index.jpg

"Complete your frame....

with a great Journey"

“The Last Reindeer Herders in Mongolia”

Foto Journey ยินดีพาท่านเพื่อเดินทางสู่ “มองโกเลีย” เพื่อร่วมเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์ของชนเผ่าเรนเดียร์สุดท้าย ที่ที่คุณจะได้ปลดปล่อยความอิสระไปกับฝูงกวางเรนเดียร์ที่ถูกเลี้ยงท่ามกลางธรรมชาติพร้อมกับทิวทัศน์สุดแสนประทับใจ… ดินแดนแห่งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และสวยงามแห่งหนึ่งของโลก…..

ไฮไลท์ของทริป และ จัดขึ้นเพื่อสมาชิก Foto Journey เพียง 12 ท่านเท่านั้น คือการได้ใกล้ชิดกับชนเผ่าเรนเดียร์ ผู้ซึ่งใช้ชีวิตเป็นหนึ่งกับกวางเรนเดียร์นับพันตัวตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมาและเป็นเผ่าสุดท้ายของโลก ร่วมบันทึกภาพวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนเผ่าท่ามกลางขุนเขา ธรรมชาติและหิมะสีขาวบริสุทธิ์ตลอดระยะเวลาที่คุณแทบจะวางกล้องถ่ายภาพของท่านให้ห่างจากตัวไม่ได้แม้วินาทีเดียว

เส้นทางการเดินทางที่ยาวนานที่เราจะได้เดินทางผ่านยังเมืองสำคัญของมองโกเลีย Ulaanbaatar เมืองหลวงของประเทศที่คุณจะได้เห็นรูปปั้นของวีรบุรุษแห่งมองโกล “เจงกิสข่าน” ปรากฏขึ้นตามสถานที่สำคัญต่างๆ... Saidag Mountain ภูเขาระหว่างพรมแดนของมองโกเลียและรัสเซียที่มีความสูงที่สุดตามแนวเทือกเขาที่กั้นระหว่าง 2 ประเทศ 

และที่สำคัญเราจะพาทุกท่านไปถ่ายรูปในหลายประสบการณ์ หลากเทคนิค โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการภาพถ่าย (Photo Specialist) สอนถ่ายภาพตั้งแต่ระดับพื้นฐาน คอยแนะนำเทคนิค, มุมมอง, องค์ประกอบภาพ รวมถึงการให้คำปรึกษาวิเคราะห์ภาพที่ถ่ายอย่างเป็นกันเอง และ เข้มข้น
 

Highlight:

  • ชนเผ่าเรนเดียร์กลุ่มสุดท้ายของโลก ผู้ซึ่งตัดขาดจากโลกภายนอกและใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง ด้วยการฝึกและใช้กวางเรนเดียร์เป็นพาหนะสำหรับย้ายที่พักพิงในทุกปี ซึ่งไม่เพียงกวางเรนเดียร์เท่านั้น พวกเขายังฝึกและอาศัยอยู่ร่วมกับหมี เหยี่ยว และหมาป่าได้อย่างลงตัวอีกด้วยZuun Taiga (Reindeer People)

  • Saridag Mountain ภูเขาที่สูงที่สุดของมองโกเลีย ตั้งขึ้นเป็นพรมแดนระหว่างประเทศรัสเซียและมองโกเลีย มีความสูงกว่า 3,491 เมตร ถูกปกคลุมด้วยหิมะตลอดทั้งปี หนึ่งในภูเขาที่มีนักปีนเขาหวังมาพิชิตตลอดทั้งปี

  • Ulaanbaatar ตั้งอยู่ตามสถานที่สำคัญต่างๆ “เจงกิสข่าน” เมืองหลวงของประเทศมองโกเลีย ตั้งอยู่บนความสูง 1,300 เหนือระดับน้ำทะเล ที่นี่คุณจะได้เห็นรูปปั้นและวิหารสำคัญของวีรบุรุษแห่งมองโกลนามว่า

  • Black Market ตลาดกลางในเมืองอูลานบาตอร์ สถานที่จัดจำหน่ายเสื้อผ้าขนสัตว์ พรม ของใช้ภายในเมือง ถือเป็นตลาดที่สำคัญและใหญ่ที่สุดของเมือง

  • Murun City เมืองที่อดีตเคยถูกผลักดันให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่ภายหลังไม่ประสบความสำเร็จ ซึ่งหลงเหลือไว้เพียงอารามจำนวนไม่มากและสถานที่สำคัญที่เป็นเครื่องรำลึกถึงความเจริญในอดีต

  • Erdenet เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจของประเทศเนื่องจากเป็นเหมืองขุดทองแดงที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก

Sakrapee Nopparat

FJ Team Image_๑๙๐๓๑๙_0009.jpg

Photo Specialist

ชื่อจริง ศักดิ์ระพี นพรัตน์ (ต้อม)

