"Complete your frame....

with a great Journey"

"Patagonia; World's Great Nature & Landscapes"

  (เดินทางข้าม 2 ประเทศ ทั้งชิลีและอาร์เจนตินา

Foto Journey ยินดีพาท่านเดินทางไปยัง… ดินแดนสวรรค์ดุจเทพนิยาย ที่รวมเอาดอกไม้ …ทุ่งหญ้า… ธารน้ำแข็ง …ป่าเขียว …และทะเลสาปมาไว้ในที่เดียวกัน ที่ปลายสุดของทวีปอเมริกาใต้ (และของโลก) .... ปาตาโกเนีย รอยต่อของประเทศอาร์เจนตินาและชีลี

 

ด้วยภูมิประเทศที่แปลกประหลาดและธรรมชาติที่สมบูรณ์ กับวิวใบไม้เปลี่ยนสีไปไม่ซ้ำแบบ ปาตาโกเนีย จึงได้รับขนานนามว่า “ดินแดนทางใต้สุดขอบโลก” หรือ “ ดินแดนแห่งแชงกรีล่าในอเมริกาใต้ ” 

มหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ธารน้ำแข็งยักษ์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ..... Perito Moreno Glacier ธารน้ำแข็งที่ UNESCO ยกให้เป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี ค.ศ.1981 .... เมืองเอล ชาลเท็น เมืองเล็กๆตั้งอยู่บนภูเขา ที่มีฉากหลังของ ภูเขาฟิตส์ รอย ภูเขาที่ยี่ห้อ Patagonia เอาไปใช้เป็นสัญลักษณ์โลโก้ของแบรนด์..... 

สวรรค์แดนใต้ของชิลีและนักปีนเขา…… เอล คาราฟาเต้  แดนสวรรค์ของเหล่านักปีนเขา พื้นที่ธรรมชาติที่งดงามที่สุดของประเทศชิลีและเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชิลี ได้รับสมญานามว่า ไข่มุกแห่งปาตาโกเนีย.....อุทยานแห่งชาติ Torres Del Paine  

 

ที่สำคัญเราจะพาทุกท่านไปถ่ายรูปในหลายประสบการณ์ หลากเทคนิค โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการภาพถ่าย (Photo Specialist) สอนถ่ายภาพตั้งแต่ระดับพื้นฐาน คอยแนะนำเทคนิค, มุมมอง, องค์ประกอบภาพ รวมถึงการให้คำปรึกษาวิเคราะห์ภาพที่ถ่ายอย่างเป็นกันเอง และ เข้มข้น
 

ข้อดีของ Private Journey

* อิสระที่….คุณจะได้ "เที่ยว" กับเฉพาะกลุ่มคนที่รู้ใจ 

* อิสระที่....คุณจะได้ "เลือก" และระบุ Photo Specialist เพื่อดูแลกลุ่มสมาชิกของท่านได้

* อิสระที่...คุณจะได้ "กำหนด" อะไรต่างๆ เอง

* อิสระที่….คุณจะได้ "ปรับ" โปรแกรม ว่าอยากไปที่ไหน หรืออยากจะเริ่มออกเดินทางตอนกี่โมง

 

เงื่อนไขเกี่ยวกับ Private Journey

* ราคาที่ระบุ เป็นราคาประมาณการเท่านั้น อาจปรับเปลี่ยนตามช่วงเวลา, ที่พัก, อาหาร, พาหนะ, จำนวนลูกค้า และเงื่อนไขอื่นๆ ที่ทางสมาชิกต้องการปรับเปลี่ยน

HIGHLIGHT:


การเดินทางข้าม 2 ประเทศ ทั้งชิลีและอาร์เจนตินา
o    เอล ชาลเท็น เมืองหลวงแห่งการเทรคกิ้งและการผจญภัยของอาร์เจนติน่า
o    จุดถ่ายภาพบริเวณ El Chalten
- Laguna De los Tres
- Mirador de los Condores
- Mirador al Chalten
- Lake Capri (ทะเลสาบกาปรี)
- Mirador De Las Vueltas
- Laguna Torres
o    เอล คาราฟาเต้ เมืองที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง ปลายสุดของทวีปอเมริกาใต้ 
o    กลาเซียร์ เปริโต โมเรโน่ สัญลักษณ์ของพาตาโกเนีย...น้ำแข็งสีขาว แซมด้วยประกายสีฟ้าจากน้ำทะเล ที่แทรกตัวอยู่ในก้อนน้ำแข็งและป่าเปลี่ยนสี
o    อุทยานแห่งชาติตอร์เรส เดล ไปย์เน  ภูเขา ธารน้ำแข็ง ทะเลสาบและป่าอันอุดมสมบูรณ์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของชิลี
o    จุดถ่ายภาพบริเวณอุทยาน Torres Del Paine

- Lago (Lake) Pehoe (ทะเลสาบเพเว)
- Camp Torres Viewpoint
- น้ำตก Salto Grande
- Lake Nordenskjold
- Mirador Condor
- Lago Grey (Lake)
- Laguna Amarga
- Serrano River

