"Complete your frame....

with a great Journey"

"Blossom Blooming in Pakistan(2 ที่สุดท้าย)

Foto Journey ยินดีพาท่านไปชมปลายทางที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย เมืองที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ “ปากีสถาน” ตั้งอยู่ทางทิศเหนือคือเทือกเขาหิมาลัย 


Karakoram Highway (คาราโครัมไฮเวย์) ทางหลวงที่สูงที่สุดในโลก และเป็นอดีตเส้นทางค้าขายเก่าในอดีตกาลหรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Silky Road (เส้นทางสายไหม) ซึ่งเป็นหนึ่งในความสำเร็จด้านวิศวกรรม


ความงามตามธรรมชาติของ Hunza Valley (หุบเขาฮุนซ่า) สูงกว่าระดับน้ำทะเล 2,500 เมตร เป็นเมืองโบราณที่อยู่ในหุบเขาซึ่งห่างไกลจากมลพิษ อุดมสมบูรณ์ได้ด้วยหุบเขาผลไม้ และแม่น้ำสีเทอควอยซ์ แวดล้อมด้วยเทือกเขาหิมาลัย ที่ปกคลุมด้วยหิมะ สัมผัสอากาศแสนจะบริสุทธิ์ 
ภูเขา Nanga Parba ยอดเขาที่สูงเป็นอันดับ 9 ของโลก และ สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชาวปากีสถาน; 1 ในประเทศที่ติดอันดับอารยธรรมเก่าแก่ของโลก

และที่สำคัญเราจะพาทุกท่านไปถ่ายรูปในหลายประสบการณ์ หลากเทคนิค โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการภาพถ่าย (Photo Specialist) สอนถ่ายภาพตั้งแต่ระดับพื้นฐาน คอยแนะนำเทคนิค, มุมมอง, องค์ประกอบภาพ รวมถึงการให้คำปรึกษาวิเคราะห์ภาพที่ถ่ายอย่างเป็นกันเอง และ เข้มข้น​

HIGHLIGHT:

  • “คาราโครัมไฮเวย์" (Karakoram Highway) ทางหลวงที่สูงที่สุดในโลก และเป็นอดีตเส้นทางค้าขายเก่าในอดีตกาลหรือที่เรารู้จักกันในชื่อ เส้นทางสายไหม (Silky Road) ซึ่งเป็นหนึ่งในความสำเร็จด้านวิศวกรรม

  • “หุบเขาฮุนซ่า” (Hunza Valley) สูงกว่าระดับน้ำทะเล 2,500 เมตร เป็นเมืองโบราณที่อยู่ในหุบเขาซึ่งห่างไกลจากมลพิษ  อุดมสมบูรณ์ได้ด้วยหุบเขาผลไม้ และแม่น้ำสีเทอควอยซ์   แวดล้อมด้วยเทือกเขาหิมาลัย ที่ปกคลุมด้วยหิมะ สัมผัสอากาศแสนจะบริสุทธิ์ 

  • “สะพานแขวน ฮัซซานี่” (Hussaini Hanging Bridge) ถูกจัดอันดับให้เป็นสะพานที่อันตรายที่สุดในโลก และเป็นจุดแลนด์มาร์กที่สำคัญของประเทศปากีสถาน สะพานสุดเสียว และเร้าใจ แห่งนี้ ใช้ข้ามแม่น้ำ Hunza  อยู่ใกล้กับหมู่บ้าน Hussaini ทางตอนเหนือของปากีสถาน 

  • “พาสสุ กลาเซียร์” (Passu Glacier) ธารน้ำแข็งที่เกิดจากหิมะทับถมกับมาหลายร้อยปี มีความยาวกว่า 20 กิโลเมตร 

  • “นังกาปาร์บัต” (Nanga Parbat) ยอดเขาที่สูงเป็นอันดับ 9 ของโลก มีความสูงถึง 8,126 เมตร (26,660 ฟุต) สัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชาวปากีสถาน 1 ในประเทศที่ติดอันดับอารยธรรมเก่าแก่ของโลก

  • “พระพุทธรูปแห่งจาฮานาบัด” (Shitial Buddha Rock) พระพุทธรูปประทับนั่งปางสมาธิที่แกะสลัก ใหญ่ที่สุดในเอเชียใต้ บนหน้าผาสูงขนาด 6 เมตร สร้างตั้งแต่ในสมัยศตวรรษที่ 7 อายุราว 1,500 ปี

  • “มัสยิด Faisal” (Faisal Mosque) มัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งแต่ปี 1986 จนถึงปี 1993 เป็นลักษณะสถาปัตยกรรมร่วมสมัยและมีอิทธิพลของสถาปัตยกรรมอิสลาม ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงของแผ่นดินกับฉากหลังอันงดงามของอุทยานแห่งชาติ

รายละเอียดการเดินทาง:

วันที่ 1 <เสาร์ที่ 22 มิถุนายน 2562 Bangkok ✈  France - La Sainte Chapelle - Cathedrale Notre Dame de Paris- Montparnasse>
ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 00.05 ด้วยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG930 ไปยังเมืองปารีส ประเทศ ฝรั่งเศส เครื่องลงเวลา 07.05 น. วันเดียวกัน
สถานที่แวะเที่ยวชมและเก็บภาพในวันนี้ ได้แก่ โบสถ์ La Sainte-Chapelle (เข้าชมด้านใน), โบสถ์ Cathedrale Notre Dame de Paris (เยี่ยมขมจากด้านนอก), ตึก Montparnasse (ขึ้นตึกเพื่อเก็บภาพเมืองปารีส)

โบสถ์ La Sainte-Chapelle
เรียนรู้การถ่ายภาพสถาปัตยกรรม แบบ Low Light ที่ โบสถ์แซงท์ ชาแปลล์ (Saint Chapelle) ซึ่งมีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบแรยอน็อง(Rayonnant)ที่สวยงามมากที่สุดในยุคโกธิค ภายในมีลวดลายกระจกที่มีความสวยงามอันตื่นตาตื่นใจ ตกแต่งด้วยสีสันอันโดดเด่น บรรยากาศสุดแสนสงบ เป็นผลงานเชิงศิลปะสุดแสนคลาสสิคที่หาชมได้ยาก

โบสถ์ Cathedrale Notre Dame de Paris 
มหาวิหารแห่งแรกที่สร้างในสไตล์โกธิค คำว่า Notre Dame แปลว่า พระแม่เจ้า (Our Lady) เป็นคำที่ชาวคาทอลิกใช้เรียก พระนางมารีย์พรหมจารี แต่เดิมโบสถ์แห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นตรงที่ของชาวโรมัน ซึ่งชาวโรมันสร้างวัดขึ้นมาเพื่อบูชาเทพจูปิเตอร์ จากนั้นเลยมาสร้างให้เป็นโบสถ์

ตึก Montparnasse
ตึก มงต์ปาร์นาส (Montparnasse) เป็นตึกระฟ้าเพียงไม่กี่แห่งในปารีส ทำให้ทัศนียภาพจากหอสังเกตการณ์บนชั้น 56 ในวันที่อากาศปลอดโปร่ง เราสามารถมองได้ไกลถึง 40 กม. ในทุกทิศทาง เราจะเยี่ยมชมหอสังเกตการณ์ในยามค่ำ เพื่อชมเมืองและหอไอเฟลยามประดับด้วยแสงไฟ ผู้คนมักจะชอบตึกมงต์ปาร์นาสมากกว่าหอไอเฟล เพราะว่าเดินทางน้อยกว่าและมีวิวที่สวย

หอไอเฟล (Eiffel Tower)
หอไอเฟล (Eiffel Tower) เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญ ของประเทศฝรั่งเศส ในทริปนี้เราจะไปหามุมถ่ายภาพหอไอเฟสในหลายรูปแบบ หลากเทคนิค 
หอไอเฟลเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งชื่อตามกุสตาฟ ไอเฟลสถาปนิกและวิศวกรชั้นนำของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้ออกแบบหอคอยนี้ หอไอเฟลสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ของงานแสดงสินค้าโลก ในปี ค.ศ. 1889 (Exposition universelle de Paris de 1889) เพื่อแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของประเทศฝรั่งเศส ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และความสวยทางศิลปะสถาปัตยกรรม หอคอยสูงงดงามแห่งนี้เป็นดาวเด่นที่สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงาน ซึ่งต่อมาได้รู้จักในนามหอไอเฟลและกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของกรุงปารีส และใน ค.ศ. 2006 นักท่องเที่ยวกว่า 6,719,200 คนได้เข้าเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ และกว่า 200,000,000 คนตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง ส่งผลให้หอไอเฟลเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีคนเข้าชมมากที่สุดต่อปีอีกด้วย หอไอเฟลสูง 324 เมตร (1,063 ฟุต) หรือสูงเท่ากับตึก 81 ชั้น

 


วันที่ 2 <วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 2562 Paris - Clearmont Ferran - Puy de Sancyn (Auvergne) - Clearmont Ferran>
วันนี้เป็นวันเดินทางลงทางตอนใต้ของฝรั่งเศศ สถานที่แวะเที่ยวชมและเก็บภาพในวันนี้ ได้แก่ เมือง Clearmont Ferran, หุบเขา Puy de Sancy