ชื่อในวงการถ่ายภาพ Auxin

ความชำนาญ Landscape, Portrait, Cityscape, Studio Lighting, Photoshop

พี่ต้อม หรือ Tom Auxin ที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในวงการถ่ายภาพ เนื่องจากเป็นผู้เขียนหนังสือเกี่ยวกับกล้องและการถ่ายภาพที่ถูกตีพิมพ์ซ้ำมากที่สุดในประเทศไทย โดยสำนักพิมพ์ SE-ED หนังสือนั้นมีชื่อว่า “Fundamental of Photography” 
นอกจากเป็นคนที่ชอบศึกษาในเชิงลึก และเรียบเรียงความรู้ได้อย่างมีระบบแล้ว ยังเป็นผู้ที่สามารถถ่ายทอดและผู้สอนที่ดี ยืนยันได้จากการถูกเชิญ จาก Nikon ประเทศไทยให้ไปเป็นวิทยาการบรรยาย รวมถึงมีลูกศิษย์และสมาชิกมาร่วมกิจกรรม มากกว่า 30 รุ่น ในหลายหลักสูตร อาทิเช่น “การถ่ายภาพแฟชั่นด้วยไฟสตูดิโอ”, “การรีทัชผิวแบบมืออาชีพ”, “การถ่ายภาพเพื่อเชิงพาณิชย์”, “Photoshop” เป็นต้น
คุณภาพงานถ่ายภาพรับประกันได้จากรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 จากการประกวดภาพถ่ายโครงการ "MBK Scape" ที่จัดขึ้นโดยบริษัทอีสบอนน์ ร่วมกับศูนย์การค้า เอ็มบีเคเซ็นเตอร

 

ตามดูผลงานของ พี่ต้อม Auxin ได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้

Facebook : https://www.facebook.com/sakrapee.nopparat

Website: http://finepx.com/

วิษณุ  ศรีราพัฒน์

รูปเอกไฟล์ย่อ.jpg

Photo Specialist

ชื่อจริง วิษณุ  ศรีราพัฒน์ (เอก)

ชื่อในวงการถ่ายภาพ วิษณุ  ศรีราพัฒน์

ความชำนาญ Landscape, Cityscape, Architecture, Aerial View, Photoshop, Lightroom

ช่างภาพที่เริ่มต้นจากคลั่งไคลการถ่ายภาพแนว Landscape นอกจากนี้ยังมีความชำนาญการตกแต่งภาพถ่ายเพื่อให้ได้ภาพที่ยิ่งสวยงามมากยิ่งขึ้น โดยแก้ไขข้อจำกัดของการถ่ายภาพ ทั้งการใช้โปรแกรม Lightroom และ Photoshop สามารถแนะนำ…ถ่ายทอดความรู้และประสพการณ์ทางด้านนี้ให้คนอื่นได้เป็นอย่างดี

รวมทั้งยังมีผลงานการถ่ายภาพมุมสูงซึ่งเป็นที่ยอมรับ  ผลงานได้ถูกไปนำแสดงในงานเปิดตัว Drone ในประเทศไทยหลายครั้ง และถูกตีพิมพ์บ่อยครั้งในนิตยสาร Digital Camera รวมถึงการได้เป็น 1 ที่ Nikon เลือกให้เป็น Nikon Professional Service ของประเทศไทยอีกด้วย

ตามดูผลงานของ คุณวิษณุ  ศรีราพัฒน์ (เอก) ได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้

Facebook: https://www.facebook.com/vasabimaster

Facebook Page: https://www.facebook.com/konbraalandscape

IG: https://www.instagram.com/wissanu_sirapat

Website: https://vasabimaster010.wixsite.com/aerialphoto

กำหนดการเดินทาง 17 – 27 พฤศจิกายน 2562 (11 วัน ลางาน 8 วัน)

รายละเอียดการบิน:

เส้นทางระหว่างประเทศ สายการบิน Air China

ขาไป

เดินทาง วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2562 ด้วยเที่ยวบินที่ CA980 และ CA901

CA980 >>> Suvarnabhumi Airport, Bangkok (BKK) –  Beijing Capital International Airport, China (PEK) เวลา 01:15 - 06:40 น. (ระยะเวลาเดินทาง 4 ชม. 25 นาที) รอต่อเครื่อง 1 ชั่วโมง 35 นาที

CA901 >>> Beijing Capital International Airport, China (PEK) – Ulan Bator Chinggis Khaan International Airport (ULN) เวลา 8:15 -10:50 น. (ระยะเวลารวมเวลาเดินทางทั้งหมด 12 ชม. 25 นาที

ขากลับ

เดินทางวันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2562 ด้วยเที่ยวบินที่ CA902 และ CA979

CA902 >>> Ulan Bator Chinggis Khaan International Airport (ULN) –  Beijing Capital International Airport, China (PEK) เวลา 11:50 -13:55 น.  (ระยะเวลาเดินทาง 2 ชม. 05 นาที) รอต่อเครื่อง 2 ชม. 10 นาที

CA979 >>> Beijing Capital International Airport, China (PEK) – Suvarnabhumi Airport, Bangkok (BKK) เวลา 19:55-23:55 น. (ระยะเวลาเดินทาง 5 ชม.)