เดือนที่แนะนำ : เมษายน, พฤษภาคม

จำนวนสมาชิก : 6 ท่าน

รายละเอียดการบิน :

เส้นทางการบินระหว่างประเทศ: สายการบิน British Airways 

ขาไป

เดินทางด้วยเที่ยวบินที่: BA0010 และ BA0245
BA0010 >>> Suvarnabhumi Airport, Bangkok (BKK) – London Heathrow Airport, England (LHR) เวลา 11:40 – 18:30 น. (ระยะเวลาเดินทาง 12 ชม. 50 นาที) รอต่อเครื่อง 3 ชม. 55 นาที
BA0245 >>> London Heathrow Airport, England (LHR) – Buenos Aires Airport, Argentina (EZE) เวลา 225 – 08:20 น. +1 Day (ระยะเวลาเดินทาง 13 ชม 55 นาที) (รวมเวลาเดินทางทั้งหมด 30 ชม. 40 นาที

ขากลับ

เดินทางด้วยเที่ยวบินที่: BA0250 + BA0009
BA0250 >>> Santiago International Airport, Chile (SCL) – London Heathrow Airport, England (LHR) เวลา 14:35 – 09:55 น. +1 Day (ระยะเวลาในการเดินทาง 14 ชม 20 นาที) มีเวลาต่อเครื่อง 6 ชั่วโมง 15 นาที
BA0009 >>> London Heathrow Airport, England (LHR) - Suvarnabhumi Airport, Bangkok (BKK) เวลา 16:10 – 09:45 น. +1 Day (ระยะเวลาในการเดินทาง 11 ชม 35 นาที)
(รวมเวลาเดินทางทั้งหมด 32 ชม. 10 นาที)
ถึงกรุงเทพมหานครในวันรุ่งขึ้น ณ เวลาท้องถิ่น 09:45 น.
 *** ทางบริษัทบริการจัดการจองตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศให้ได้ โดยทางเราจะคิดค่าใช้จ่ายตามจริงไม่มีบวกค่าบริการใดๆ***

เส้นทางการบินภายในประเทศ: สายการบิน Aerolineas Argentinas และ LATAM Airlines

ขาไป: สายการบิน Aerolineas Argentinas
AR1870 >>> Buenos Aires Airport, Argentina (EZE)  – Comandante Armando Tola International Airport, Argentina (FTE)  เวลา 12:00 – 15:15 น. (ระยะเวลาเดินทาง 3 ชม. 15 นาที)

ขากลับ: สายการบิน LATAM Airlines
LA292>>> Punta Arenas International Airport, (PUQ), Chile – Santiago International Airport, Chile (SCL) เวลา 16:28 – 18:50 น. (ระยะเวลาเดินทาง 3 ชม. 22 นาที)

รายละเอียดการเดินทาง:

 

Day1: Bangkok ✈ London 
ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิด้วยสายการบิน British Airlines เที่ยวบินที่ BA0010 และ BA0245 เวลาเครื่องออก 11:40 น. ใช้ระยะเวลาเดินทางโดยประมาณ 12 ชั่วโมง 50 นาที ถึงสนามบิน London Heathrow Airport ประเทศอังกฤษ เวลาท้องถิ่น 18:30 น. ของวันที่ 5 เมษายน 2563 รอต่อเครื่อง 3 ชม. 55 นาที
และออกเดินทางต่อเวลา 22:25 น. จุดหมายที่ Buenos Aires Airport ประเทศอาร์เจนติน้า ใช้เวลาเดินทาง 13 ชม 55 นาที

Day2:  London ✈ Buenos Aires ✈ El Calafate
เดินทางถึง ท่าอากาศยานนานาชาติ Buenos Aires Airport ประเทศอาร์เจนติน้า ตามเวลาท้องถิ่น  08.20 น. รวมเวลาเดินทางทั้งหมด 30 ชม. 40 นาทีนับจากออกเดินทางจากประเทศไทย 
และออกเดินทางต่อด้วยสายการบินภายในประเทศ Aerolineas Argentinas ด้วยเที่ยวบิน AR1870 จากสนามบิน Buenos Aires Airport เวลา 12:00 น. ไปยัง สนามบิน Comandante Armando Tola International Airport ประเทศอาร์เจนติน้า ถึงที่หมายเวลา 15:15 น.
เมื่อรับกระเป๋าจากสายพานและผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว จากนั้นรอรถของทางที่พักเดินทางมารับ เพื่อเข้าไปพักยังเมือง El Calafate และ Check – in เข้าสู่ที่พักโดยเวลาที่อาร์เจนติน่าเดินช้ากว่าประเทศไทย 10 ชั่วโมง

