Explore Luxury Dubai

เสกทะเลทรายให้กลายเป็นสถานที่ถ่ายภาพสุดยอดเมืองหรูหราระดับโลก !!!!!

วันนี้เราจะพาทุกๆท่านไปสัมผัสกับความมหัศจรรย์ของเมืองที่ พลิกผืนทรายแห้งแล้งให้กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก!!! เมืองที่มีความใหญ่ที่สุดของประเทศอาหรับเอมิเรตส์

...นครดูไบ เมืองแห่งความทันสมัย ชื่อเสียงของดูไบนั้นติดอันดับเมืองที่มีการพัฒนาที่เจริญมาก ผสมผสานกับอารยธรรมอาหรับดั้งเดิม รวมไปถึงความโดดเด่นทางด้านเศรษฐกิจและยังเป็นเมืองที่รวบรวมความเป็นที่สุดเอาไว้ เรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่ามีที่ไหนกันบ้าง...เริ่มจากที่แรก ตึกเบิร์จคาลิฟา ตึกสูง จุดชมวิว ลิฟต์ที่สูงและเร็วที่สุดในโลก ...โคมไฟและพรมทอมือผืนใหญ่ที่สวยสุดโลก ภายใน มัสยิดหลวงชีคซาเญด.... และห้างขนาดมหึมา ตลาดขายทอง น้ำพุเต้นระบำและอควาเรียมที่ใหญ่ที่สุดในโลก......ดูไบ มอลล์.... ผจญภัยตะลุย ทะเลทรายอาหรับ ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก จากการรวบรวมของหลากหลายเพจการท่องเที่ยว ... หมู่เกาะต้นปาล์ม สถานที่ที่ได้รับการกล่าวขานว่า สิ่งมหัศจรรย์ อันดับ 8 ของโลก และ สถานที่สุดท้าย ขึ้นชื่อว่าเป็น เวนิสของดูไบ แต่มีสไตล์อาหรับโบราณของตลาดพื้นเมือง เมดิแนท จูไมร่า ซุค

ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่หลายคนเข้าใจผิดกันว่าชื่อประเทศดูไบ เมืองแห่งความมหัศจรรย์ ที่พลิกผืนทรายแห้งแล้งให้กลายเป็นหนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก!!!  หรือที่เรียกง่าย ๆ เมืองแห่งความเป็นที่สุดของโลกนั่นเองค่ะ เราขอเรียกว่า “นครดูไบ” คือเมืองที่เต็มไปด้วยเศรษฐีร่ำรวย มีตึกสูงเสียดฟ้าระดับโลก ทรงล้ำยุค เหมือนโลกแห่งอนาคต  ลั๊ลลาตลาดทอง ล่องคลองโบราณแห่งเวนิสตะวันออกกลาง และที่สำคัญถ่ายรูปสวยมากค่ะ ^^  สวยยังไง เราจะพาทุกท่านไปชมพร้อมๆๆกัน พร้อมแล้วไปกันเลย…..

นครดูไบ ตั้งอยู่ตะวันออกกลาง แน่นอนภูมิประเทศส่วนใหญ่จึงเป็นทะเลทราย อากาศจะค่อนข้างร้อน...เพราะฉะนั้น เราเลยเลือกมาเที่ยวช่วงเดือนมกราคม หรือช่วงฤดูหนาว อุณภูมิจะกำลังดี อยู่ที่ 20-26 อาศาเซลเซียส

Check in กับสถานที่แรกเลยดีกว่า Dubai Marina walk Emaar ที่เห็นอยู่นั่น ไม่ใช่ Sim city เกมส์ในคอมพิวเตอร์นะคะ นั่นคือ ดูไบมารีนาเมืองแห่งคลองที่เกิดจากจากการสร้างของมนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกค่ะ แหล่งที่อยู่อาศัยสุดหรูสูงระฟ้า และที่นี่จะเต็มไปด้วยอสังหาริมทรัพย์หรูหรา สวนสาธารณะ บริเวณเดินเล่นและห้างสรรพสินค้า หรูหราหมาเห่า ทรงล้ำขนาดนี้ กล้องพร้อม...เก็บภาพอย่างมุ่งมั่นกันไปเลยกับที่นี่......

