"Complete your frame....

with a great Journey"

"Romantic & Mysterious Landscape in Turkey"

Foto Journey ยินดีพาท่านไปชม… ดินแดนสองทวีป “ตุรกี” ที่ขึ้นชื่อด้านเอกลักษณ์ของศิลปะยุคโบราณรวมถึงสถาปัตยกรรมที่หล่อหลอมให้เกิดสิ่งก่อสร้างเลื่องชื่อที่ผสมผสานความเป็นยุโรปและอิสลามเข้าด้วยกันอย่างลงตัว 

เจ้าของสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติและภูมิประเทศอลังการแปลกตาอย่าง ปามุกคาเล หรือ ปราสาทปุยฝ้าย สวยสะกดตาด้วยน้ำตกสีขาวโพลนราวกับแอ่งน้ำบนสวรรค์ 


ตามรอยความยิ่งใหญ่ของการแย่งชิงอำนาจในการศึกสงครามจากนคร Hierapolis ที่ยังคงหลงเหลือซากปรักหักพังให้เราได้มองเห็น เดินทางสู่เมือง Cappadocia ขึ้นบอลลูน ชมทิวทัศน์สุดแสนโรแมนติกจากมุมสูงกับเมืองที่เต็มไปด้วยทัศนียภาพดั่งเทพนิยายและการซ่อนตัวจากการศึกสงครามด้วยการขุดหลุมสร้างเมืองใต้ดิน Underground City 

นอกจากนี้เรายังพาท่านไปเยี่ยมชมมัสยิดสองแห่งที่สร้างขึ้นเพื่อประกาศความยิ่งใหญ่ของ 2 ศาสนาระหว่าง St. Sophia Church และ Blue Mosque ที่แม้เวลาจะผ่านไปกี่ร้อยปี โบสถ์ทั้งสองแห่งนี้ยังคงความงดงามและยิ่งใหญ่อยู่เสมอ พาท่านชมความยิ่งใหญ่ของปราสาท Topkapi และ Dolmabahce ที่ถือว่าเป็นปราสาทที่ยิ่งใหญ่และได้รับการออกแบบด้วยสถาปัตยกรรมที่ดีที่สุดของการสร้างพระราชวัง ก่อนจะนำท่านสู่รอยแยกของ 2 ทวีปที่ช่องแคบ Bosphorus ช่องแคบซึ่งแยกตุรกีทั้งสองฝั่งออกจากกันจนแผ่นดินแยกไปอยู่คนละทวีปซึ่งเป็นประเทศเดียวในโลก!
 

และที่สำคัญเราจะพาทุกท่านไปถ่ายรูปในหลายประสบการณ์ หลากเทคนิค โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการภาพถ่าย (Photo Specialist) สอนถ่ายภาพตั้งแต่ระดับพื้นฐาน คอยแนะนำเทคนิค, มุมมอง, องค์ประกอบภาพ รวมถึงการให้คำปรึกษาวิเคราะห์ภาพที่ถ่ายอย่างเป็นกันเอง และ เข้มข้น

HIGHLIGHT:

o    Istanbul เมืองที่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของประเทศตุรกี มีประชากรอยู่หนาแน่นเป็นอันดับ 4 ของโลก
o    Pamukkale หรือ Cotton Castle น้ำตกสีขาวโพลนก่อตัวกันเป็นเนินเขา และลดหลั่นลงมาดังป้อมปราการ สวยงามดุจดั่งนิยาย
o    Hierapolis นครโบราณอายุกว่า 2,200 ปี ที่เคยรุ่งเรืองถึงขีดสุดกระทั่งล่มสลายด้วยแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงในอดีต
o    Cappadocia เมืองที่เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหม ในอดีตเคยเกิดการระเบิดของภูเขาไฟจนทับถมกลายเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมาและมีหินรูปทรงแปลกตา
o    Goreme หุบเขาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก ที่ในอดีตเป็นที่ตั้งถิ่นฐานของผู้อพยพสมัยโรมัน
o    St. Sophia Church โบสถ์ทรงโดมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ต้นแบบสถาปัตยกรรมโบสถ์ของคริสต์ศาสนาตะวันตก และได้รับการยกย่องให้เป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง
o    Blue Mosque มัสยิดสีน้ำเงิน หนึ่งในสัญลักษณ์ของอิสตันบูล ด้านในประดับด้วยกระเบื้องสีฟ้า สร้างขึ้นมาเพื่อเอาชนะโบสถ์ฮาเกียโซเฟีย
o    Topkapi Palace พระราชวังที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นตัวอย่างศิลปะและสถาปัตยกรรมที่ดีที่สุดของพระราชวังสมัยออตโตมัน 
o    Bosphorus ช่องแคบแห่งอิสตันบูลเขตแดนที่ใช้แบ่งประเทศตุรกิออกเป็น 2 ฝั่ง ใช้สำหรับการเดินเรือระหว่างประเทศ

 

กำหนดการเดินทาง: 1–9 พฤษภาคม 2563 
(9 วัน ลางาน 3 วัน) ตรงกับวันหยุด 3 วันคือวันแรงงาน (1), วันฉัตรมงคล (4) และวันวิสาขะบูชา(6)


จำนวนสมาชิก: 12 ท่าน (ออกเดินทางเมื่อมีสมาชิก 6 ท่านขึ้นไป)
ผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพ (Photo Specialist, PS): 2 ท่าน 

รายละเอียดเส้นทางการบิน: สายการบิน Turkish Airlines และ Pegasus Airline
ขาไป

เดินทาง วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2563 ด้วยเที่ยวบินที่ TG7545 (Direct Flight)

TG7545 >>> Suvarnabhumi Airport, Bangkok (BKK) – Istanbul International Airport, Turkey (IST) เวลา 23:00 – 05:20 น. +1 Day (ระยะเวลาเดินทาง 10 ชม. 20 นาที)
เดินทาง วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2563 ด้วยเที่ยวบินที่ TK2026

TK2026 >>> Istanbul International Airport, Turkey (IST) - Kayseri Erkilet International Airport

, Turkey (ASR) เวลา 08:50 – 10:25 น. (ระยะเวลาเดินทาง 1 ชม. 35 นาที)
 

เดินทาง วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2563 ด้วยเที่ยวบินที่ TK7299 และ TK7450

TK7299 >>> Kayseri Erkilet International Airport, Turkey (ASR) - Istanbul Sabiha Gökçen International Airport, Turkey (SAW) เวลา 05:10 – 06:35 น. (ระยะเวลาเดินทาง 1 ชม. 25 นาที) เวลาในการรอต่อเครื่อง 2 ชม.
TK7450 >>> Istanbul Sabiha Gökçen International Airport, Turkey (SAW) - Denizli Çardak Airport

, Turkey (DNZ) เวลา 08:35 – 09:40 น. (ระยะเวลาเดินทาง 1 ชม. 05 นาที)
เดินทาง วันพุธที่ 6 พฤษภาคม 2563 ด้วยเที่ยวบินที่ PC2199

PC2199 >>> Izmir Adnan Menderes International Airport, Turkey (ADB)  - Sabiha Gökçen Airport, Turkey (SAW) เวลา 14.50 – 15.55 น. (ระยะเวลาเดินทาง 1 ชม. 5 นาที)

ขากลับ

เดินทาง วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2563 ด้วยเที่ยวบินที่ TG7542 (Direct Flight)

