ที่ถูกล้อมรอบด้วยภูเขา และสามารถล่องเรือเพื่อเที่ยวชมทัศนียภาพรอบทะเลสาบได้

Hussaini Suspension Bridge
สะพานแขวน ฮัซซานี่ เป็นจุดแลนด์มาร์กที่สำคัญของประเทศปากีสถานที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสะพานที่มีความน่ากลัว และน่าหวาดเสียว โดย brainz.org จัดอันดับให้เป็นสะพานที่อันตรายที่สุดในโลก ด้วยความห่างของระยะแผ่นไม้ที่ผูกไว้ให้เราเดินข้ามทำเอาเราขาสั่นได้เลย สะพานสุดเสียวแห่งนี้ ใช้ข้ามแม่น้ำ Hunza อยู่ใกล้กับหมู่บ้าน Hussaini ทางตอนเหนือของปากีสถาน

วันที่ 7: <วันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน 2563> Hunza – Passau Village – Passau Glacier - Viewpoint of Karakoram Highway at Ghulkin – Gulmit – Gojal – Attabad Lake – Diran Peak and Rakaposhi Peak 
รับประทานอาหารเวลา 7:00 น. ออกเดินทางเพื่อแวะจุดแรกที่ พาสสุ กลาเซียร์ (Passu Glacier) ธารน้ำแข็งที่เกิดจากหิมะทับถมกับมาหลายร้อยปี มีความยาวกว่า 20 กิโลเมตร และเทรคกิ้งด้วยระยะทาง 1.5 กิโลเมตร เดินทางไปเก็บภาพต่อที่ Ghulkin เพื่อเก็บภาพบรรยากาศอันสวยงาม ของ Gulmit และ Gojal แวะเก็บภาพช่วงสั้นๆที่  Haldeikish rocks 
หลังจากเก็บภาพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รับประทานอาหารเย็น และเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัยที่ Passu

พาสสุ กลาเซียร์ (Passu Glacier) 
ธารน้ำแข็งที่เกิดจากหิมะทับถมกับมาหลายร้อยปี  ยาวประมาณ 20 กิโลเมตร ยาวจนไปถึงภูเขาด้านหน้า เชื่อมกับธารน้ำแข็ง Batura และธารน้ำแข็งอื่นๆ ทั่วภูมิภาค ซึ่งธารน้ำแข็งนี้เป็นหิมะที่ทับถมกับมาหลายร้อยปีแล้ว เป็นแหล่งกำเนิดแม่น้ำพาสุซึ่งไหลไปบรรจบกับแม่น้ำสินธุ แม่น้ำสายสำคัญที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนนับแสนในภูมิภาคนี้

เมืองพาสสุ (Passu)
เป็นหมู่บ้านเล็กๆที่อยู่บนเส้นทางทางคาราโครัมข้างๆแม่น้ำฮุนซ่า ทางตอนใต้ของหมู่บ้านจะมีธารน้ำแข็ง ธารน้ำแข็งแห่งนี้จะไหลไปเชือมโยงกับธารน้ำแข็ง Batura การเข้าชมต้องเดิน trekking ซึ่งเดินประมาณ 2 กิโลเมตร แล้วจะได้พบกับธารน้ำแข็งพัสสุสีขาวอันยิ่งใหญ่ตระการตา

วันที่ 8: <วันเสาร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2563> Hunza Valley – Nanga Parbat Peak No. 9 of the World – Babusar Top - Luluscar Lake - Naran
จุดหมายของเราวันนี้  มุ่งหน้าสู่ Nanga Parbat Peak No. 9 ยอดเขาที่สูงเป็นอันดับ 9 ของโลก เพื่อเก็บภาพ ของ ยอดเขาเปลือย หรือ ภูเขากินเลือด ตลอดการเดินทางเราจะผ่าน หมู่บ้านต่างๆ ที่มีวิวทิวทัศน์รวมถึงชมความเป็นอยู่ ของชาวบ้าน และจะแวะเก็บภาพกันที่ Lulusar Lake ท่ีมีสีเขียวมรกต และ สวยระยิบ ระยับ เม่ือสะท้อนกับแสงอาทิตย์ท่ีสาดส่องลงมากระทบกับสายน้ำ, Babusar Pass, Babusar Top 
ในเวลาเย็นๆ จะเข้าถึงที่พัก และพักผ่อนตามอัธยาศัยที่เมือง Naran (มี Wifi)