สถานีที่ต่อไปต้องร้อง ว้าวววววค่ะ  เพราะเราตั้งใจว่าจะไปชมแสงเย็นสวยๆๆสะท้อนหินอ่อนที่ Sheikh Zayed Grand Mosque มัสยิดที่สวยที่สุดในโลก งามสมกับตำแหน่งจริงๆ สวยจนต้องมอง  ใหญ่โตโอ่อ่าอลังการเกินจะบรรยาย และออกแบบได้อย่างสมบูรณ์ไม่เป็นสองรองใคร......  

หลักๆ เค้าจะเน้นความทันสมัยของสถาปัตยกรรมของอิสลาม การก่อสร้างก็ใช้แต่วัสดุสุดหรู ทั้งหินอ่อนสีขาว คริสตัล และทองคำ ประทับใจตรงโคมไฟแชนเดอเลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วยยย *0* และโดยปกติตามมัสยิดทั่วไปจะไม่ได้เปิดให้เข้าชมกันมากนัก....แต่สำหรับที่นี้เปิดให้ผู้คนเข้าไปทำพิธีกรรมทางศาสนาได้   และการมาที่นี่.... มัสยิดแห่งนี้.....ถือว่าคุ้มมากกก เพราะมีมุมถ่ายรูปเยอะมากกกก เมมไม่เต็มเราคงไม่หยุดเช่นกันเนอะ ^^

ยังค่ะ..เรายังมีหลายสถานที่ ที่เราจะไปชมอีกมากมาย….. เช้านี้ในวันที่  2  ตื่นเช้านิสนึงนะคะ เพราะเราอยากได้แสงสวยๆๆยามเช้า เริ่มตะลุย ทะเลทรายอาหรับ (Arabian Desert) เป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นอันดับ4  (รองจาก 1.Antarctic Desert / 2.Arctic Desert / 3.Sahara Desert) เรื่องความอลังการไม่ต้องพูดถึงค่ะ มาเมืองทะเลทรายทั้งทีก็ต้องออกไปเที่ยวทะเลทรายกันสักหน่อย (ขับรถจี๊บซาฟารีลุยทะเลทราย ขี่อูฐ เด้งดึ๋งๆๆ บนเนินทรายที่ทั้งสูงและต่ำสลับกัน ทั้งลื่น ทั้งชัน แต่ไม่ต้องกลัวคว่ำนะคะ เพราะว่าขับโดยผู้ชำนาญ พูดเลยหวาดเสียวมากกกก... ความร้อนนั้นลืมไปเลยจร้า และเมื่อถึงที่กลางทะเลทราย ความรู้สึกเมื่อกี้ก็หมดลง ความตะลึงได้เข้ามาแทน เพราะสวยมากกกกๆ ทรายละเอียดมาก คุ้มค่ากับการตะลุยผจญภัยมาสุดๆ ถ้ามาช่วงพระอาทิตย์กำลังตกดินตัดเนินทรายจะเป็นอะไรที่แสนประทับใจมากเลยค่า แน่นอนมาแล้ว กล้องก็ต้องพร้อม.....บรรยากาศได้มากกกก โรแมนติกกว่านี้ ใครให้อีกมั้ย >,< สำหรับราคาค่าใช้จ่ายของการนั่งรถจี๊ป ตะลุยทะเลทรายนั้น ขึ้นอยู่กับแพ็คเกจที่เลือก มีเริ่มตั้งแต่ 70 AED หรือประมาณ 700 บาท (ซึ่งถูกมากกก ราคาจับต้องได้เมื่อหารกันแล้ว (*_*) ไปจนถึงราคาบริษัทเจ้าดังๆ ราคาค่อนข้างแพงในเครือ Emirates Airlines ชื่อว่า “Arabian Adventure” ราคาราว 200-400 dhs ขึ้นไป ซึ่งเขาจะโปรแกรมแบบนี้ว่า “Sundowner”  โดยทั้งทริปจะใช้รถ FWD จำกัดคันละ 4 คน + 1 คนขับค่ะ และ รถที่ใช้ในการท่องเที่ยวทะเลทราย ก็เป็นรถ Toyota Land Cruiser หรือเพิ่มความสนุก Dune Bashing หรือการตะลุยเนินทราย เพราะสนุกและท้าทาย มีหลายแบบให้เลือก ทั้งนั่งรถออฟโรด หรือจะเช่ารถลุยโดยเฉพาะ ก็มีทั้งรถ UTV และ ATV รวมทั้งรถรุ่นต่างๆ หรือจะเป็นรถแบบ Quad Biking ก็ได้เหมือนกัน ><’