Clearmont Ferran (แคลร์มอง เฟอร์ครองด์)
แคลร์มอง เฟอร์ครองด์ เมืองอันเก่าแก่ และเป็นศูนย์กลางในฐานะเมืองหลวงแห่งแคว้นโอแวร์ญ โดยแต่เดิมเมืองแห่งนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 เมืองคือ 
แคลร์มอง และ เฟอร์ครองด์ ซึ่งเป็นเมืองที่เป็นอริกันมาอย่างยาวนาน จนกว่าจะมารวมเป็นหนึ่งในปี ค.ศ. 1630
บริษัทมิชลินเป็นบริษัทผลิตยางรถยนต์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาอย่างยาวนานนับ 100 ปี แต่น้อยคนนักที่จะรู้จักแหล่งต้นกำเนิด หรือที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทยางรถยนต์ชื่อดังแห่งนี้ ซึ่งแท้จริงแล้วบริษัทมิชลินมีต้นกำเนิดขึ้นครั้งแรกที่เมืองแคลร์มอง เฟอร์ครองด์ และได้มีการขยายสาขาไปทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน

หุบเขา Puy de Sancy
เป็น 1 ใน 10 ของวิวยอดภูเขาที่สวยที่สุด ในเขต Auvergne (แค้วนโอแวร์ญ), ประเทศฝรั่งเศส 
Puy de Sancy ("Mount of the Cross") เป็นเทือกเขาที่สูงที่สุดในเทือกเขาแม็กซิฟเซ็นทรัล เนินเขาทางตอนเหนือและทางใต้ใช้สำหรับเล่นสกี


วันที่ 3 < วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน 2562 Clearmont-Ferrand – Provence - Valensole - Provence>
เดินทางต่อไปยัง แคว้นโพรวองซ์ (Provence) เมือง Valensole เพื่อชื่นชมความงามของ ทุ่งดอกลาเวนเดอร์


โพรวองซ์ (Provence) ดินแดนทางตอนใต้ของฝรั่งเศสที่อยู่ติดกับอิตาลี สภาพภูมิประเทศที่สามารถแบ่งได้เป็น 3 ส่วนตามชื่อ เขตการปกครองอย่างเป็นทางการที่ว่า โพรวองซ์-แอลป์-โกตดาซูร์ (Provence-Alps-Côte d’Azur) นั่นคือ เขตโพรวองซ์ หรือกลุ่มเมืองบนเนินเขา ที่เชื่อมระหว่างเทือกเขาแอลป์เข้ากับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเข้าไว้ ด้วยกัน ชาวเมืองเหล่านี้มีอาชีพหลักคือการปลูกทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ปะปนไปกับการทำไร่องุ่นเพื่อผลิตไวน์ ซึ่งทิวทัศน์อันสวยงามที่ว่า ได้เคยดึงดูดศิลปินที่มีชื่อเสียงอย่างเซซานน์ (Cézanne) และแวน โก๊ะห์ (Van Gogh) ให้มาปักหลักใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาแล้ว ส่วนที่สองคือส่วนเทือกเขาแอลป์ ที่โดดเด่นเรื่องกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ นอกจากสกีรีสอร์ตกว่า 300 แห่ง แล้วเขตนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อย่างการขี่ม้าชมเขา ปีนเขา ขี่จักรยาน รวมไปถึงการเล่นเครื่องร่อน เขตสุดท้ายคือโกต-ดาซูร์ กลุ่มเมืองริมชายฝั่งทะเล (โกต ดาซูร์ ภาษาฝรั่งเศสแปลว่าชายฝั่งสีน้ำเงิน) หรือที่รู้จักกันในนาม “เฟรนช์ ริเวียร่า” (French Riviera) ที่มีเมืองชื่อคุ้นหูอย่างนีส (Nice) คานน์ (Cannes) และกราสส์ (Grasse)

ล็อกซิทาน (L’Occitane) 
ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องหอมที่มีชื่อเสียงที่รู้จักกันดีในประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดเกิดจากวัตถุดิบที่หาได้ในเขตโพรวองช์ บริษัทนี้ตั้งโดย โอลิวิเย่ โปซอง (Olivier Baussan) ในปี พ.ศ. 2519 โอลิวิเย่โปซองเป็นชาวโพรวองช์ ก่อตั้งล็อกซิทานโดยที่ไม่มีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับเรื่องผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและเครื่องหอมเลย 
เพราะโอลิวิเย่หลงรักในน้ำหอมและดอกไม้ นี่คือความสำเร็จของล็อกซิทาน เพราะเบื้องหลังของผลิตภัณฑ์มีเรื่องราวเป็นพื้นฐานเกี่ยวกับพันธุ์ไม้ต่างๆ และสืบทอดกันมาหลายรุ่น จนตอนนี้ล็อกซิทานจึงได้นำประเพณีเก่าๆ กลับมาใช้ 
     
วันที่ 4 <วันอังคารที่ 25 มิถุนายน 2562 Provence - Valensole - Provence>
ตื่นเช้าไปรับแสงแรกท่ามกลางทุ่งดอกลาเวนเดอร์ และไปเก็บแสงเช้า ช่วงสายเราจะพาท่านไปทานอาหาร และพักผ่อนตามอัธยาศัย 
ช่วงเย็นเราจะไปเก็บแสงเย็นที่ทุ่งลาเวนเดอร์อีกครั้งในมุมใหม่ และเดินทางกลับสู่ที่พัก


วาลองโซล (Valensole)
เมือง Valensole แหล่งปลูกลาเวนเดอร์ที่มากที่สุดและใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศส ถึงแม้ลาเวนเดอร์จะมีมากกว่า 30 สายพันธุ์แต่ที่มีในแคว้นโพรวองซ์ จะเป็นพันธุ์ True Lavender ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีคุณภาพดีมาก และปลอดภัย มีกลิ่นที่เรียกว่าหอมหวานที่สุดและเหมาะสำหรับใช้ในอโรมาเทอราพี สามารถใช้กับเด็กเล็กได้ หากแต่ราคาก็จะสูงด้วย ซึ่งพันธุ์นี้จะขยายพันธุ์และเจริญเติบโตในระดับความสูง 700 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล และชอบขึ้นในที่แห้ง แถมยังทนต่ออากาศหนาวได้ดีแม้อุณหภูมิ ติดลบถึง 15 องศาเซลเซียส แต่สำหรับผลิตภัณฑ์ที่นำมาสกัดทำสบู่ หรือเครื่องสำอางและที่ใช้ในครัวเรือนทั่วไปเห็นจะเป็นพันธุ์ Lavandin เป็นพืชพันธุ์ผสมระหว่าง True Lavender กับ Spike Lavender ให้ผลผลิตน้ำมันหอมระเหยได้มาราว ๆ สองเท่า ของ True Lavender น้ำมันที่ได้จาก Lavandin จึงราคาถูกกว่า ซึ่งพันธุ์นี้จะพบเห็นได้ทั่ว ในระดับความสูงกว่าน้ำทะเล ระหว่าง 400-600 เมตร และยังมีบางสายพันธุ์ที่ไม่ได้นำมาสกัด แต่ปลูกไว้เพื่อความสวยงามด้วย สำหรับเครื่องสำอางบางยี่ห้อที่มีชื่อเสียงในแคว้นนี้จะใช้ลาเวนเดอร์แท้ที่มีคุณภาพสูง พันธุ์ (Lavandula Angustifolia and Lavandula Stoechas) 

วันที่ 5 <วันพุธที่ 26 มิถุนายน 2562 Provence – Marseille ✈  Paris – Louvre>

นำท่านเดินทางไปสนามบิน Marseille เพื่อเดินทางไปยัง Paris และ เยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ Louvre (จากด้านนอก)

พิพิธภัณฑ์ Louvre
สิ่งที่ไม่ควรพลาดสำหรับช่างภาพ คือการถ่ายภาพพีระมิดแก้ว และ ตัวอาคารลูฟร์ อันเป็นพระราชวังเก่า มีความสวยงามอย่างหาตัวจับยาก ทำให้บางคนถึงกับขนานนามว่าลูฟร์ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่สวยที่สุดในโลก และในทริปนี้เราจะพาเข้าชมภายในพิพิธภัณฑ์ ที่ได้รวบรวม ภาพวาด โมนาลิซ่า อันโด่งดังของจิตรกรเอก ลีโอนาโด ดาวินชี่ รวมถึงประติมากรรมหินอ่อนแกะสลักรูปเทพีวีนัส หรือเทพีแห่งความรักของกรีกโบราณ คาดว่ามีอายุกว่า 2100 ปี แม้ว่าแขนทั้งสองข้างของรูปปั้นจะขาดไป ยังมีอีกหลายอย่างที่ไม่ควรพลาด


วันที่ 6 <วันพฤหัสที่ 27 มิถุนายน 2562 Paris - Etretat, Normandy - Mont Saint-Michel>
วันนี้เราจะออกเดินทางไปทางตอนเหนือของปารีส เมืองที่ติดริมทะเล และเป็นเมืองแห่งวัน D Day ของทหารพันธมิตรที่ยกพลขึ้นบกที่แคว้น Normandy เยี่ยมชมและถ่ายภาพ ผาโค้ง Etretat, Normamdy, วิหารกลางน้ำ Mont Saint-Michel

ผาโค้ง Etretat, Normamdy
ความพิเศษของผาโค้ง เอทเทรทาท์ ในนอร์มองดี คือความโดดเด่นของผาหินที่หากหามุมถ่ายภาพได้ดี จะได้ภาพผาเหมือนช้างตัวยักษ์กำลังเอางวงจุ่มลงน้ำ บางทีที่นี่ได้ ชื่อว่าผาช้าง นอกนั้นอาจจะมีโบนัสพิเศษหากวันและเวลาที่เราไปถึง น้ำลงมากๆ เราสามารถเดินลงไปชมสุสานหอยนางรมได้อีก ชายหาดจะไม่ยาวนักเพราะถูกขนาบด้วยหน้าผา วัดระยะได้เพียงประมาณ 400 เมตร และยังเป็นหาดหินไม่ใช่หาดทราย กับบรรยากาศอันแสนจะสงบมีมวลนกนางนวลบินผ่านเป็นระยะกลับทำให้ที่นี่มีเสน่ห์อย่างน่าทึ่ง