Nanga Parpat Peak No. 9
Nanga Parbat ยอดเขาที่สูงเป็นอันดับ 9 ของโลก มีความสูงถึง 8,126 เมตร (26,660 ฟุต) ตั้งอยู่ทางใต้ของแม่น้ำสินธุในเขต Diamer ของ Gilgit-Baltistan ในปากีสถาน Nanga Parbat แปลว่า “ยอดเขาเปลือย”หรือ“ภูเขากินเลือด” (Killer Mountain) เพราะเป็นภูเขาที่มีอันตรายที่สุดในบรรดายอดเขาที่มีความสูงเกิน 8,000 เมตร จากยอดเขาทั้ง 14 ยอดในโลก โดยเฉพาะในครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 20 ที่ผู้เสียชีวิตมากมายในการพยามที่จะพิชิตยอดเขานี้ จุดหมายการเดิน Trekking ยอดนิยมของชาวปากีสถาน ใน Nanga Parbat ได้แก่ Fairy Meadows

Lulusar Lake
ทะเลสาบลูลูอาร์ หรือ ทะเลสาบลูลูเมียร์ ตั้งอยู่บนความสูง 3,410 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำคุนฮาร์ ซึ่งไหลไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ตามแนวเทือกเขา Kaghan ผ่านเมือง Jalkhand, Naran, Kaghan จนถึง Balakot และไหลไปบรรจบกับแม่น้ำเจลุม ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเมืองนารานประมาณ 48 กิโลเมตร ซึ่งคำว่า “sar” ในปากีสถานหมายถึง “จุดสูงสุด” หรือ “ยอด” ดังนั้นมันคือทะเลสาบลูลูอาร์ที่ตั้งอยู่บนยอดเขานั่นเอง ที่นี่คุณจะได้ตื่นตาตื่นใจกับน้ำในทะเลสาบที่เป็นสีเขียวมรกตอย่างแท้จริงซึ่งสวยงามระยิบระยับเป็นที่สุดเมื่อสะท้อนกับแสงแดด รายล้อมด้วยหุบเขาแบบ 360 องศา

Babusar Pass & Babusar Top
บาร์บูซาร์พาส หรือ บาร์บูซาร์ท็อป เป็นเส้นทางซึ่งผ่านภูเขาทางตอนเหนือของหุบเขา Kaghan เชื่อมต่อไปยัง Thak Nala กับเมือง Chilas บนทางหลวงคาราโครัม (KKH) ซึ่งเป็นถนนที่มีเชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลกเรื่องความคดเคี้ยว ซึ่งมีความสูง 4,173 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล อยู่ห่างจากนารานประมาณ 80 กิโลเมตร ด้วยความสูงขนาดนี้ทำให้มันมีหิมะปกคลุมตลอดช่วงฤดูหนาว ทำให้ที่นี่มีทิวทัศน์ที่สวยงามและแปลกตาแห่งหนึ่งของปากีสถาน

Naran
นาราน เมืองขนาดเล็กตั้งอยู่ตอนบนของหุบเขา Kaghan ที่ระดับความสูง 2,409 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีอากาศแบบชื้น ซึ่งมีฝนตกหนักในฤดูร้อนและมีหิมะตกหนักในฤดูหนาว อย่างไรก็ตามสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีให้หลังซึ่งมีผลทำให้หิมะตกน้อยลง แต่ก่อนเมืองนี้ถูกจำกัดการเข้าชมเพียงแค่ในช่วงเดือนมิถุนายนเท่านั้น เนื่องจากปริมาณหิมะที่ตกหนักในช่วงฤดูหนาว แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจึงทำให้สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงปลายธันวาคม อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 10 องศาเซลเซียส ที่นี่เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สำคัญของหุบเขาคากันซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะใช้เวลาไปเพื่อกิจกรรมยามว่าง เช่น การล่องแก่ง การตกปลาเทราต์ และการเดิน Trekking ในป่าซึ่งอยู่รอบๆ เมือง