TG7542 >>> Istanbul International Airport, Turkey (IST) – Suvarnabhumi Airport, Bangkok (BBK) เวลา 20:15 – 09:50 น. + 1 Day (ระยะเวลาเดินทาง 9 ชม. 35 นาที)

***ออกตั๋วหลังจากได้รับยืนยันการออกทริป จากทางบริษัทฯเท่านั้น***

***บริการจัดการจองตั๋วเครื่องบิน โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม… รายละเอียดสามารถดูในหัวข้อ “ข้อมูลและลักษณะของทริปที่สำคัญ” ด้านล่าง***

รายละเอียดการเดินทาง:
 

วันที่ 1: < วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2563 > Bangkok ✈ Istanbul International Airport, Turkey (IST)

ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิด้วยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบินที่ TG7545 (Direct Flight) เวลาเครื่องออก 23:00 น. ระยะเวลาเดินทาง 10 ชม. 20 นาที และถึงสนามบิน Istanbul International Airport เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี เวลาท้องถิ่น 05:20 น. ของวันรุ่งขึ้น โดยเวลาที่ประเทศตุรกีช้ากว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง 

 

วันที่ 2: < วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม 2563 > Istanbul International Airport (IST) ✈ Kayseri Erkilet International Airport (ASR) - Cappadocia

เดินทางถึงสนามบิน Istanbul International Airport เมืองอิสตัสบูล ประเทศตุรกี เวลาท้องถิ่น 05.20 น. หลังจากรับกระเป๋าจากสายพานและผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว เดินทางต่อด้วยเที่ยวบิน TK2026 จาก Istanbul International Airport เวลาเครื่องออก 08:50 น. ระยะเวลาเดินทาง 1 ชม. 35 นาที และถึงสนามบิน Kayseri Erkilet International Airport เวลาท้องถิ่น 10.25 น.
หลังจาก Check In เข้า โรงแรมที่มีลักษณะเฉพาะตัวของ แคปปาโดเซีย (Cappadocia) และ รับประทานอาหารกลางวัน เรียบร้อยแล้วออกถ่ายภาพจนถึงแสงเย็น


แคปปาโดเซีย (Cappadocia)

เมืองคัปปาโดเจีย เป็นบริเวณที่อยู่ระหว่างทะเลดำกับภูเขาเทารุส มีความสำคัญมาแต่โบราณกาลเพราะเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายไหมเส้นทางค้าขายแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ทอดยาวจากตุรกีไปจนประเทศจีน เป็นพื้นที่พิเศษที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเมื่อประมาณ 3 ล้านปีมาแล้ว ทำให้ลาวาที่พ่นออกมาและเถ้าถ่านจำนวนมหาศาล กระจายไปทั่วบริเวณทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมา จากนั้นกระแสน้ำ ลม ฝน แดด และหิมะ ได้ร่วมด้วยช่วยกันกัดเซาะกร่อนกินแผ่นดินภูเขาไฟไปเรื่อบๆ นับแสนนับล้านปี จนเกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวง ที่เต็มไปด้วยหินรูปแท่งกรวย (คว่ำ) ปล่อง กระโจม โดม และอีกสารพัดรูปทรง ดูประหนึ่งดินแดนในเทพนิยาย จนชนพื้นเมืองเรียกขานกันว่า “ปล่องไฟนางฟ้า” (Fairy Chimney)

 

วันที่ 3: < วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม 2563 > Cappadocia – Love Valley – Gerome Open Air Museum – Uchisar Castle - Gerome

วันนี้เราจะตื่นเช้ากันเล็กน้อย เพื่อร่วมเก็บแสงเช้าที่ หุบเขาแห่งรัก (Love Valley) จากนั้นกลับมารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม จากนั้นในช่วงสายเราจะเดินทางกันต่อไปที่ เมืองเกอเรเม่ (Goreme) และรับประทานอาหารท้องถิ่นในช่วงเที่ยงของวัน จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์กลางแกจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum) ซึ่งเป็นหนึ่งในมรดกโลกที่ได้รับการประกาศในปี ค.ศ. 1985 ในช่วงบ่ายให้ท่านได้พักผ่อนหย่อนใจที่ ร้านอาหารทิพิส (Tipis Tea and Restaurant) ดื่มดำกับชาและกาแฟเคล้าคลอกับบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกภายในเกอรูปทรงสามเหลี่ยม จากนั้นพาท่านถ่ายแสงเย็นที่ ปราสาทยูชิซาร์ (Uchisar Castle) จนถึงตอนค่ำ

 

หลังจากถ่ายแสงเย็นกันอย่างจุใจแล้ว พาท่านรับประทานอาหารเย็นและเข้าสู่ที่พัก วันนี้เราจะพักกันที่เมือง แคปปาโดเซีย (Cappadocia)

 

หุบเขาแห่งความรัก (Love Valley)

ตั้งอยู่ระหว่างพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum) และเมือง เกอเรเม่ (Goreme) เป็นหุบเขาที่ซ่อนเร้นอยู่พร้อมรูปทรงที่แปลกประหลาดน่าอัศจรรย์ใจของบรรดาเสาหิน เนื่องจากรูปทรงของเสาหินบริเวณนี้มีความคล้ายคลึงกับลึงค์หรืออวัยวะเพศชาย ดูราวกับว่าเป็นการสร้างขึ้นเพื่อแสดงความเคารพต่อความอุดมสมบูรณ์ของเพศชายในสมัยโบราณ อย่างไรก็ตามการก่อตัวของกลุ่มเสาหินที่น่าทึ่งเหล่านี้ จะดูอย่างไรก็อยู่ห่างไกลจากความเป็นไปได้ที่มนุษย์จะสร้างขึ้น

 

พื้นที่ที่เป็นกลุ่มเสาหินที่ หุบเขาแห่งความรัก (Love Valley) ตั้งอยู่บนความสูงกว่าหนึ่งพันเมตรจากระดับน้ำทะเล โดยทั่วไปพื้นที่บริเวณนี้มีฝนเบาบาง เนื่องจากคัปปาโดเชียเป็นภูมิภาคที่มีฤดูร้อนแห้งแล้งและฤดูหนาวที่อากาศหนาวจัดและมีหิมะตก

นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมหุบเขาแห่งความรัก (Love Valley) จากจุดชมวิวที่ด้านบน หรือเดินลงไปยังฐานของโครงสร้างหินขนาดใหญ่เหล่านี้ก็ได้เช่นกัน ขณะเดินเที่ยวชมหินเสาต่างๆ ที่นี่นักท่องเที่ยวจะต้องเกิดความรู้สึกตะลึงและทึ่ง ราวกับกำลังต้องเวทมนตร์แห่ง แคปปาโดเซีย (Cappadocia) อย่างแท้จริง


เกอเรเม่ (Goreme)

เกอเรเมเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในบริเวณแคปพาโดเซียในตอนกลางของอานาโตเลียในประเทศตุรกี เดิมมีชื่อเรียกหลากหลาย โครามา (Korama), มาเทียน่า (Matiana), แมคแคน (Maccan) และ อัฟซิลาร์ (Avcilar) เมื่อหุบเขาเกอเรเมที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนักได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ชื่อเมืองก็ถูกเปลี่ยนมาเป็น “เกอเรเม” เพื่อความสะดวก เมืองแห่งนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอย่าง “อุทยานแห่งชาติแห่งเกอเรเม” ซึ่งไดัรับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี ค.ศ. 1985

เกอเรเมตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของผู้คนมาตั้งแต่สมัยโรมัน และเป็นที่ที่ชาวคริสเตียนยุคแรกใช้ในการเป็นที่หลบหนีภัยจากการไล่ทำร้ายและสังหารก่อนที่คริสต์ศาสนาจะเป็นศาสนาที่ได้รับการประกาศว่าเป็นศาสนาของจักรวรรดิ ที่จะเห็นได้จากคริสต์ศาสนสถานจำนวนมากมายที่ตั้งอยู่ในบริเวณนี้

 

พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งเกอเรเม (Goreme Open Air Museum)

พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งเกอเรเม เป็นที่ตั้งของโบสถ์หลายแห่งซึ่งแกะสลักเข้าไปในหิน และเป็นผลงานของนักบวชคริสต์ในยุคกลาง ที่นี่เราจะได้เดินสำรวจสถานที่ทางประวัติศาสตร์เพื่อชมภาพวาดฝาผนังที่น่าสนใจจากสมัย 1,000 ปีก่อน และเรียนรู้เกี่ยวกับชาวไบแซนไทน์ที่สร้างสรรค์ผลงานเหล่านี้ มรดกโลกที่ขึ้นทะเบียนกับองค์การยูเนสโกแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักที่ดึงดูดผู้มาเยือนภูมิภาคแคปพาโดเชีย เนื่องจากมีทิวทัศน์ตระการตา ภูมิประเทศที่หลากหลาย และสถานที่ทางจิตวิญญาณอันเกิดจากการสลักหิน ชมโบสถ์อันลึกลับที่แกะสลักเข้าไปในหินใหญ่ให้ทั่ว Karanlik Kilise (Dark Church) เป็นไฮไลต์ของพิพิธภัณฑ์นี้ เนื่องจากมีภาพวาดฝาผนังที่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดี ชมสำนักชีที่ภายในมีโบสถ์ ห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว และห้องอื่นๆ อีกมากมายในพื้นที่ 7 ชั้น

 

ปราสาทยูชิซาร์ (Uchisar Castle)

ปราสาทหินธรรมชาติยูชิซาร์ (Uchisar) เกิดจากหินขนาดใหญ่ที่ก่อตัวขึ้นและสูงตระหง่านเหนือภูมิประเทศรอบด้าน มีลักษณะคล้ายกับรวงผึ้งที่เต็มไปด้วยรูขนาดเล็กและมืด ประวัติอันน่าสนใจและทิวทัศน์ตระการตาของปราสาทแห่งนี้คือสิ่งที่ดึงดูดให้ผู้คนผู้มาเยือนที่นี่อยู่ตลอด

ปราสาทหินธรรมชาติแห่งนี้ถูกเรียกว่าปราสาทรวงผึ้งเนื่องจากมีลักษณะเป็นรูเล็กๆ หลายร้อยรูเหมือนรวงผึ้งที่เจาะเป็นห้องในหินเนื้ออ่อน การเที่ยวชมปราสาทแห่งนี้นักท่องเที่ยวจะต้องเดินผ่านอุโมงค์เล็กๆ และขั้นบันไดกว่า 120 ขั้นที่เชื่อมต่อห้องต่างๆ เข้าด้วยกันคล้ายเขาวงกต ปัจจุบันบางห้องไม่เปิดให้เข้าชมเนื่องจากมีการผุกร่อนอยู่เรื่อยๆ

 

วันที่ 4: < วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม 2563 > Balloon – Pasabag Valley – Cavusin – Basilica of St. John – Red Valley – Cappadocia 

สำหรับในวันนี้เราจะถ่ายภาพ บอลลูน (Balloon) กับเมืองแคปปาโดเซีย (Cappadocia) เพื่อให้ได้บอลลูนคู่กับแสงเช้า จำเป็นต้องต้องตื่นกันตั้งแต่มืดประมาณ ตี 4 เพื่อไปให้ทันแสงเช้าที่จะขึ้นมาราวตี 5 ครึ่ง จากนั้นกลับมารับประทานอาหารเช้ากันที่โรงแรม เมื่อทุกท่านเตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว เราจะพาท่านสู่ หุบเขาพาซาแบค (Pasabag Valley) กลุ่มแห่งหินรูปร่างประหลาดที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ในช่วงบ่ายพาท่านสู่เมืองคาวูซิน (Çavuşin) เพื่อเยี่ยมชมมหาวิหารเซนต์จอห์น (Basilica of St. John) เพื่อร่วมบันทึกภาพแห่งความยิ่งใหญ่ของมหาวิหารในศตวรรษที่ 6 หลังจากนั้นในช่วงบ่ายเราจะพาท่านไปต่อกันที่ หุบเขาแดง (Red Valley) เพื่อบันทึกภาพแสงเย็นคู่กับหุบเขาที่เหมือนหนามแหลมคมแทงออกมาจากพื้นดิน

 

หลังจากนั้นในช่วงเย็น พาท่านกลับเข้าสู่ที่พักเพื่อรับประทานอาหาร สำหรับวันนี้เราจะพักที่เมือง แคปปาโดเซีย (Cappadocia) กันอีกคืน เพื่อเตรียมตัวเดินทางไปยังสนามบินในตอนเช้าตรู่
**ค่าขึ้น Balloon ชำระโดยตรงกับทางผู้จัดในวันถึง แคปปาโดเซีย (Cappadocia)***

 

หุบเขาพาซาแบค (Pasabag Valley)

สถานที่ที่เต็มไปด้วยหินรูปร่างประหลาด อยู่ห่างจากเกอเรเม่ (Goreme) มาทางตอนเหนือประมาณ 4.8 กิโลเมตร โดยอยู่ริมถนนสายที่จะไปหุบเขาเซลวี (Zelve Valley) เมื่อมาจากเกอเรเม่หรือเอวานอส (Avanos) โดยชื่อของสถานที่คำว่า “Pasabag” นั้นหมายถึงไร่องุ่นของแม่ทัพหรือคำว่า “Pacha Pacha” ในภาษาตุรกี เนื่องจากเสาหินสูงโดดเด่นเหล่านี้ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนองุ่นนั่นเอง

 

มีตำนานพื้นเมืองเล่ากันมาว่าในศตวรรษที่ 4 มีนักบุญซีโมน (St Simeon) เป็นนักบุญคริสต์นิกายโรมันคาธอลิกชื่อเสียงโด่งดัง เนื่องด้วยเป็นผู้มีพลังวิเศษจึงทำให้ได้รับความสนใจจากชาวบ้านอย่างไม่หยุดหย่อน นักบุญท่านนี้กับลูกศิษย์จึงได้ปลีกวิเวกมาอยู่อย่างสันโดษบนปล่องไฟนางฟ้าแห่งหนึ่ง และจะลงมาจากปล่องไฟนางฟ้าก็ต่อเมื่อต้องลงมาหาอาหารเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นอารามที่ตั้งอยู่ท่ามกลางไร่องุ่นและภูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์แห่งนี้

 

คาวูซิน (Cavusin)