วิหารกลางน้ำ Mont Saint-Michel
Mont Saint-Michel แปลว่า “เนินเขาแห่งเซนต์ไมเคิล” เป็นวิหารคริสต์ที่สร้างอยู่บนเกาะกลางทะเลริมชายฝั่งแคว้นนอร์มังดี และเมื่อน้ำลดก็สามารถเดินจากชายฝั่งไปยังวิหารแห่งนี้ได้เลย มองแซงมิเชล ถูกยกให้เป็น “สิ่งมหัศจรรย์ของโลกตะวันตก” (Wonder of the Western World) และเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศฝรั่งเศส และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก 
เดิมทีเกาะแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า “มงตงบ์ (Mont Tombe)” ตามตำนานเล่าว่าวิหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นจากการเข้าฝันนักบุญโอแบร์ บิชอปโดยเทวดามีแชล ซึ่งนักบวชท่านนี้ไม่เชื่อในทีแรกจนการเข้าฝันในครั้งที่ 3 เทวดามิเชลได้ใช้นิ้วจิ้มที่หัวของโอแบร์ หลังตื่นขึ้นมาเค้าก็ต้องตกตะลึงว่ามีร่องรอยบนหัวของเค้าจริงๆ ทำให้เกิดความเชื่อทั้งยังเริ่มก่อสร้างวิหารในที่สุด  ภายหลังในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศสวิหารได้กลายมาเป็นที่คุมขังนักโทษทางการเมือง กระทั่งวิกตอร์ อูโกผู้มีบทบาทสำคัญในการรณรงค์ยกเลิกการเป็นสถานที่คุมขังและได้มีการบูรณะจนกลายมาเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในที่สุด ตัววิหารถูกก่อสร้างด้วยหินแกรนิตนับว่าเป็นปราการธรรมชาติในยุคกลางที่มีความสูงถึง 155 เมตร บนยอดของวิหารมีรูปปั้นทูตสวรรค์มิคาเอล สร้างโดยโดยประติมากรผู้มีชื่อเสียงโด่งดังนามว่า “เอมานูแอล เฟรมีเย (Emmanuel Frémiet)”

วันที่ 7 < วันศุกร์ 28 มิถุนายน  2562 Mont Saint - Michel - Paris>
เยี่ยมชมและถ่ายภาพ วิหารกลางน้ำ Mont Saint-Michel ทั้งจากทางด้านนอกและภายใน ก่อนเดินทางกลับปารีส


วันที่ 8 < วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2562 Paris - Bangkok>
เดินทางออกจากประเทศฝรั่งเศส ด้วยสายการบิน Thai Airways ด้วยเที่ยวบินที่ TG931 ออกเดินทางเวลา 13.40 น. Direct Flight


วันที่ 9 <วันอาทิตย์ที่ 30 กรกฎาคม 2562 Bangkok>
เดินทางถึงเมืองไทยช่วงเช้าในเวลา 05.55 โดยสวัสดิภาพ

 

รายละเอียดค่าบริการ และ การชำระเงิน

อัตราค่าบริการ: ราคาปกติ 58,000  พิเศษ!!! สำหรับสมาชิก ราคาเพียง 54,900 บาท 
(ราคานี้ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ, ค่าอาหารกลางวัน-เย็น, ค่าทำวีซ่า)

เงื่อนไขการจองและการชำระเงิน:

ณ วันที่จอง : ชำระมัดจำงวดแรก 15,000 บาท
ภายในวันที่ 5 เมษายน 2561 : ชำระมัดจำงวดที่สอง 25,000 บาท
ภายในวันที่ 5 พฤษภาคม 2561 : ชำระมัดส่วนที่เหลือทั้งหมด
***โดยบริษัทถือลำดับการชำระเงิน เป็นสำคัญ ในการยืนยันสิทธิ์การเดินทาง สำหรับลูกค้าที่เดินทางท่านเดียว ทางบริษัทจะจัดหารูมเมทให้โดยไม่จำเป็นต้องชำระค่าใช้จ่ายสำหรับพักเดี่ยวแต่อย่างใด***

 

ค่าบริการนี้รวม:

- ตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ
- ค่าที่พักตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่)
- ค่ายานพาหนะที่ใช้เดินทาง
- ค่าขึ้นตึก Montparnasse
- บริการถ่ายภาพและสอนการถ่ายภาพตลอดการเดินทาง
- ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุ วงเงินรวมสูงสุด 2,000,000 บาท เงื่อนไขตามรายละเอียดในกรมธรรม์

 

ค่าบริการนี้ไม่รวม:

- ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศไปกลับ BKK-Paris และ Paris-BKK
- ค่าอาหารตลอดการเดินทาง (ยกเว้นอาหารบางมื้อที่ทางบริษัทบริการจัดไว้ให้) (ประมาณค่าใช้จ่ายต่อวัน 1,000-1,500 บาท แล้วแต่อาหารที่เลือกรับประทาน)
- ค่าวีซ่าเข้าประเทศฝรั่งเศส 
- ค่าทิปพนักงานบริการ(ถ้ามี)
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ นอกเหนือรายการ เช่น ค่าเครื่องดื่ม มินิบาร์ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด เป็นต้น
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดการณ์
   *** ทางบริษัทบริการจัดการจองตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศให้ได้ โดยทางเราจะคิดค่าใช้จ่ายตามจริงไม่มีบวกค่าบริการใดๆ***

การชำระเงินค่าเดินทาง :
สามารถโอนเงินเข้าบัญชี
ธ.กสิกรไทย    เลขที่บัญชี 037-2-57628-6 หรือ

ธ.ไทยพาณิชย์  เลขที่บัญชี 408-825346-9 


ชื่อบัญชี บริษัท โฟโต้ เจอร์นี่ จำกัด
หลังจากโอนเงินแล้ว กรุณาส่งใบโอนเงินไปที่ 

Line@: @FotoJourney หรือ

คลิก! Line : https://line.me/R/ti/p/%40fotojourney หรือ 

Inbox Facebook: FotoJourneyTH 

กำหนดการเดินทาง: 11 - 19 เมษายน 63 (9 วัน ลางาน 2 วัน) ตรงกับวันหยุด 3 วันคือ วันที่ 13, 14, 15 เมษายน; วันสงกรานต์
จำนวนสมาชิก: 14 ท่าน (ออกเดินทางเมื่อมีสมาชิก 8 ท่านขึ้นไป)
ผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพ (Photo Specialist, PS): 2 ท่าน
ผู้นำทริปท้องถิ่น (Local Tour Leader): 1 ท่าน
ผู้ขับรถท้องถิ่น (Local Driver): 1 ท่าน 

รายละเอียดการบินระหว่างประเทศ: สายการบิน Thai Airways

ขาไป

เดินทาง วันเสาร์ที่ 11 เมษายน 2563 ด้วยเที่ยวบินที่ TG349
TG349 >>> Bangkok (BKK) –  Islamabad (ISB) เวลา 19:00 – 22:10 น. 

ขากลับ

เดินทางวันเสาร์ที่ 18 เมษายน 2563 ด้วยเที่ยวบินที่ TG350
TG350 >>> Islamabad (ISB) – Bangkok (BBK) เวลา 23:20 – 06:25 น. +1 Day
เดินทางถึงเมืองไทยช่วงเช้าของวันอาทิตย์ 19 เมษายน ในเวลา 06:25 น

 

***ออกตั๋วหลังจากได้รับยืนยันการออกทริป จากทางบริษัทฯเท่านั้น***

***บริการจัดการจองตั๋วเครื่องบิน โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม… รายละเอียดสามารถดูในหัวข้อ “ข้อมูลและลักษณะของทริปที่สำคัญ” ด้านล่าง***

รายละเอียดการเดินทาง:

วันที่ 1: < วันเสาร์ที่ 11 เมษายน 2563 > Bangkok ✈ Islamabad
ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 19.00 ด้วยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG349  ถึงท่าอากาศยานนานาชาติ Benazir Bhutto กรุงอิสลามมาบัด (Islamabad) ประเทศปากีสถาน เวลาท้องถิ่น 22.10 น. นำทุกท่านเข้าที่พัก เพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัย


Islamabad (อิสลามาบัด) 
เป็นเมืองหลวงของประเทศปากีสถานที่ตั้งอยู่ในเขตการปกครองอิสลามาบัดของรัฐบาลกลาง มีประชากร 1,014,825 คน เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 9 ของประเทศปากีสถาน 
อิสลามาบัดตั้งอยู่ในที่ราบสูง Pothohar ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ
อิสลามาบัดถูกสร้างขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1960 เพื่อแทนที่การาจีซึ่งเป็นเมืองหลวงของปากีสถานในขณะนั้น แผนแม่บทของเมืองซึ่งได้รับการออกแบบโดย Constantinos Apostolou Doxiadis แบ่งเมืองออกเป็นแปดเขตรวมทั้งเขตการปกครองด้านการทูตย่านที่อยู่อาศัยภาคการศึกษาภาคอุตสาหกรรมพื้นที่เชิงพาณิชย์และพื้นที่ชนบทและพื้นที่สีเขียว เมืองนี้เป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญหลายแห่งเช่น มัสยิด Faisal มัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียใต้และใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก 
อิสลามาบัดเป็นเมืองทรี่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในประเทศปากีสถานและประชากรส่วนใหญ่เป็นชนชั้นกลาง เมืองนี้เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยยี่สิบและเมืองนี้เป็นหนึ่งในประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในปากีสถานและมีระบบเฝ้าระวังและ กล้องวงจรปิดกว่า 1,900 ตัว