เนื่องจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อยู่ในตะวันออกกลาง ภูมิประเทศส่วนใหญ่จึงเป็นทะเลทราย ทำให้อากาศในประเทศค่อนข้างร้อน ช่วงเวลาในการท่องเที่ยวดูไบที่เหมาะสมที่สุดคือฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน – เดือนมีนาคม ซึ่งอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 20 – 26 องศาเซลเซียสค่ะ วางแผนท่องเที่ยวกันดีดีนะคะ เพราะถ้าหากมาช่วงฤดูร้อนแล้วละก็เจออุณหภูมิถึง 40 องศาเลยทีเดียว ร้อนเฟ่ออออ

หลังจากไปลุยทะเลทรายมาทั้งวัน เดินทางเข้าเมืองกันบ้างดีกว่า เรามาเริ่มกันที่ สถานีนี้  Business Bay  เดินหามุมถ่ายรูปบริเวณรอบๆ กัน อย่างเพลิน เพราะมีความทันสมัย และแปลกตามากกกก สำหรับที่นี่...ยกให้เรื่องความอวกาศมากกกกค่ะ......

สถานที่อันสวยงามนี้คือ…..Tolerance Bridge หรือ สะพานคนเดินที่สวยที่สุดเหนือคลองน้ำดูไบ ซึ่งเป็นสะพานแห่งความอดทน สะพานนี้แสดงถึงสังคมที่หลากหลายของดูไบทั่วทั้งภูมิภาค การทอดข้ามฝั่งธนาคารและชุมชนตามแนวคลองเข้าด้วยกัน ท่านชีคโมฮัมเหม็ดบินราชิดอัลมักตุมรองประธานและนายกรัฐมนตรีของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และผู้ปกครองของดูไบได้เสนอการตั้งชื่อสะพานคนเดินที่สวยที่สุดเหนือคลองน้ำดูไบในฐานะสะพานแห่งความอดทน “สะพานเชื่อมโยงผู้คนวัฒนธรรมและใจ” ซึ่งตรงกับในการเฉลิมฉลองวันสากลประจำปีและความอดทน

  ความสวยงามสะพรึงออกมา ออร่าออกมาอย่างตกใจ กางขาตั้งกล้องเลยจร้า สำหรับที่นี่....

มาประเทศดูไบ ต้องมาพิกัดนี้ ไม่งั้นถือว่ามาไม่ถึง... หมู่เกาะต้นปาล์ม  The Palm Island สิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก กันเลยที่เดียว  โดยแต่ละเกาะจะมีลักษณะรูปร่างเหมือนต้นปาล์ม และล้อมรอบด้วยเสี้ยววงกลม ไม่ต้องถามถึงความแปลกตาและความหรูหราของที่นี่  กล้องพร้อม.....ไปค่ะ

แล้วมาต่อกันเลยที่ ตลาดพื้นเมือง Madinat Jumeirah ขึ้นชื่อว่าตลาดก็ต้องเดินเล่นช้อปปิ้งกันหน่อยค่ะ ไม่ได้ช้อปเดี๋ยวจะอั้น+++  ที่นี่เป็นตลาดพื้นเมืองที่แฝงไปด้วยความโรแมนติก ตกแต่งสไตล์อาหรับผสมผสานกับวัฒนธรรมของตะวันออกกลางแบบดั้งเดิม ให้ความรู้สึกที่ไม่ซ้ำกับการเดินตลาดที่อื่นเลย ถือเป็นตลาดยอดนิยมติดอันดับ เพราะบรรยากาศดี๊ดี มีกลิ่นของน้ำหอมคละคลุ้ง ล้อมรอบด้วยคลองคดเคี้ยว รู้สึกอย่างกับหลุดไปในเมืองโบราณเลย >,< ที่นี่เดินได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ถ้าในตอนกลางคืนจะมีแสงไฟส่องฟ้าทอแสงละมุนละไม โรแมนติกสุดๆ ก็ตรงนี้... แต่เสียดายที่วันนี้เรามาช่วงกลางวัน  ที่นี่เราสามารถเก็บภาพบรรยากาศแบบเดินไป ถ่ายรูปเล่นไปได้ตลอดทางกันเลย ฟินมากกกกก....