หมู่บ้านที่ถูกโอบล้อมด้วยเนินเขาและบ้านเรือนหลังเล็กๆ โดยหมู่บ้านแห่งนี้ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างเอวานอส (Avanos) และ เกอเรเม่ (Goreme) บริเวณซึ่งเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านปัจจุบันนั้นเป็นถนน โดยหมู่บ้านแห่งนี้เป็นพื้นที่ที่ยังคงเงียบสงบและผู้คนดำเนินชีวิตตามวิถีดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายนั่งจับกลุ่มดื่มชากันตามร้านชาในหมู่บ้าน และผู้หญิงที่ยังคงแต่งกายด้วยเสื้อผ้าแบบพื้นเมืองของเตอร์กิช

 

ความน่าสนใจของหมู่บ้านคาวูซิน (Cavusin) คือมีโบสถ์อยู่ถึงสองแห่งด้วยกัน ได้แก่ โบสถ์ด้านบน (The Upper Church) ซึ่งเป็นโบสถ์ที่สร้างเพื่ออุทิศแด่นักบุญเซนต์จอห์น (St. John) และโบสถ์อีกแห่งหนึ่งคือโบสถ์ด้านล่าง (The Lower Church) หรือ Çavusin (Nicephorus Phocas) Church สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกแด่การมาเยือนของจักรพรรดิ Nicephorus Phocas แห่งคัปปาโดเชียน สันนิษฐานกันว่าโบสถ์ด้านบนหรือโบสถ์เซนต์จอห์นนั้นอาจจะเป็นโบสถ์ถ้ำที่เก่าแก่ที่สุดและใหญ่ที่สุดในภูมิภาค โดยน่าจะสร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 5

 

มหาวิหารเซนต์จอห์น (Basilica of St. John)

มหาวิหารที่สร้างขึ้นโดย Justinian ในศตวรรษที่ 6 เพื่อเป็นที่ฝังศพและอุทิศแด่เซนต์จอห์นผู้เผยแพร่คริสต์ศาสนา มหาวิหารแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขาอะยาซูลัค (Ayasuluk) ห่างจาก เอเฟซัส (Ephesus) ประมาณ 3.5 กิโลเมตร โดยที่โบสถ์เริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ. 548 และเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 565 สร้างขึ้นจากหินก้อนใหญ่ทั้งหมด ในขณะที่เสาทำขึ้นมาจากหินอ่อนทั้งต้นเพื่อให้ทนต่อการรับน้ำหนักของโดมด้านบนที่มีน้ำหนักมหาศาล

 

หุบเขาแดง (Red Valley)

หินสีแดงเข้มแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีชื่อเสียงของแคปปาโดเซีย (Cappadocia) เนื่องจากมีหินก้อนใหญ่สีสันสดใสและโบสถ์หินสลักอันเก่าแก่ ด้วยลักษณะของหินสีแดงเข้มจนได้ชื่อเรียกว่า Red Valley ที่นี่จะมีการเจาะหินดังกล่าวเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย โดยมีความพิเศษคือเมื่อเวลาที่พระอาทิตย์เตรียมลาลับขอบฟ้า จะสะท้อนแสงเข้ากับโขดหินต่างๆ ของบริเวณหุบเขาทำให้เกิดแสงสีทองเหลืองอร่ามอยู่เบื้องหลังกองหินนี้ ซึ่งในอดีตกองหินแห่งนี้เคยจมอยู่ในน้ำ ซึ่งสังเกตได้จากรอยกัดกร่อนตามขอบหินซึ่งคาดว่ากองหินเหล่านี้ในอดีตเคยจมอยู่ใต้น้ำมานานหลายพันปี จนกระทั่งเกิดแผ่นดินไหวและทำให้แผ่นดินยกตัวสูงขึ้นจนทำให้น้ำไหลซึมไปหมดสิ้น

 

วันที่ 5: < วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม 2563 > Cappadocia - Kayseri Erkilet International Airport (ASR) ✈ Istanbul Sabiha Gökçen International Airport (SAW) ✈Denizli Çardak Airport (DNZ) – Pakukkale - Basilica Therma - Denizli

สำหรับวันนี้เราจะเดินทางไปยังเมืองเดนิซลี (Denizli) ด้วยสายการบิน Turkish Airline ในช่วงเช้าตรู่ออกจากโรงแรมในเวลา 04.00 น. เดินทางถึงสนามบิน Kayseri Erkilet International Airport (ASR) เดินทางด้วยเที่ยวบิน TK7299 เวลาเครื่องออก 05.10 น. ระยะเวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 25 นาที ถึงสนามบิน Istanbul Sabiha Gökçen International Airport (SAW) ในเวลา 06.35 น. จากนั้นรอต่อเครื่อง 2 ชั่วโมง และเดินทางต่อด้วยสายการบินเดียวกัน เที่ยวบินที่ TK7450 จากสนามบิน Istanbul Sabiha Gökçen International Airport (SAW) เวลาเครื่องออก 08.35 น. เดินทางถึง Denizli Çardak Airport (DNZ) เมืองเดนิซลี (Denizli) เวลา 09.40 น. ระยะเวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 5 นาที (รวมระยะเวลาเดินทางทั้งหมด 4 ชั่วโมง 30 นาที)

 

มุ่งสู่ปามุกคาเล (Pamukkale) ปราสาทปุยฝ้ายสุดแสนมหัศจรรย์และตื่นตาตื่นใจไปกับตะกอนหินปูนที่ก่อตัวกลายเป็นแอ่งและมีธารน้ำแร่ไหลเอ่ออยู่ตลอดเวลา หลังจากนั้นในช่วงบ่ายพาท่านสู่ บาซิลิกา เทอร์มาส (Basilica Therma) สปาโบราณของชาวโรมัน โรงอาบน้ำโรมันอายุสองพันปี จากนั้นเราจะถ่ายแสงเย็นที่ปามุคคาเล (Pamukkale) จนถึงค่ำและเข้าสู่ที่พัก โดยวันนี้เราจะพักกันที่เมือง เมืองเดนิซลี (Denizli)

 

ปามุคคาเล (Pamukkale)

ในภาษาตุรกีแปลว่าปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) เป็นน้ำตกสีขาวโพลน มีความยาวประมาณ 2.7 กิโลเมตร และสูง 170 เมตร ลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นส่งประกายสะท้อนกับแสงแดดระยิบระยับ บนหน้าผา ด้วยแนวเขาสีขาวบริสุทธิ์ของแร่แคลเซียมที่เกาะตัวอยู่บนเนินเขา ลดหลั่นลงมาดังป้อมปราการเกิดจากน้ำพุร้อนที่มีแร่แคลเซียมคาร์บอเนตผสมอยู่เป็นจำนวนมากในธรรมชาติ เกิดจากการก่อตัวของแคลเซียมคาร์บอเนตภายในน้ำที่ไหลตามแร่หินใช้เวลานับหมื่นปีจนกลายมาเป็นน้ำตกสีสันสวยงามให้เราได้ชม น้ำแร่ที่ปามุคคาเลแห่งนี้ได้รับความเชื่อถือมาแต่โบราณกาล มีกิตติศัพท์เลื่องลือว่าสามารถรักษาโรคต่างๆ ได้ มีประโยชน์ดีต่อสายตาและผิวหนัง บรรเทาโรคปวดข้อและหอบหืดได้ชะงัก ทำให้มีผู้คนเดินทางมาใช้น้ำแร่เพื่อบำบัดรักษาโรคกันเป็นจำนวนมาก ปามุกกาเลถูกเลือกให้เป็นมรดกโลกโดยองค์กร UNESCO ในปี ค.ศ. 1988

 

โรงอาบน้ำบาซิลิกา (Basilica Therma)