รวมเวลาเดินทางทั้งหมด 9 ชม. 15 นาที

ถึงกรุงเทพมหานครในวันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2562 เวลาท้องถิ่น 23:45 น.

*** ทางบริษัทบริการจัดการจองตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศให้ได้ โดยทางเราจะคิดค่าใช้จ่ายตามจริงไม่มีบวกค่าบริการใดๆ***

 รายละเอียดการเดินทาง :

วันที่ 1 < วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2562 > Bangkok – Chinggis Khaan International Airport - Ulaanbaatar

ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิด้วยสายการบิน Air China เที่ยวบินที่ CA980 และ CA901 เวลาเครื่องออก 01:05 น. ถึงสนามบิน Ulan Bator Chinggis Khaan International Airport เวลาท้องถิ่น 14:30 น. เมื่อรับกระเป๋าจากสายพานและผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว ออกเดินทางไปเที่ยวและเก็บภาพที่ Black Market และบันทึกภาพรอบเมืองอูลานบาตาร์

 

จากนั้นพาท่านเข้าที่พักเพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัยภายในเมืองอูลานบาตอร์

 

Ulaanbaatar

อูลานบาตอร์ เป็นเป็นเมืองที่มีพื้นที่มากที่สุดซึ่งถือว่าเป็นเมืองหลวงของประเทศมองโกเลีย โดยที่อูลานบาตอร์ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของเขตการปกครองใดๆ โดยที่นี่มีการปกครองแยกออกเป็นของตนเอง ในปี ค.ศ. 2014 เมืองแห่งนี้มีประชากรชาว 1.3 ล้านคน ซึ่งจำนวนนี้เป็นจำนวนเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดในประเทศที่มาอาศัยอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้ อูลานบาตอร์ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของประเทศ ค่อนไปทางตะวันออก บนความสูง 1,300 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ที่นี่มีแม่น้ำ Tuul ที่ไหลลงมาจากหุบเขา เป็นแหล่งน้ำเดียวที่หล่อเลี้ยงคนในภูมิภาคนี้ มองโกเลียมีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม อุตสาหกรรมและการเงินโดยใช้เส้นทางหลักคือรถไฟสายทรานส์ไซบีเรีย ซึ่งเชื่อมต่อไปยังรัสเซียและระบบรถไฟของประเทศจีน เมืองอูลานบาตอร์ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1639 ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางทางศาสนาของชาวพุทธที่เร่ร่อนมาจากหลากหลากสถานที่ที่เข้ามาตั้งรกรากที่นี่อย่างถาวร

 

Black Market

รู้จักกันในชื่อ Khar Zakh หรือตลาดมืด แต่ไม่ใช่สถานที่ที่ค้าของเถื่อนแต่อย่างใด ตลาดแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องการมาช็อปปิ้งเพื่อเลือกซื้อเสื้อผ้าแบบชาวมองโกล พรมปูพื้น อุปกรณ์ขี่ม้า รวมถึงของที่ระลึก สำหรับนักท่องเที่ยวควรเก็บรักษากระเป๋าให้ดีเนื่องจากที่นี่เกิดเหตุการณ์ล้วงกระเป๋าเกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก ในตลาดมีเสื้อผ้า เครื่องประดับให้เลือกซื้อเป็นจำนวนมาก ผู้คนจึงมาเลือกซื้อของกันอย่างคับคั่ง ซึ่งสินค้าโดยส่วนใหญ่จะมีลักษณะพิเศษซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชาวมองโกล โดยเฉพาะ

 

วันที่ 2 < วันจันทร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2562 > Ulaanbaatar – Murun City

ออกจากที่พักเวลา 04:00 น. วันนี้เราต้องเดินทางไปยังเมือง Murun City ซึ่งมีระยะทาง 700 กิโลเมตรโดยประมาณ จากนั้นเก็บภาพที่เมือง Murun จนถึงช่วงเย็น โดยไฮไลท์ของเมืองนี้คือ เป็นเมืองที่มีทุ่งหญ้าสีเขียวกว้างสุดลูกหูลูกตา อีกทั้งพื้นที่แห่งนี้ยังมีการเลี้ยงแกะเป็นปศุสัตว์อีกเป็นจำนวนมาก

หลังจากเก็บภาพแสงเย็นเรียบร้อยแล้ว รับประทานอาหารเย็น และเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัย โดยคืนนี้เราจะนอนกันที่เมือง Murun ครับ

 