วันที่ 2: < วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2563 > Islamabad – Chilas 
วันนี้เป็นวันที่เราต้องเดินทางไกลและใช้เวลานานจาก Isalamabad เพื่อเดินทางไปพักที่ Chilas มีความจำเป็นต้องตื่นแต่เช้าตรู่  เวลาตี 4 ^^


Chilas เมืองชีลาส  
Chilas เป็นเมืองขนาดเล็ก แต่มีความสำคัญเป็นอย่างมากเป็นจุดที่เราจะต้องพักค้างคืนที่นี่ ก่อนเริ่มต้นการท่องเที่ยวในเส้นทางปากีสถานทางตอนเหนือในเขตกิลกิต-บัลติสถาน ตัวเมืองตั้งอยู่บนริมฝั่งซ้ายของแม่น้ำสินธุ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม ติดต่อกับเส้นทางคาราโครัมไฮเวย์ ซึ่งจะเชื่อมต่อไปยังเมืองหลวงอิสลามาบัด ซึ่งอยู่ทางตอนใต้โดยผ่านเมือง Dassu, Besham, Battagram, Mansehra, Abbottabad, Haripur,Hasan Abdal  ส่วนทางตอนเหนือ ติดกับประเทศจีนคือเมือง  Tashkurgan , Kashgar via โดยต้องเดินทางผ่านเมือง  Gilgit, Aliabad, Sust,  Khunjerab Pass.  เมืองชีลาสเคยมีการสร้างสนามบินแต่ไม่ได้เปิดใช้ ตัวเมืองชีลาสสูงเหนือระดับน้ำทะเล 914 เมตร เมืองชีลาสตั้งอยู่ตีนยอดเขานังกาปาบัด ชีลาสเป็นพื้นที่อากาศแห้ง แต่ในฤดูร้อนสามารถร้อนได้ถึง 52 องศา ส่วนในช่วงฤดูหนาว อุณภูมิอาจจะลดลงได้ถึง – 10 องศา  บริเวณรอบๆเมืองชีลาสจะมีภาพวาดบนหิน ผนังหิน เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธศาสนาที่เคยเจริญรุ่งเรืองในเขตนี้ก่อนที่ศาสนาอิสลามจะเข้ามา มีภาพวาดกว่า 20000 ภาพ ภาพวาดเหล่านี้วาดโดย พ่อค้า ผู้แสวงบุญ ผู้ที่เดินทางค้าขายในเส้นทางสายไหมที่เดินทางมาจากจีน อายุ 5000 ถึง 1000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ตัวอย่างภาพวาดอาทิเช่น ภาพสัตว์ ภาพการล่าสัตว์  ภาพพระพุทธรูป  ภาพเจดีย์  ภาพคล้ายยันต์   เมืองชีลาสมีเขตแดนติดกับเมือง Darel (Tangir) เมืองกิลกิต และเมือง Astore  เมืองชีลาสใช้ภาษาพื้นเมืองที่มีชื่อว่า Shina


วันที่ 3: < วันจันทร์ที่ 13 เมษายน 2563 > Chilas  – Rakaposhi View Point - Raikot Bridge – Gilgit – Karakoram - Baltit Fort - Hunza Valley
หลังรับประทานอาหารเช้าออกเดินทางจาก Clilas โดยมีจุดหมายปลายทางที่ Hunza Valley โดยในระหว่างทาง มีจุดแวะเที่ยวและถ่ายภาพหลายแห่งเช่น จุดชมวิวราคาโปชิ (Rakaposhi View Point) เป็นจุดที่ 3 เทือกเขาและ 2 แม่น้ำมาบรรจบกัน (เทือกเขาทั้ง 3 ได้แก่ Kakakoram Range, Himalaya Range และ Hindukush Range), แวะชม Raikot Bridge, ผ่านเมือง Gilgit โดยวิ่งเรียบแม่น้ำสินธุ บนเส้นทางสายไหม Karakoram และ เมื่อถึง Hunza Valley แวะเยี่ยมชม ป้อมปราการ Baltit Fort ถ่ายภาพมุมสูงซึ่งสามารถมองเห็นหุบเขาที่ปลกคลุมไปด้วยดอก Cherry, Apricot, Apple และ Walnut สวยงามเกินบรรยาย


Rakaposhi View Point (จุดชมวิวราคาโปชิ)

เป็นจุดที่ 3 เทือกเขาและ 2 แม่น้ำมาบรรจบกัน (เทือกเขาทั้ง 3 ได้แก่ Kakakoram Range, Himalaya Range และ Hindukush Range),
Rakaposhi เป็นภูเขาในเทือกเขา Karakoram ในพื้นที่ Gilgit-Baltistan ตั้งอยู่กลาง Nagar Valley Nagar District และ Danyore และหุบเขา Bagrote
Rakaposhi หมายถึง "หิมะปกคลุม" ในภาษาท้องถิ่น Rakaposhi ยังเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Dumani ("Mother of Mist" หรือ "Mother of Clouds") มีความสูงเป็นเป็นอันดับที่ 27 ของโลก

Raikot Bridge 

สะพาน Raikot อยู่บนทางหลวง Karakoram ที่มีชื่อเสียง เป็นสะพานซึ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าพักที่เดินทางมายัง Fairymeadows, Nanga Parbat และนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปยัง Gilgit, Hunza, Ghizer, Astore ผ่าน Deosai Plains ไปยัง Skardu  ถือว่าเป็นสะพานที่มีความสำคัญมากที่สุดสะพานหนึ่งบนเส้นทางสายไหม

 

Gilgit (กิลกิต)

Gilgit เป็นที่รู้จักในฐานะเมืองหลวงของภูมิภาค Gilgit-Baltistan เมืองตั้งอยู่ในหุบเขากว้างใกล้จุดบรรจบกันของแม่น้ำ Gilgit และแม่น้ำ Hunza ตามรัฐธรรมนูญของปากีสถาน Gilgit เป็นดินแดนที่ปกครองตนเองในปากีสถาน และเป็นที่ตั้งของเทือกเขาที่สูงที่สุดในโลกหลายแห่ง มีจุดสนใจหลักของนักท่องเที่ยวจำนวนมากคือ เทือกเขาที่สูงที่สุดสามแห่งในโลกคือ (1) Karakoram Highway; KKH (คาราโครัมไฮเวย์) (2) เทือกเขาหิมาลัยและ (3) ภูเขาฮินดูกูช 
ความสูงของยอดเขาใน Gilgit มีถึง 5 ยอดเขาที่มีความสูงเกินกว่า 8,000 เมตรและมีหลายยอดเขาสูงกว่า 7,000 เมตร นอกจากนี้ยังมีธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในโลก นอกเหนือนี้ยังมี แม่น้ำป่า และทิวทัศน์ที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้บริเวณนี้เป็น "ภูเขาสวรรค์" สำหรับนักปีนเขา ผู้เดินป่า ช่างภาพ และนักท่องเที่ยว


Karakoram Highway; KKH (คาราโครัมไฮเวย์)
เส้นทางในฝันของนักเดินทางก็คือ คาราโครัม ไฮเวย์ ที่นอกจากจะเป็นเส้นทางยาวจนเชื่อมซีกโลกตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกัน ยังเป็นเส้นทางที่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย (สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 4,800 เมตร) พาดผ่านเทือกเขาสำคัญของโลกถึง 3 แห่งคือ เทือกเขาหิมาลัย คาราโครัม และฮินดูกูช
ทางหลวง Karakoram เป็นถนนที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในการเดินทางแบบคลาสสิกของโลกการเดินทางแล้วก็ถือเป็นถนนนานาชาติที่สูงที่สุดในโลก และยังเป็นประตูสู่ประเทศปากีสถานของจีน เป็นเวลาหลายศตวรรษที่เส้นทางนี้ถูกใช้โดยคาราวาน มีเส้นทางที่คดเคี้ยวไปตามเส้นทางสายไหม 
ไม่ว่าคุณจะเคยไปที่ไหนๆมาแล้วแต่ไม่ควรพลาดการเดินมาสัมผัสเส้นทางสายไหมอันมีชื่อเสียงแห่งนี้
ทางหลวง Karakoram เป็นหนึ่งในความสำเร็จด้านวิศวกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของศตวรรษที่ 20
และยังเป็นพรมแดนระหว่างประเทศที่สูงที่สุดในโลกที่ 4800 เมตร (ประมาณ 16,000 ฟุต) Khunjerab Pass ซึ่งถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "หุบเขาแห่งเลือด" เนื่องจากโจรท้องถิ่นเคยใช้ประโยชน์จากภูมิประเทศเพื่อสังหารพ่อค้าและปล้นของเก่า (หยามเหตุ: สำหรับการเปรียบเทียบ Mont Blanc ซึ่งเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในยุโรปตะวันตกมีความสูงอยู่ที่อยู่ที่ 4810 เมตรเท่านั้น และ Mount Whitney ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดใน 48 รัฐที่อยู่ติดกันของสหรัฐอเมริกามีความสูงที่สุดเพียง 4421 เมตร) ดังนั้นการมาเยือนปากีสถานในครั้งนี้ทุกท่านจะได้เดินทางบนถนนสายที่สูงกว่า ภูเขาที่สูงที่สุดทั้งในยุโรปและอเมริกา ^^
เส้นทางคาราโครัมไฮเวย์ เปิดตลอดทั้งปี เพราะต้องขนส่งสินค้า  อาหาร เครื่องอุปโภค บริโภค ไปยังภูมิภาคต่างๆในทางตอนเหนือของประเทศปากีสถาน และยังเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญอย่างยิ่งของจีน เพราะจีนจะต้องส่งสินค้าที่จะส่งออกไปยุโรป อเมริกา ผ่านเส้นทางนี้ จีนได้มาทำการลงทุน ทำถนนเส้นทางคาราโครัมโฮเวย์ให้กับปากีสถาน เพื่อย่นระหว่างทางในการขนส่งสินค้าของจีน