พื้นที่ของโรงอาบน้ำโรมันขนาดใหญ่ในเมืองซาการ์ยา ซึ่งมีการเริ่มขุดค้นทางโบราณคดีมายาวนานตั้งแต่ปี 2010 โดยโรงอาบน้ำนี้มีขนาดพอกับขนาดสระน้ำไซส์โอลิมปิก โรงอาบน้ำแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 2 โดยกษัตริย์ที่ได้รับฉายาว่า “King of Roses” สร้างโรงอาบน้ำแห่งนี้ขึ้นมา เนื่องจากลูกสาวของเขามีอาการป่วยและมีความเชื่อว่าน้ำร้อนในบริเวณนี้จะสามารถช่วยเยียวยาอาการของเธอได้ ภายในโรงอาบน้ำ Basilica Therma แห่งนี้ส่วนใหญ่ประกอบด้วยวัสดุหลักอย่างหินอ่อน เป็นวัสดุในการก่อสร้างเกือบทั้งหมด ทั้งในส่วนของโครงสร้างสถาปัตยกรรมหรือส่วนบริเวณสระน้ำก็ตาม รวมทั้งการใช้หินปูนในโครงสร้างบางส่วนของสระน้ำ ปัจจุบันโรงอาบน้ำ Basilica Therma นี้อยู่ในรายชื่อ Tentative List (รายชื่อรอรับการบรรจุ) ให้เป็นมรดกโลกขององค์การสหประชาชาติ

 

วันที่ 6: < วันพุธที่ 6 พฤษภาคม 2563 > Pamukkale – Hierapolis – Ephesus Terrace Houses - Izmir Adnan Menderes International Airport (ADB) ✈ Istanbul Sabiha Gökçen International Airport (SAW) – Istanbul 

เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการถ่ายแสงเช้าที่สวยสะดุดตากันที่ Pamukkale South Gate และถ่ายแสงเช้าต่อกันที่นครโบราณเฮียราโปลิส (Hierapolis) จากนั้นกลับไปยังโรงแรมเพื่อรับประทานอาหาร ขอให้ท่านจัดเตรียมอุปกรณ์และของใช้ส่วนตัวให้เรียบร้อย เราจะทำการเช็คเอาท์ออกจากโรงแรม เพื่อเดินทางไปต่อกันที่ บ้านเมืองของชาวเอเฟซัส (Ephesus Terrace Houses) ในสมัยก่อน เราจะใช้เวลาเที่ยวชมที่นี่ราวๆ 1 ชั่วโมง 

 

จากนั้นพาท่านไปยังสนามบิน Izmir Adnan Menderes International Airport (ADB) ออกเดินทางด้วยสายการบิน Pegasus Airlines เที่ยวบินที่ PC2199 เวลาเครื่องออก 14.50 น. ระยะเวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 5 นาที เดินทางถึงสนามบิน Istanbul Sabiha Gökçen International Airport (SAW) ในเวลา 15.55 น. พาท่านสายแสงเย็นและรับประทานอาหารที่โรงแรม Hotel Acadia Blue

 

หลังจากนั้นพาท่านเข้าสู่ที่พัก วันนี้เราจะพักกันที่ อิสตันบูล (Istanbul) ครับ

 

เฮียราโปลิส (Hierapolis)

นครโบราณเฮียราโปลิส Hierapolis สันนิษฐานกันว่ามีอายุประมาณ 2,200 ปี เพราะถูกสร้างขึ้นก่อนคริสตกาล ในยุคของกษัตริย์ยูเมเนสที่ 2 แห่งอาณาจักรเพอร์กามอน โดยสร้างให้อยู่ใกล้กับแอ่งน้ำแร่ร้อนปามุคคาเลย์ แต่หากถอดความคำว่าเฮียราโพลิส หมายถึง เมืองแห่งความศักดิ์สิทธิ์ เช่นเดียวกับเมืองทุกเมืองที่มียุครุ่งโรจน์ และยุคเสื่อมถอย เฮียราโพลิสเองก็เป็นแบบนั้น หลังจากเมืองนี้ถูกยกให้พวกโรมัน ก็เกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงจนเมืองย่อยยับ ประมาณปลายศตวรรษที่ 2 เฮียราโพลิส ค่อยๆ ถูกบูรณะฟื้นฟูขึ้นใหม่ จนก้าวสู่ศตวรรษที่ 3 ด้วยความรุ่งโรจน์อย่างหาเมืองไหนเปรียบได้ยาก แต่เวลาเคลื่อนไปถึงศ ตวรรษที่ 7 ก็ถึงยุคเสื่อม เมื่อถูกข้าศึกต่างถิ่นรุกราน นอกจากนี้ยังได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว  ภายในเมืองโบราณมีสถานที่น่าสนใจ เช่น โรงอาบน้ำ โรงละคร วิหาร โบสถ์ ป้อมปราการ ตลาด และสถาปัตยกรรมทางการขนส่งอีกมากมาย

 

บ้านแห่งเอเฟซัส (Ephesus Terrace Houses)

บ้านแห่งเอเฟซัสตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของเมืองเซลจุค (Selçuk) ในอดีตเอเฟซัสเคยเป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญที่สุดของยุคโบราณ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 11 ภายหลังถูกชาวกอท (Goth) เผาทำลายไปเกือบทั้งหมด จึงทำให้ที่นี่หลงเหลือเพียงซากปรักหักพัง เดิมทีบ้านแห่งเอเฟซัสแห่งนี้เคยเป็นทั้งเมืองท่าที่สำคัญ เป็นประตูสำหรับการติดต่อค้าขายกับพ่อค้าทั้งจากเอเชีย โรมัน และเป็นศูนย์รวมของนักการเมืองนักปรัชญาในสมัยโบราณ เมืองนี้ยังเป็นบ้านของเฮอร์แรคลิตัส (Heraclitus) นักปรัชญาคนสำคัญยุคก่อนโสกราตีสอีกด้วย ภายในบริเวณอันกว้างใหญ่ของเอเฟซัสมีสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่สำคัญหลายอย่าง อาทิ โรงอาบน้ำ, โรงละครโบราณ, หอสมุด เป็นต้น 

 

วันที่ 7: < วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2563 > Sultanahet Square – Topkapi Museum & Ayasofia – Yerabatan Sanrici – Maiden’s Tower - Istanbul

ในวันนี้เราจะอยู่กันต่อที่เมือง Istanbul อีกวัน เพื่อบันทึกภาพมุมเมืองต่างๆ เช่น ถ่ายแสงเช้าที่ จัตุรัสซุลตานาเฮท (Sultanahet Square), เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์และปราสาททอปกาปี (Topkapi Museum & Palaceวิหารฮาเกียโซเฟีย (Hagia Sophia) หรือ อะยาโซเฟีย (Ayasofia) และถ่ายภาพเมืองจากมุมสูงและแสงเย็นที่หอคอยไมเดน (Maiden’s Tower) หลังจากนั้นในช่วงค่ำเราจะมารับประทานอาหารเย็นกันที่โรงแรมและกลับสู่ที่พักโดยวันนี้เราจะพักกันที่เมือง อิสตันบูล (Istanbul) กันอีก 1 คืนครับ

 

จัตุรัสซุลตานาเฮท (Sultanahet Square)