Murun City

เป็นหนึ่งในเขตการปกครองของจังหวัด Khovsgol Aimag ในตอนเหนือของประเทศในช่วงปี ค.ศ. 1933 เมืองแห่งนี้เคยเป็นเมืองหลวงของเขต Aimag ซึ่งเดิมทีเมือง Murun นี้เคยได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เมืองแห่งนี้จึงมีโรงพยาบาล พิพิธภัณฑ์ โรงละคร ที่ทำการไปรษณีย์หลายแห่ง รวมถึงโรงเรียน เช่นเดียวกับที่อูลานบาตอร์ เมือง Murun มีถนนที่เชื่อมต่อไปยังโครงข่ายพลังงานส่วนกลางของมองโกเลียในปี ค.ศ. 2004 ในฐานะที่เมืองนี้เป็นเมืองที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับความพยายามในการเชื่อมต่อไปยังอูลานบาตอร์ โดยมีการลาดยางซึ่งเป็นถนนเพียงไม่กี่สายในประเทศ ซึ่งได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนถึงปี ค.ศ. 2014 เมือง Murun แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1809 บนฝั่งแม่น้ำเดลเกอร์มอร์โรน ในช่วงตอนต้นศตวรรณที่ 20 มีอารามมากถึง 1,300 แห่ง แต่ภายหลังถูกทำลายลงในปี ค.ศ. 1937 กระทั่งมีอารามขนาดเล็กถูกสร้างขึ้นมาทดแทนใหม่ในเขตตะวันตกของเมืองในปี ค.ศ.1990

 

เมือง Murun มีสถานที่น่าสนใจมากมาย เช่น อนุสรณ์ Gelenkhuu ซึ่งตั้งอยู่หน้าสนามบินของเมือง, จัตุรัสกลางเมืองที่มีอนุสรณ์ Chingunjav, ศาลากลางจังหวัด, อาราม Danzadardscha Khild (ที่ถูกสร้างทดแทนหลังจากอารามอื่นถูกทำลาย), พระพุทธรูปที่สกัดจากหินขนาดใหญ่ (MoronStatue) เป็นต้น

 

วันที่ 3 < วันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562 >  Murun City – Ulaan-Uul

ออกจากที่พักเวลา 04.00 น. วันนี้เราจะเดินทางออกจากเมือง Murun มุ่งสู่เมือง Ulaan-Uul ซึ่งอยู่ห่างไปราว 180 กิโลเมตร โดยเมืองแห่งนี้เราจะได้เห็นภูเขา The Saridag ภูเขาที่เป็นเส้นกั้นแดนระหว่างมองโกเลียและรัสเซียอย่างเต็มตา

หลังจากเก็บภาพแสงเย็นเรียบร้อยแล้ว รับประทานอาหารเย็น และเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัยที่เมือง Ulaan-Uul

 

Ulaan-Uul

อูลานอูลล์เมืองขนาดเล็กในจังหวัดโคฟโกล (Khovsgol) มีพื้นที่ราว 10,000 ตารางกิโลเมตร มีประชากรอยู่เพียง 3,726 คน (ในปี ค.ศ. 2000) ห่างจากอูลานบาตอร์ 942 กิโลเมตร ประชาชนโดยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรและทำปศุสัตว์ โดยมีสัตว์เลี้ยงทั้งเมืองรวมกันประมาณ 72,000 ตัว ซึ่งประกอบด้วย แพะ, แกะ, วัว, จามรี, Khainags (ลูกผสมระหว่างวัวและควาย), ม้า และอูฐ ซึ่งโดยส่วนใหญ่ประชากรจะใช้เป็นสัตว์สำหรับพาหนะและเลี้ยงเพื่อบริโภคเนื้อ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบกว้าง โดยมีพื้นที่ส่วนใหญ่สำหรับการทำปศุสัตว์ มีภูเขาและเนินล้อมรอบซึ่งมีความสูงไม่มากนักเป็นว่าเป็นเมืองที่เรียบง่าย ผู้คนใช้ชีวิตสบายๆ ไม่รีบร้อน

 

Saridag Mountain

ภูเขาที่มีความสูงที่สุดในเขตเทือกเขาซายันและเป็นภูเขาที่สูงสุดที่ของมองโกเลีย โดยภูเขาแห่งนี้มีความสูง 3,491 เมตรตั้งอยู่บนพรมแดนระหว่างประเทศมองโกเลียและรัสเซีย ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัด Khovsgol โดยที่ภูเขาแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความสวยและมีนักปีนเขามาพิชิตยอดเขาแห่งนี้เป็นจำนวนมากเนื่องจากเป็นภูเขาที่มีความเสี่ยงน้อย ซึ่งเราจะได้เห็นธงและผ้าจำนวนมากซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของนักปีนเขา โดยภูเขาแห่งนี้จะมีหิมะสีขาวโพลนปกคลุมตลอดทั้งปี

 

วันที่ 4  < วันพุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562 > Ulaan-Uul – Zuun Taiga – Tsagaan Nuur – Reindeer People