วันที่ 9: <วันเสาร์ที่  6 พฤศิจกายน  2563> Naran – Kaghan Valley – Faisal Mosque -  Islamabad
หลังจากรับประทานอาหารเช้า เราจะออกเดินทางไป เทือกเขา Kaghan Valley เทือกเขาแห่งนี้มีความยาว 155 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม เนื่องจากมีทิวทัศน์แนวเทือกเขาที่สวยงาม และที่นี่มีความอุดมสมบูรณ์ของน่านน้ำเป็นอย่างมาก  และเดินทางต่อไปเก็บภาพช่วงพระอาทิตย์ตกดินที่ มัสยิดท่ีใหญ่ที่สุดของปากีสถาน โดยคนออกแบบคนเดียวกันกับ ท่ีออกแบบ อิสตัลบูล ตุรกี ซ่ึงจะมี ลักษณะเป็นเต้นท์ สีขาวใหญ่ตระการตา มีชื่อว่า Faisal Mosque   เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในปากีสถานมัสยิด Faisal เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งแต่ปี 1986 จนถึงปี 1993 
หลังจากเก็บภาพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เดินทางไปที่สนามบิน Islamabad เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย

Kaghan Valley
เทือกเขาแห่งนี้มีความยาว 155 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในเขต Mansehra จังหวัด Pakhtunkhwa ของปากีสถาน ประกอบด้วยหุบเขา ทะเลสาบ น้ำตก ลำธาร และธารน้ำแข็ง มีความสูงตั้งแต่ 650 เมตร จนถึง 4,170 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยม เนื่องจากมีทิวทัศน์แนวเทือกเขาที่สวยงามและตระการตา ที่นี่มีความอุดมสมบูรณ์ของน่านน้ำเป็นอย่างมาก จึงทำให้มีการประมงเกิดขึ้นที่เมือง Naran ลักษณะป่าของหุบเขานี้ประกอบไปด้วยต้นสนและต้นซีดาร์

Faisal Mosque
มัสยิด Faisal เป็นมัสยิดในกรุงอิสลามาบัดประเทศปากีสถาน มัสยิดมีการออกแบบร่วมสมัยประกอบด้วยแปดด้านของเปลือกคอนกรีตและเป็นแรงบันดาลใจจากเต็นท์เบดูอิน  รวมโครงสร้างครอบคลุมพื้นที่ 54,000 ตารางฟุต ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงของแผ่นดินกับฉากหลังอันงดงามของอุทยานแห่งชาติ เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในปากีสถานมัสยิด Faisal เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งแต่ปี 1986 จนถึงปี 1993
 
มัสยิดนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและมีการอ้างถึงในฐานะที่เป็นลักษณะสถาปัตยกรรมร่วมสมัยและมีอิทธิพลของสถาปัตยกรรมอิสลาม  การก่อสร้างมัสยิดเริ่มขึ้นเมื่อปีพ. ศ. 2519 หลังจากได้รับทุนสนับสนุนจากซาอุดิอารเบียคิงฟาซิลจำนวน 120 ล้านเหรียญสหรัฐซึ่งมีชื่อว่า “มัสยิดหมี” ออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกี Vedat Dalokay ได้รับเลือกหลังจากการแข่งขันระดับนานาชาติ มัสยิดมีรูปร่างเหมือนเต็นท์ชาวเบดูอินซึ่งล้อมรอบด้วยหอคอยสูง 260 เมตร (79 เมตร) ที่ไม่มีโดมทั่วไป การออกแบบมีลักษณะเป็นรูปแปดเหลี่ยมรูปสลักหลังคารูปห้องโถงรูปสามเหลี่ยมซึ่งสามารถรองรับคนได้ 100,000 คน  ในปี 2512 มีการจัดแข่งขันระหว่างประเทศซึ่งสถาปนิกจาก 17 ประเทศส่งข้อเสนอ 43 ข้อ การออกแบบที่ชนะคือสถาปนิกชาวตุรกี Vedat Dalokay การก่อสร้างมัสยิดเริ่มขึ้นในปี 2519 มัสยิดเสร็จสมบูรณ์ในปี 2529 และเคยเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยอิสลามสากลหลายพรรค

วันที่ 10: <วันอาทิตย์ที่  8 พฤศจิกายน 2563> Islamabad – Bangkok
เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย ใช้ระยะเวลาเดินทาง 5 ชม. 5 นาที และถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพโดยสวัสดิภาพ เวลาท้องถิ่น ช่วงเช้าของวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน ในเวลา 06:25 น

 

รายละเอียดค่าบริการ และ การชำระเงิน

อัตราค่าบริการ: 45,000 บาท/ท่าน (สามารถแบ่งชำระได้ 3 งวด) 
พิเศษ!!! สำหรับลูกค้าเก่า Foto Journey เพียง 41,900 บาท/ท่าน เท่านั้น

***ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศและค่าดำเนินการทำ Visa ***

เงื่อนไขการจองและการชำระเงิน:

ณ วันที่จอง : ชำระมัดจำงวดแรก 12,000 บาท
ภายในวันที่ 15 สิงหาคม 2563 : ชำระมัดจำงวดที่สอง 20,000 บาท
ภายในวันที่ 15 กันยายน 2563 : ชำระมัดส่วนที่เหลือทั้งหมด

***โดยบริษัทถือลำดับการชำระเงิน เป็นสำคัญ ในการยืนยันสิทธิ์การเดินทาง
สำหรับลูกค้าที่เดินทางท่านเดียว ทางบริษัทจะจัดหารูมเมทให้โดยไม่จำเป็นต้องชำระค่าใช้จ่ายสำหรับพักเดี่ยวแต่อย่างใด***

 

ค่าบริการนี้รวม:

- ค่าที่พักตลอดการเดินทาง
- ค่าอาหารทุกมื้อ ตลอดการเดินทาง
- ค่ารถรับ ส่ง ไป กลับ สนามบินในปากีสถาน

- ค่ายานพาหนะที่ใช้เดินทาง
- ค่าเข้า และ เยี่ยมชมสถานที่ในทุกเมือง

- บริการถ่ายภาพและสอนการถ่ายภาพตลอดการเดินทาง
- ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุวงเงิน 1,500,000 บาท และ ค่ารักษาพยาบาลในต่างประเทศวงเงิน 2,000,000 บาท เงื่อนไขตามกรมธรรม์

 

ค่าบริการนี้ไม่รวม:

- ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ

- ค่าดำเนินการทำวีซ่า

- ค่าทิป ไกด์ท้องถิ่นและพนักงานขับรถ
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ นอกเหนือรายการ เช่น ค่าเครื่องดื่ม มินิบาร์ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด เป็นต้น
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดการณ์

การชำระเงินค่าเดินทาง :
สามารถโอนเงินเข้าบัญชี
ธ.กสิกรไทย    เลขที่บัญชี 037-2-57628-6 หรือ

ธ.ไทยพาณิชย์  เลขที่บัญชี 408-825346-9 


ชื่อบัญชี บริษัท โฟโต้ เจอร์นี่ จำกัด
หลังจากโอนเงินแล้ว กรุณาส่งใบโอนเงินไปที่ 

Line@: @FotoJourney หรือ

คลิก! Line : https://lin.ee/62Sr8ZV หรือ 

Inbox Facebook: FotoJourneyTH 

ข้อมูลและลักษณะของทริปที่สำคัญ
- ทริปนี้มีลักษณะเป็น Photo Trip
จะเน้นถ่ายรูปแสงเช้า แสงเย็น เป็นหลัก ดังนั้น แผนเดินทางอาจจะมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อให้ทุกท่านได้ถ่ายภาพตามให้มากที่สุด
- การทำวีซ่า ทางบริษัทฯ จะช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องเอกสารใบสมัครและแผนการเดินทาง เพื่อประกอบการยื่นขอวีซ่า ซึ่งจะนัดหมายกันอีกครั้ง ประมาณ 2-3 เดือนก่อนวันเดินทาง
 