ในอดีตถูกเรียกว่าฮิปโปโดรมออฟคอนสแตนตินโนเปิ้ล (Hippodrome of Constantinople) เป็นส่วนที่เก่าแก่ที่สุดของอิสตันบูล ซึ่งในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางทางการเมือง ศาสนา ด้านกีฬาและด้านสังคม ของกรุงคอนสแตนติโนเปิล ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิไบแซนไทน์ (Byzantine) สำหรับในปัจจุบันที่แห่งนี้คือ จัตุรัสสุลต่านอาห์เมต (Sultanahmet Square) ของอิสตันบูล คำว่า ฮิปโปโดรม (Hippodrome) มาจากคำในภาษากรีกโบราณ 2 คำ ได้แก่ คำว่า “Hippos” หมายถึง ม้า และคำว่า “Dromos” หมายถึง ทางหรือเส้นทาง ด้วยเหตุนี้บางครั้งที่นี่ จึงถูกเรียกในภาษาตุรกีว่า “Atmeydanı” ซึ่งหมายถึง “จัตุรัสม้า” นั่นเอง

 

พิพิธภัณฑ์และปราสาททอปกาปี (Topkapi Museum & Palace)

พระราชวังทอปกาปี (Topkapi Palace, Museum)  สร้างโดยสุลต่านเมห์เมดที่ 2 หลังจากพิชิตกรุงคอนสแตนติโนเปิลได้ในปี ค.ศ. 1996 ทรงตัดสินใจสร้างพระราชวังบนเนินเขาลูกที่ 3 ใน 7 เนินของเมืองนี้ ทรงประทับเพียงไม่นานก็ย้ายไปสร้างใหม่บนเดินเขาลูกที่ 1 โดยสร้างกำแพงขนาดใหญ่ตามแนวชายทะเลนับตั้งแต่ทะเลมาร์มาราเรื่อยไปจนถึงโกลเดนฮอร์น เพื่อเป็นป้อมปราการกันข้าศึกจากทะเล ตามแนวกำแพงมีประตูมีป้อมปืนอยู่เป็นที่ตั้งของปืนใหญ่ 2 กระบอก ที่เตรียมพร้อมจะยิงเรือทุกลำที่เข้ามารุกล้ำในรัศมี เรียกว่าประตูปืนใหญ่ ในภาษาเติร์กเรียกว่า ทอปกาปี (Topkapi) แปลว่าประตูปืนใหญ่

 

พระราชวังแห่งนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ

พระราชวังชั้นนอก (Outer Palace) หรือบีรูน (Birun) เป็นสถานที่ออกว่าราชการ ต้นรับแขกเมือง โรงครัว อุทยาน สวนดอกไม้ เป็นต้น

พระราชวังชั้นใน (Inner Palace) หรือเอนเดรูน (Enderun) เป็นสถานที่ต้องห้าม ผู้ชายห้ามเข้า เป็นที่พำนักมเหสี เหล่าสนม นางใน และลูกหลานของสุลต่าน

ฮาเร็ม (Harem) หรือส่วนที่พักอาศัยของผู้หญิง ซึ่งมาในฐานะเครื่องบรรณาการที่ถวายแด่สุลต่าน บ้างก็มาในฐานะเชลยศึกที่ถูกกวาดต้อนมา

 

หารฮาเกียโซเฟีย (Hagia Sophia) หรือ อะยาโซเฟีย (Ayasofia)

โบสถ์ทรงโดมที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีชื่อเรียกกันอีกชื่อว่า ฮาเกีย โซเฟีย (Hagia Sophia) แห่งนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เป็นต้นแบบสถาปัตยกรรมโบสถ์ของคริสต์ศาสนิกชนตะวันตก ยุคไบเซนไทน์ (Byzantine) ทั้งนิกายออร์โธดอกซ์ และคาทอลิกกรีก และได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ก่อนจะได้รับคัดเลือกเข้ารอบสุดท้ายให้เป็น 1 ใน 21 สิ่งมหัศจรรย์ยุคใหม่อีกครั้งในปี ค.ศ. 2007 คำว่า “Hagia Sophia” มีความหมายตรงกับภาษาอังกฤษว่า “Holy Wisdom” หรือ “ภูมิปัญญาศักดิ์สิทธิ์” เป็นชื่อทฤษฎีในคริสตวรรษที่ 4 อุทิศแด่พระเยซูคริสต์ เดิมทีเดียวได้รับการขนานนามว่า “มหาโบสถ์” (The Great Church” เนื่องจากมีขนาดใหญ่ที่สุด เมื่อเทียบกับโบสถ์คริสต์ทั่วโลกในยุคนั้น โดยสุเหร่าฮาเกียโซเฟียเป็นสุเหร่าหลักของเมืองอิสตันบูลยาวนานกว่า 500 ปี ก่อนรัฐบาลตุรกีจะดัดแปลงให้เป็นพิพิธภัณฑ์ในปี ค.ศ. 1935 ความโดดเด่นของที่นี่คือยอดโดมขนาดใหญ่และความงดงามของสถาปัตยกรรมการตกแต่งที่ผสมผสานระหว่างศิลปะไบแซนไทน์กับศิลปะออตโตมันเข้าด้วยกัน

 

หอคอยไมเดน (Maiden’s Tower)

หอคอยไมเดน (Maiden’s Tower) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของช่องแคบบอสฟอรัสในตุรกี อดีตเชื่อว่าเคยถูกใช้เป็นสถานีเดินเรือในยุคไบแซนไทน์ ต่อมาในสมัยจักรวรรดิออตโตมาน หอคอยแห่งนี้ถูกดัดแปลงเป็นประภาคารกลางทะเลและหอนาฬิกา ก่อนถูกดัดแปลงเป็นร้านอาหารและสถานที่จัดนิทรรศการในปัจจุบัน

 

วันที่ 8: < วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2563 > Istanbule - Ortaköy, Beşiktaş – Bosporus Sightseeing tour – Spice Market & Taksim Sq – Istanbul International Airport (IST) ✈ Suvarnabhumi International Airport, Bangkok (BKK)

ในตอนเช้าของวันนี้ เราจะพาท่านไปถ่ายแสงเช้ากันที่ ออตาคอย เบสิกตาส (Ortakoy Besiktas) จัตุรัสริมน้ำที่สวยงามพร้อมท่าเรือประจำเมือง หลังจากนั้นเราจะกลับมารับประทานอาหารเช้ากันที่โรงแรมและขอให้ทุกท่านเก็บสัมภาระให้เรียบร้อย เราจะทำการเช็คเอาท์และพาท่านไปเที่ยวชมรอบๆ ช่องแคบบอสพอรัส (Bosporus) ช่องแคบที่แยกตุรกีออกเป็น 2 ทวีป 

 

หลังจากนั้นในช่วงบ่าย เราจะพาท่านช็อปปิ้งที่ตลาดเครื่องเทศและจัตุรัสทากซิม (Spice Market & Taksim Sq) เพื่อหาซื้อของฝากหรือสินค้าที่ท่านสนใจ จากนั้นขอให้ทุกท่านเตรียมตัวเก็บสัมภาระ พร้อมเดินทางไปสนามบิน Istanbul International Airport เพื่อเดินทางกลับสู่ประเทศไทย โดยเราจะเดินทางด้วยสายการบิน Thai Airways เที่ยวบิน TG7542 กำหนดเครื่องออกเวลา 20.15 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ เวลาท้องถิ่น 09.50 น. ของวันถัดไป รวมระยะเวลาเดินทาง 9 ชั่วโมง 35 นาที

 

บอสพอรัส (Bosporus)