และค่ำคืนนี้ ที่ สะพาน Dubai Water Canal Footbridge สะพานที่นี้ ไฟตอนกลางคืนจะสีฟ้า ทอดยาวตามแนวสะพาน โดยส่วนตัวเราชอบแสงสี...จัดไปค่ะ  ทั้งภาพนิ่ง  วีดีโอเราจัดเต็มกับที่นี่แบบจริงจัง >,< ดึกแค่ไหน เราก็ไม่ถอยยยยยย

เที่ยวนครดูไบผ่านไปไวจัง วันที่ 4 แล้ว  เริ่มต้นวันด้วย  Dubai Creek Harbour  "Creek" เป็นแม่น้ำสายหลักของดูไบ ถ้าเป็นที่ไทยก็เปรียบได้ดั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เรียกกันง่ายๆ ก็คือ ท่าเรือข้ามฟาก หน้าตาเหมือนเรือข้ามฟากบ้านเรา กับเรือแบบคลาสสิก  วันนี้เราจะสไลว์ไลฟ์  ถ่ายภาพบรรยากาศรอบๆ ของสองฝั่งแม่น้ำกันค่ะ.......

 

ไปกันต่ออย่างรวดเร็ว แต่ไม่ไป ถือว่ามาไม่ถึงดูไบ นั่นคือ ตึกบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ (Burj Khalifa) ครองตำแหน่งตึกที่สูงที่สุดในโลก !!!!!!!  มีความสูงเป็นสองเท่าของตึกเอ็มไพร์สเตตที่นิวยอร์กและสูงกว่าหอไอเฟลในกรุงปารีสถึงสามเท่า และตึกมีจำนวนชั้นมากที่สุดในโลก มีชั้นมากถึง 163 ชั้น ใช้เวลาในการสร้างถึง 6 ปี สร้างเสร็จในปี 2010 รวมถึงมีการลงทุนกว่า 52.5 พันล้านบาททท เลยทีเดียวค่ะ  ++ หรือใครอยากชมวิวแบบพาโนราม่า 360 องศาที่ไกลกว่า 95 กิโลเมตรแบบจุใจ บนจุดชมวิว At the Top ชั้น 124 ที่สามารถมองเห็นก้อนเมฆบนตึกสูงระฟ้า และใช้เวลาเพียงแค่ 1 นาทีเท่านั้น !! (ไม่รู้ว่าลิฟต์หรือจรวด ไวเกิ้นนนนน) ค่าตั๋วเข้าชมอยู่ที่ประมาณคนละ 1,500 – 2,000 บาทค่ะ  

อีกทั้งตึกนี้ยังเป็นสถานที่รวบรวมความเป็นที่สุดในโลกไปโดยปริยาย สมแล้วที่เป็น “ประเทศดูไบ” มาแล้วภาพต้องเกิด ...เราต้องเช็คอินเหมือนเช่นเคย... และมากับเรา ต้องพิเศษ คืนนี้เราจะนอนที่นี่ ชมเมืองท่ามกลางความสวยงามของแสงไฟ กันจนเช้าเลย เอ้า ลุยยยยกันค่ะ

หลังจากเก็บภาพกันเต็มอิ่ม เราไปกันต่อค่ะ  ช้อปปิ้งเดย์ มาแล้วต้องมา Dubai Mall ทั้งใหญ่ ทั้งหรูแน่นอนว่าเป็นศูนย์รวมช้อปปิ้ง และเป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดในโลกอัดซึ่งแน่นไปด้วยกิจกรรม และโซนต่างๆพูดได้เลยว่าสามารถเสียเวลาให้ที่นี่ไปได้เลยหนึ่งวันนี้เติมเต็ม ทั้งช้อป กิน เที่ยวกิจกรรมต่างๆ แน่นนมากกกก  เก็บภาพมาน้อนิดเพราะเพลินกับการช้อปปิ้งก่อนเนอะ ^^