 

Baltit Fort
ป้อมเมืองโบราณบนเนินเขา ที่อดีตราชาแห่งแคว้นฮุนซ่าเคยประทับ อยู่ด้วย Baltit Fort เป็นป้อมในหุบเขา Hunza ที่อยู่ใกล้เมือง Karimabad ในเขต Gilgit-Baltistan ภาคเหนือของปากีสถาน ก่อตั้งขึ้นในปีค. ศ. CE โดยได้รับการจัดอันดับจากรายการมรดกโลกขององค์การยูเนสโกตั้งแต่ปี 2547 
ในอดีตด้วยระบอบศักดินาของ Hunza ผู้เป็นใหญ่จะอาศัยอยู่ในป้อมปราการนี้ ฐานรากของป้อมปราการที่สร้างขึ้นเมื่อ 700 ปีที่แล้วโดยมีการสร้างและเปลี่ยนแปลงตลอดหลายศตวรรษ ในศตวรรษที่ 16 เจ้าชายท้องถิ่นแต่งงานกับเจ้าหญิงจาก Baltistan ที่นำช่างฝีมือ Balti ต้นแบบเพื่อปรับปรุงอาคารเป็นส่วนหนึ่งของสินสอดทองหมั้นของเธอ
ชาว Hunza ละทิ้งป้อมในปีพ. ศ. 2488 และย้ายไปอยู่ที่พระราชวังใหม่ ป้อมแห่งนี้เริ่มเสื่อมซึ่งและมีแนวโน้มที่จะพังทลายลง หลังจากการสำรวจโดย Royal Alaska Society of London โครงการบูรณะได้ริเริ่มขึ้นและได้รับการสนับสนุนจาก Aga Khan Trust for Culture เมืองประวัติศาสตร์สนับสนุนโครงการ โครงการนี้เสร็จสมบูรณ์ในปี 2539 และทำป้อมนี้ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ดำเนินการโดย Baltit Heritage Trust


Hunza Valley
ในอดีตฮุนซ่าเป็นรัฐอิสระที่มีปกครองตัวเองถึงกว่า 900 ปีและเป็นเมืองโบราณที่แอบซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางหุบเขาล้อมรอบ มีบรรยากาศและธรรมชาติอันบริสุทธิ์ไม่มีมลพิษ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ทำไมผู้คนในเมืองฮุนซ่าจึงมีอายุเฉลี่ยถึงยาวนานมาก
 Hunza เป็นหุบเขาอยู่ในเขต Gilgit-Baltistan ตั้งอยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศปากีสถาน อยู่ติดกับ Wakhan Corridor ของอัฟกานิสถานและเขตซินเจียงของจีน 
Hunza ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 2,438 เมตร เสน่ห์ของ Hunza มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นหุบเขาที่ถูกปกคุลมด้วยดอกไม้, ต้นป็อปลาร์ ที่มีลำต้นตรงอันสง่างาม, พรมสีเขียวเหมือนกำมะหยี่ของทุ่งข้าวสาลีซึ่งตั้งอยู่บนพื้นหลังของภูเขาปกคลุมด้วยหิมะ 
คนชาวพื้นเมืองที่นี้ถือว่ามีอายุยืนติดอันดับโลก สันนิฐานว่าเกิดจากอากาศที่แสนบริสุทธิ์ของที่นี่ ร่วมถึงอาหารที่ได้มาจากธรรมชาติ

วันที่ 4: < วันอังคารที่ 14 เมษายน 2563 > Hunza Valley – Altit Fort – Ganish Valley – Nagar Valley – Hopper Glacier – Attabad Lake 

ตื่นถ่ายแสงเช้าที่หมู่บ้านฮุนซ่า เราขึ้นจุดชมวิวกลางเมืองฮุนซ่าในช่วงก่อนพระอาทิตย์จะขึ้น เพื่อให้ได้เห็นความงดงามทั้งช่วงก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้นและทัศนีย์ภาพที่เทือกเขาโอบล้อมเรา มียอดเขา Ladyfinger ที่โดดเด่นด้วยยอดภูเขาหินซึ่งมีปลายแหลมมองบางมุมคลายกับนิ้วของผู้หญิง ตรงข้ามกันยังได้เจอกับยอดเขาสวยงามที่ปกคลุมด้วยหิมะอย่าง Rakkaposhi เป็นยอดเขาที่มีความสูงเป็นอันดับที่ 27 ของโลก (สูงจากระดับน้ำทะเล 7,788 เมตร) 
หลังจากรับประทานอาหารเช้า เราจะแวะชม ไฮไลท์อีกแห่งที่พลาดไม่ได้ Altit Fort ในส่วนสวน (Royal Park) ซึ่งเต็มไปด้วยดอกไม้ พร้อมภาพหุมเขา และเส้นทางคาราโครัม จากมุมสูง ที่สามารถสร้างความประทับใจกับผู้มาเยือนได้ทุกครั้งไป, Ganish Valley หมู่บ้านแรกของฮุนซา และเก่าแก่ที่สุด มีอายุนานกว่า 1,000 ปี ได้บันทึกเป็นชุมชนมรดกโลก โดย UNESCO, Nagar Vallay เป็นหมู่บ้านที่มีเด็กๆอาศัยอยู่มาก สามารถถ่ายภาพเด็กๆชาวปากีได้อย่างเพลิดเพลิน ทุกท่านที่มีจิตเมตตาสามารถเตรียมขนม Chocolate เครื่องเขียน ปากกา สมุด ไปแจกเด็กที่หมู่บ้านนี้ได้เลยนะครับ สำหรับผู้อยากเดินเทรคกิ้งค์ชม ธารน้ำแข็ง และถ่ายภาพ Hopper Glacier สามารถทำได้ที่นี่เช่นกันใช้เวลาในการเทรคกิ้งค์ไป และกลับ ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งครับ
หลังจากได้ภาพและท่องเที่ยวอย่างเต็มที่แล้วคืนนี้เราไปพักกันที่โดรงแรมที่สามารถนอนชมวิว Attabad Lake ที่สงบและสวยงามกันครับ

 

Altit Fort

ป้อมปราการอันงดงามที่มองออกไปเห็นหมู่บ้าน Altit ข้างแม่น้ำ Hunza ได้รับการบูรณะและฟื้นฟูอย่างมากก่อนที่จะเปิดให้บริการแก่สาธารณชน เนื่องจากหมู่บ้านบริเวณนี้มีอายุกว่า 1000 ปี ทุกท่านสามารถเดินชมรอบ ๆ หมู่บ้านที่มีเสน่ห์ในแบบท้องถิ่น 
ป้อม Altit เป็นป้อมโบราณที่เมือง Altit ในหุบเขา Hunza ใน Gilgit Baltistan ประเทศปากีสถาน เดิมทีเป็นบ้านของผู้ปกครองตามรัฐธรรมนูญของรัฐ Hunza ที่มีชื่อเมียร์ ต่อมาอีกสามศตวรรษผู้ปกครอง ได้ย้ายไปอยู่ที่ป้อม Baltit อย่างไรก็ตาม Altit Fort และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหอคอย Shikari ที่มีอายุประมาณ 1,100 ปี ถือว่าเป็นอนุสาวรีย์ที่ เก่าแก่ที่สุดใน Gilgit-Baltistan
บริเวณโดยรอบของป้อมปราการนี้เป็นที่อยู่อาศัยของชาว Burusho ตามตำนานชื่อแรกของหมู่บ้าน Altit คือ Hunukushal หมายถึงหมู่บ้าน Huns ชาวฮั่นมาจากหุบเขาหวงโฮในประเทศจีน 

Ganish Valley 

Ganish เป็นหมู่บ้านในอำเภอ Hunza ภาค Gilgit Baltistan ประเทศปากีสถาน ตั้งอยู่ในระดับความสูง 2,240 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่ที่สุด บนเส้นทางสายไหมโบราณ และเป็นที่ตั้งของหอนาฬิกาโบราณต่างๆมัสยิดแบบดั้งเดิมศูนย์ศาสนาและอ่างเก็บน้ำ 
 Ganish หมายถึงทองคำใน Brushaski
Ali Gohar House ใน Ganish ตั้งอยู่ติดกับหอสังเกตการณ์ Shikari อันเป็นสัญลักษณ์ของเมือง บ้าน 400 ปีได้รับรางวัล UNESCO Asia-Pacific Awards for อนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในปีพ. ศ. 2552 

Nagar Valley 

มีประชากรเพียง 90,000 คนที่อาศัยอยู่ในหุบเขานาการ์
Nagar เป็นที่ตั้งของกลุ่มชาติพันธุ์สองกลุ่มคือ Burushaski และ Shina Burushaski 
ภูมิประเทศของ Nagar เป็นเทือกเขาสูงมาก ภูเขาที่สูงที่สุดคือภูเขา Rakaposhi 7,788 เมตร (25,551 ฟุต) หุบเขา Nagar แบ่งออกเป็นสองส่วน Nagar Shinaki และ Nagar Burosho