ออกจากที่พักเวลา 04:00 น. เพื่อออกเดินทางสู่เมือง Zuun Taiga โดยผ่าน Tsagaan Nuur โดยตลอดเส้นทางเราจะได้สัมผัสความหนาวเย็นที่มาพร้อมกับหิมะสีขาวโพลนตลอดระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง หลังจากรับประทานอาหารเที่ยงเรียบร้อยแล้ว นำท่านเข้าสู่วิถีชีวิตของชนเผ่าเรนเดียร์ ซึ่งใช้กวางเรนเดียร์เป็นสัตว์พาหนะหลัก

หลังจากเก็บภาพแสงเย็นเรียบร้อยแล้ว รับประทานอาหารเย็น และเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัยท่ามกลางวิถีชีวิตชนเผ่าเรนเดียร์

 

Zuun Taiga

ชาตัน หรือกลุ่มชนเผ่าที่เลี้ยงกวางเรนเดียร์ในประเทศมองโกเลีย โดยจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือกลุ่มที่ตั้งรกรากทางตะวันออก (เรียกว่าซู่อุน) และกลุ่มที่ตั้งรกทางทางตะวันตก (เรียกว่าบารูน) โดยทั้งสองกลุ่มเป็นญาติกันซึ่งในปัจจุบันกลุ่มซู่อุนมีจำนวนสมาชิกเหลือไม่มากเพียง 107 คน แบ่งออกเป็น 23 ครอบครัว โดยมีกวางเรนเดียร์ที่เลี้ยงไว้จำนวน 350 ตัวโดยประมาณ แต่ในฝั่งของไทกาตะวันออก มีครอบครัวเพิ่มขึ้นจากเดิม 35 ครอบครัว เป็น 38 ครอบครัวและมีจำนวนกวางเรนเดียร์เพิ่มขึ้นมากกว่า 700 ตัว ซึ่งมีการประมาณคร่าวๆ ว่าจะมีกวางเรนเดียร์จากทั้ง 2 ฝั่งมากกว่า 1,000 ตัว ซึ่งพวกเขาจะเลี้ยงกวางเรนเดียร์โดยอิสระท่ามกลางหุบเขา โดยมีการสร้าง Tepee หรือ Tipi (เต็นท์รูปทรงกรวย) เพื่อใช้สำหรับเป็นที่อยู่อาศัย และพวกเขาจะรีดนมกวางเรนเดียร์เพื่อใช้สำหรับบริโภคในแต่ละวัน

 

ในรอบ 1 ปี จะมีการอพยพทั้งหมด 5 - 6 ครั้งตามการเปลี่ยนผ่านของ ฤดูกาล โดยปัจจัยสำคัญในการอพยพคือการหาทุ่งหญ้าเพื่อเลี้ยงกวางเรนเดียร์ของกลุ่ม ความเป็นมาของบรรพบุรุษที่อาศัยกระจัดกระจายอยู่ บริเวณพรมแดนระหว่างรัสเซียและมองโกเลีย โดยในรัสเซีย พวกเขาจะอาศัยอยู่ในพื้นที่เขตทูวา (Tuva Republic of Russia) กระทั่งมีการแบ่งเส้นเขตแดนระหว่างประเทศในช่วงปี ค.ศ. 1944 ชนเผ่าเรนเดียร์จึงอพยพมายังพื้นที่มองโกเลียเสียเป็นส่วนใหญ่ สิ่งหนึ่งที่เป็นหลักฐานสำคัญเรื่องการอพยพนี้คือ ภาษาทูวาที่พวกเขายังใช้สนทนากันในกลุ่ม

 

เมื่อต้องการเดินทางหรืออพยพไปยังพื้นที่แห่งใหม่ เรนเดียร์ก็คือพาหนะชั้นดี ซึ่งการที่ครอบครัวจำเป็นต้องออกเดินทางบ่อยๆ จึงทำให้ลูกหลานจะต้องฝึกขี่เรนเดียร์ให้เป็นเด็กตัวเล็กๆ จึงสามารถขี่กวางของตนอย่างชำนาญด้วยจิตใจที่กล้าหาญ สายเลือดของอิสรชนตัวน้อยจึงถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่าง ไม่มีวันสิ้นสุด

 

Tsagaannuur

เขต Tsagaanuur ตั้งอยู่ในจังหวัด Khovsgol บริเวณชายแดน Dood Tsagaan Nuur ห่างจากอูลานบาตอร์ 1,048 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 5,410 ตารางกิโลเมตร มีประชากรภายในเขตราว 1,317 คน ซึ่งประกอบด้วยชนเผ่า Darkhad และ Tsaatan อาศัยอยู่ด้วยกัน โดยผู้คนในเขตนี้ประกอบอาชีพปศุสัตว์เป็นหลัก และยังเป็นที่ตั้งของกรมการประมงเชิงพาณิชย์แห่งเดียวของมองโกเลีย