ช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus Cruise) เป็นที่รู้จักกันสำหรับชาวตุรกี ในอีกชื่อหนึ่งว่า “ช่องแคบอิสตันบูล (İstanbul Boğazı)” เป็นช่องแคบที่เป็นเขตแดน แบ่งประเทศตุรกีออกเป็น 2 ฝั่ง คือ ฝั่งยุโรปที่เรียกว่า “รูมีเลีย (Rumelia)” และฝั่งเอเชียที่เรียกว่า “อนาโตเลีย (Anatolia)”

ช่องแคบที่ใช้สำหรับ การเดินเรือระหว่างประเทศ โดยเชื่อมต่อทะเลดำ (Black Sea) กับทะเลมาร์มารา (Sea of Marmara) ซึ่งทะเลมาร์มารานั้น จะเชื่อมต่อกับช่องแคบดาร์ดะเนลส์ (Dardanelles) เพื่อไปยังทะเลอีเจียน (Aegean Sea) และทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตามลำดับ ช่องแคบบอสฟอรัส มีความยาวประมาณ 30 กม. และมีความลึกแตกต่างกันไป ตั้งแต่ 36 ถึง 124 เมตร ในบริเวณตอนกลาง ส่วนที่แคบที่สุดอยู่บริเวณ ที่คั่นระหว่างคานดิลิ (Kandilli) และ อะสิยัน (Aşiyan) ซึ่งมีความกว้าง 700 เมตร และส่วนที่กว้างที่สุด 3,700 เมตร อยู่ที่ทางเข้าด้านเหนือ

 

ตลาดเครื่องเทศและจัตุรัสทากซิม (Spice Market & Taksim Sq)

Spice Bazaar ในภาษาตุรกีเรียกว่า “Mısır Çarşısı” หรือ ตลาดอียิปต์ (Egyptian Bazaar) ตั้งอยู่ในย่านเอมิโนนู (Eminönü) ของอีสตันบูล ถือเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่มีชื่อเสียงและเป็นตลาดที่ใหญ่อีกแห่งหนึ่ง

Spice Bazaar ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็น ศูนย์การค้าเครื่องเทศ ภายหลังการสร้างตลาดแกรนด์บาซ่าร์ (Grand Bazaar) ในปี ค.ศ. 1660 โดยมีรูปแบบสถาปัตยกรรม แบบออตโตมัน (Ottoman Architecture) ซึ่งชื่อเดิมของตลาดคือ “บาซ่าร์ใหม่ (New Bazaar)” Spice Bazaar เป็นส่วนหนึ่งของมัสยิดใหม่ (New Mosque) โดยรายได้ที่ได้รับจาก ร้านค้าเช่าภายในตลาดจะถูกนำมาใช้สำหรับ การบำรุงรักษามัสยิด

ในปัจจุบันตลาดประกอบไปด้วย ร้านค้ากว่า 85 แห่ง และไม่ได้มีแค่สินค้าแค่เครื่องเทศเท่านั้น ตลาดยังมีสินค้าหลากหลาย ให้เลือกซื้อเลือกหา ได้แก่ อาหาร และขนมหวานของตุรกี, เครื่องเพชรพลอย, ของที่ระลึก, ผลไม้แห้ง, ถั่ว และอื่นๆ อีกมากมาย

 

วันที่ 9: < วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม 2563 > Suvarnabhumi International Airport, Bangkok (BKK) 

เดินทางถึงประเทศไทย ใช้ระยะเวลาเดินทาง 9 ชั่วโมง 35 นาที และถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ ช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม 2563  ในเวลาท้องถิ่น 09.50 น. 

อัตราค่าบริการ: 48,000 บาท/ท่าน (สามารถแบ่งชำระได้ 3 งวด)

พิเศษ!!! สำหรับลูกค้าเก่า Foto Journey ราคาเพียง 44,900 บาท/ท่าน
*** ราคานี้ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน, อาหารกลางวันและเย็น ***

 

เงื่อนไขการจองและการชำระเงิน:

ณ วันที่จอง: ชำระมัดจำงวดแรก 15,000 บาท
ภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563: ชำระมัดจำงวดที่สอง 20,000 บาท
ภายในวันที่ 15 มีนาคม 2563: ชำระมัดส่วนที่เหลือทั้งหมด
***โดยบริษัทถือลำดับการชำระเงิน เป็นสำคัญ ในการยืนยันสิทธิ์การเดินทาง สำหรับลูกค้าที่เดินทางท่านเดียว ทางบริษัทจะจัดหารูมเมทให้โดยไม่จำเป็นต้องชำระค่าใช้จ่ายสำหรับพักเดี่ยวแต่อย่างใด***

 

ค่าบริการนี้รวม:

- ค่าที่พักตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่)
- ค่าอาหารเช้าทุกมื้อ
- ค่าเข้าเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆที่ระบุไว้ในโปรแกรม
- ค่ายานพาหนะ, น้ำมัน, ที่จอดรถ, ทางด่วนและอื่นๆ ที่ใช้ในการเดินทาง
- บริการถ่ายภาพและสอนการถ่ายภาพตลอดการเดินทาง
- ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุ วงเงินรวมสูงสุด 2,000,000 บาท เงื่อนไขตามรายละเอียดในกรมธรรม

 

ค่าบริการนี้ไม่รวม:

- ตั๋วเครื่องบิน
- อาหารกลางวันและเย็น
- ค่าบริการขึ้นบอลลูนชมเมือง Cappadocia จากมุมสูง
- ค่านำกล้อง หรือ ขาตั้งกล้อง เข้าไปถ่ายในแต่ละสถานที่ (ถ้ามี)
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ นอกเหนือรายการ เช่น ค่าเครื่องดื่ม มินิบาร์ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด เป็นต้น
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดการณ์

การชำระเงินค่าเดินทาง :
สามารถโอนเงินเข้าบัญชี
ธ.กสิกรไทย    เลขที่บัญชี 037-2-57628-6 หรือ

ธ.ไทยพาณิชย์  เลขที่บัญชี 408-825346-9 


ชื่อบัญชี บริษัท โฟโต้ เจอร์นี่ จำกัด
หลังจากโอนเงินแล้ว กรุณาส่งใบโอนเงินไปที่ 

Line@: @FotoJourney หรือ

คลิก! Line : https://line.me/R/ti/p/%40fotojourney หรือ 

Inbox Facebook: FotoJourneyTH 

ข้อมูลและลักษณะของทริปที่สำคัญ

ทริปนี้มีลักษณะเป็น Photo Trip จะเน้นถ่ายรูปแสงเช้า แสงเย็น เป็นหลัก ดังนั้น แผนเดินทางอาจจะมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อให้ทุกท่านได้ถ่ายภาพตามให้มากที่สุด

 - ยานพาหนะ มีข้อจำกัดเรื่องต้องเก็บสัมภาระพร้อมการเดินทาง จึงขอความกรุณานำกระเป๋าขนาดใหญ่ไม่เกิน 26 นิ้วต่อ 1 ท่าน และ กระเป๋าหิ้วน้ำหนักไม่เกิน 7 กก ต่อ 1

- อาหาร: ทริปนี้ค่าใช้จ่ายไม่ได้รวมค่าอาหารไว้ (ยกเว้นอาหารมื้อเช้าที่ทางบริษัทบริการจัดไว้ให้)  และเนื่องจากการเดินทางเป็นแบบ Photo Trip ในส่วนของลักษณะการรับประทานอาหารจะเป็นแบบ รับประทานที่ร้านอาหาร, การซื้อมาจาก Supermarket, รวมถึง Fast Food 