El Calafate
ตั้งอยู่ในจังหวัดซานตาครูซ (Santa Cruz) ในเขตที่ราบสูง ปาตาโกเนีย เป็นภูมิภาคที่ตั้งอยู่ปลายใต้สุดของทวีปอเมริกาใต้ ครอบคลุมพื้นที่ในประเทศอาร์เจนตินาและชิลี เป็นเมืองเล็กๆ ที่มีประชากรประมาณ 2 หมื่นคน แต่เพราะมีอากาศที่เย็นเกือบตลอดทั้งปี ด้วยอุณหภูมิติดลบ 2-11 องศาเซลเซียส ทำให้เมืองนี้มีทัศนียภาพที่ปกคุลมไปด้วยน้ำแข็งและความเย็น นักสำรวจให้สมญานามว่า ดินแดนแชงกรีลาแห่งอเมริกาใต้ ที่ที่เชื่อกันว่าผู้คนมีความสุข มีชีวิตยืนยาว มีธรรมชาติที่สวยงามน่าอัศจรรย์ใจ กล่าวได้ว่าเป็นสวรรค์บนดินอย่างแท้จริง

Day3: El Calafate – El Chalten
รับประทานอาหารเช้าเสร็จ เตรียมตัวออกเดินทางในช่วงเช้า เพื่อไปยังเมือง El Chalten ซึ่งเมืองหลวงแห่งการเทรคกิ้งของประเทศอาร์เจนตินา ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่รักการปีนเขาและรักการผจญภัย รวมถึงช่างภาพจากทั่วโลกนิยมมาเก็บภาพบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีและหิมะที่ปกคลุมบนยอดเขา
โดยลักษณะการเที่ยวถ่ายภาพจะเป็นแบบ การออกเดินเท้าจากที่พัก Trekking เพื่อไปถ่ายภาพแสงเช้าและเย็น ตามจุดถ่ายภาพต่างๆที่กำหนดไว้ ซึ่งระยะทางจะมีผสมกันทั้งใกล้และไกลในแต่ละวัน เราจะพักค้างคืนกันอยู่ที่เมืองนี้ทั้งหมด 4 คืน 

El Chalten 
คือ เมืองหลวงแห่งการเทรคกิ้งของประเทศอาร์เจนตินา เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆ ในเขต Patagonia ตอนใต้ที่สามารถเดินทั่วเมืองได้ภายใน 20 นาที แต่เมืองเล็กๆ เมืองนี้กลับดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่รักการปีนเขาและการผจญภัย เพราะเมืองนี้มี Fitz Roy ภูเขาซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ Patagonia ประดับเป็นฉากหลัง
ที่นี่มีเส้นทางเทรคกิ้งหลายเส้นทางตั้งแต่เดินกันไม่ถึงชั่วโมงจนถึงเส้นทางที่ต้องแคมป์หลายๆ วัน ซึ่งแต่ละเส้นทางนั้นก็สวยงามแตกต่างกันไป
ช่วงที่เหมาะกับการเทรคใน Patagonia มากที่สุดคือระหว่างเดือน ธันวาคม-กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นเป็นช่วงฤดูร้อนของซีกโลกใต้ แต่ก็เป็นช่วง high season ที่นักท่องเที่ยวจะเยอะมากๆ
อีกช่วงนึงที่เหมาะกับการมาที่นี่คือระหว่างเดือน มีนาคม-พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพราะนอกจากจะได้เห็นบรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีและหิมะที่ปกคลุมบนยอดเขาแล้วนักท่องเทียวยังมีจำนวนน้อยจนเมืองทั้งเมืองเกือบจะเป็นเมืองร้างทำให้ที่พักหลายที่พากันลดราคาอีกด้วย

Day 4:  El Chalten - Cerro Torre - Mount Fitz Roy - Laguna De los Tres - Mirador de los Condores - El Chalten
หลังจากรับประทานอาหารมื้อเช้า เตรียมตัวออกเดินทางที่พักไปถ่ายภาพในบริเวณ El Chalten  ซึ่งมี Trail สองเส้นหลักๆ คือเส้นที่จะไป 
(1) Laguna Torre เพื่อชมภูเขา Cerro Torre และอีกเส้นคือ
(2) เส้นที่ไป Laguna de Los Tres เพื่อชมภูเขา Mount Fitz Roy 
โดยเราจะเดินทางแบบ Trekking ไปเช้าเย็นกลับ และเดินทางกลับไปพักที่ El Chalten
จุดถ่ายภาพบริเวณ El Chalten Area เพื่อถ่ายภาพภูเขา Fitz Roy และ Cerro Torre ตามจุดชมวิวต่างๆ 
โดยในวันนี้วางแผนถ่ายภาพที่  Laguna De los Tres (ถ่ายภาพยอดเขา Mirador Del Fitz Roy) และ Mirador de los Condores

สิ่งที่ควรรู้ก่อนไป
ภูเขา Cerro Torre และ Fitz Roy เป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับนักเดินทางผจญภัยและผู้มาเยือน Patagonia เป็นครั้งแรก
อย่าลืมสวมรองเท้าเดินป่าที่มีความทนทานซึ่งเหมาะสำหรับการเดินบนพื้นผิวที่ไม่เรียบ
แต่งกายเป็นชั้น ๆ เนื่องจากอุณหภูมิจะหนาวเย็นแม้ในฤดูร้อนในซีกโลกใต้