Hopper Glacier
เป็นหนึ่งในจุดชมวิวอันสวยงามจุดหนึ่ง รอบข้างเต็มไปด้วยยอดเขาสูงรอบล้อม และความพิเศษของที่นี่ก็ตรงที่ธารน้ำแข็งของที่อื่นปกติจะเป็นสีขาว แต่ด้วยแร่ธาตุในบริเวณนี้จึงทำให้ธารน้ำแข็งของที่นี่จะออกเป็นสีเทาเข้ม และละแวกนี้ก็ยังมีร้านขาย หินลาพิส หินเทอร์ควอยส์ และหินธาตุต่าง ๆ ที่ถูกนำมาทำเป็นเครื่องประดับ ซึ่งถือเป็นของฝากอีกหนึ่งสิ่งที่ขึ้นชื่อของประเทศนี้อีกด้วย


Attabad Lake
ทะเลสาบสีเทอร์ควอยส์งดงาม มีต้นกำเนิดมาจากแผ่นดินถล่มช่วงแผ่นดินไหวในปากีสถานปี 2010 ลงมากั้นแม่น้ำฮุนซ่าทำให้เกิดเขื่อนและกลายเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่กลายเป็นสถานที่อันสวยงามตามธรรมชาติอีกที่ที่ห้ามพลาด
 ทะเลสาบ Attabad ยังเป็นที่รู้จักกันในนามทะเลสาบ Gojal เนื่องจากเป็นทะเลสาบในหุบเขา Gojal Hunza ปากีสถานที่ ทะเลสาบนี้ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจด้วยตัวของมันเอง เพราะสีฟ้าที่เป็นเอกลักษณ์และฉากหลังของภูเขาที่น่าทึ่ง
ทะเลสาบนี้เกิดจากการถล่มครั้งใหญ่ที่หมู่บ้าน Attabad ใน Hunza Valley ใน Gilgit-Baltistan, 9 ไมล์ (14 กม.) ต้นน้ำ (ตะวันออก) ของ Karimabad ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2010  การถล่มครั้งนั้นได้ฆ่าคนยี่สิบคนและปิดกั้นการไหลของแม่น้ำ Hunza เป็นเวลาห้าเดือน และท่วมไปไกลถึง 12 ไมล์ (19 กิโลเมตร) ของ ทางหลวง Karakoram 

วันที่ 5: < วันพุธที่ 15 เมษายน 2563 > Attabad Lake – Hussaini Hanging Bridge – Borith Lake - Passu 
ช่วงเช้าล่องเรื่อถ่ายภาพและชื่นชมความงามของ ทะเลสาบ Attabad ซึ่งทะเลสาบในหุบเขา Gojal Hunza ของปากีสถานที่ถูกสร้างขึ้นในเดือนมกราคม 2010 โดยเขื่อนถล่ม ทะเลสาบได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจด้วยตัวของมันเองสำหรับสีฟ้าที่เป็นเอกลักษณ์และฉากหลังของภูเขาที่น่าทึ่ง, Hussaini Suspension Bridge สะพานที่ brainz.org จัดอันดับให้เป็นสะพานที่อันตรายที่สุดในโลก แต่ชาวบ้านแถบนี้ใช้สำหรับเดินข้ามไปมาพร้อมขนสัมภาระอย่างง่ายดาย  ภาพถ่ายสะพานแห่งนี้ที่มีฉากหลังเป็น เขา Passu ที่แตกต่างและโดดเด่นเป็นฉากหลัง และ พื้นเป็นทะเลสาบที่มีลวดลายแปลกตา หามุมดีๆจะได้ภาพที่หลากหลาย ต่อกันด้วย Passu ภูเขาที่มีรูปทรงที่แปลกตาไม่เหมือนภูเขาหรือยอดเขาไหนๆ ด้วยรูปทรงเหมือนผลทุเรียน ที่มีหนามแหลมๆเล็กๆรอบยอดเขา คืนนี้เราจะพักที่โรงแรมบริเวณ Passu เพื่อให้สะดวกสำหรับถ่ายแสงเย็นและแสงเช้า ในช่วงเย็นสามารถเดิน เทรคกิ้งค์ ชมธารน้ำแข็ง Passu Glacier ใช้เวลาในการเทรคกิ้งค์ไป และกลับ ประมาณ 2-3 ชั่วโมงครึ่ง ระยะทางรวม 1.5 กิโลเมตรครับ ^^

Hussaini Hanging Bridge

สะพานแขวน ฮัซซานี่ เป็นจุดแลนด์มาร์กที่สำคัญของประเทศปากีสถานที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสะพานที่มีความน่ากลัว และน่าหวาดเสียว โดย brainz.org จัดอันดับให้เป็นสะพานที่อันตรายที่สุดในโลก ด้วยความห่างของระยะแผ่นไม้ที่ผูกไว้ให้เราเดินข้ามทำเอาเราขาสั่นได้เลย
สะพานสุดเสียว แห่งนี้ ใช้ข้ามแม่น้ำ Hunza  อยู่ใกล้กับหมู่บ้าน Hussaini ทางตอนเหนือของปากีสถาน 

Borith Lake

ทะเลสาบ Borith เป็นทะเลสาบใน Gulmit, Hunza Valley ใน Gilgit-Baltistan มี Borith เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ในบริเวณรอบทะเลสาบ Borith ตั้งอยู่บนความสูงประมาณ 2,600 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
ทะเลสาบนี้ ได้รับน้ำที่ละลายมาจากธารน้ำแข็ง Ghulkin

Passu Village

หมู่บ้านพาสสุ เป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านที่เงียบสงบถูกตั้งขึ้นท่ามกลางหุบเขาและเป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านที่คนดำเนินชีวิตในแบบพึ่งพิงกับธรรมชาติ คนในหมู่บ้านมีอายุยืนยาวเฉลี่ยถึง 100-120 ปีเลยทีเดียว เนื่องจากอากาศดี กินอาหารดี ทำให้อายุยืนยาว คนส่วนใหญ่ของหมู่บ้านนี้มีเชื้อสายดั้งเดิมมาจาก ทาจิกิสถานและคีร์กีซสถาน ที่อพยพมาอยู่ในดินแดนแห่งนี้ตั้งแต่ในสมัยบรรพบุรุษจนผสมกลมกลืนกัน

Passu Glacier (พาสสุ กลาเซียร์)

ธารน้ำแข็งยาวประมาณ 20 กิโลเมตร ยาวจนไปถึงภูเขาด้านหน้า ซึ่งธารน้ำแข็งนี้เป็นหิมะที่ทับถมกับมาหลายร้อยปีแล้ว


วันที่ 6: < วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2563 > Passu – Batura Lake – Gulmit – Rakaposhi View Point (Ghulmet) 
หลังจากถ่ายแสงเช้าวิวเขา Passu และรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว ออกเดินทางชมความงามของ Batura Lake ณ จุดนี้ท่านสามารถถ่านภาพเก็บวิวทิวทัศน์ได้ 360 องศา ช่วงเที่ยงและบ่ายจะพาทุกท่านเก็บวิว ตลอดเส้นทางของ Hunza, Karimabad รวมถึง Ghulmet พร้อมหมู่บ้านต่างๆ ซึ่งทุกท่านจะเห็นถึงความเป็นกันเอง ความเป็นมิตร และความน่ารักของชาวปากีสถานแบบเกินความคาดหมาย หลังจากนั้นแวะถ่ายภาพกันต่อที่ Rakaposhi View Point ยอดเขาที่สูงเป็นอันดับที่ 27 ของโลกด้วยความสูงเหนือระดับน้ำทะเลถึง 7,788 เมตร แวะซื้อของที่ระลึก และของพื้นเมือง ก่อนเดินทางไปรับประทานอาหารเย็นและเข้าที่พัก 


Batura Lake
ทะเลสาบ Batura ในช่วงที่อากาศเย็นมากพอจะกลายเป็น ธารน้ำแข็ง Batura ซึ่ง เป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดและยาวที่สุดนอกเขตขั้วโลก  ตั้งอยู่ในเขต Gojal ของ Gilgit-Baltistan ในปากีสถาน ตั้งอยู่ทางเหนือของเทือกเขา Batura ที่ความสูง 7,795 เมตร (25,574 ฟุต) และ Passu ที่ความสูง 7,500 เมตร (24,600 ฟุต) เหนือระดับน้ำทะเล ธารน้ำแข็งนี้ไหลจากทางตะวันตกไปตะวันออก ส่วนล่างจะมีสีเทาของหินและ moraine กรวดล้อม ทะเลสาบหรือธารน้ำแข็ง Batura ถูกล้อมรอบด้วยหมู่บ้าน


Gulmit
เมือง Gulmit เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีอายุหลายศตวรรษที่มีภูเขายอดเขาและธารน้ำแข็ง เป็นจุดท่องเที่ยวและมีสถานที่ประวัติศาสตร์มากมาย Gulmit ประกอบด้วยหมู่บ้านขนาดเล็กคือ Kamaris, Odver, Dalgiram, Laksh, Qalha, Shawaran, Chamangul และก่อนปี พ.ศ. 2517 เมื่อ Hunza เป็นรัฐ Gulmit เคยเป็นเมืองหลวงของรัฐ บ้านเก่าแก่ที่เก่าแก่ที่สุดใน Gulmit มีอายุมากกว่าหกศตวรรษ คนส่วนใหญ่ในหุบเขา Gojal Valley ทั้งหมดมีภูมิหลังของบรรพบุรุษในเอเชียกลาง คนพูดภาษา Wakhi และอยู่ในนิกาย Shia Imami Ismaili ของศาสนาอิสลาม ประชากรของ Gulmit ตามการสำรวจปี 2016 ประกอบด้วยประชากรประมาณ 5000 คน ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของประชากรเป็นเพศหญิง 