- Photo Specialist จะเป็นผู้ขับรถตลอดทั้งทริป และช่วงเวลาที่ระบุในทริปเป็นช่วงที่พระอาทิตย์ตก 4 ทุ่มของทุกวัน ดังนั้นอาจจะมีการปรับเปลี่ยนโปรแกรมตามความเหมาะสมเพื่อให้ทั้ง Photo Specialist และ ผู้ร่วมทริปมีเวลาพักผ่อนเพียงพอ และคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก
บริการจัดการจองตั๋วเครื่องบิน

กรณีให้ Foto Journey (FJ) ออกบัตรโดยสาร จะเป็นการจองที่นั่งบัตรโดยสารผ่านระบบ GDS ( Global Distribution System ) มีระยะเวลาในการออกบัตรโดยสาร (โอนเงินค่าตั๋วฯ) ภายใน 48-72 ชั่วโมง 

ซึ่งต่างจากราคาบนหน้าเว็ปไซด์ ที่เป็น Real Time Rate ที่ขึ้น-ลง ตามสายการบิน 

โดยรับบริการจองตั๋วเครื่องบิน ตั้งแต่วันที่ทริปนั้นยืนยันการออกเดินทาง จนถึง 30 วันก่อนกำหนดวันเดินทางในทริปนั้นๆ

ข้อมูลที่จำเป็น ในการสำรองที่นั่ง ผ่านระบบ GDS  

1.ชื่อ - นามสกุล ตามหน้าหนังสือเดินทาง

2.Frequent Flyer Number หรือบัตรสะสมไมล์ 

3.ระบุที่ั่นั่งที่ต้องการ เช่น ริมทางเดิน ริมหน้าต่าง อาจมีค่าใช่จ่ายเพิ่มขึ้นตามเงื่อนไขของสายการบิน 

4.หลังจากสำรองที่นั่งแล้ว ทาง Foto Journey (FJ) จะแจ้งราคาบัตรโดยสารที่ไม่มีธรรมเนียมค่าบริการ

5.สมาชิกโอนเพื่อออกบัตรโดยสารภายในวันเวลาที่กำหนด เพื่อป้องกัน ฺBooking จะ Auto Cut 

6.กรณีโอนเงินไม่ทันตามกำหนด และมีการสำรองที่นั่งใหม่ อาจมีราคาที่เท่าเดิม หรือ สูงขึ้นกว่าเดิม ขึ้นอยู่กับสถานะของที่นั่งในช่วงเวลานั้น ๆ

เงื่อนไขการยกเลิกทริป

กรณีที่ลูกค้าไม่สะดวกเดินทางและมีความจำเป็นต้องยกเลิกการเดินทาง และมีการยกเลิกการเดินทาง
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 90 วัน หัก 23,000 บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 45-90 วัน หัก 34,000บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 15-45 วัน หัก 42,000 บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 15 วัน ไม่สามารถคืนเงินได้ยกเว้นเงินรีฟันด์ตั๋วเครื่องบินให้ลูกค้าตามเงื่อนไขของสายการบินนั้นๆ
หมายเหตุ : ในกรณีที่ค่าทริปรวมตั๋วเครื่องบิน บริษัทจะทำการคืนเงินรีฟันด์ตั๋วเครื่องบินให้ลูกค้าตามเงื่อนไขของสายการบินนั้นๆ
ในกรณีที่ประเทศที่ไปต้องมีการของวีซ่า การยกเลิกทริปเนื่องจากลูกค้ายื่นวีซ่าไม่ผ่านหลังจากชำระมัดจำทริปแล้ว ให้ใช้เงื่อนไขเดียวกับการยกเลิกทริปโดยลูกค้า แนะนำให้ลูกค้าหลังจากจองทริปไปแล้วควรไปขอวีซ่าแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะเมื่อเกิดปัญหาเรื่องวีซ่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ง่ายกว่าการขอวีซ่าแบบกระชั้นชิด

 

ความรับผิดชอบ และ เงื่อนไขอื่นๆ

ในกรณีที่ทริปต้องถูกยกเลิกการเดินทาง ด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ เช่น เกิดการก่อการร้าย เกิดความไม่สงบ เกิดการประท้วง เกิดจากภัยธรรมชาติทำให้ไม่สามารถเดินทางได้ หรือเหตุอื่นๆที่ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย โดยถือว่าการตัดสินใจยกเลิกการเดินทางเป็นสิทธิ์ขาดของทางบริษัท ทางบริษัทยินดีที่จะคืนค่าทริปที่ลูกค้าจ่ายมาทั้งหมด ยกเว้นค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก หรืออื่นๆที่มีการดำเนินการชำระเงินไปแล้ว
บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ที่เกิดจากความล่าช้าของสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง การปฏิเสธการเข้าเมือง การโดนกักตัว หรือถูกส่งตัวกลับ ความเสียหายหรือสูญหายของกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าใบเล็ก หรือของมีค่าส่วนตัวของท่านระหว่างการเดินทาง โดยสิทธิประโยชน์ของท่านจะได้รับตามกรมธรรม์ประกันการเดินทางที่ระบุความรับผิดชอบไว้เท่านั้น ทั้งนี้ บริษัทฯ จะยืดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสําคัญ แต่ไม่สามารถคืนเงินค่าทริปให้ท่านได้
และหากเกิดเหตุสุดวิสัยดังต่อไปนี้ ทางบริษัทไม่อาจรับผิดชอบต่อความเสียหายต่างๆ ที่อยู่เหนือการควบคุมของเจ้าหน้าที่บริษัทฯ อาทิ
o การนัดหยุดงาน การจลาจล เปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาในตารางบิน ภัยธรรมชาติ ฯลฯ หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้น ทั้งทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ฯลฯ
o การตอบปฏิเสธการเข้าและออกเมืองของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าหรือออกเมือง อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฏหมาย หรือเอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง หรือการถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ
o  การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากสายการบินเช่น การยกเลิกเที่ยวบิน / เครื่องดีเลย์ / กระเป๋าสัมภาระมาไม่ครบ / การขึ้นราคาค่าตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น
o บริษัทฯ มีสิทธ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
o หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวจะสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์และจะไม่รับผิดชอบค่าบริการที่ ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
o บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการห้ามออกนอกประเทศ หรือ ห้ามเข้าประเทศ อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่น
o กรณีเกิดความผิดพลาดจากตัวแทน หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนมีการยกเลิก ล่าช้า เปลี่ยนแปลง การบริการจาก สายการบิน บริษัทขนส่ง หรือ หน่วยงานที่ให้บริการ บริษัทฯ จะดำเนินโดยสุดความสามารถที่จะจัดบริการทัวร์อื่น ทดแทนให้ แต่จะไม่คืนเงินให้ สำหรับค่าบริการนั้นๆ
o มัคคุเทศก์ พนักงาน และตัวแทนของบริษัท ฯ ไม่มีสิทธิ์ในการให้คำสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นแทนบริษัทฯ นอกจากมีเอกสาร ลงนามโดยผู้มีอำนาจของ
บริษัทฯ กำกับเท่านั้น

  • White Facebook Icon
  • White Instagram Icon
  • White YouTube Icon

Foto Journey Co., Ltd

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/09199