Cerro Torre
เป็นหนึ่งในภูเขาของลานน้ำแข็ง Patagonian ใต้ในอเมริกาใต้ ตั้งอยู่ในภูมิภาคซึ่งเป็นข้อพิพาทระหว่างอาร์เจนตินาและชิลี ด้านบนของภูเขามักจะมีเกล็ดน้ำแข็งปกคลุม 

Mount Fitz Roy
ภูเขา Fitz Roy ภูเขาที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติ Los Glaciares มีความสูงที่ 11,171 ฟุต (3,405 เมตร) สถานที่สำคัญเป็นที่รู้จักนี้ ได้รับการตั้งชื่อตาม Sir Robert Fitz Roy ซึ่งครั้งหนึ่งเคยนำทาง Charles Darwin มาที่แห่งนี้
การปีนขึ้นไปบนยอดนั้นเป็นสิ่งที่ท้าทายแม้กระทั่งสำหรับนักปีนเขาที่มีประสบการณ์ แต่ผู้เยี่ยมชมจะพบกับเส้นทางมากมายที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของยอดเขาหินแกรนิต

Laguna De los Tres

เส้นทางเดินป่าที่มีชื่อเสียงที่สุด และน่าตื่นเต้นที่สุด ที่จะพาคุณไปถึงเชิงเขา Chaltén จุดชมวิวตามธรรมชาตินี้เป็นจุดที่อยู่ใกล้ Mount Fitz Roy และมองเห็นยอดเขาหินแกรนิตโดยรอบ
    

Day 5:  El Chalten - Mirador al Chalten - Laguna Capri Trek - El Chalten
หลังจากรับประทานอาหารมื้อเช้า เตรียมตัวออกเดินทางที่พักไปถ่ายภาพในบริเวณ El Chalten  โดยเราจะเดินทางแบบ Trekking ไปเช้าเย็นกลับ และเดินทางกลับไปพักที่ El Chalten โดยในวันนี้วางแผนถ่ายภาพที่ Mirador al Chalten และ Laguna Capri Trek (ทะเลสาบกาปรี)

Mirador al Chalten
เป็นช่วงระยะการเดินทางสั้น ๆ และง่ายผ่านหุบเขาของแม่น้ำ Fitz Roy ไปยังจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงของ Mount Solo, เทือกเขา Adela และเทือกเขา Cerro Torre

Laguna Capri Trek
ช่วงระยะการเดินทางที่สวยงามนี้จะพาคุณไปยังจุดชมวิวที่มองเห็นทะเลสาบน้ำสีฟ้าที่ล้อมรอบด้วยป่าพื้นเมืองซึ่งคุณสามารถไปถึงได้ในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง จากที่นี่คุณสามารถเห็นมุมมองที่ยอดเยี่ยมของเทือกเขา Fitz Roy

Day 6: El Chalten - Mirador De Las Vueltas - Laguna Torres - El Chalten 
หลังจากรับประทานอาหารมื้อเช้า เตรียมตัวออกเดินทางที่พักไปถ่ายภาพในบริเวณ El Chalten  โดยเราจะเดินทางแบบ Trekking ไปเช้าเย็นกลับ และเดินทางกลับไปพักที่ El Chalten โดยในวันนี้วางแผนถ่ายภาพที่ Mirador De Las Vueltas และ Laguna Torres (ถ่ายภาพยอดเขา Mirador Del Torre)

Laguna Torres 
ทิวทัศน์อันมีชื่อของยอดเขาที่โด่งดังและมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของพาตาโกเนีย เป็นเส้นทางที่ชื่นชอบในหมู่ผู้ที่มีเวลาจำกัด เหมาะสำหรับนักเดินทางไกลที่ไม่มีประสบการณ์ เพราะมีป้ายบอกทางที่ดีและค่อนข้างสั้น ทิวทัศน์สุดท้ายของเส้นทางคุ้มค่ากับความพยายามด้วยยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะหุบเขาน้ำแข็งและต้นสนซึ่งเป็นฉากหลังที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพที่น่าทึ่ง 

Day 7: El Chalten - El Calafate
ออกเดินทางเก็บภาพในช่วงเช้า จากนั้นเดินทางกลับโรงแรมเพื่อรับประทานอาหารเช้า เตรียมตัวเพื่อเดินทางไปยัง El Calafate  และคืนนี้เราจะพักค้างคืนที่ El Calafate แห่งนี้

El Calafate 
เป็นเมืองใน Patagonia, อาร์เจนตินา ตั้งอยู่บนชายแดนทางใต้ของทะเลสาบอาร์เจนติน้า
ชื่อของเมืองนั้นได้มาจากพุ่มไม้เล็ก ๆ ที่มีดอกไม้สีเหลืองและผลเบอร์รี่สีน้ำเงินเข้มที่พบเห็นได้ทั่วไปใน Patagonia: calafate (Berberis buxifolia); คำมาจากคำว่า "calafate" ซึ่งเป็นภาษาสเปนสำหรับ "อุดรูรั่ว"
El Calafate เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญในฐานะเป็นศูนย์กลางในการเยี่ยมชมส่วนต่าง ๆ ของอุทยานแห่งชาติ Los Glaciares รวมถึงธารน้ำแข็ง Perito Moreno และ Cerro Chalténและ Cerro Torre