Rakaposhi View Point (Ghulmet)
Rakaposhi เป็นภูเขาในเทือกเขา Karakoram ในพื้นที่ Gilgit-Baltistan ของปากีสถาน ตั้งอยู่กลาง Nagar Valley Nagar District และ Danyore และหุบเขา Bagrote
ในปากีสถาน Rakaposhi หมายถึง "หิมะปกคลุม" ในภาษาท้องถิ่น Rakaposhi ยังเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Dumani ("Mother of Mist" หรือ "Mother of Clouds") มีความสูงเป็นอันดับที่ 27 ของโลก
คนของ Nagar ได้อุทิศพื้นที่ภูเขาใน Rakaposhi เป็นอุทยานชุมชน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพื้นที่ภาคเหนือได้เปิดอุทยานฯ เทือกเขา Rakaposhi เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์เช่น Marco Polo แกะเสือดาวหิมะหมีสีน้ำตาลหมาป่าและสายพันธุ์อื่น ๆ อีกมากมาย 
จุดชมวิว เรียกว่า "Zero Point of Rakaposhi" เป็นจุดชมวิวที่ใกล้เคียงความสูงขอภูเขาที่สุด
Rakaposhi เป็นภูเขาเดียวในโลกที่เกิดขึ้นตรงกลางพื้นที่ราบ มีสูงติดระดับโลก 25,550 ฟุต และมีลักษณะที่สวยงามอีกด้วย


วันที่ 7: < วันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2563 > Ghulmet – Nanga Parbat – Shitial Buddha Rock - Besham 
หลังจากรับประทานอาหารเช้า วันนี้จะเป็นอีกวันที่เดินทางกันยาวๆ ระหว่างทางเราจะแวะถ่ายภาพ 360 องศากันที่ระดับความสูง 8,126 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลที่ Nanga Parbat ยอดเขาที่สูงเป็นอันดับที่ 9 ของโลก หลังรับประทานอาหารกลางวัน แวะถ่ายภาพที่ Shitial Buddha Rock ซึ่งเป็นสัญญลักษณืบ่งบอกได้ถึงการเผยแพร่ศาสนาพุทธตลอดเส้นทางสายไหมนี้ ถึงจุดหมายสำหรับวันนี้คือที่ เบชาม (Besham) แวะรับประทานอาหารเย็นและเข้าที่พัก


Nanga Parbat (นังกาปาร์บัต) 

Nanga Parbat ยอดเขาที่สูงเป็นอันดับ 9 ของโลก มีความสูงถึง 8,126 เมตร (26,660 ฟุต) ตั้งอยู่ทางใต้ของแม่น้ำสินธุในเขต Diamer ของ Gilgit-Baltistan ในปากีสถาน
Nanga Parbat แปลว่า “ยอดเขาเปลือย”หรือ“ภูเขากินเลือด” (Killer Mountain) เพราะเป็นภูเขาที่มีอันตรายที่สุดในบรรดายอดเขาที่มีความสูงเกิน 8,000 เมตร จากยอดเขาทั้ง 14 ยอดในโลก โดยเฉพาะในครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 20 ที่ผู้เสียชีวิตมากมายในการพยามที่จะพิชิตยอดเขานี้
จุดหมายการเดินเทรคยอดนิยมของชาวปากีสถาน ใน Nanga Parbat ได้แก่ Fairy Meadows 


Shitial Buddha Rock
พระพุทธรูปประทับนั่งปางสมาธิที่แกะสลักบนหน้าผาสูงขนาด 6 เมตร สร้างตั้งแต่ในสมัยศตวรรษที่ 7 อายุราว 1,500 ปี ในเมืองจาฮานาบัด ซึ่งอยู่บริเวณหุบเขาสวัต ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน 
พระพุทธรูปองค์นี้จึงได้รับการเรียกขานกันว่า “พระพุทธรูปแห่งจาฮานาบัด” เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นในสมัยคันธาระ และเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปประทับนั่งหินแกะสลักที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียใต้ “ลูคา โอลิเวียรี” นักโบราณคดีชาวอิตาลี วัย 49 ปี ผู้นำภารกิจโครงการด้านโบราณคดีของอิตาลีในปากีสถาน ซึ่งก่อตั้งในปี 1955 เล่าว่า เขาทำงานด้านโบราณคดีในหุบเขาสวัต มากว่า 20 ปีแล้ว แต่ต้องย้ายออกไปในปี 2008 และกลับเข้ามาทำงานอีกครั้งในปี 2010 เมื่อ กลุ่มตอลิบานในปากีสถาน ระเบิดทำลายพระพุทธรูปแห่งนี้ เพื่อทำการการบูรณะให้สมบูรณ์ดังเดิม
เหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นกับ พระพุทธรูปปางประทับยืนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่หุบเขาบามิยันทางภาคกลางของอัฟกานิสถานเมื่อปี 2544  

Besham 
เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดและเป็นศูนย์กลางการค้าของย่าน Shangla ในจังหวัด Khyber-Pakhtunkhwa ประเทศปากีสถาน ประชากรส่วนใหญ่ประกอบด้วย Pashto-speaking Pashtuns
ร้านค้าของ Besham ส่วนใหญ่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวันเนื่องจากมีตำแหน่งทางภูมิศาสตร์เนื่องจากอยู่บนเส้นทางสายไหมที่มีชื่อเสียงซึ่งเชื่อมต่อกับประเทศปากีสถานกับจีน 


วันที่ 8: < วันเสาร์ที่ 18 เมษายน 2563 > Besham – Islamabad 
หลังรับประทานอาหารเช้า ออกเดินทางจาก Besham เพื่อเดินทางสู่ Islamabad แวะถ่ายภาพชีวิตความเป็นอยู่ และ แวะซื้อของฝาก เช่น เสื้อผ้า, ผลไม้, น้ำมันจากเมล็ดอัลมอลล์, Himalaya Herbals ที่ตลาดใจกลางเมือง Isalambad หลังจากนั้นไปถ่ายภาพสถานที่สำคัญและเป็นไฮไลท์อีกแห่ง คือ Faisal Mosque 
เดินทางไปยังสนามบินเพื่อเตรียมเดินทางกลับกรุงเทพ ด้วยเที่ยวบินที่ TG350 เวลาเครื่องออกจาก Islamabad (ISB) คือเวลา 23:20


Faisal Mosque
มัสยิด Faisal เป็นมัสยิดในกรุงอิสลามาบัดประเทศปากีสถาน มัสยิดมีการออกแบบร่วมสมัยประกอบด้วยแปดด้านของเปลือกคอนกรีตและเป็นแรงบันดาลใจจากเต็นท์เบดูอิน  รวมโครงสร้างครอบคลุมพื้นที่ 54,000 ตารางฟุต ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงของแผ่นดินกับฉากหลังอันงดงามของอุทยานแห่งชาติ เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในปากีสถานมัสยิด Faisal เป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งแต่ปี 1986 จนถึงปี 1993 
มัสยิดนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและมีการอ้างถึงในฐานะที่เป็นลักษณะสถาปัตยกรรมร่วมสมัยและมีอิทธิพลของสถาปัตยกรรมอิสลาม 
การก่อสร้างมัสยิดเริ่มขึ้นเมื่อปีพ. ศ. 2519 หลังจากได้รับทุนสนับสนุนจากซาอุดิอารเบียคิงฟาซิลจำนวน 120 ล้านเหรียญสหรัฐซึ่งมีชื่อว่า “มัสยิดหมี” ออกแบบโดยสถาปนิกชาวตุรกี Vedat Dalokay ได้รับเลือกหลังจากการแข่งขันระดับนานาชาติ มัสยิดมีรูปร่างเหมือนเต็นท์ชาวเบดูอินซึ่งล้อมรอบด้วยหอคอยสูง 260 เมตร (79 เมตร) ที่ไม่มีโดมทั่วไป การออกแบบมีลักษณะเป็นรูปแปดเหลี่ยมรูปสลักหลังคารูปห้องโถงรูปสามเหลี่ยมซึ่งสามารถรองรับคนได้ 100,000 คน 
ในปี 2512 มีการจัดแข่งขันระหว่างประเทศซึ่งสถาปนิกจาก 17 ประเทศส่งข้อเสนอ 43 ข้อ การออกแบบที่ชนะคือสถาปนิกชาวตุรกี Vedat Dalokay การก่อสร้างมัสยิดเริ่มขึ้นในปี 2519 มัสยิดเสร็จสมบูรณ์ในปี 2529 และเคยเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยอิสลามสากลหลายพรรค


วันที่ 9: < วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน 2563 > Islambad ✈ Bangkok 
เดินทางถึงเมืองไทยช่วงเช้าของวันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน ในเวลา 06:25 น.