 

 

วันที่ 5 - 7  < วันพฤหัสบดีที่ 21 – วันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2562 > 3 Days with Reindeer People

ตั้งแต่วันที่ 21 – 23 พฤศจิกายน 2562 (ระยะเวลา 3 วัน) เราจะใช้เวลาทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ของชนเผ่าเรนเดียร์ เพื่อบันทึกภาพวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ตั้งแต่เช้าจรดเย็น รวมไปถึงทิวทัศน์และภาพธรรมชาติรอบพื้นที่อาศัยของชาวชนเผ่ากันให้จุใจ

 

วันที่ 8  < วันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน 2562 > Tsagaan Nuur – Murun City

ออกจากที่พักเวลา 05:30 น. วันนี้เราจะบอกลาชาวชนเผ่าเรนเดียร์เพื่อเดินทางกลับสู่เมือง Murun ระยะทางประมาณ 320 กิโลเมตร โดยใช้เวลาเดินทางราว 6 ชั่วโมง

หลังจากเก็บภาพแสงเย็นเรียบร้อยแล้ว รับประทานอาหารเย็น และเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัยที่เมือง Murun City

 

วันที่ 9  <วันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2562 > Murun City – Erdenet City

ออกจากที่พักเวลา 05:30 น. เพื่อเดินทางสู่เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของมองโกลเลีย ณ เมือง Erdenet ระยะทาง 480 กิโลเมตร โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง 30 นาที ที่นี่เราจะพาท่านบันทึกภาพ City Scape ท่ามกลางหิมะสีขาว จากนั้นร่วมบันทึกภาพ Ikh Shuteen Tsogtsolbor รูปปั้นพระพุทธรูปขนาดใหญ่ประจำเมือง Erdenet

หลังจากเก็บภาพแสงเย็นเรียบร้อยแล้ว รับประทานอาหารเย็น และเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัยที่เมือง Erdenet City

 

Erdenet

เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของประเทศมองโกเลีย ตั้งอยู่ในจังหวัด Orkhon ซึ่งเมืองแห่งนี้ถูกรวมอยู่ในเขต Bayan-Ondor ตั้งอยู่ทางตอนเหนือในหุบเขาระหว่างแม่น้ำ Selenge และแม่น้ำ Orkhon ซึ่งเมืองนี้อยู่ห่างจากอูลานบาตอร์ราว 230 กิโลเมตร เป็นหนึ่งในเมืองที่มีอายุน้อยที่สุด โดยมีการก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2517 เมือง Erdenet เป็นเมืองที่มีการขุดพบทองแดงเป็นจำนวนมาก ซึ่งในยุค 80s ในช่วงกลางมีชาวรัสเซียมากกว่า 50 เปอร์เซ็นของประชากรเมือง Erdenet ทั้งหมดเข้ามาทำงานเป็นวิศวะกรหรือคนงานเหมือง อย่างไรก็ตามภายหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี พ.ศ. 2533 ในปัจจุบันนี้ประชากรชาวรัสเซียภายในเมืองลดเหลือเพียง 10 เปอร์เซ็นเท่านั้น

 

Erdenet ถูกจัดให้เป็นเหมืองทองแดงที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของโลก เป็นการร่วมทุนระหว่างมองโกเลียและรัสเซียเพื่อร่วมกันขุดเหมืองและเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้หลักให้แก่ประเทศ โดยที่นี่สามารถทำเหมืองแร่ได้มากกว่า 22.23 ล้านตันต่อปี และสามารถนำไปแปรรูปเป็นทองแดงได้ราว 126,700 ตัน ปัจจุบันเหมืองแห่งนี้มีคนงานราว 8,000 คนที่ยังปฏิบัติงานอยู่

  

วันที่ 10  <วันอังคารที่ 26 พฤศจิกายน 2562 > Erdenet City - Ulaanbaatar

ออกจากที่พักเวลา 06:30 น. วันนี้เราจะเดินทางกลับสู่เมือง Ulaanbaatar เพื่อเก็บตกมุมที่เราพลาดไป และใช้เวลาก่อนกลับเพื่อเที่ยวชมทัศนียภาพที่เมือง Ulaanbaatar กัน ซึ่งเราจะบันทึกภาพและช็อปปิ้งกันที่ Cashmere Factory และ State department store

หลังจากเก็บภาพเรียบร้อยแล้ว รับประทานอาหารเย็น และเข้าที่พัก พักผ่อนตามอัธยาศัยที่เมือง Ulaanbaatar อีก 1 คืนครับ

 