Day 8:  El Calafate – Perito Moreno Glacier – El Calafate
เช้าวันนี้เราจะไปเก็บภาพ และทำกิจกรรม  1 Day Glacier Mini-Trek  กันทั้งวันที่ Perito Moreno Glacier ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ ซึ่งได้กลายเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโกในปี 2524 และป็นสัญญาลักษณ์ที่สำคัญอีกแห่งของ Patagonia


Perito Moreno Glacier
เป็นหนึ่งในธารน้ำแข็งที่มาจาก Southern Patagonian Ice Field พื้นที่ครอบคลุมประเทศชิลีและอาร์เจนติน่าและพื้นที่ทั้งหมดของ Ice filed นี้มีปริมาณน้ำจืดเก็บสำรองมากเป็นอันดับสามของโลก
Perito Moreno เป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดใน ทวีปอเมริกาใต้ ชื่อของธารน้ำแข็ง Perito Moreno มีที่มาจากชื่อของนักสำรวจ Francisco Pascasio Moreno หรือที่คนอาร์เจนติน่าคุ้นกับชื่อว่า "Perito Moreno" (Perito แปลว่า ผู้เชี่ยวชาญ) เป็นผู้ที่มีบทบาทในดินแดน Patagonia ฝั่งอาร์เจนติน่าในเรื่องปกป้องพื้นที่ทับซ้อนระหว่างประเทศโดยเฉพาะกับประเทศชิลี ส่วนบุคคลแรกที่ลงไปเดินบนธารน้ำแข็งคือ Juan Tomas Roger กัปตันกองทัพชิลีชาวอังกฤษ เมื่อปีค.ศ 1879
ส่วนจุดเด่นสำคัญของธารน้ำแข็งเปอริโต โมเรโน คือความงดงามตระการตา ของก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาที่อยู่รวมกันคล้ายกำแพงสีขาว การันตีความอลังการได้ด้วยตำแหน่งธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก มีความยาวกว่า 30 กิโลเมตร ความกว้าง 5 เมตร สูงจากพื้น 60 เมตร และลึกลงไปอีกกว่า 100 เมตร  

Day 9 El Calafate, Argentina – Puerto Natales – Torres Del Paine National Park, Chile
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้ว วันนี้เราจะเดินทางจากฝั่งประเทศอาร์เจนติน้าไปยังฝั่งประเทศชิลี โดยผ่านไปทาง เมือง Puerto Natales ประตูสู่ Torres Del Paine National Park ในฝั่งประเทศชิลี เราจะเดินทางมาถึงในช่วงเย็น Check-in เข้าสู่ที่พัก และรับประทานอาหารเย็น

Day 10 Torres Del Paine National Park 
หลังจากรับประทานอาหารมื้อเช้า เตรียมตัวออกเดินทางไปถ่ายภาพบริเวณ Torres Del Paine National Park ในอุทยานจะมีจุดให้ Trek หลายจุดมากๆ จุดที่วิวสวยๆ เช่น ถ่ายรูปบริเวณจุดชมวิว Lago Nordenskjold เที่ยว น้ำตกซอลโต้ แกรนเด (Salto Grande Waterfall) เดินเล่นริม Grey lake เพื่อชม ธารน้ำแข็ง Grey Glacier กิจกรรมในอุทยานก็มีหลากหลาย เช่น พายคายัคที่ Lago Grey หรือ Ice Trek แต่ต้องนั่งเรือ เรือใหญ่จะมีบริการ 2 จุด คือ ตรงบริเวณ Lago Pehoe และ Lago Grey หลังจากนั้นเดินทางกลับไปพักที่ El Chalten

อุทยานแห่งชาติ Torres Del Paine
ห่างจากตัวเมืองทางเหนือประมาณ 100 กิโลเมตร Puerto Natales ในภาคใต้ของ Patagonia พื้นที่ที่สวยงามแห่งนี้ครอบคลุมภูเขาธารน้ำแข็งและทะเลสาบและแม่น้ำนับไม่ถ้วน พื้นที่ที่สำคัญที่สุดของอุทยานคือ Cordillera del Paine ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เปลี่ยนจาก Patagonia step ไปยังป่า subpolar ทางเหนือ บางทีสิ่งที่น่าทึ่งที่สุดของคุณลักษณะที่ยอดเยี่ยมของมันก็คือยอดเขาแกรนิตสามยอด 2,850 เมตรของเทือกเขา Paine ซึ่งครองภาพทิวทัศน์ที่น่าทึ่งนี้ การเดินป่าเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของอุทยานโดยมีเส้นทางที่มีการทำเครื่องหมายไว้เป็นอย่างดีหลายแห่งให้บริการที่พักค้างคืน (refugios) จำนวนมากพร้อมข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการเดินป่าที่ยาวขึ้นซึ่งวนขึ้นเขา 
เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความสลับซับซ้อนทางธรณีวิทยาและชีววิทยา โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานล้วนแล้วแต่ ถูกประดับประดาไปด้วยเหล่าดอกไม้ป่าและพืชพรรณที่สวยงาม โดยเฉพาะต้นคาลซิโอลาเรีย (Calceolaria uniflora) หรือ ต้นรองเท้าแตะ ที่มีดอกสีสันสวยงาม ประกอบไปด้วยสีเหลือง, สีขาว และสีน้ำตาลแดง 