เงื่อนไขการยกเลิกทริป

กรณีที่ลูกค้าไม่สะดวกเดินทางและมีความจำเป็นต้องยกเลิกการเดินทาง และมีการยกเลิกการเดินทาง
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 90 วัน หัก 20,000 บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 45-89 วัน หัก 30,000บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 15-44 วัน หัก 35,000 บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทางน้อยกว่า 15 วัน ไม่สามารถคืนเงินได้ยกเว้นเงินรีฟันด์ตั๋วเครื่องบินให้ลูกค้าตามเงื่อนไขของสายการบินนั้นๆ
หมายเหตุ : ในกรณีที่ค่าทริปรวมตั๋วเครื่องบิน บริษัทจะทำการคืนเงินรีฟันด์ตั๋วเครื่องบินให้ลูกค้าตามเงื่อนไขของสายการบินนั้นๆ

กรณีที่บริษัทฯ ยืนยันการออกเดินทางแล้ว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายตามที่ระบุไว้

กรณีที่ท่านยกเลิกการเดินทาง และ มีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯกำหนด เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อบริษัทฯ และ ผู้เดินทางท่านอื่นๆที่เดินทางในคณะเดียวกัน บริษัทฯต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่างๆที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน


 ความรับผิดชอบ และ เงื่อนไขอื่นๆ
ในกรณีที่ทริปต้องถูกยกเลิกการเดินทาง ด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ เช่น เกิดการก่อการร้าย เกิดความไม่สงบ เกิดการประท้วง เกิดจากภัยธรรมชาติทำให้ไม่สามารถเดินทางได้ หรือเหตุอื่นๆที่ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย โดยถือว่าการตัดสินใจยกเลิกการเดินทางเป็นสิทธิ์ขาดของทางบริษัท ทางบริษัทยินดีที่จะคืนค่าทริปที่ลูกค้าจ่ายมาทั้งหมด ยกเว้นค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก หรืออื่นๆที่มีการดำเนินการชำระเงินไปแล้ว
บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ที่เกิดจากความล่าช้าของสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง การปฏิเสธการเข้าเมือง การโดนกักตัว หรือถูกส่งตัวกลับ ความเสียหายหรือสูญหายของกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าใบเล็ก หรือของมีค่าส่วนตัวของท่านระหว่างการเดินทาง โดยสิทธิประโยชน์ของท่านจะได้รับตามกรมธรรม์ประกันการเดินทางที่ระบุความรับผิดชอบไว้เท่านั้น ทั้งนี้ บริษัทฯ จะยืดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสําคัญ แต่ไม่สามารถคืนเงินค่าทริปให้ท่านได้
และหากเกิดเหตุสุดวิสัยดังต่อไปนี้ ทางบริษัทไม่อาจรับผิดชอบต่อความเสียหายต่างๆ ที่อยู่เหนือการควบคุมของเจ้าหน้าที่บริษัทฯ อาทิ
o การนัดหยุดงาน การจลาจล เปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาในตารางบิน ภัยธรรมชาติ ฯลฯ หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้น ทั้งทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ฯลฯ
o การตอบปฏิเสธการเข้าและออกเมืองของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าหรือออกเมือง อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฏหมาย หรือเอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง หรือการถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ
o  การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากสายการบินเช่น การยกเลิกเที่ยวบิน / เครื่องดีเลย์ / กระเป๋าสัมภาระมาไม่ครบ / การขึ้นราคาค่าตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น
o บริษัทฯ มีสิทธ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
o หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวจะสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์และจะไม่รับผิดชอบค่าบริการที่ ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
o บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการห้ามออกนอกประเทศ หรือ ห้ามเข้าประเทศ อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่น
o กรณีเกิดความผิดพลาดจากตัวแทน หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนมีการยกเลิก ล่าช้า เปลี่ยนแปลง การบริการจาก สายการบิน บริษัทขนส่ง หรือ หน่วยงานที่ให้บริการ บริษัทฯ จะดำเนินโดยสุดความสามารถที่จะจัดบริการทัวร์อื่น ทดแทนให้ แต่จะไม่คืนเงินให้ สำหรับค่าบริการนั้นๆ
o มัคคุเทศก์ พนักงาน และตัวแทนของบริษัท ฯ ไม่มีสิทธิ์ในการให้คำสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นแทนบริษัทฯ นอกจากมีเอกสาร ลงนามโดยผู้มีอำนาจของบริษัทฯ กำกับเท่านั้น

  • White Facebook Icon
  • White Instagram Icon
  • White YouTube Icon

Foto Journey Co., Ltd

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/09199