และส่งความสุขด้วยการปิดท้ายความสวยงามและตระการตาด้วย การแสดงน้ำพุ Dubai Fountain น้ำพุที่ใหญ่ที่สุดในโลก  มีความยาวกว่า 270 เมตร หรือประมาณสนามฟุตบอล 2 สนามรวมกันค่ะ  *0*  ใช้น้ำจำนวน 83,000 ลิตร พุ่งขึ้นไปบนอากาศสูงเท่ากับตึก 50 ชั้น!! และสามารถมองเห็นจากที่สูงไกลถึง 200 ไมล์อีกด้วย OMG!!! อลังการงานสร้างดาวล้านดวงมากค่ะคุณผู้ชมมม น้ำพุแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ด้านล่างของตึก Burj Khalifa และห้างสรรพสินค้าดูไบ แสง สี เสียง ตระการตาจากการโชว์แสงไฟ ในการแสดงนี้จะใช้ไฟทั้งหมด 6,600 ดวง โปรเจคเตอร์สี 50 ตัว ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ พร้อมเปิดเพลงเป็นจังหวะ จนเหมือนน้ำพุนั้นเต้นระบำอยู่ ผู้ชมก็เต้นตามได้นะคะ ^^ การแสดงในแต่ละครั้งจะไม่เหมือนกันค่ะ เริ่มชมได้ตั้งแต่ 6 โมงเย็น ถึงเที่ยงคืน โดยจะจะเริ่มทุกๆ ครึ่งชั่วโมง รอบละประมาณ 5 นาที มาวันไหนก็ได้ดู เพราะมีการแสดงทุกวัน แถมไม่เสียค่าใช้จ่ายด้วย เริ่ดดดด….

เอาจริงๆ หลายคนอาจจะบอกว่าก็แค่น้ำพุป้ะ +++  แต่ที่นี่คืออ้าปากค้าง.... มันใหญ่มาก.....ที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในโลกกกไปอีก  โอ้วววว คว้ากล้องแทบไม่ทันนนนน รับรองไม่พลาดเก็บช้อตสวยๆ กลับบ้านแน่นอน  ประเทศดูไบนี่ความอลังต้องยกให้เขาจริงๆ 

และอีกเรื่อง คือ ปลั๊กไฟนั้นสำคัญ ของที่ดูไบจะไม่ได้ใช้ปลั๊กแบบบ้านเรา ควรเตรียมปลั๊กแบบสี่เหลี่ยมมุมฉาก 3 รู ไป ไม่อย่างนั้นคงจะชาร์จโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูปไว้ถ่ายรูปสวยๆ ไม่ได้ แต่ทางที่ดีถ้ามี Universal Adapter หรือหัวแปลงปลั๊กไฟที่ใช้งานได้ทั่วโลกเอาไว้สักอันก็น่าจะดีที่สุด ^^

สำหรับการเดินทางมาท่องเที่ยวที่นครดูไบแห่งนี้ก็แสนจะง่ายมากๆค่ะ เพราะมีสายการบินประจำนครดูไบอย่าง Emirates มีหลายเที่ยวบิน หรือ หากร่วมทริปท่องเที่ยวถ่ายภาพสนุกๆกับเรา สามารถคลิกที่ Link นี้ได้ www.fotojourney.co.th/2020-dubai-trip

 

ประเทศดูไบเป็นเมืองมหัศจรรย์ที่มีทุกสิ่งอย่างเกินครบครันเรื่องความทันสมัยของสิ่งต่างๆ รอบตัว และชนะเลิศเรื่องความอลังการจริงๆ แต่ประเทศดูไบ ยังมีอะไรที่น่าค้นหาอีกเยอะมากมาย เราสัญญาครั้งหน้าเราจะมาที่นี่กันอีกค่ะ ^^ ติดตามข้อมูลด้านการท่องเที่ยวพร้อมกับชมภาพสวยๆๆกับเราได้ที่ Fotojourney ทริปถ่ายภาพท่องเที่ยว นะคะ แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้าค่ะ

                                                                   สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม

Line ID :@Fotojourney หรือ https://lin.ee/62Sr8ZV

Facebook : FotojourneyTH

“ถ่ายภาพมุมที่ใช่ พร้อมได้ท่องเที่ยวอย่างสบาย......

ไปกับผู้เชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพ ที่ใส่ใจและให้เวลา”

  • White Facebook Icon
  • White Instagram Icon
  • White YouTube Icon

Foto Journey Co., Ltd

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/09199