Day 11: Torres Del Paine National Park - Lake Pehoe - Camp Torres Viewpoint - Salto Grande Waterfall - Torres

Del Paine National Park
หลังจากรับประทานอาหารเช้า ออกเดินทางไปอุทยาน Torres Del Paine โดยลักษณะการเที่ยวถ่ายภาพจะเป็นแบบการออกเดินเท้าจากที่พัก Trekking เพื่อไปถ่ายภาพแสงเช้าและเย็น ตามจุดถ่ายภาพต่างๆที่กำหนดไว้ ซึ่งระยะทางจะมีผสมกันทั้งใกล้และไกลในแต่ละวัน 
โดยในวันนี้วางแผนถ่ายภาพที่ Lake Pehoe, Camp Torres Viewpoint และ Salto Grande Waterfall

ทะเลสาบเปโอ (Lake Pehoe) 
ทะเลสาบในเขตอุทยานแห่งชาติ ตอร์เรส เดล ไปย์เน (Torres del Paine National Park) เป็นทะเลสาบที่มีทัศนียภาพที่สวยงาม โดยทะเลสาบนั้นมีต้นกำเนิดมาจากแม่น้ำไปย์เน

น้ำตกซัลโต แกรนด์ (Salto Grande Waterfall)
น้ำตกขนาดเล็กที่มีความสวยงามและพื้นที่โดยรอบน้ำตกยังมีความหลากหลายของรูปแบบพืชพรรณธรรมชาติอีกด้วย

Day 12: Torres Del Paine National Park - Nordenskjöld Lake - Mirador Condor - Grey Lake - Torres Del Paine National Park

หลังจากรับประทานอาหารเช้า ออกเดินทางไปอุทยาน Torres Del Paine โดยในวันนี้วางแผนถ่ายภาพที่ Lake Nordenskjold, Mirador Condor และ  Grey Lake

Nordenskjöld Lake
เป็นทะเลสาบในอุทยานแห่งชาติ Torres del Paine ในเขต Magallanes ทางตอนใต้ของชิลี ทะเลสาบนี้ได้รับการตั้งชื่อตามชาวสวีเดน Otto Nordenskiöldผู้ค้นพบทะเลสาบในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ทะเลสาบNordenskjöldประกอบด้วยน้ำตกที่รู้จักกันในชื่อ Salto Grande ที่ปลายสุดด้านตะวันตกของทะเลสาบทางด้านใต้นี้มีสัตว์ป่ามากมาย

Grey Lake
เป็นทะเลสาบที่อยู่ในธารน้ำแข็งในอุทยานแห่งชาติ Torres del Paine ทางใต้ของชิลี

Day 13:  Torres Del Paine National Park - Laguna Amarga - Serrano River - Torres Del Paine National Park
หลังจากรับประทานอาหารเช้า ออกเดินทางไปอุทยาน Torres Del Paine โดยในวันนี้วางแผนถ่ายภาพที่ Laguna Amarga และ Serrano River

Laguna Amarga
เป็นส่วนหนึ่งของเขตภูเขาไฟในเทือกเขาแอนดีสกลางตอนใต้และเป็นหนึ่งในศูนย์กลางภูเขาไฟ Miocene-Pliocene-Pleistocene หลายแห่งในภูมิภาคนี้ 

 

Serrano River
เป็นแม่น้ำที่ตั้งอยู่ในภูมิภาค Magallanes ของประเทศชิลี แม่น้ำสายหลักคือแม่น้ำเกรย์ ธารน้ำแข็ง Serrano เป็นสถานที่น่าสนใจในแม่น้ำ ในที่สุดน้ำของแม่น้ำ Serrano

Day 14:  Torres Del Paine National Park – Punta Arenas  International Airport ✈ Santiago International Airport - Santiago
ออกเดินทางเก็บตกภาพ ถ่ายแสงเช้า จากนั้นเดินทางกลับโรงแรมเพื่อรับประทานอาหารเช้า พักผ่อนตามอัธยาศัย ช่วงบ่ายๆ เตรียมตัวออกเดินทางไปยัง สนามบินนานาชาติ Punta Arenas International Airport (PUQ) เพื่อบินภายในประเทศโดยสายการบิน LATAM Airlines เวลาเครื่องออก 16:28 น. ระยะเวลาเดินทาง 3 ชม. 22 นาที ถึงสนามบิน Santiago International Airport (SCL) เวลา 18:50 น. รับประทานอาหารมื้อเย็นและนอนพักค้างคืนที่เมือง ซานติเอโก้ 1 คืน