อัตราค่าบริการ: 43,000 บาท/ท่าน (สามารถแบ่งชำระได้ 3 งวด)

พิเศษ!!! สำหรับลูกค้าเก่า Foto Journey ราคาเพียง 39,900 บาท/ท่าน 
(ราคานี้ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน, ค่าดำเนินการทำวีซ่า)

เงื่อนไขการจองและการชำระเงิน:

ณ วันที่จอง : ชำระมัดจำงวดแรก 12,000 บาท
ภายในวันที่ 25 มกราคม 2563 : ชำระมัดจำงวดที่สอง 20,000 บาท
ภายในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 : ชำระส่วนที่เหลือทั้งหมด
***โดยบริษัทถือลำดับการชำระเงิน เป็นสำคัญ ในการยืนยันสิทธิ์การเดินทาง สำหรับลูกค้าที่เดินทางท่านเดียว ทางบริษัทจะจัดหารูมเมทให้โดยไม่จำเป็นต้องชำระค่าใช้จ่ายสำหรับพักเดี่ยวแต่อย่างใด**

 

ค่าบริการนี้รวม:

- ค่าที่พักตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่)
- ค่าเข้าอุทยาน และค่าเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆที่ระบุไว้ในโปรแกรม
- ค่าอาหารเช้า, อาหารกลางวัน และอาหารเย็นทุกมื้อ
- ค่ายานพาหนะ, น้ำมัน, ที่จอดรถ, ทางด่วนและอื่นๆ ที่ใช้ในการเดินทาง
- บริการถ่ายภาพและสอนการถ่ายภาพตลอดการเดินทาง
- ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุ วงเงินรวมสูงสุด 2,000,000 บาท เงื่อนไขตามรายละเอียดในกรมธรรม

 

ค่าบริการนี้ไม่รวม:

- ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ
- ค่าดำเนินการทำวีซ่า
- ค่าทิปคนขับรถ และ ไกด์ท้องถิ่น
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ นอกเหนือรายการ เช่น ค่าSIM ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าเครื่องดื่ม มินิบาร์ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด เป็นต้น
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดการณ์
   *** ทางบริษัทบริการจัดการจองตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศให้ได้ โดยทางเราจะคิดค่าใช้จ่ายตามจริงไม่มีบวกค่าบริการใดๆ***

การชำระเงินค่าเดินทาง :
สามารถโอนเงินเข้าบัญชี
ธ.กสิกรไทย    เลขที่บัญชี 037-2-57628-6 หรือ

ธ.ไทยพาณิชย์  เลขที่บัญชี 408-825346-9 


ชื่อบัญชี บริษัท โฟโต้ เจอร์นี่ จำกัด
หลังจากโอนเงินแล้ว กรุณาส่งใบโอนเงินไปที่ 

Line@: @FotoJourney หรือ

คลิก! Line : https://line.me/R/ti/p/%40fotojourney หรือ 

Inbox Facebook: FotoJourneyTH 

ข้อมูลและลักษณะของทริปที่สำคัญ

ทริปนี้มีลักษณะเป็น Photo Trip จะเน้นถ่ายรูปแสงเช้า แสงเย็น เป็นหลัก ดังนั้น แผนเดินทางอาจจะมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อให้ทุกท่านได้ถ่ายภาพตามให้มากที่สุด

การทำวีซ่า  โดยเราจะช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องเอกสารใบสมัครและแผนการเดินทาง เพื่อประกอบการยื่นขอวีซ่า ซึ่งจะนัดหมายกันอีกครั้ง ประมาณ 2 - 3 เดือนก่อนวันเดินทาง

- Photo Specialist จะเป็นผู้ขับรถตลอดทั้งทริป และช่วงเวลาที่ระบุในทริปเป็นช่วงที่พระอาทิตย์ตก 4 ทุ่มของทุกวัน ดังนั้นอาจจะมีการปรับเปลี่ยนโปรแกรมตามความเหมาะสมเพื่อให้ทั้ง Photo Specialist และ ผู้ร่วมทริปมีเวลาพักผ่อนเพียงพอ และคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก
บริการจัดการจองตั๋วเครื่องบิน

กรณีให้ Foto Journey (FJ) ออกบัตรโดยสาร จะเป็นการจองที่นั่งบัตรโดยสารผ่านระบบ GDS ( Global Distribution System ) มีระยะเวลาในการออกบัตรโดยสาร (โอนเงินค่าตั๋วฯ) ภายใน 48-72 ชั่วโมง 

ซึ่งต่างจากราคาบนหน้าเว็ปไซด์ ที่เป็น Real Time Rate ที่ขึ้น-ลง ตามสายการบิน 

โดยรับบริการจองตั๋วเครื่องบิน ตั้งแต่วันที่ทริปนั้นยืนยันการออกเดินทาง จนถึง 30 วันก่อนกำหนดวันเดินทางในทริปนั้นๆ

ข้อมูลที่จำเป็น ในการสำรองที่นั่ง ผ่านระบบ GDS  

1.ชื่อ - นามสกุล ตามหน้าหนังสือเดินทาง

2.Frequent Flyer Number หรือบัตรสะสมไมล์ 

3.ระบุที่ั่นั่งที่ต้องการ เช่น ริมทางเดิน ริมหน้าต่าง อาจมีค่าใช่จ่ายเพิ่มขึ้นตามเงื่อนไขของสายการบิน 

4.หลังจากสำรองที่นั่งแล้ว ทาง Foto Journey (FJ) จะแจ้งราคาบัตรโดยสารที่ไม่มีธรรมเนียมค่าบริการ

5.สมาชิกโอนเพื่อออกบัตรโดยสารภายในวันเวลาที่กำหนด เพื่อป้องกัน ฺBooking จะ Auto Cut 

6.กรณีโอนเงินไม่ทันตามกำหนด และมีการสำรองที่นั่งใหม่ อาจมีราคาที่เท่าเดิม หรือ สูงขึ้นกว่าเดิม ขึ้นอยู่กับสถานะของที่นั่งในช่วงเวลานั้น ๆ

 

เงื่อนไขการยกเลิกทริป

กรณีที่ลูกค้าไม่สะดวกเดินทางและมีความจำเป็นต้องยกเลิกการเดินทาง และมีการยกเลิกการเดินทาง
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 90 วัน หัก 18,000 บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 45-90 วัน หัก 28,000บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 15-45 วัน หัก 32,000 บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 15 วัน ไม่สามารถคืนเงินได้ยกเว้นเงินรีฟันด์ตั๋วเครื่องบินให้ลูกค้าตามเงื่อนไขของสายการบินนั้นๆ
หมายเหตุ : ในกรณีที่ค่าทริปรวมตั๋วเครื่องบิน บริษัทจะทำการคืนเงินรีฟันด์ตั๋วเครื่องบินให้ลูกค้าตามเงื่อนไขของสายการบินนั้นๆ
การยกเลิกทริปเนื่องจากลูกค้ายื่นวีซ่าไม่ผ่านหลังจากชำระมัดจำทริปแล้ว
ให้ใช้เงื่อนไขเดียวกับการยกเลิกทริปโดยลูกค้า แนะนำให้ลูกค้าหลังจากจองทริปไปแล้วควรไปขอวีซ่าแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะเมื่อเกิดปัญหาเรื่องวีซ่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ง่ายกว่าการขอวีซ่าแบบกระชั้นชิด

 

ความรับผิดชอบ และ เงื่อนไขอื่นๆ

ในกรณีที่ทริปต้องถูกยกเลิกการเดินทาง ด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ เช่น เกิดการก่อการร้าย เกิดความไม่สงบ เกิดการประท้วง เกิดจากภัยธรรมชาติทำให้ไม่สามารถเดินทางได้ หรือเหตุอื่นๆที่ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย โดยถือว่าการตัดสินใจยกเลิกการเดินทางเป็นสิทธิ์ขาดของทางบริษัท ทางบริษัทยินดีที่จะคืนค่าทริปที่ลูกค้าจ่ายมาทั้งหมด ยกเว้นค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก หรืออื่นๆที่มีการดำเนินการชำระเงินไปแล้ว
บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ที่เกิดจากความล่าช้าของสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง การปฏิเสธการเข้าเมือง การโดนกักตัว หรือถูกส่งตัวกลับ ความเสียหายหรือสูญหายของกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าใบเล็ก หรือของมีค่าส่วนตัวของท่านระหว่างการเดินทาง โดยสิทธิประโยชน์ของท่านจะได้รับตามกรมธรรม์ประกันการเดินทางที่ระบุความรับผิดชอบไว้เท่านั้น ทั้งนี้ บริษัทฯ จะยืดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสําคัญ แต่ไม่สามารถคืนเงินค่าทริปให้ท่านได้
และหากเกิดเหตุสุดวิสัยดังต่อไปนี้ ทางบริษัทไม่อาจรับผิดชอบต่อความเสียหายต่างๆ ที่อยู่เหนือการควบคุมของเจ้าหน้าที่บริษัทฯ อาทิ
o การนัดหยุดงาน การจลาจล เปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาในตารางบิน ภัยธรรมชาติ ฯลฯ หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้น ทั้งทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ฯลฯ
o การตอบปฏิเสธการเข้าและออกเมืองของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าหรือออกเมือง อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฏหมาย หรือเอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง หรือการถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ
o  การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากสายการบินเช่น การยกเลิกเที่ยวบิน / เครื่องดีเลย์ / กระเป๋าสัมภาระมาไม่ครบ / การขึ้นราคาค่าตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น
o บริษัทฯ มีสิทธ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
o หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวจะสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์และจะไม่รับผิดชอบค่าบริการที่ ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
o บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการห้ามออกนอกประเทศ หรือ ห้ามเข้าประเทศ อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่น
o กรณีเกิดความผิดพลาดจากตัวแทน หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนมีการยกเลิก ล่าช้า เปลี่ยนแปลง การบริการจาก สายการบิน บริษัทขนส่ง หรือ หน่วยงานที่ให้บริการ บริษัทฯ จะดำเนินโดยสุดความสามารถที่จะจัดบริการทัวร์อื่น ทดแทนให้ แต่จะไม่คืนเงินให้ สำหรับค่าบริการนั้นๆ
o มัคคุเทศก์ พนักงาน และตัวแทนของบริษัท ฯ ไม่มีสิทธิ์ในการให้คำสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นแทนบริษัทฯ นอกจากมีเอกสาร ลงนามโดยผู้มีอำนาจของ
บริษัทฯ กำกับเท่านั้น

  • White Facebook Icon
  • White Instagram Icon
  • White YouTube Icon

Foto Journey Co., Ltd

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/09199