Cashmere Factory

อุตสาหกรรมท้องถิ่นของเมือง ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องการผลิตเครื่องนุ่งห่มจากแกะ ซึ่งขนแกะมีความพิเศษเรื่องของการป้องกันความหนาวเย็นจากสภาพอากาศของประเทศ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญของคนภายในประเทศที่ต้องทนอยู่กับสภาพอากาศที่แสนเลวร้าย โดยโรงงานแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นมาได้ 35 ปี ซึ่งก่อนหน้าถูกควบคุมดูแลโดยรัฐบาล แต่ภายหลังมีเอกชนเข้ามาดูแลแทน ภายในโรงงานมีคนงานมากว่า 1,500 ชีวิต ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมเครื่องจักรและตัดเย็บเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มจากโรงงานได้ส่งไปจำหน่ายกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ถือเป็นความภาคภูมิใจของชาวมองโกเลียและคนงานทุกคนที่นี่ ลองเดินเยี่ยมชมในส่วนของ Showcase คุณอาจจะได้เสื้อผ้าขนแกะสวยๆ กลับไปฝากเพื่อนหรือครอบครัวที่ประเทศไทยก็เป็นได้ครับ ^^

 

 

วันที่ 11  < วันพุธที่ 27 พฤศจิกายน 2562 > Ulaanbaatar - Suvarnabhumi Airport, Bangkok

ช่วงเช้าของวันนี้ทุกท่านมีเวลาอิสระสำหรับใช้เวลาใน Ulaanbaatar ก่อนที่จะทางกลับเมืองไทย  เดินทางโดยสายการบิน Air China เที่ยวบินที่ CA902 และ CA979 ออกเดินทางเวลา 15:30 น. จาก Ulaanbaata

 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพโดยสวัสดิภาพ เวลาท้องถิ่น 23:45 น.

รายละเอียดค่าบริการ และ การชำระเงิน

อัตราค่าบริการ: 

อัตราค่าบริการ: ราคาปกติ 58,000 บาท/ท่าน

พิเศษ!!! สำหรับลูกค้าเก่า Foto Journey ราคาเพียง 54,900 บาท 

(ราคานี้ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินเท่านั้น)

เงื่อนไขการจองและการชำระเงิน:

ณ วันที่จอง : ชำระมัดจำงวดแรก 15,000 บาท

ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2562 : ชำระมัดจำงวดที่สอง 25,000 บาท

ภายในวันที่ 30 กันยายน 2562 : ชำระมัดส่วนที่เหลือทั้งหมด

***โดยบริษัทถือลำดับการชำระเงิน เป็นสำคัญ ในการยืนยันสิทธิ์การเดินทาง***

 ***สำหรับลูกค้าที่เดินทางท่านเดียว ทางบริษัทจะจัดหารูมเมทให้โดยไม่จำเป็นต้องชำระค่าใช้จ่ายสำหรับพักเดี่ยวแต่อย่างใด***

 

ค่าบริการนี้รวม:

- ค่าที่พักตลอดการเดินทาง

- ค่าอาหารทุกมื้อ

- ค่าเข้าเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆที่ระบุไว้ในโปรแกรม

- ค่ายานพาหนะ, น้ำมัน, ที่จอดรถ, ทางด่วนและอื่นๆ ที่ใช้ในการเดินทาง

- บริการถ่ายภาพและสอนการถ่ายภาพตลอดการเดินทาง

- ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุ วงเงินรวมสูงสุด 2,000,000 บาท เงื่อนไขตามรายละเอียดในกรมธรรม์

 

ค่าบริการนี้ไม่รวม:

- ตั๋วเครื่องบิน

- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ นอกเหนือรายการ เช่น ค่าเครื่องดื่ม มินิบาร์ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด เป็นต้น

- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดการณ์

การชำระเงินค่าเดินทาง :
สามารถโอนเงินเข้าบัญชี
ธ.กสิกรไทย    เลขที่บัญชี 037-2-57628-6 หรือ

ธ.ไทยพาณิชย์  เลขที่บัญชี 408-825346-9 


ชื่อบัญชี บริษัท โฟโต้ เจอร์นี่ จำกัด
หลังจากโอนเงินแล้ว กรุณาส่งใบโอนเงินไปที่ 

Line@: @FotoJourney หรือ

คลิก! Line : https://lin.ee/62Sr8ZV หรือ 

Inbox Facebook: FotoJourneyTH 

ข้อมูลและลักษณะของทริปที่สำคัญ

ทริปนี้มีลักษณะเป็น Photo Trip จะเน้นถ่ายรูปแสงเช้า แสงเย็น เป็นหลัก ดังนั้น แผนเดินทางอาจจะมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อให้ทุกท่านได้ถ่ายภาพตามให้มากที่สุด

 