Day 15: Santiago - Santiago International Airport  London Heathrow Airport 

หลังจากรับประทานอาหารเช้า พักผ่อนตามอัธยาศัย และออกเดินทางไปสนามบินนานาชาติ Santiago International Airport เดินทางด้วยสายการบิน British Airways เที่ยวบินที่ BA0250 เวลาเครื่องออก 14:35 น. ระยะเวลาในการเดินทาง 14 ชม 20 นาที 

Day 16:  London Heathrow Airport ✈ Bangkok 
เดินทางถึงสนามบิน London Heathrow Airport เวลาท้องถิ่น 09.55 น. ของวันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน มีเวลาต่อเครื่อง 6 ชั่วโมง 15 นาที ก่อนออกเดินทางด้วยเที่ยวบินที่ BA0009 เวลาเครื่องออก 16:10 น. ระยะเวลาในการเดินทาง 11 ชม 35 นาที 

Day 17:  Bangkok
ถึงกรุงเทพมหานครโดยสวัสดิภาพ ในวันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2563 เวลาท้องถิ่น 09.45 น.

ประมาณการอัตราค่าบริการ:   TBC บาท/ท่าน 
 (ราคานี้ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ, ค่าอาหารกลางวัน และ เย็น)

* ราคาที่ระบุ เป็นราคาประมาณการเท่านั้น อาจปรับเปลี่ยนตามช่วงเวลา, ที่พัก, อาหาร, พาหนะ, จำนวนลูกค้า และเงื่อนไขอื่นๆ ที่ทางสมาชิกต้องการปรับเปลี่ยน

 

ค่าบริการนี้รวม:

- ค่าตั๋วเครื่องบินภายในประเทศเดินทางจาก Buenos Aires ไปยัง El Calafate 
- ค่าตั๋วเครื่องบินภายในประเทศเดินทางจาก Punta Arenas ไปยัง Santiago
- ค่าที่พักตลอดการเดินทาง (พักห้องคู่)
- ค่าอาหารเช้าทุกมื้อ
- ค่ากิจกรรม 1 Day Glacier Mini-Trek ที่ Perito Moreno Glacier
- ค่าเข้าเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆที่ระบุไว้ในโปรแกรม
- ค่ายานพาหนะ, น้ำมัน, ที่จอดรถ, ทางด่วนและอื่นๆที่ใช้ในการเดินทาง
- บริการถ่ายภาพและสอนการถ่ายภาพตลอดการเดินทาง
- ค่าประกันภัยการเดินทางอุบัติเหตุ วงเงินรวมสูงสุด 2,000,000 บาท เงื่อนไขตามรายละเอียดในกรมธรรม์

ค่าบริการนี้ไม่รวม:

- ตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศโดยสายการบิน British Airways
- ค่าอาหารกลางวัน และเย็น
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ นอกเหนือรายการ เช่น ค่าSIM ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าเครื่องดื่ม มินิบาร์ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด เป็นต้น
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดการณ์

การชำระเงินค่าเดินทาง :
สามารถโอนเงินเข้าบัญชี
ธ.กสิกรไทย    เลขที่บัญชี 037-2-57628-6 หรือ

ธ.ไทยพาณิชย์  เลขที่บัญชี 408-825346-9 


ชื่อบัญชี บริษัท โฟโต้ เจอร์นี่ จำกัด
หลังจากโอนเงินแล้ว กรุณาส่งใบโอนเงินไปที่ 

Line@: @FotoJourney หรือ

คลิก! Line : https://line.me/R/ti/p/%40fotojourney หรือ 

Inbox Facebook: FotoJourneyTH 

ข้อมูลและลักษณะของทริปที่สำคัญ

- ทริปนี้มีลักษณะเป็น Photo Trip จะเน้นถ่ายรูปแสงเช้า แสงเย็น เป็นหลัก ดังนั้น แผนเดินทางอาจจะมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม เพื่อให้ทุกท่านได้ถ่ายภาพตามให้มากที่สุด
- ทริปนี้ค่าใช้จ่ายไม่ได้รวมค่าอาหารไว้ (ยกเว้นอาหารมื้อเช้าที่ทางบริษัทบริการจัดไว้ให้)  ในส่วนของลักษณะการรับประทานอาหารจะเป็นแบบ รับประทานที่ร้านอาหาร, การซื้อมาจาก Supermarket, รวมถึง Fast Food 

 

เงื่อนไขการยกเลิกทริป

กรณีที่ลูกค้าไม่สะดวกเดินทางและมีความจำเป็นต้องยกเลิกการเดินทาง และมีการยกเลิกการเดินทาง
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 90 วัน หัก 50,000 บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 45-90 วัน หัก 70,000บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 15-45 วัน หัก 85,000 บาท
ยกเลิกก่อนวันเดินทาง 15 วัน ไม่สามารถคืนเงินได้ยกเว้นเงินรีฟันด์ตั๋วเครื่องบินให้ลูกค้าตามเงื่อนไขของสายการบินนั้นๆ
หมายเหตุ : ในกรณีที่ค่าทริปรวมตั๋วเครื่องบิน บริษัทจะทำการคืนเงินรีฟันด์ตั๋วเครื่องบินให้ลูกค้าตามเงื่อนไขของสายการบินนั้นๆ
ในกรณีที่ประเทศที่ไปต้องมีการของวีซ่า การยกเลิกทริปเนื่องจากลูกค้ายื่นวีซ่าไม่ผ่านหลังจากชำระมัดจำทริปแล้วให้ใช้เงื่อนไขเดียวกับการยกเลิกทริปโดยลูกค้า แนะนำให้ลูกค้าหลังจากจองทริปไปแล้วควรไปขอวีซ่าแต่เนิ่นๆ เพื่อที่จะเมื่อเกิดปัญหาเรื่องวีซ่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ง่ายกว่าการขอวีซ่าแบบกระชั้นชิด

 

ความรับผิดชอบ และ เงื่อนไขอื่นๆ

ในกรณีที่ทริปต้องถูกยกเลิกการเดินทาง ด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ เช่น เกิดการก่อการร้าย เกิดความไม่สงบ เกิดการประท้วง เกิดจากภัยธรรมชาติทำให้ไม่สามารถเดินทางได้ หรือเหตุอื่นๆที่ถือว่าเป็นเหตุสุดวิสัย โดยถือว่าการตัดสินใจยกเลิกการเดินทางเป็นสิทธิ์ขาดของทางบริษัท ทางบริษัทยินดีที่จะคืนค่าทริปที่ลูกค้าจ่ายมาทั้งหมด ยกเว้นค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก หรืออื่นๆที่มีการดำเนินการชำระเงินไปแล้ว
บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ที่เกิดจากความล่าช้าของสายการบิน เหตุการณ์ทางการเมือง การปฏิเสธการเข้าเมือง การโดนกักตัว หรือถูกส่งตัวกลับ ความเสียหายหรือสูญหายของกระเป๋าเดินทาง กระเป๋าใบเล็ก หรือของมีค่าส่วนตัวของท่านระหว่างการเดินทาง โดยสิทธิประโยชน์ของท่านจะได้รับตามกรมธรรม์ประกันการเดินทางที่ระบุความรับผิดชอบไว้เท่านั้น ทั้งนี้ บริษัทฯ จะยืดถือผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสําคัญ แต่ไม่สามารถคืนเงินค่าทริปให้ท่านได้
และหากเกิดเหตุสุดวิสัยดังต่อไปนี้ ทางบริษัทไม่อาจรับผิดชอบต่อความเสียหายต่างๆ ที่อยู่เหนือการควบคุมของเจ้าหน้าที่บริษัทฯ อาทิ
o การนัดหยุดงาน การจลาจล เปลี่ยนแปลงกำหนดเวลาในตารางบิน ภัยธรรมชาติ ฯลฯ หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดขึ้น ทั้งทางตรง หรือทางอ้อม เช่น การเจ็บป่วย การถูกทำร้าย การสูญหาย ความล่าช้า หรือ จากอุบัติเหตุต่างๆ ฯลฯ
o การตอบปฏิเสธการเข้าและออกเมืองของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าหรือออกเมือง อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฏหมาย หรือเอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง หรือการถูกปฏิเสธในกรณีอื่นๆ
o  การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากสายการบินเช่น การยกเลิกเที่ยวบิน / เครื่องดีเลย์ / กระเป๋าสัมภาระมาไม่ครบ / การขึ้นราคาค่าตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น
o บริษัทฯ มีสิทธ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุสุดวิสัยจนไม่อาจแก้ไขได้
o หากท่านถอนตัวก่อนรายการท่องเที่ยวจะสิ้นสุดลง ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านสละสิทธิ์และจะไม่รับผิดชอบค่าบริการที่ ท่านได้ชำระไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
o บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการห้ามออกนอกประเทศ หรือ ห้ามเข้าประเทศ อันเนื่องมาจากมีสิ่งผิดกฎหมาย หรือ เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือ การถูกปฏิเสธในกรณีอื่น
o กรณีเกิดความผิดพลาดจากตัวแทน หรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนมีการยกเลิก ล่าช้า เปลี่ยนแปลง การบริการจาก สายการบิน บริษัทขนส่ง หรือ หน่วยงานที่ให้บริการ บริษัทฯ จะดำเนินโดยสุดความสามารถที่จะจัดบริการทัวร์อื่น ทดแทนให้ แต่จะไม่คืนเงินให้ สำหรับค่าบริการนั้นๆ
o มัคคุเทศก์ พนักงาน และตัวแทนของบริษัท ฯ ไม่มีสิทธิ์ในการให้คำสัญญาใดๆ ทั้งสิ้นแทนบริษัทฯ นอกจากมีเอกสาร ลงนามโดยผู้มีอำนาจของ
บริษัทฯ กำกับเท่านั้น

  • White Facebook Icon
  • White Instagram Icon
  • White YouTube Icon

Foto Journey Co., Ltd

ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/09199