เงื่อนไขการยกเลิกทริป

กรณีที่ลูกค้าไม่สะดวกเดินทางและมีความจำเป็นต้องยกเลิกการเดินทาง และมีการยกเลิกการเดินทาง
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 90 วัน หัก 25,000 บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 45-90 วัน หัก 38,000บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 15-45 วัน หัก 45,000 บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 15 วัน ไม่สามารถคืนเงินได้ยกเว้นเงินรีฟันด์ตั๋วเครื่องบินให้ลูกค้าตามเงื่อนไขของสายการบินนั้นๆ
หมายเหตุ : ในกรณีที่ค่าทริปรวมตั๋วเครื่องบิน บริษัทจะทำการคืนเงินรีฟันด์ตั๋วเครื่องบินให้ลูกค้าตามเงื่อนไขของสายการบินนั้นๆ
ในกรณีที่ประเทศที่ไปต้องมีการของวีซ่า การยกเลิกทริปเนื่องจากลูกค้ายื่นวีซ่าไม่ผ่านหลังจากชำระมัดจำทริปแล้ว ให้ใช้เงื่อนไขเดียวกับการยกเลิกทริปโดยลูกค้า แนะนำให้ลูกค้าหลังจากจองทริปไปแล้วควรไปขอวีซ่าแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะเมื่อเกิดปัญหาเรื่องวีซ่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ง่ายกว่าการขอวีซ่าแบบกระชั้นชิด

กรณีที่บริษัทฯ ยืนยันการออกเดินทางแล้ว ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธ์ในการเก็บค่าใช้จ่ายตามที่ระบุไว้

กรณีที่ท่านยกเลิกการเดินทาง และ มีผลทำให้คณะเดินทางไม่ครบตามจำนวนที่บริษัทฯกำหนด เนื่องจากเกิดความเสียหายต่อบริษัทฯ และ ผู้เดินทางท่านอื่นๆที่เดินทางในคณะเดียวกัน บริษัทฯต้องนำไปชำระค่าเสียหายต่างๆที่เกิดจากการยกเลิกของท่าน

 

ความรับผิดชอบ และ เงื่อนไขอื่นๆ

ในกรณีที่ทริปต้องถูกยกเลิกการเดินทาง ด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ เช่น เกิดการก่อการร้าย เกิดความไม่สงบ เกิดการประท้วง เกิดจากภัยธรรมชาติทำให้ไม่สามารถเดินทางได้ หรือเหตุอื่นๆที่ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย โดยถือว่าการตัดสินใจยกเลิกการเดินทางเป็นสิทธิ์ขาดของทางบริษัท ทางบริษัทยินดีที่จะคืนค่าทริปที่ลูกค้าจ่ายมาทั้งหมด ยกเว้นค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก หรืออื่นๆที่มีการดำเนินการชำระเงินไปแล้ว
บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ที่เกิดจากความล่าช้าของสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง การปฏิเสธการเข้าเมือง การโดนกักตัว หรือถูกส่งตัวกลับ ความเสียหายหรือสูญหายของกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าใบเล็ก หรือของมีค่าส่วนตัวของท่านระหว่างการเดินทาง โดยสิทธิประโยชน์ของท่านจะได้รับตามกรมธรรม์ประกันการเดินทางที่ระบุความรับผิดชอบไว้เท่านั้น ทั้งนี้ บริษัทฯ จะยืดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสําคัญ แต่ไม่สามารถคืนเงินค่าทริปให้ท่านได้
และหากเกิดเหตุสุดวิสัยดังต่อไปนี้ ทางบริษัทไม่อาจรับผิดชอบต่อความเสียหายต่างๆ ที่อยู่เหนือการควบคุมของเจ้าหน้าที่บริษัทฯ อาทิ
o การนัดหยุดงาน การจลาจล เปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาในตารางบิน ภัยธรรมชาติ ฯลฯ หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้น ทั้งทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ฯลฯ
o การตอบปฏิเสธการเข้าและออกเมืองของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าหรือออกเมือง อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฏหมาย หรือเอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง หรือการถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ
o  การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากสายการบินเช่น การยกเลิกเที่ยวบิน / เครื่องดีเลย์ / กระเป๋าสัมภาระมาไม่ครบ / การขึ้นราคาค่าตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น
o บริษัทฯ มีสิทธ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
o หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวจะสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์และจะไม่รับผิดชอบค่าบริการที่ ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
o บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการห้ามออกนอกประเทศ หรือ ห้ามเข้าประเทศ อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่น
o กรณีเกิดความผิดพลาดจากตัวแทน หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนมีการยกเลิก ล่าช้า เปลี่ยนแปลง การบริการจาก สายการบิน บริษัทขนส่ง หรือ หน่วยงานที่ให้บริการ บริษัทฯ จะดำเนินโดยสุดความสามารถที่จะจัดบริการทัวร์อื่น ทดแทนให้ แต่จะไม่คืนเงินให้ สำหรับค่าบริการนั้นๆ
o มัคคุเทศก์ พนักงาน และตัวแทนของบริษัท ฯ ไม่มีสิทธิ์ในการให้คำสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นแทนบริษัทฯ นอกจากมีเอกสาร ลงนามโดยผู้มีอำนาจของ
บริษัทฯ กำกับเท่านั้น